- หน้าแรก
- มหาศึกไททันล้างโลก
- บทที่ 4: ออกไปล่าไททัน
บทที่ 4: ออกไปล่าไททัน
บทที่ 4: ออกไปล่าไททัน
การที่มนุษย์คนหนึ่งจะฆ่าไททันทั่วไป 1,000 ตัวอาจจะไม่ใช่เรื่องง่าย ยิ่งไปกว่านั้น พวกมันยังเป็นไททันที่มีขนาดใหญ่กว่ามนุษย์หลายพันเท่า
แม้ว่าไททันทั้งหมดจะมายืนเรียงคิวรอให้คุณสับมันให้ละเอียด แต่การทำแบบนั้นอาจจะต้องใช้เวลามากกว่า 10 ชั่วโมง!
อีกทั้งภารกิจนี้ยังมีเวลาจำกัดเพียง 1 เดือนเท่านั้น
ดังนั้นแม้ว่าภารกิจนี้จะถูกจัดให้อยู่ในระดับ E แต่ในสายตาของนักล่าคนอื่น ๆ แม้แต่ผู้มีพลังพิเศษแรงก์ C ก็ยังไม่อาจทำสำเร็จได้
ส่วนผู้มีพลังพิเศษแรงก์ B ขึ้นไป พวกเขาคงไม่ยอมมาเสียเวลาขอรับภารกิจดังกล่าว
เพราะเหตุนี้เอง ภารกิจนี้จึงค้างอยู่บนหน้าจออยู่เป็นเวลานานโดยที่ไม่มีใครรับทำ ถึงหลินหยวนจะรับภารกิจที่ไม่มีใครเอานี้ไป แต่ทุกคนก็ไม่คิดว่าเด็กใหม่จะทำได้สำเร็จ จึงทำให้เกิดเสียงล้อเลียนและเสียงวิพากษ์วิจารณ์มากมาย
มีกฎกำหนดเอาไว้ว่าหากไม่สามารถทำภารกิจของสมาคมนักล่าให้สำเร็จภายในเวลาที่กำหนด ผู้ที่รับภารกิจจะต้องจ่ายค่าชดเชย
ตอนนี้นักล่าทุกคนมองหลินหยวนเป็นตัวตลก พวกเขาตั้งหน้าตั้งตารอที่จะได้เห็นอีกฝ่ายแบกหน้ามายกเลิกภารกิจนี้
แน่นอนว่ายังมีนักล่าใจดีที่อยากจะเตือนเขา แต่ทันทีที่พวกเขาออกตัว คนรอบข้างก็รีบเข้ามาห้ามเอาไว้
“ก็ได้ ๆ ถึงยังไงเขาก็รับภารกิจไปแล้ว ถ้าฉันไปพูดให้เขายอมแพ้ตอนนี้ ยังไงเขาก็ต้องจ่ายค่าชดเชยอยู่ดี”
“เด็กใหม่แบบนี้ควรได้รับบทเรียนซะบ้าง ไม่งั้นในอนาคตเขาอาจจะสูญเสียมากกว่านี้”
“ใช่ ๆ ถึงแม้ว่าเราจะหวังดีไปเตือนเขาตอนนี้ เขาก็ไม่ฟังหรอก แถมเขาจะมาหาว่าแกไปทำให้เขาเสียเวลาอีกด้วย ฮ่า ๆๆ”
หลังจากรับภารกิจหลินหยวนก็ไม่ได้รั้งอยู่ที่สมาคมนักล่า เขาดึงฮู้ดให้มาปิดหน้าตัวเองมากขึ้นแล้วเดินออกจากประตูไปอย่างรวดเร็ว
ครึ่งชั่วโมงต่อมา
ในที่สุดหลินหยวนก็มาถึงชานเมืองหนานเจียง
เขาเงยหน้าขึ้นมองกำแพงโลหะผสมที่ตั้งตระหง่านสูงกว่า 100 เมตรตรงหน้า
กำแพงนี้สูงเสียดฟ้า แล้วโลหะที่ผสมสีเงินภายใต้ความมืดมิดยามค่ำคืนก็เปล่งประกายแวววาวดูเยือกเย็น
กำแพงโลหะผสมนี้สามารถขวางกั้นไททันที่ต่ำกว่าระดับ 5 เอาไว้ได้
ไททันได้ถูกแบ่งระดับความแข็งแกร่งออกเป็น 1-9 ส่วนมนุษย์ระดับของพลังพิเศษจะแบ่งออกเป็นแรงก์ E-SSS
สำหรับไททันส่วนใหญ่ที่อยู่ในระดับสูงกว่าระดับ 5 นั้นนับได้ว่ามีพลังทำลายล้างโลกได้เลยทีเดียว!
