เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 17: ฉันคือไอ้ขี้ขลาดที่แกพูดถึง

บทที่ 17: ฉันคือไอ้ขี้ขลาดที่แกพูดถึง

บทที่ 17: ฉันคือไอ้ขี้ขลาดที่แกพูดถึง


ปัจจุบันกองบัญชาการของลัทธิบูชาไททันในเมืองหนานเจียงถูกกองทัพบุกทลายเรียบร้อยแล้ว ดังนั้นพวกเขาจึงพากันหนีมาอยู่ที่นี่ไม่ต่างจากสุนัขจรจัดที่ใช้ชีวิตแบบหลบ ๆ ซ่อน ๆ

ในขณะนี้ชายร่างผอมคนหนึ่งได้พูดทำลายความเงียบขึ้นมาว่า “หัวหน้า ท่านคัมบ้าบอกว่าเขาต้องการมนุษย์อย่างน้อย 10 คนมาสังเวยเพื่อให้เขาอัปเกรดเป็นไททันระดับ 6 ดังนั้นเราจะต้องส่งมนุษย์ 10 คนให้เขาภายใน 5 วันนี้ให้ได้”

“ยิ่งไปกว่านั้น เขายังบอกกับผมโดยเฉพาะว่า หากได้กินเลือดเนื้อของผู้มีพลังพิเศษ เขาก็จะมีพละกำลังที่แข็งแกร่งมากขึ้นกว่าเดิมหลายเท่า ท่านคัมบ้าบอกว่าเพียงเท่านี้ก็จะทำให้แผนของเราหลังจากนี้ราบรื่นมากขึ้น”

ทันทีที่เขาพูดจบ ชายที่เปลือยท่อนบนซึ่งมีรอยแผลเป็นบนใบหน้าก็ขมวดคิ้วเข้าหากัน “มันต้องการให้เราส่งมนุษย์ไปสังเวย 10 คน มันก็พูดง่ายสิ!”

“ตอนนี้พวกเราทุกคนกลายเป็นอาชญากรที่ทางการต้องการตัวเรียบร้อยแล้ว เราแทบจะก้าวเข้าไปในประตูเมืองไม่ได้ด้วยซ้ำ แล้วเราจะไปหาคนที่มีชีวิต 10 คนมาจากที่ไหนกัน!”

ชายหน้าบากร่างบึกบึนคนนี้เป็นหัวหน้าของกลุ่มผู้ศรัทธา

แม้ว่าเขาจะนั่งอยู่เฉย ๆ แต่รอบตัวเขาก็ยังแผ่จิตสังหารออกมา นั่นบ่งบอกว่าเขาเป็นฆาตกรที่ฆ่าคนมาแล้วนับไม่ถ้วน

“หัวหน้า อย่าโมโหไปเลย”

ชายตาตี่ที่มีสายตาเย็นชาเดินเข้ามาด้านข้างชายผู้เป็นหัวหน้า แล้วเขาก็พูดกลั้วหัวเราะว่า “ท่านคัมบ้าต้องการเพียงเลือดเนื้อของมนุษย์ไม่ใช่หรือไง? ถ้าอย่างนั้นเราก็มาทำให้เขาพอใจกันเถอะ”

“ผมได้แอบเปิดเผยที่อยู่ของเราให้กับสมาคมนักล่าเรียบร้อยแล้ว…”

ก่อนที่เขาจะทันได้พูดจบ ชายมีรอยแผลเป็นก็คว้าคอเสื้อของอีกฝ่ายมากัดฟันพูดด้วยความโมโห “นี่แกบ้าไปแล้วรึไง!”

“แกก็รู้ว่าพวกเราทุกคนเป็นอาชญากรที่ถูกประกาศจับ แล้วแกยังกล้าเปิดเผยที่ซ่อนของเราอีกเรอะ!”

“คำโบราณบอกไว้ว่า ที่ที่อันตรายที่สุดคือที่ที่ปลอดภัยที่สุด” ชายตาตี่คว้าข้อมือของคนตรงหน้าแล้วพูดว่า “หัวหน้า ตอนนี้เราไม่มีทางเลือกอื่น ในเมื่อคนพวกนั้นต้องการกำจัดเรา แถมพวกไททันก็ไม่ได้ยอมรับเราอย่างเต็มที่ พวกมันคงต้องการเลือดเนื้อของมนุษย์เท่านั้น ในสายตาของพวกไททัน เราเป็นเพียงแค่สุนัขรับใช้กลุ่มหนึ่ง”

“คุณลองคิดดูว่าจะเกิดอะไรขึ้นถ้าเราไม่สามารถหามนุษย์มาสังเวยให้กับท่านคัมบ้าตามที่ต้องการได้ เขาจะทำอะไรกับเรา?”

