เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 38 คืนก่อนสงคราม

ตอนที่ 38 คืนก่อนสงคราม

ตอนที่ 38 คืนก่อนสงคราม


[เผ่าพันธุ์] ก็อบลิน

[เลเวล] 61

[คลาส] ดยุค , หัวหน้ากลุ่ม

[ทักษะ] <<สั่งการ>> <<ปฏิปักษ์>> <<คำรามอย่างรุนแรง>> <<ความชำนาญการใช้ดาบ B->> <<ความละโมบที่ไม่สิ้นสุด>> <<การจ้องมองจากปีศาจ>> <<จิตวิญญาณของราชัน>> <<ผู้ควบคุมแห่งปัญญา>> <<ดวงตามรกตของงู>> <<การเต้นรำแห่งความตาย>> <<ดวงตาของงูสีชาด>> <<การจัดการเวทมนตร์>> <<นักรบคลั่ง>> <<Third Impact>>

[การคุ้มครองจากพระเจ้า] เทพธิดาแห่งนรก อัลทีเซีย

[แอตทริบิวต์] ความมืด, ความตาย

[สัตว์เลี้ยง] โคโบลชั้นสูง (เลเวล 1) กัสต้า (เลเวล 1) ซินเธีย (เลเวล 1)

[สถานะผิดปกติ] <<เสน่ห์ของนักบุญ >>

◇◆◇

[ก็อบลิน] กิก้า

ก็อบลินที่อาศัยอยู่ผู้นำคนก่อนพ่ายแพ้ให้กับออร์ค แต่ปัจจุบันเขาเป็นก็อบลินที่แข็งแกร่งที่สุดในบรรดาผู้ใต้บังคับบัญชาของผม เขาเป็นผู้ใช้หอก

[ก็อบลิน] กิกูว

อดีตผู้นำหมู่บ้าน เขาถูกกดดันเพื่อสละตำแหน่งให้กับผม เขาใช้ดาบยาวและค่อนข้างฉลาดถ้าเทียบกับก็อบลินแรร์ทั่วไป

[ก็อบลิน] กิกิ

เป็นที่รู้จักในฐานะผู้ฝึกสัตว์ เขาเลื่อนคลาสในหลังจากการล่ากวางเอเรล เป็นความสามารถที่ค่อนข้างหายากและเขาชอบที่จะใช้ขวาน

[ก็อบลิน] กิโก

ก็อบลินที่มีบาดแผลมากมายทั่วร่าง อาหารส่วนใหญ่มักถูกขโมยโดยเกรย์วูฟ ดังนั้นเขาจึงตัดสินใจที่จะติดตามผม เขาเป็นคนที่มีประสบการณ์มากที่สุดในหมู่พวกก็อบลินแรร์

[ก็อบลิน] กิซาร์

ดรูอิด (ก็อบลินแรร์) ผู้ใช้เวทย์ลม ที่เพิ่งเข้ากลุ่มมา

[ก็อบลิน] กิจิ

ก็อบลินแรร์ที่เลื่อนคลาส (ตอนที่ 37) จากการออกล่ากับกลุ่มของกิก้า

◇◆◇

4 วันผ่านไปก่อนที่หน่วยสอดแนมของกิกูวจะกลับมา

เมื่อผมออกไปพบเขา ผมก็ตกใจ

รูปลักษณ์ที่เปลี่ยนไป เขามีผิวสีฟ้าเข้มและเขาที่ม้วนงอ รวมถึงขนาดร่างกายที่ใหญ่โตกว่าเดิม

เมื่อผมเช็กหน้าต่างสถานะ ไม่มีข้อสงสัยเลยว่าตอนนี้เขากลายเป็นก็อบลินชั้นสูง

[เผ่าพันธุ์] ก็อบลิน

[เลเวล] 1

[คลาส] ชั้นสูง,รองหัวหน้า

[ทักษะ] <<คำรามอย่างรุนแรง>> <<ความชำนาญการใช้ดาบ C+>> <<มือขวาของราชา>> <<ร่วมมือ>><<ขว้างปา>> <> << Farseeing Eye>>

[การคุ้มครองจากพระเจ้า] ไม่มี

[แอตทริบิวต์] ไม่มี

<<มือขวาของราชา>> เมื่อต่อสู้ภายใต้คำสั่งของผู้นำกลุ่ม ความแข็งแกร่งทางกายภาพเพิ่มขึ้น 10% ความว่องไวเพิ่มขึ้น 10%

<<ร่วมมือ>> การโจมตีประสานกันเป็นไปได้มากขึ้นจากก็อบลินที่มีระดับเดียวกันหรือต่ำกว่า