ไททันระดับ 6 จึงมีชื่อเรียกอีกอย่างว่า ‘ไททันภัยพิบัติ’
ไททันระดับ 7 ถูกเรียกว่า ‘ไททันมหาวิบัติ’
ไททันระดับ 8 ถูกเรียกว่า ‘ไททันมหันตภัย’
ส่วนไททันมังกรเพลิงที่ทำให้หลินเทียนเชวี่ยต้องอยู่ในสภาพไร้ประโยชน์ในศึกครั้งสุดท้ายก็คือไททันระดับมหันตภัย
น่าแปลกที่ในความทรงจำของหลินหยวนดูเหมือนว่าไททันระดับ 9 ไม่เคยปรากฏตัวในสนามรบเลย เขารู้เพียงว่าไททันระดับ 9 นั้นถูกมนุษย์เรียกว่าเป็น… ‘ไททันโลกาวินาศ’ !
หากพวกมันเข้าร่วมสนามรบ แม้แต่การป้องกันของมนุษย์ที่แข็งแกร่งที่สุดก็จะถูกทำลายลงในพริบตา
สำหรับมนุษย์ ไททันระดับนี้ไม่ต่างจากวันสิ้นโลกในสายตาพวกเขา
โชคดีที่เมืองหนานเจียงที่เป็นบ้านเกิดของหลินหยวนซึ่งเขาอาศัยอยู่นั้นตั้งอยู่ด้านหลังสนามรบ ไททันที่อยู่นอกกำแพงเมืองเกือบทั้งหมดเป็นไททันที่มีระดับต่ำกว่า 5
เพราะเมื่อพบไททันที่อยู่ในระดับภัยพิบัติขึ้นไป ประเทศก็จะส่งกองกำลังไปกำจัดมันทันที ก่อนที่มันจะกลายเป็นภัยคุกคามต่อเมืองที่อยู่ด้านหลัง
กล่าวอีกนัยหนึ่ง นอกจากกำแพงโลหะสูง 100 เมตรตรงหน้าจะป้องกันไททันที่อยู่ในระดับต่ำกว่า 5 ได้แล้ว มันยังเป็นเหมือนเกราะป้องกันคนที่อาศัยอยู่ในเมืองหนานเจียงไม่ให้ถูกไททันรุกรานอีกด้วย
ขณะที่หลินหยวนกำลังจะออกจากเมือง ผู้ชาย 2 คนในเครื่องแบบทหารที่กำลังถือปืนก็ก้าวมาขวางเขาเอาไว้
“ตอนนี้อยู่ในช่วงเคอร์ฟิว คนที่ต้องการจะเดินทางออกจากเมืองทุกคนจะต้องแสดงเอกสารก่อนครับ”
ชายทั้ง 2 ที่อยู่ตรงหน้าเด็กหนุ่มเป็นทหารรักษาเมือง
ทหารรักษาเมืองมีหน้าที่ลาดตระเวนอยู่บริเวณกำแพง หากเกิดการรุกรานของไททันจากนอกเมือง พวกเขามีหน้าที่ส่งสัญญาณเตือนให้ผู้คนในเมืองรู้ และทำการเปิดฉากโจมตีไททันเป็นกองกำลังแรก
แม้ว่าทหารพวกนี้จะไม่ได้ออกไปต่อสู้ในแนวหน้า แต่พวกเขาก็สมควรได้รับการยกย่องจากผู้คนเช่นกัน
เป็นเพราะมีคนกลุ่มนี้อยู่ ชาวเมืองจึงสามารถนอนหลับได้อย่างสงบสุขไร้กังวล
หลินหยวนรู้ขั้นตอนในการออกจากเมืองเป็นอย่างดี เขาจึงได้แสดงเอกสารของเขาต่อหน้าทหารทั้ง 2 ทันที
“คุณเป็นนักล่าจากสมาคมนักล่างั้นเหรอ?”