คนเป็นหัวหน้าตกตะลึงนิ่งงัน ก่อนที่เขาจะเผลอพูดออกไปว่า “เขาก็จะกินเราเพื่อให้ตัวเองพัฒนาไปอีกขั้น”

“ใช่แล้ว” ชายตาตี่ยิ้มเยาะ “ถ้าเราไม่สามารถพิสูจน์คุณค่าของตนเองว่ามีประโยชน์ต่อเผ่าไททัน ในสายตาของพวกเขา เราเป็นเพียงเบี้ยตัวหนึ่งที่สามารถจับกินได้ตลอดเวลา”

คราวนี้สายตาของชายหน้าบากก็เหม่อลอย ในขณะที่เขากล่าวออกมาเสียงเบา “แล้วแกคิดจะทำยังไง?”

“ผมได้ปล่อยข่าวให้สมาคมนักล่ารู้ที่ซ่อนของเราแล้ว” ชายตาตี่พูดขึ้นอย่างใจเย็น “ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาด ในไม่ช้าจะต้องมีทีมนักล่ามาตามล่าพวกเราอย่างน้อย 1 หรือ 2 ทีมแน่”

“แล้วพวกมัน… ก็ไม่รู้ว่าท่านคัมบ้าอยู่ที่นี่”

พอได้ยินแบบนี้ผู้เป็นหัวหน้าก็เข้าใจเจตนาของอีกฝ่าย เขาจึงพูดด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นว่า “แกวางกับดักเพื่อล่อให้นักล่าที่มีพลังพิเศษมาหาเรา แล้วค่อยให้ท่านคัมบ้ากินพวกมันจนสามารถอัปเกรดได้สำเร็จใช่ไหม!”

“ถ้าแผนการนี้สำเร็จ นอกจากเราจะมีชีวิตรอดแล้ว นี่ยังช่วยพิสูจน์คุณค่าของเราต่อเผ่าไททันได้อีกด้วย”

“กลยุทธ์ยืมมือคนอื่นฆ่าคน… เป็นกลยุทธ์ที่ยอดเยี่ยมมากจริง ๆ”

ต้องบอกว่าแผนการนี้มันสุดโต่งมาก แต่ก็นับว่ายิงปืนนัดเดียวได้นก 2 ตัว

ในขณะนี้ชายตาตี่ยิ้มกว้างพร้อมกับกล่าวว่า “ถึงแม้ว่าเราจะเป็นเพียงแค่สุนัขรับใช้ แต่อย่างน้อยเราก็ยังมีประโยชน์ หมากัดไม่เห่า”

พอชายมีรอยแผลเป็นเห็นรอยยิ้มของชายตาตี่ เขาก็อดรู้สึกหนาวไปทั่วสันหลังไม่ได้

เขาไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าจะมีงูพิษแบบนี้อยู่ในกลุ่มของพวกเขาด้วย หลังจากเงียบไปครู่หนึ่ง เขาก็อดไม่ได้ที่จะถามขึ้นมาว่า “แกชื่ออะไร”

“ผมเหรอ?” ชายตาตี่ชี้หน้าตัวเองพร้อมกับยิ้มจาง ๆ

“ผมชื่อฉู่เซียว”

หลังจากที่ ‘ฉู่เซียว’ ชี้แจงแผนการเรียบร้อยแล้ว เหล่าผู้ศรัทธาลัทธิบูชาไททันก็ไม่ได้แสดงท่าทีกังวลเหมือนก่อนหน้านี้

ถึงอย่างไรสิ่งที่พวกเขาต้องการก็คือรอให้เหยื่อมาติดเบ็ดอยู่ที่เดิม

หากพวกเขาช่วยให้ท่านคัมบ้าอัปเกรดเป็นไททันภัยพิบัติได้สำเร็จ นี่จะนับว่าเป็นผลงานที่ยิ่งใหญ่

เมื่อถึงเวลานั้น บางทีพวกไททันอาจจะมอบรางวัลพิเศษอะไรบางอย่างให้กับพวกเขา

พอชายหน้าบากคิดถึงรางวัลพิเศษ เขาก็อดไม่ได้ที่จะตาลุกวาว

หากพวกเขาได้รับการยอมรับจากไททันจริง ๆ พวกเขาก็ไม่จำเป็นจะต้องใช้ชีวิตแบบหลบ ๆ ซ่อน ๆ เหมือนเดิมอีกต่อไป

“ฉู่เซียว หากแผนการนี้สำเร็จจริง ๆ ฉันจะแต่งตั้งให้แกเป็นรองหัวหน้า เป็นมือขวาที่ฉลาดที่สุดของฉัน” คนเป็นหัวหน้าหัวเราะร่าในขณะที่ตบไหล่ชายตาตี่ 2 ที