<> สามารถใช้อาวุธระยะประชิดได้เชี่ยวชาญถึงระดับ C + โดยไม่คำนึงถึงประเภท

<>โอกาสในการสอดแนมเพิ่มขึ้น โอกาสในการติดตามศัตรูได้สำเร็จก็เพิ่มขึ้นเช่นกัน

กิกูวเป็นอดีตหัวหน้ากลุ่ม ความแข็งแกร่งที่แสดงในค่าสถานะของเขาเป็นเครื่องพิสูจน์ถึงทักษะ <<การร่วมมือ>> ที่ค่อนข้างมีประโยชน์สำหรับการทำงานเป็นทีม แต่ <<มือขวาของราชา>> ผมสงสัยว่ามันจะทำงานได้ดี หากผมสั่งการแล้วเราแยกทางกัน สุดท้ายทักษะ <> ผมสงสัยว่าเขาเรียนรู้ทักษะนี้จากการที่ผมใช้เขาสอดแนม

ผมจะต้องทดสอบมันภายหลัง

“ข้ากลับมาแล้ว” กิซาร์กล่าวขณะคุกเข่า เขามีบาดแผลซึ่งแสดงให้เห็นถึงความโหดร้ายของภารกิจ

“บอกมาว่าเจ้าเจออะไร?”

ผมหยุดการฝึกก็อบลินแล้วส่งต่อให้กิก้าเพื่อสอบถาม

ขณะเดียวกันผมก็เรียกก็อบลินให้ไปเอาอาหารมาให้ พวกเขาจึงก้มหัวลงอย่างเงียบ ๆ

“ข้าจะเล่าถึงสิ่งที่เจอมา เราได้ยืนยันจำนวนออร์คแล้ว พวกมันมีมากกว่า 80 ตัวและกำลังเดินทางมาที่นี่”

80!?

นี่คือที่มาของความรู้สึกแย่ ๆ

หัวใจของผมหวั่นไหว แต่ก็ไม่ได้แสดงมันออกมาในขณะที่ผมพูด

“นานแค่ไหนกว่าที่พวกมันจะมาถึง?”

“ไม่เกินสองวัน”

ขณะที่พยักหน้าให้กับกิกูว ผมก็กอดอก

---- มันเร็วเกินไป! นี่ไม่มีเวลาให้เตรียมตัวเลย

แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าผมจะรอเฉย ๆ โดยไม่ทำอะไร

“เส้นทางของพวกมันล่ะ?”

“มาจากทางตะวันตกของเรา”

ออร์ค 80 ตัว?

ผมตกอยู่ในห้วงของความคิดเมื่อมองไปขอบฟ้าทางทิศตะวันตก

การขังตัวเองไว้ในหมู่บ้านเป็นความคิดที่ผิดตั้งแต่แรก

นอกจากนี้กับดักยังไม่เสร็จสมบูรณ์ เราทำเสร็จเพียงครึ่งหนึ่งเท่านั้น แม้ว่าออร์คจะโจมตีจากด้านหน้า แต่พวกมันคงไม่โดนกับดักทั้งหมด

“ตอนนี้ข้าเข้าใจสถานการณ์ทั้งหมดแล้ว พวกเจ้าทำงานได้ยอดเยี่ยม”

ผมขังความรู้สึกไว้ในใจไว้ลึก ๆ โดยไม่แสดงอารมณ์ออกมาแม้แต่น้อย

หลังจากที่ผมอนุญาตให้ก็อบลินกลับไปพักผ่อน ผมออกไปช่วยทำกับดัก

จริง ๆ ก็อบลินมีความเชี่ยวชาญในการขุดหลุม พวกเราขุดรูที่เต็มไปด้วยไผ่และหอกไม้ มันมีความลึกมากกว่าความสูงของออร์ค จริง ๆ แล้วผมต้องสร้างทางน้ำด้วย แต่เสียดายที่เรามีเวลาไม่มากพอ

ผมสั่งให้มนุษย์ทำรั้วล้อมไปทางทิศตะวันตกของหมู่บ้าน โดยไม่รู้ว่าภายในสองวันพวกเขาทำได้มากแค่ไหน

ออร์คมีจำนวนมากเกินไป ถ้าสู้โดยตรงเราจะแพ้ทันที

ไม่มีทางอื่น …เราต้องโจมตีก่อน

และต้องหาทรัพยากรสำหรับการก่อสร้าง ต้นไม้ในบริเวณโดยรอบจึงถูกตัดให้เรามองรอบ ๆ ได้ดีขึ้น

