เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 35 ลางสังหรณ์

ตอนที่ 35 ลางสังหรณ์

ตอนที่ 35 ลางสังหรณ์


[เผ่าพันธุ์] ก็อบลิน

[เลเวล] 61

[คลาส] ดยุค , หัวหน้ากลุ่ม

[ทักษะ] <<สั่งการ>> <<ปฏิปักษ์>> <<คำรามอย่างรุนแรง>> <<ความชำนาญการใช้ดาบ B->> <<ความละโมบที่ไม่สิ้นสุด>> <<การจ้องมองจากปีศาจ>> <<จิตวิญญาณของราชัน>> <<ผู้ควบคุมแห่งปัญญา>> <<ดวงตามรกตของงู>> <<การเต้นรำแห่งความตาย>> <<ดวงตาของงูสีชาด>> <<การจัดการเวทมนตร์>> <<นักรบคลั่ง>> <<Third Impact>>

[การคุ้มครองจากพระเจ้า] เทพธิดาแห่งนรก อัลทีเซีย

[แอตทริบิวต์] ความมืด, ความตาย

[สัตว์เลี้ยง] โคโบลชั้นสูง (เลเวล 1) เกรย์วูล์ฟ (เลเวล 1) x2

[สถานะผิดปกติ] <<เสน่ห์ของนักบุญ >>

◇◆◇

[ก็อบลิน] กีก้า

ก็อบลินที่อาศัยอยู่ผู้นำคนก่อนพ่ายแพ้ให้กับออร์ค แต่ปัจจุบันเขาเป็นก็อบลินที่แข็งแกร่งที่สุดในบรรดาผู้ใต้บังคับบัญชาของผม เขาเป็นผู้ใช้หอก

[ก็อบลิน] กิกูว

อดีตผู้นำหมู่บ้าน เขาถูกกดดันเพื่อสละตำแหน่งให้กับผม เขาใช้ดาบยาวและค่อนข้างฉลาดถ้าเทียบกับก็อบลินแรร์ทั่วไป

[ก็อบลิน] กิกิ

เป็นที่รู้จักในฐานะผู้ฝึกสัตว์ เขาเลื่อนคลาสในหลังจากการล่ากวางเอเรล เป็นความสามารถที่ค่อนข้างหายากและเขาชอบที่จะใช้ขวาน

[ก็อบลิน] กิโก

ก็อบลินที่มีบาดแผลมากมายทั่วร่าง อาหารส่วนใหญ่มักถูกขโมยโดยเกรย์วูฟ ดังนั้นเขาจึงตัดสินใจที่จะติดตามผม เขาเป็นคนที่มีประสบการณ์มากที่สุดในหมู่พวกก็อบลินแรร์

[ก็อบลิน] กิซาร์

ดรูอิด (ก็อบลินแรร์) ผู้ใช้เวทย์ลม ที่เพิ่งเข้ากลุ่มมา

◇◆◇

ลิลลี่มาเพื่อแจ้งให้ผมทราบ

คำตอบของพวกเขา? แน่นอนว่าตกลง

พวกมนุษย์จะทำงานเพื่อปรับปรุงหมู่บ้าน เนื่องจากพวกเขาจะอาศัยอยู่ที่นี่ในอนาคตเช่นกัน

หลังจากการตรวจสอบทิศตะวันออกและได้ข้อตกลงในการปรับปรุงหมู่บ้าน เมื่อเราพัฒนามันให้กลายเป็นป้อมปราการ ในที่สุดเราก็สามารถเริ่มวางแผนในทิศตะวันตกได้

เกี่ยวกับเรื่องนั้นมีสองสิ่งที่ผมรู้ หนึ่งต้นกำเนิดของเหล่าก็อบลินคือป้อมปราการแห่งนรกอยู่ทางนั้นและสองเราต้องผ่านพื้นที่ที่ถูกควบคุมโดยออร์ค

ผมควรจะส่งคนไปหาข้อมูลก่อน

หลังจากขบคิด ผมตัดสินใจให้กิกูวและกิกิเป็นหน่วยสอดแนม

แต่ผมเองก็จะไปเช่นกัน

กิกูวจะมุ่งหน้าไปทางตะวันตกเฉียงเหนือ กิกิไปสำรวจทางตะวันตกเฉียงใต้ ส่วนผมจะมุ่งหน้าไปทางทิศตะวันตกโดยตรง ผมยังสั่งให้พวกเขาล่าถอยทันทีที่พบออร์ค

