- หน้าแรก
- มหาศึกไททันล้างโลก
- บทที่ 105: โชคชะตาเล่นตลก
บทที่ 105: โชคชะตาเล่นตลก
บทที่ 105: โชคชะตาเล่นตลก
สายลมหนาวเหน็บยามค่ำคืนพัดมาปะทะใบหน้าของคนทั้ง 2 ความเย็นยะเยือกของมันเป็นเหมือนใบมีดคม ๆ กรีดผ่านผิวหนังที่บอบบางของมนุษย์
จากนั้นฉู่อวี้ก็เผยรอยยิ้มออกมา “นี่ก็ดึกมากแล้ว ฉันขอตัวกลับไปนอนพักก่อนนะคะ พรุ่งนี้มีศึกใหญ่รอเราอยู่”
เมื่อพูดจบเธอก็หันหลังเดินกลับไปยังเต็นท์ของตัวเอง
ทางด้านหลี่หวงเหยียนทำเพียงแค่มองตามหลังอีกคนไปเงียบ ๆ
ในความเป็นจริงเด็กสาวที่ร่วมเดินทางมากับเขาไม่รู้เลยว่าโลกใบนี้มันโหดร้ายแค่ไหน
เธอคิดแค่ว่าไกอัส ไททันอนธการที่เป็นผู้ปกครองเมืองหย่งเย่เป็นศัตรูของเธอ
ในความเป็นจริง สิ่งที่พวกเขาจะต้องเผชิญกลับเป็นไททันมหันตภัยมากกว่า 1 ตัว
เพราะหากพวกเขาคาดการณ์ไม่ผิด เผ่าไททันคงรู้แผนการของพวกเขาเรียบร้อยแล้วและคงมีการวางกับดักไว้ล่วงหน้า
และสิ่งที่ฉู่อวี้ไม่รู้ก็คือ ในแผนการนี้เธอเป็นเพียงแค่เหยื่อล่อ
สำหรับเป้าหมายสูงสุดของพวกเขาคือการล่อให้คนทรยศในกองทัพโผล่หางออกมา
พอมาถึงจุดนี้ เขาสามารถบอกได้ว่าแผนการได้สำเร็จไปครึ่งหนึ่งแล้ว เป็นเพราะเฝิงเจิ้งกั๋วได้เผยธาตุแท้ของตัวเองออกมาเป็นที่เรียบร้อย
อันที่จริง พวกเขามั่นใจแล้วว่าหมอนั่นเป็นผู้ทรยศที่แฝงตัวอยู่ในกองทัพ!
แต่เพียงเท่านี้มันยังไม่เพียงพอ และมันก็ยังห่างไกลกับคำว่าสำเร็จอยู่มาก ภารกิจของพวกเขาก็คือกำจัดเฝิงเจิ้งกั๋วให้สิ้นซาก ดังนั้นแผนการบุกเมืองหย่งเย่จึงอันตรายมากกว่าที่ทุกคนคิดเอาไว้
ถ้ามองเผิน ๆ นี่อาจจะเป็นเพียงปฏิบัติการตัดหัวเพื่อปราบไททันอนธการ แต่ในความเป็นจริงแล้ว ในที่ลับได้เกิดคลื่นลมมากมายโดยที่ไม่มีใครรู้
…
ท่ามกลางความมืดมิดยามราตรี ในที่สุดหลินหยวนก็มาถึงเมืองหย่งเย่ เมืองแห่งนี้เมื่อก่อนที่ขึ้นชื่อว่าเป็นเมืองแห่งแสงแดดกลับปกคลุมไปด้วยความมืดมิดชั่วกัปชั่วกัลป์ คล้ายกับเมืองที่ถูกหมอกสีดำขนาดใหญ่ครอบคลุมไว้