“เป็นเกียรติอย่างยิ่งเลยครับ” ฉู่เซียวยิ้มมุมปาก ถ้าสังเกตให้ดี แววตาของเขากลับแสดงออกถึงความรังเกียจซึ่งบ่งบอกได้ว่าเขาดูถูกชายตรงหน้ามากแค่ไหน

ถ้าไม่ใช่เพราะว่าสถานการณ์ ณ ปัจจุบันไม่เอื้ออำนวย เขาคงไม่มีทางร่วมมือกับเศษสวะพวกนี้แน่

หลังจากหาทางออกกันได้แล้ว คนที่เป็นหัวหน้าก็อารมณ์ดีมากขึ้น เขาเดินไปนั่งลงข้างกองไฟแล้วหยิบไม้มาเขี่ยฟืนตรงหน้าขณะที่พูดว่า “ว่าแต่… ได้ยินข่าวกันหรือยังว่าลูกชายของหลินเทียนเชวี่ยไม่ยอมเข้าร่วมกองทัพเพราะกลัวตาย”

“เรื่องนี้ทำให้โลกโซเชียลแทบแตก ทั่วทั้งประเทศต่างพากันลงความเห็นว่าฮีโร่ที่น่าเคารพนับถือคนนั้นกลับให้กำเนิดลูกชายที่ขี้ขลาดออกมา ฮ่า ๆๆ สมน้ำหน้ามันจริง ๆ!!”

“ถ้าไม่ใช่เพราะหลินเทียนเชวี่ยกับลูกน้องของมันมาคอยกวาดล้างลัทธิไททัน พวกเราคงไม่กลายเป็นหมาจรจัดเหมือนอย่างตอนนี้หรอก!”

พอพูดถึงเรื่องนี้ ชายที่มีรอยแผลเป็นก็เริ่มกัดฟันแน่น

ในเวลาเดียวกัน ฉู่เซียวก็พูดขึ้นว่า “ต้องยอมรับว่าหลินเทียนเชวี่ยเก่งมากจริง ๆ น่าเสียดายที่เผ่าพันธุ์มนุษย์ถูกกำหนดเอาไว้แล้วว่าด้อยกว่าเผ่าไททัน แต่เขาก็เลือกที่จะทำอะไรสวนกระแสอยู่เรื่อย ไม่มีมดที่ไหนเขย่าต้นไม้ได้หรอก สุดท้ายแล้วเขาก็ได้พบจุดจบแบบนั้น พูดได้เลยว่าเขารนหาที่เอง”

“ฮ่า ๆๆ! ยิ่งมันทุกข์ทรมานมากเท่าไหร่ ฉันก็ยิ่งมีความสุขมากขึ้นเท่านั้น!” ผู้เป็นหัวหน้าเงยหน้าหัวเราะลั่น “ฉันคิดว่าถ้าเราสามารถโน้มน้าวเจ้าลูกชายขี้ขลาดของมันให้มาเข้าร่วมลัทธิของเราได้แล้วละก็…”

“ฉันไม่อยากจะคิดเลยว่าหลินเทียนเชวี่ยจะทำหน้ายังไงตอนที่ได้รู้เรื่องนั้น มันคงจะสะใจไม่หยอก!”

ลูกน้องของชายหน้าบากพูดขึ้นทันทีว่า “มันคงจะยิ่งน่าสนใจมากกว่าเดิมหากเราทำให้เขาเหมือนตกนรกทั้งเป็น”

“แต่ผมก็คงรู้สึกไม่ดีเท่าไหร่ที่จะให้คนที่ไม่กล้าแม้จะเผชิญหน้ากับศัตรูในสนามรบมาอยู่ลัทธิของเรา”

“ฮ่า ๆ อย่ารู้สึกแย่เลย ปล่อยให้แม่ทัพมังกรรู้สึกแย่ไปคนเดียวเถอะ ไม่ได้ยินข่าวหรือไงว่าหลินเทียนเชวี่ยถึงขั้นยอมโค้งคำนับขอโทษทุกคนแทนลูกชายขี้แพ้ของตัวเอง”

“ใช่ ๆ เรื่องนั้นโคตรฮาเลย ผมไม่คิดเลยว่าคนที่แข็งแกร่งอย่างหลินเทียนเชวี่ยจะยอมละทิ้งศักดิ์ศรีของตัวเองเพื่อลูกชายคนเดียว ถ้ารู้แบบนี้ เราก็ไม่จำเป็นต้องคิดหาวิธีหาเรื่องใส่ร้ายเขาให้ปวดหัวหรอก”

ปัง!!