เสียดายที่เราไม่มีธนู ถ้ามีอาวุธที่โจมตีจากระยะไกล มันจะดีกว่านี้

วิธีที่ดีที่สุดคือการสกัดกั้นออร์คจากในป่า เราจะชะลอความเร็วของพวกมันโดยการโจมตีจากด้านหลัง ใช้เวทมนตร์ของดรูอิดและทักษะการขว้างปา จากนั้นก็จะรับมือพวกออร์คที่เหลือในระยะประชิด

เมื่อผมคิดกลยุทธ์ซ้ำไปมาเพื่อตรวจสอบช่องโหว่

ผมต้องเลือกอย่างรอบคอบว่าจะให้ใครเป็นทีมสกัดกั้น รวมถึงตำแหน่งและเตรียมเส้นทางหลบหนีในกรณีเลวร้ายที่สุด

ด้วยความจริงที่ว่าเราไม่สามารถออกจากพื้นที่ได้

ผมมุ่งหน้าไปหากิก้าเพื่อตรวจสอบความคืบหน้า

การฝึกจำเป็นต้องหยุดลง เรายังงานอื่นต้องทำอีกมาก

◆◇◆

หนึ่งวันผ่านไปหลังจากผมได้รับรายงาน ตอนนี้ผมสั่งให้กิกูวนำทางเพื่อยืนยันเส้นทางของออร์คโดยมีผู้ติดตามคือกิก้าและกิโก

ในระหว่างนั้นผมทิ้งงานที่เหลือให้กับกิซาร์ ให้กิกิและกิจิไปตรวจสอบข้างหน้า

ไม่ใช่ว่าผมกำลังสงสัยเกี่ยวกับข้อมูลของพวกเขา แต่เพื่อทำให้แน่ใจว่าจะไม่มีข้อผิดพลาดเกิดขึ้น

แน่นอนว่าผมสั่งให้พวกเขากลับมาทันทีโดยไม่สู้ มันควรจะเป็นไปได้ หากเขาใช้ความสามารถในการดมกลิ่นจากสัตว์เลี้ยงของกิกิ

ผมเดินตามทางที่กิกูวบอก แต่สิ่งที่เราเจอคือป่าราบเรียบที่ไม่มีอะไรผิดปกติ

ตอนนี้เราควรจะรอออร์คที่ไหนดีกับสถานการณ์ระดับนี้ …ดูเหมือนเทพีแห่งปัญญาจะไม่ยิ้มให้กับผม

จากการประมาณ จำนวนออร์คที่เราจัดการได้คือ 30 ตัว ดังนั้นเราจะต้องลดจำนวนออร์คจาก 80 ให้เหลือ 30 ตัวด้วยการใช้กับดัก

หากพวกออร์คเข้ามาในหมู่บ้านของเราได้นั่นคือเป็นจุดจบ แม้ว่าเราจะไม่ถูกทำลายล้าง แต่ความฝันของผมคงสิ้นสุดลงในเวลานั้น

ภาพแห่งความคิดที่เชียและมนุษย์คนอื่น ๆ ถูกเหยียบย่ำโดยฝูงออร์คปรากฏขึ้น

ยิ่งถ้าหากราชาออร์คมีสติปัญญาแล้วส่งออร์คมาจากทิศทางอื่นแทน สถานการณ์จะเลวร้ายกว่านี้

เราจึงมีทางเลือกเดียว นั่นคือการซุ่มโจมตีพวกเขา

จริง ๆ แล้วสิ่งนี้ไม่สามารถเรียกว่าแผนได้ด้วยซ้ำ ผมได้แต่หวังว่าพวกออร์คจะมาจากทิศตะวันตก

“เอาล่ะเราจะวางกับดักรอบ ๆ บริเวณนี้ แล้วเราจะส่งคน –––”

"ราชา! "

ขณะที่ผมกำลังจะสั่งกิกูวและคนอื่น ๆ วางกับดัก ก็มีเสียงเรียกจากด้านหลัง

เป็นกิกิที่ขี่ดับเบิ้ลเฮดวิ่งมาหาพวกเราด้วยสีหน้าสิ้นหวัง

“พวกออร์คเปลี่ยนเส้นทาง!” เขาพูด “พวกมันกำลังมาจากทางเหนือ!”

บ้าเอ๊ย! มันเกิดขึ้นจริง ๆ!

“รีบกลับไปที่หมู่บ้าน! เร็วเข้า!”

กับดักกระจุกตัวไปอยู่ในทิศตะวันตก เรามีเวลาเพียงพอในการตั้งกับดักทางเหนือมั้ย?

การตั้งกับดักเพื่อจัดการกับออร์ค 80 ตัวในหนึ่งวัน?