“ที่นี่คือ… เมืองหย่งเย่งั้นเหรอ?” เด็กหนุ่มเงยหน้าขึ้นมองเมืองโบราณขนาดมหึมาที่อยู่ภายใต้ความมืดเบื้องหน้า
เมืองนี้ถูกปกคลุมไปด้วยหมอกสีดำสนิทจนมีสภาพเหมือนยักษ์กำลังหลับใหล
ดูแล้วเมืองโบราณขนาดมหึมาแห่งนี้ก็คือที่ซ่อนของไกอัส ไททันอนธการ
ถ้าหลินหยวนจำไม่ผิด ไกอัสเป็นคนที่เปิดฉากโจมตีเมืองหนานเจียงเมื่อครั้งก่อนหน้า
เหล่าไททันที่บุกโจมตีเมืองหนานเจียงผ่านประตูมิติล้วนมาจากเมืองหย่งเย่แห่งนี้
“โชคชะตาช่างเล่นตลกซะจริง”
เด็กหนุ่มเม้มปากแน่นพร้อมกับกำอัญมณีซ่อนเร้นเอาไว้เพื่อปกปิดพลังปราณให้มิดชิดที่สุดเท่าที่จะทำได้
หลังจากเข้าใกล้เมืองหย่งเย่ หลินหยวนก็ไม่กล้าใช้พลังอะไร นั่นเป็นเพราะว่าไททันระดับสูงนั้นไวต่อการผันผวนของพลังปราณมาก
ถ้าหากมีไททันสังเกตเห็นเขา มันจะต้องบรรลัยแน่ ๆ
จากนั้นเด็กหนุ่มก็เริ่มเดินสำรวจรอบเมืองหย่งเย่ ในระหว่างที่เดินเขาก็สังเกตเห็นอาคารโบราณขนาดใหญ่
เขารู้ดีว่าไม่ว่าอย่างไรเขาก็ต้องเข้าไปในเมืองหลัก อีกเหตุผลหนึ่งก็คือมีเพียงการเข้าไปในเมืองหย่งเย่เท่านั้นถึงจะสามารถทำการลงชื่อเข้าใช้พิเศษได้
ยิ่งไปกว่านั้น หากข้อมูลที่โจวอวี้หลงให้ไว้ไม่ผิด หลี่หวงเหยียนกับฉู่อวี้จะลงมือปฏิบัติการในวันพรุ่งนี้ หลินหยวนจึงจำเป็นจะต้องเข้าไปในเมืองหย่งเย่ล่วงหน้าเพื่อดูว่าเขาจะรวบรวมข้อมูลอะไรมาได้บ้างหรือเปล่า
แต่เมื่อเด็กหนุ่มเดินวนรอบกำแพงเมืองหย่งเย่แล้ว เขาก็พบว่าเมืองโบราณแห่งนี้ถูกล้อมรอบด้วยกำแพงสูงทั้ง 4 ด้าน การแอบปีนข้ามกำแพงเข้าไปมันแทบจะเป็นไปไม่ได้เลย
อีกทั้งกำแพงยังหนามาก การจะบุกทะลวงเข้าไปตรง ๆ นั้นยากยิ่งกว่า
ไม่ว่าจะทางไหนไม่มีทางที่ไททันลาดตระเวนจะไม่จับได้
ถ้าจะพูดให้ถูก เมืองหย่งเย่มีประตูทางเข้าเพียงแห่งเดียว แถมประตูบานนั้นก็ยังมีไททันมหาวิบัติเฝ้าอยู่ถึง 2 ตัว
โชคดีที่ถึงแม้ว่าจะเป็นแบบนี้ แต่หลินหยวนก็ใช่ว่าจะไร้หนทางไปเสียหมด
เขายังมีวิธีอีกอย่างหนึ่ง นั่นก็คือพลังเทเลพอร์ต!