ขณะที่ทุกคนกำลังประสานเสียงหัวเราะ จู่ ๆ ประตูโรงงานร้างก็ถูกเตะเปิดออกโดยใครบางคน

ชายคนนั้นถือดาบยาวยืนจังก้าอยู่ที่หน้าประตู

“ดูเหมือนว่าปลาจะติดเบ็ดแล้ว” ฉู่เซียวหรี่ตาพึมพำกับตัวเองเสียงเบา

ส่วนชายหน้าบากก็ผุดลุกขึ้นยืนพร้อมกับแสยะยิ้ม “ในเมื่อแกมาถึงที่นี่ ทำไมไม่แนะนำตัวหน่อยล่ะ?”

หลังจากที่เขาลุกขึ้นพูด ผู้ศรัทธาลัทธิบูชาไททันทั้งหมดที่อยู่เบื้องหลังก็พากันลุกขึ้นเช่นกัน โดยที่ทุกคนแผ่ไอสังหารออกมากดดันศัตรูตรงหน้า

“แนะนำตัว? ...ฉันคิดว่าไม่จำเป็นหรอก” ชายคนนั้นเงยหน้าขึ้นพูดด้วยรอยยิ้ม “เพราะพวกแกเพิ่งพูดถึงฉันไม่ใช่เหรอ?”

“ฉันคือ… ลูกชายขี้ขลาดของหลินเทียนเชวี่ย!!”

หลังจากที่เด็กหนุ่มพูดจบ คนของลัทธิบูชาไททันก็หน้าถอดสี

ถ้าหากเป็นไปตามที่พวกเขาพูดกัน หลินหยวนควรจะเป็นเศษสวะที่ไม่กล้าแม้แต่จะไปต่อสู้ในแนวหน้าไม่ใช่เหรอ?

คนปอดแหกเช่นนี้จะมีความกล้ามาถึงที่นี่ได้อย่างไร!?

หรือว่า… มันพาหลินเทียนเชวี่ยมาที่นี่!?

แค่คิดถึงชื่อนี้ หัวใจของเหล่าผู้ศรัทธาก็สั่นไหว

ถึงแม้ว่าพวกเขาจะเกลียดหลินเทียนเชวี่ยเข้ากระดูกดำ แต่ในความเป็นจริง ตำแหน่งแม่ทัพมังกรเพียงอย่างเดียวก็เป็นการการันตีให้พวกเขารู้สึกหวาดกลัวแล้ว

หากผู้ชายคนนั้นมาปรากฏตัวต่อหน้าจริง ๆ พวกเขาคงจะกลัวจนฉี่ราด

ไม่สิ…

ชายหน้าบากคิดขึ้นมาได้ว่าหลินเทียนเชวี่ยสูญเสียพละกำลังทั้งหมดจนกลายเป็นคนพิการไปแล้วไม่ใช่เหรอ?

หรือว่าอีกฝ่ายกำลังเสแสร้งกันแน่?

ชั่วขณะนั้นในหัวของคนเป็นหัวหน้าลัทธิมีความคิดต่าง ๆ มากมาย ดังนั้นเขาจึงไม่กล้าลงมือทำอะไรบุ่มบ่าม

ทางด้านหลินหยวนมองปราดเดียวก็รู้ว่าอีกฝ่ายกำลังคิดอะไรกันอยู่ เขาหัวเราะเยาะเย้ยแล้วพูดว่า “ไม่ต้องกังวล หลินเทียนเชวี่ยไม่ได้อยู่ที่นี่ พวกแกคิดว่าคนอย่างพวกแกคู่ควรให้มือของเขาเปื้อนเลือดงั้นเหรอ?”

ชายผู้เป็นหัวหน้าหรี่ตาลงพร้อมกับพูดดูถูกฝ่ายตรงข้ามว่า “ก็จริง แต่ว่าแกมาที่นี่คนเดียวคิดว่าจะเอาชีวิตมาทิ้งให้เสียเปล่างั้นเหรอ? หรือว่าแกคิดจะมาเข้าร่วมลัทธิไททันของเราจริง ๆ?”

“ถ้าอย่างนั้นก็ไม่ต้องห่วง ขอแค่แกยินดีที่จะเข้าร่วมลัทธิไททันของเรา ถึงแม้ว่าแกจะไม่จำเป็นต้องทำอะไร แต่แกก็จะยังเป็นแขกผู้มีเกียรติสำหรับเผ่าไททัน”

หลินหยวนปรายตามองคนพูดแล้วตอบกลับไปว่า “แกคิดจะใช้ฉันทำร้ายพ่อของฉันงั้นเหรอ? ไอ้ขยะ นั่นเป็นความคิดที่ดี”

“แต่ฉันบอกตั้งแต่เมื่อไหร่ว่าฉันมาคนเดียว?”

จบบทที่ บทที่ 17: ฉันคือไอ้ขี้ขลาดที่แกพูดถึง

คัดลอกลิงก์แล้ว