แต่ถ้าเป็นผม ผมจะฆ่าพวกออร์คทุกตัวหากเจอพวกมันระหว่างทาง

น่าเสียดายที่มันยังเป็นไปไม่ได้สำหรับกิกูวและกิกิ

ผมให้พวกเขาแต่ละคนพาก็อบลิน 5 ตัวไปด้วยเมื่อออกเดินทาง

ผมจะพากับก็อบลินไปด้วย 3 ตัว แต่ผมไม่ได้พาพวกเขาไปเพื่อลาดตระเวน เหตุผลคือผมต้องการเพิ่มก็อบลินแรร์ในกองทัพ

ดังนั้นก็อบลินทุกตัวที่พาไป ต้องมีเลเวลมากกว่า 60

เป้าหมายของภารกิจนี้คือการหาสถานที่ใกล้เคียงป้อมปราการแห่งนรกซึ่งสามารถใช้เป็นฐานทัพได้

ที่นั่นอยู่ห่างจากหมู่บ้านค่อนข้างไกล อาจจะมีภัยคุกคามอื่นนอกเหนือจากออร์คเช่นกัน

นั่นเป็นเหตุผลที่ผมต้องการสถานที่ที่เราสามารถใช้เป็นฐานทัพได้

อาจจะเป็นหมู่บ้านที่ถูกออร์คยึดไว้หรือป้อมปราการบางแห่ง ถ้าเป็นไปได้ผมต้องการสถานที่ที่มีการป้องกันแน่นหนาและมีคลังเก็บของขนาดใหญ่

พวกออร์คมักจะอาศัยอยู่ในพื้นที่โล่ง ดังนั้นผมควรจะหาจากสถานที่ดังกล่าว

เราเดินทางต่อไปเรื่อย ๆ และตัดต้นไม้ที่รกเพื่อทำเป็นสัญลักษณ์

ระหว่างทางเราเจอหนอนขนาดยักษ์ที่มีเขางอกขึ้นมาบนหัว ผมใช้ <<ดวงตาของงูสีชาด >> พบว่ามันชื่อ หนอนลูกศร

สิ่งเดียวที่ต้องระวังคือเขาที่งอกขึ้นมาจากหัวไปถึงหลังของพวกมัน นอกเหนือจากนั้นไม่มีอะไรพิเศษ

เมื่อเราตัดเนื้อออกมาและชิม เราพบว่ามันมีรสชาติที่หนักหน่วง แต่ก็ได้รับความนิยมอย่างน่าประหลาดในหมู่ก็อบลิน

เราอาจจะใช้พวกมันเป็นอาหารสำรองในการเดินทาง

บังเอิญที่เราพบมดยักษ์ตัวหนึ่งระหว่างทาง…น่าเสียดายเนื้อมันกินไม่ได้ จากนั้นก็มีกิ้งก่ายักษ์สองหัวที่รู้จักกันในชื่อ “ดับเบิ้ลลิซาร์ด” สุดท้ายคือหอยทากยักษ์ที่มีหนามงอกออกมาจากเปลือกชื่อว่า “พิคเคิ้ลสแนป”

ผมตระหนักว่ามอนสเตอร์ที่เราเจอในทิศตะวันตกเปลี่ยนไป ดังนั้นผมจึงตรวจสอบว่ามีอะไรที่กินได้บ้าง

อย่างที่คาด ไม่มีมอนสเตอร์ตัวอื่นที่แข็งแกร่งกว่าออร์ค พวกมันเป็นผู้ปกครองดินแดนตะวันตกอย่างแท้จริง แต่ด้วยเหตุผลบางอย่าง ผมไม่สามารถหาพวกมันเจอได้ไม่ว่าจะพยายามแค่ไหนก็ตาม

หรือผมจะเข้าใจผิด พวกออร์คไม่ได้อาศัยอยู่ที่นี่?