แม้ว่าการใช้เทเลพอร์ตจะทำให้พลังงานผันผวน แต่สำหรับเรื่องนี้มันไม่ใช่สิ่งที่น่ากังวลมากที่สุด เมื่อพิจารณาสถานการณ์ในปัจจุบัน นี่เป็นทางเลือกที่ปลอดภัยที่สุดแล้ว
ในไม่ช้าหลินหยวนก็มาถึงมุมหนึ่งของเมืองหย่งเย่
จากการสำรวจก่อนหน้านี้ บริเวณนี้เป็นบริเวณที่เงียบที่สุดและเป็นจุดที่การป้องกันอ่อนแอที่สุดด้วย
เด็กหนุ่มจ้องมองกำแพงสูงเบื้องหน้า ทันใดนั้นเขาก็ใช้พลังเทเลพอร์ต
ปัจจุบันพลังเทเลพอร์ตของหลินหยวนได้มาถึงระดับ B แล้ว เขาต้องรออีก 2 ชั่วโมงถึงจะใช้พลังนี้ได้อีกครั้ง และระยะเทเลพอร์ตสูงสุดก็คือ 500 เมตร
ระยะทาง 500 เมตรนี้มันมากเกินพอที่จะข้ามกำแพงเบื้องหน้าไปได้ หลังจากใช้พลังเทเลพอร์ต เด็กหนุ่มก็หายไปจากจุดนั้น
พอลืมตาขึ้นอีกครั้งเขาก็อยู่ในเมืองหย่งเย่แล้ว
ในเวลาเดียวกัน ไททัน 2 ตัวที่กำลังลาดตระเวนก็กำลังเดินผ่านมาทางนี้ หลินหยวนจึงรีบเร้นกายเข้าไปในเงามืดของอาคารใกล้เคียงโดยไม่ลังเล โชคดีที่ไททันซึ่งกำลังลาดตระเวนทั้ง 2 เป็นเพียงไททันระดับ 5 พวกมันจึงไม่สังเกตเห็นความผันผวนของพลังงานจากการที่เขาใช้พลังเทเลพอร์ต
พอไททัน 2 ตัวนั้นเดินผ่านไป เด็กหนุ่มก็โผล่ออกมาจากเงาและมุ่งหน้าเข้าเมือง
สำหรับเขา พื้นที่ใกล้กำแพงเมืองนั้นอันตรายมากและไม่ควรรั้งอยู่นาน
หลินหยวนจึงทำตัวลับ ๆ ล่อ ๆ เดินผ่านเมืองหย่งเย่ที่รายล้อมไปด้วยหมอกหนาทึบบดบังวิสัยทัศน์จนมองเห็นได้ไม่เกินในระยะ 1,000 เมตร
ซึ่งหมอกสีดำที่ปกคลุมอยู่รอบเมืองหย่งเย่นั้นเกิดจากไกอัส มันทำเช่นนี้ก็เพื่อปกป้องไม่ให้แสงอาทิตย์ส่องเข้ามาในเมือง
เพราะมีเพียงตอนที่อยู่ในความมืดมิดเท่านั้นมันถึงจะมีพละกำลังที่แข็งแกร่งกว่าเดิม!
ตึง ๆๆ!
จู่ ๆ หลินหยวนก็ได้ยินเสียงฝีเท้าดังขึ้น มันคล้ายกับสัตว์ขนาดใหญ่กำลังพุ่งชนกรงเหล็ก
นั่นเสียงอะไร?
เด็กหนุ่มทำหน้าฉงน จากนั้นเขาก็ไม่ลังเลที่จะปีนขึ้นไปบนหอคอยสูงด้วยท่าทางคล่องแคล่ว
ถึงตอนนี้เขาจะไม่สามารถใช้พลังได้ชั่วคราว แต่สมรรถภาพทางกายของเขาก็ยังแข็งแกร่งเกินมนุษย์มนา ในเวลาเพียงไม่ถึง 10 วินาที เขาก็ปีนมาถึงบนยอดหอคอยอย่างรวดเร็ว
และเสียงดังโครมครามนั้นก็ดังมากขึ้นเรื่อย ๆ หลินหยวนหันไปมองทางที่มาของเสียงแล้วภาพเบื้องหน้าก็ทำให้รูม่านตาของเขาหดเล็กลง
เป็นเพราะสิ่งที่เขาเห็นคือกรงขนาดใหญ่ที่วางอยู่บนพื้น
ภายในกรงมีไททันจำนวนมากเบียดเสียดกันแน่นขนัดเหมือนปลากระป๋อง
และเสียงกระแทกที่เขาได้ยินก่อนหน้านี้ก็คือเหล่าไททันกำลังพยายามพุ่งชนกรง
ว่าแต่… ทำไมไททันพวกนี้ถึงถูกขังเอาไว้ที่นี่?
หลินหยวนมองภาพตรงหน้าด้วยสายตาประหลาดใจ
ทันใดนั้นเสียงทุ้มต่ำก็ดังขึ้น
“เลิกทำเรื่องโง่ ๆ ได้แล้ว พวกเจ้าออกไปจากที่นี่ไม่ได้หรอก!” ไททันตัวใหญ่ที่มีสายฟ้าแล่นอยู่รอบกายก้าวออกมาด้านหน้ากรงช้า ๆ
หากพิจารณาจากออร่าที่แผ่ออกมาจากตัวไททันสายฟ้า อย่างน้อยมันจะต้องเป็นไททันมหาวิบัติ
ไททันสายฟ้าเหยียดยิ้มเยาะเย้ยไททันในกรงขณะกล่าวว่า “ถือเป็นเกียรติมากแค่ไหนแล้วที่พวกเจ้าจะได้กลายเป็นอาหารของท่านหลงเยี่ยน พวกเจ้าอย่าดิ้นรนให้เหนื่อยเปล่าเลย”
หลงเยี่ยน?