แน่นอนว่ามันเป็นไปไม่ได้

ถ้ามันเป็นเพียงการต่อสู้ระหว่างผมและออร์ค ผมมั่นใจว่าสามารถเอาชนะพวกมันได้ แต่การต่อสู้ที่ต้องปกป้องคนในหมู่บ้านนั้น…!

เชี่ย ทำไมต้องทิศเหนือ!?

พวกมันไม่เพียงแต่เปลี่ยนทิศ แต่พวกมันยังมาในทางที่โล่งที่สุด ต้องเป็นคำสั่งของราชาออร์คแน่ ๆ เห็นได้ชัดว่ามันไม่ได้โง่ โอกาสที่กับดักจะประสบความสำเร็จยิ่งลดน้อยลงไปอีก

ทิศเหนือของหมู่บ้านเป็นที่ที่ผมสั่งกิซาร์เคลียร์เส้นทางเพื่อให้เราล่าได้ง่ายขึ้น แต่มันกลับส่งผลกลับมาที่เราอย่างไม่คาดคิด

คิดสิ! จะต้องมีสักทาง!

บางอย่างที่สามารถหยุดพวกมันได้!

.

.

.

.

สำหรับมนุษย์ ผมให้พวกเขาซ่อมรั้ว แล้วสำหรับพวกก็อบลิน ผมก็ให้พวกเขาขุดหลุม …แต่นั่นคือทั้งหมด

เราจะชนะได้ยังไง?

หัวใจของผมเริ่มร้อนรนในขณะที่ความคิดตีกัน ผมทำอะไรไม่ได้นอกจากคร่ำครวญต่อความไร้พลังของตัวเอง

ใครจะคิดล่ะว่าการแบกรับชีวิตใครสักคน จะหนักหนาขนาดนี้

ผมแพ้ไม่ได้!

แต่ถึงแม้ผมจะพยายามอย่างเต็มที่ ในท้ายที่สุดของค่ำคืนนี้ก็กำลังจะผ่านไปโดยที่ผมคิดอะไรไม่ออก

◆◇◆

ดวงจันทร์สองดวงสว่างบนท้องฟ้าเมื่อผมมองขึ้นไป ผมอยู่หน้าหมู่บ้านนั่งคิดไตร่ตรองกับตัวเองเงียบ ๆ

“นอนไม่หลับเหรอคะ?”

แสงจันทร์ส่องลงบนใบหน้าของเธอ เผยให้เห็นความงามที่ไม่มีใครเทียบ

มันเป็นเวลากลางคืน แต่ดวงตาของผมสามารถมองเห็นได้ราวกับเป็นเวลากลางวัน ผมเห็นการแสดงออกที่ไร้ความรู้สึกเช่นเคย แต่คราวนี้มันก็แฝงไปด้วยความอ่อนโยน

“ใช่” ผมมองไปยังท้องฟ้ายามเย็นอีกครั้ง

“คุณดูแปลกไปนะ” เรเชียพูด เธอเดินผ่านไปพลางเหลือบมองใบหน้าของผม

“ข้ากำลังคิดอะไรบางอย่างอยู่” ผมตอบอย่างห้วน ๆ

บางทีผมอาจจะกลัวสงครามที่จะมาถึงในวันพรุ่งนี้ เส้นทางสู่ชัยชนะที่ยังเลือนราง

ถ้าผมแพ้จะสูญเสียทุกสิ่ง

“ฉันเข้าใจค่ะ…” เรเชียพึมพำ หลังจากนั้นครู่หนึ่งราวกับว่าเธอคิดอะไรบางอย่างได้ เธอจึงเงยหน้าขึ้นมองผมอีกครั้ง

“ฉันนั่งด้วยได้ไหมคะ?” เธอถามและนั่งข้างผม “เราน่าจะคุยกันสักหน่อย”

“ทำตามที่เจ้าต้องการเถอะ” ผมตอบกลับ

เหมือนทุกครั้งที่เราคุยกัน น้ำเสียงอันนุ่มนวลของเธอทำให้คำพูดแต่ละคำดังก้องอยู่ในใจ

“…ในอดีตมีสัตว์ร้ายตัวหนึ่งถูกเรียกว่าอสูรจันทรา” เธอกล่าว

ผมสงสัยว่าเธอเคยซ้อมบทพูดมาก่อนหรือเปล่า ผมไม่เคยได้ยินคำพูดติดขัดออกจากปากเธอเลยสักครั้ง คำแต่ละคำมันชัดเจนและคล่องแคล่ว