เมื่อความสงสัยเริ่มปกคลุมความคิด ผมก็สังเกตดวงอาทิตย์ที่อยู่บนท้องฟ้า

ผมไม่ควรเข้าไปลึกเกินไป สัญชาตญาณบอกผมถึงอันตรายว่าให้ออกจากที่นี่

หน่วยสอดแนมอื่นก็ไม่พบออร์ค

ทำไม? ทางตะวันตกเฉียงเป็นเขตของเกรย์วูล์ฟ แต่ไม่มีออร์คในทิศตะวันตกและตะวันตกเฉียงใต้เช่นกัน? เกิดอะไรขึ้น?

มีบางอย่างเกิดขึ้นรึเปล่า?

ถ้ามี ...ก็มีเพียงคำถามเดียว นั่นคือการเปลี่ยนแปลงที่ดีสำหรับเราหรือไม่

◇◆◇

ในวันถัดไป ผมสั่งให้กิซาร์และกิก้าอยู่เพื่อปกป้องหมู่บ้าน ผมพาก็อบลินบางส่วนไปออกล่าในทิศตะวันตกเฉียงเหนือ

กิซาร์ถามว่ามีอะไรที่เขาต้องทำหรือไม่ ผมเลยขอให้เขาขยายพื้นที่ล่าไปยังที่อยู่ของกวางหอก ท้ายที่สุดมันจะไม่มีประสิทธิภาพมากนัก หากเราต้องเอาชีวิตรอดในพื้นที่เสี่ยง ดังนั้นการเคลียร์เส้นทางจะดีที่สุด

เราไม่พบร่องรอยของออร์ค ดังนั้นเราจึงไปสำรวจที่หมู่บ้านเก่าของกิโกเพื่อใช้เป็นฐานสำรองสำหรับการเดินทาง จากนั้นผมส่งพวกก็อบลินไปทั้งสี่ทิศทางเพื่อสำรวจ

เรารู้เส้นทางแล้ว ดังนั้นเราจึงสามารถไปที่หมู่บ้านของกิโกได้อย่างรวดเร็ว เราออกเดินทางทั้งวันจนไปถึงถ้ำแห่งนั้น

มีเพียงปัญหาเล็กน้อยคือผมเข้าไปข้างในไม่ได้ …แต่ในเมื่อไม่มีอะไรให้ผมทำ ผมจึงออกไปสำรวจต่อในเวลากลางคืน

หลังจากสำรวจทั้งคืน ผมจึงกลับไปนอน

◆◇◆

ในวันถัดมาเราก็ออกไปลาดตระเวน

ผมสั่งให้ก็อบลินกลับมาทันทีหากพวกเขารู้สึกถึงอันตราย จากนั้นผมไปที่รังของเกรย์วูล์ฟที่อยู่ใกล้หมู่บ้าน

ถ้ำแห่งนี้รวมกับถ้ำของกิโกน่าจะจุก็อบลินได้ประมาณ 100 ตัว

มีอันตรายในการอาศัยอยู่ในพื้นที่สองแห่งพร้อมกัน แต่มันก็ไม่เลวถ้าเราใช้มันชั่วคราว

ท้ายที่สุดนี่คือถ้ำเดียวกับที่ผมฆ่าเกรย์วูล์ฟและพาลูกของมันออกมา

เมื่อผมเข้าไปในถ้ำ สิ่งเดียวที่เหลืออยู่คือศพที่ไร้ชีวิตของเกรย์วูล์ฟซึ่งตอนนี้เหลือเพียงหนังและกระดูก

ผมไม่มีคำจะขอโทษสำหรับเกรย์วูล์ฟ

แต่เพื่อแลกเปลี่ยน ผมจะดูแลลูกของพวกมันให้แข็งแรง

ผมรวบรวมกระดูกและขุดหลุม ที่นั่นผมจะฝังศพของพวกมันไว้ …แต่สำหรับหนัง มันอาจจะมีประโยชน์ ผมจึงเอามันกลับไปด้วย

ผมจะใช้หนังผืนนี้ ...เพื่อสานต่อความต้องการในอนาคตของผม

ผมมองไปรอบ ๆ ทุกมุมของถ้ำ จนกระทั่งพวกก็อบลินกลับมา

“ที่นี่ค่อนข้างสะดวกสบาย” ผมพูดพึมพำกับตัวเอง

เมื่อถึงตอนเย็น พวกก็อบลินจึงกลับมาและผมได้รับรายงาน

ไม่มีออร์คอยู่ในบริเวณโดยรอบเช่นกัน

“นี่ความหมายว่าอะไร?” ผมพึมพำ

โดยปกติแล้วผมควรจะมีความสุขกับข่าวข่าวนี้ แต่ด้วยเหตุผลบางอย่าง มันบอกเราว่าไม่ควรอยู่ที่นี่

เราค้นหาหลายที่เพื่อมองหาร่องรอยของออร์ค แต่...