หลินหยวนขมวดคิ้วมุ่น ขณะนั้นเขารู้สึกถึงออร่าที่น่าสะพรึงกลัวอีกอันหนึ่งที่แผ่กระจายไปทั่วบริเวณนั้น
เขาสัมผัสได้ถึงแรงกดดันที่กดลงบนบ่าจนแทบทรุดราวกับมีมือขนาดใหญ่กำลังบีบคอเขาแน่น ทำให้แม้แต่หายใจก็ยังลำบาก
ทันใดนั้นเด็กหนุ่มก็กำอัญมณีซ่อนเร้นเอาไว้แน่น เขาไม่กล้าแม้แต่จะปล่อยให้ออร่าของตนหลุดรอดออกไปเลยแม้แต่น้อย
วินาทีต่อมา ไททันตัวหนึ่งที่ทั่วร่างลุกโชนไปด้วยเปลวเพลิง และส่วนหัวเป็นมังกรก็ปรากฏขึ้นข้างกายไททันสายฟ้า
ไม่นานหลินหยวนก็ได้เห็นเจ้าของออร่าที่น่ากลัว!
เขาเบิกตากว้างมองไททันเบื้องหน้าด้วยความเหลือเชื่อ
เป็นไปได้ยังไง?!
ในที่สุดเขาก็จำอีกฝ่ายได้แล้ว
ไททันตัวนี้หัวเป็นมังกรและมีเปลวเพลิงลุกโชนอยู่ตลอดเวลา มันไม่มีทางเป็นใครอื่นได้นอกจากไททันมังกรเพลิง คนที่ทำให้พ่อของเขาต้องพิการ!
“ไอ้สารเลว… ไททันมังกรเพลิง มันมาอยู่ในเมืองหย่งเย่ได้ยังไงกัน?!” หลินหยวนหมอบคลานอยู่กับพื้นในขณะที่หัวใจเต้นแรงอย่างควบคุมไม่ได้
เขาไม่คาดคิดมาก่อนเลยว่าไททันมังกรเพลิงจะมาโผล่ในเมืองไททันแห่งนี้
นั่นหมายความว่า… ในเมืองหย่งเย่มีไททันมหันตภัยอยู่ถึง 2 ตัว ไททันอนธการและไททันมังกรเพลิง!!
ทันใดนั้นหลินหยวนก็เข้าใจทุกอย่างแจ่มแจ้ง เผ่าไททันได้รับข่าวเกี่ยวกับแผนที่จะบุกโจมตีเมืองหย่งเย่แห่งนี้ตั้งแต่แรก พวกมันถึงได้ส่งไททันมังกรเพลิงมาเฝ้าที่นี่
แล้วสิ่งที่หลินหยวนกังวลที่สุดก็เป็นความจริง หากหลี่หวงเหยียนไม่รู้เรื่องนี้และเลือกที่จะทำภารกิจต่อไป แบบนี้เขากับฉู่อวี้จะต้องตายอยู่ในเมืองหย่งเย่
ที่นี่จะเป็นหลุมศพของพวกเขา
ความคิดนี้ทำให้เด็กหนุ่มตัวชาวาบ
“ท่านหลงเยี่ยน อาหารของท่านพร้อมแล้วขอรับ” หลังจากที่ไททันมังกรเพลิงเดินเข้ามา ไททันสายฟ้าก็เข้าไปประจบสอพลอทันที
ในเผ่าไททัน ชนชั้นวรรณะนั้นแบ่งแยกชัดเจนมาก
ไม่ว่าจะในกรณีใด ไททันระดับต่ำจะต้องเชื่อฟังคำสั่งของไททันระดับสูง ถึงแม้ไททันสายฟ้าผู้นี้จะเป็นไททันมหาวิบัติ แต่มันก็ยังต้องทำตามกฎนี้
เพราะไททันมังกรเพลิงตรงหน้าเป็นไททันมหันตภัยที่มีระดับสูงกว่า
*******************************************
SkySaffron: หลินหยวนเจอศัตรูเก่าของพ่อเข้าให้แล้ว!