“สัตว์ร้ายตัวนั้นถูกเกลียดชังโดยมนุษย์ แต่ถึงอย่างนั้นมันก็อยู่ข้างพวกเขา” เธอกล่าว

นิทานที่เธอพูดถึงคือสัตว์ร้ายที่มีหัวใจของมนุษย์

แม้ว่ามันจะมีหัวใจของมนุษย์ แต่หนังของมันก็มีเข็มที่แหลมคมจนทำร้ายมิตรและศัตรูได้เช่นกัน

ยิ่งสัตว์ร้ายพยายามอยู่ใกล้มากเท่าไหร่ มันก็ยิ่งสร้างความเจ็บปวดให้กับสหายของมันมากเท่านั้น มันเป็นเรื่องราวแบบนั้น

“แต่แล้ววันหนึ่ง ก็มีเด็กผู้หญิงแสดงความโปรดปรานต่อสัตว์ร้ายตัวนั้น” เรเชียกล่าว

ผลลัพธ์ที่ได้คือโศกนาฏกรรม

ในโลกของผมมีเรื่องราวที่คล้ายกัน

“แต่แน่นอนว่าอสูรจันทราก็ทำร้ายเด็กผู้หญิงคนนั้น ทำให้มันเสียใจมาก”

เมื่อมาถึงจุดหนึ่ง ผมอยากถามว่าเธอต้องการบอกอะไรผม

“ตอนนั้นเองที่เด็กผู้หญิงนึกถึงอะไรบางอย่าง”

อะไร?

“ทำไม่เอาเข็มทั้งหมดออกไปล่ะ”

หือ!?

ผมประหลาดใจกับเรื่องดังกล่าวจนย้ายสายตาจากดวงจันทร์ไปที่เรเชีย

“ดังนั้นเด็กสาวและอสูรจันทราจึงไม่ทำร้ายกันอีก พวกเขาสามารถใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุขตลอดไป” เรเชียกล่าวสรุปเรื่องราวของเธอ

“…เป็นเรื่องราวที่แปลกใหม่ดีนี่” ผมแสดงความคิดเห็น

เธอเปลี่ยนตอนจบเอาเองใช่มั้ย

"และข้อคิดของเรื่องนี้คือ?” ผมถาม

"ใครจะรู้ล่ะ? " เธอยิ้ม

เมื่อได้รับคำตอบเช่นนั้น ผมก็อดไม่ได้ที่จะมองด้วยสายตาสงสัย

“ช่วยไม่ได้ ฉันเพิ่งเขียนตอนจบขึ้นมาใหม่” เธอสารภาพ

อย่างที่คาด

“แต่ …ข้าชอบตอนจบนี้ แม้จะเรื่องราวของโศกนาฏกรรม แต่ในตอนท้ายทุกคนก็มีความสุข”

นั่นคือความฝันของเด็กผู้หญิงที่ไม่รู้จักโลกของความเป็นจริง หรือเป็นเพราะเป็นอย่างนี้เธอจึงได้เป็นนักบุญ

“บางที” ผมตอบ

“ถ้าคุณเข้าใจขนาดนั้น ฉันคิดว่ามันก็เพียงพอแล้ว” เรเชียกล่าวและกลับไปพักผ่อน

“...”

ผมยิ้มเล็กน้อยและมองขึ้นไปยังดวงจันทร์

เห็นได้ชัดว่าเธอพยายามให้กำลังใจผม

ผมคิดว่าสิ่งที่เธอพยายามพูดคือ: ถ้าผลลัพธ์มันชัดเจนแล้ว ทำไมคุณไม่พยายามเปลี่ยนแปลงมันล่ะ อะไรประมาณนั้น

“ความกังวลปรากฏบนใบหน้าข้าหรือ?”

ผมจับใบหน้าของตัวเองเพื่อตรวจสอบ

แต่อย่างน้อย …หัวใจผมก็สงบลง

การมีพรรคพวก ...มันไม่ได้แย่ขนาดนั้น

เปลวไฟแห่งการต่อสู้ที่ผมลืมไปสักพัก ตอนนี้กำลังลุกโชนอีกครั้ง

ผมมองขึ้นไปยังดวงจันทร์ที่ลอยอยู่บนท้องฟ้าและขอบคุณเรเชีย

แล้วผมก็คิดบางอย่างได้

“…เอาจริงเหรอ”

นี่ ... บางทีเราอาจจะมีโอกาสชนะ

ถึงจะใช้เวลานาน แต่เทพีแห่งปัญญาก็ยิ้มให้ผมแล้ว

จบบทที่ ตอนที่ 38 คืนก่อนสงคราม

คัดลอกลิงก์แล้ว