“ท่านจะทำยังไงต่อ?” กิกูวถามในขณะที่เขาสังเกตใบหน้าที่ขบคิดของผม

“…พรุ่งนี้เราจะไปทางทิศตะวันตก” ผมตอบ

ในเมื่อเราไม่เจอพวกมัน พรุ่งนี้เราจะเข้าไปในดินแดนของออร์คโดยตรง

“กิโก” ผมเรียก

“ครับ” เขาตอบ

“แถวนี้มีพื้นที่ที่พวกก็อบลินหลายร้อยตัวสามารถอาศัยอยู่ได้หรือไม่”

กิโกคิดอยู่พักหนึ่งแล้วก็พยักหน้า

“มีภูเขาหินแห่งหนึ่งที่เราเคยใช้มาก่อน” เขากล่าว

ผมถามรายละเอียดจากกิโก ได้ความว่าพวกออร์คเข้ายึดภูเขานั้นทำให้พวกเขาต้องจากไป

ผมสงสัยว่า ...มันเร็วเกินไปรึเปล่าที่เราจะโจมตีออร์ค? หรือเราควรจะสอดแนมไปก่อน?

ผมคิดว่าเราจะไปสำรวจแล้วค่อยถอยกลับเมื่อจำนวนของพวกเขามากเกินไป

ด้วยความคิดเหล่านั้นผมตัดสินใจ

"ดี เราจะจัดลำดับความสำคัญในการลาดตระเวน กิโก วันพรุ่งนี้ข้าจะให้เจ้าเป็นผู้นำทาง”

“ขอรับ” กิโกพยักหน้า

◆◆◇

วันต่อมาทันทีที่เรารวบรวมอาหารเสร็จเราก็มุ่งหน้าไปยังภูเขาหิน

เราเดินผ่านพุ่มไม้อย่างระมัดระวังและให้ความสนใจกับสภาพแวดล้อม

ภูเขาที่เรียกว่าภูเขาหินนั้นไม่สูงมากนัก มันมีความสูงประมาณ 4 เมตร สามารถมองเห็นรูหลายรูบนก้อนหิน จนทำให้มันดูเหมือนกองหินทับซ้อนกันจนกลายเป็นภูเขา บริเวณโดยรอบแสดงให้เห็นอยู่ถึงการอาศัยของออร์คเนื่องจากบริเวณนั้นถูกตัดจนโล่ง

"นี่มัน ... " กิโกกล่าวอย่างสับสนกับการหายไปของออร์ค

เรายังคงสำรวจภูเขาหินจากระยะไกลและซ่อนตัวอยู่ในป่า แต่ก็ไม่มีออร์คออกมา

“อย่างที่คาดไว้ ที่นี่ก็ไม่มีออร์ค” ผมพึมพำ

จนถึงกลางคืนก็ยังไม่มีออร์คออกมา

“ลองเข้าไปกันเถอะ” ผมพูด

เมื่อเราปีนเข้าไป ข้างในไม่มีใครอาศัยอยู่

"เกิดอะไรขึ้น? "

คำพูดที่งุนงงเหล่านั้นสะท้อนกับความมืดภายใน

ที่นั่นบนยอดเขาซึ่งผมสามารถมองไปทางทิศตะวันตก

ป่าขยายไปทั่วทั้งผืนดิน แต่มีจุดที่สามารถมองเห็นต้นไม้เล็ก ๆ ได้จากระยะไกล ผมเห็นภูเขาลูกหนึ่งที่สูงมากจนไปถึงท้องฟ้า

มีบางอย่างเกิดขึ้น

ลางสังหรณ์สั่งให้ผมลงจากภูเขาเพื่อจบการลาดตระเวนและมุ่งหน้ากลับไปยังหมู่บ้าน

◇◇◆◆◇◇◆◆

ได้รับแผ่นหนังของเกรย์วูล์ฟ

จบบทที่ ตอนที่ 35 ลางสังหรณ์

คัดลอกลิงก์แล้ว