ชายคนหนึ่งเหลือบมองเด็กหนุ่ม ก่อนจะเอ่ยเตือนอีกฝ่ายว่า “ในเอกสารระบุว่าคุณเป็นนักล่าแรงก์ E หากคุณจะออกไปนอกเมือง คุณจะต้องระวังตัวให้มาก ด้านนอกกำแพงนี้ตอนกลางคืนอันตรายกว่าที่คุณคิด”
หลินหยวนพยักหน้าในขณะที่ตอบเสียงเบาว่า “ขอบคุณสำหรับคำเตือนครับ”
หลังจากตรวจสอบเอกสารเสร็จแล้ว ทหารลาดตระเวนทั้ง 2 ก็เดินออกไปทันที เพราะการลงทะเบียนเป็นนักล่า มันจำเป็นจะต้องมีเงื่อนไขบางอย่างด้วยเช่นกัน
คนที่จะเป็นนักล่าได้นั้นจะต้องมีความแข็งแกร่งในระดับหนึ่ง
หลินหยวนได้รับการยอมรับจากสมาคมนักล่าว่ามีคุณสมบัติในการลงทะเบียนเนื่องจากพลังพิเศษแบบคู่ของเขา
…
“เฮ้อ~!”
เมื่อหลินหยวนเดินออกมาจากกำแพงเมือง เขาก็ถอนหายใจยาว
จากนั้นเขาก็เงยหน้าขึ้นมองดวงจันทร์ที่ลอยเด่นอยู่บนท้องฟ้าอันมืดมิด
หลังออกจากเมืองที่ไม่ต่างกับกรงขังสัตว์ ไม่รู้ว่าเขาคิดไปเองหรือเปล่า เพราะแม้แต่ท้องฟ้าเขาก็ยังรู้สึกว่ามันกว้างมากขึ้น!
“สักวันหนึ่ง มนุษย์จะต้องไม่ถูกกักขังอยู่หลังกำแพงอีกต่อไป พวกเขาจะต้องใช้ชีวิตได้อย่างภาคภูมิบนโลกใบนี้!”
เด็กหนุ่มหายใจเอาอากาศที่เหม็นคาวเล็กน้อยเข้ามาในปอด ในขณะเดียวกันความคิดนั้นก็ทำให้เขากำมือแน่น
ต่อมา เขาดึงฮู้ดออกก่อนจะหายตัวไปท่ามกลางความมืด
เขาไม่ลืมจุดประสงค์ในการออกนอกเมืองในครั้งนี้
นั่นก็คือ… ล่าไททัน!
…
“ไททันทั่วไป 5 ตัวอยู่รวมกันในทาง 12 นาฬิกา ซึ่งส่วนใหญ่มีขนาดระหว่าง 3 ถึง 5 เมตร”
“3 นาฬิกาทางด้านขวามือมีไททันทั่วไป 3 ตัวและไททันขนาดใหญ่ 1 ตัวซึ่งมีความสูง 15 เมตร”
“ข้าง ๆ กันมีไททันทั่วไป 4 ตัว พวกมันอยู่ห่างกันไม่เกิน 5 กิโลเมตร”
“หากการต่อสู้เริ่มต้นขึ้น มันจะดึงดูดความสนใจไททันพวกนี้”
หลินหยวนนอนหมอบอยู่ตรงกิ่งไม้บนยอดของต้นไม้ใหญ่ ในขณะที่ใช้สายตาเฉียบแหลมคอยสังเกตสถานการณ์รอบตัว
ก่อนการต่อสู้จะเริ่มขึ้นอย่างเต็มรูปแบบ เขาจำเป็นจะต้องสังเกตสภาพแวดล้อมโดยรอบเอาไว้ล่วงหน้า จากนั้นเขาจึงค่อยวางแผนการต่อสู้
ทั้งหมดนี้เป็นสิ่งที่เขาได้เรียนรู้มาในหลักสูตรภาคปฏิบัติในโรงเรียน ไททันทั่วไปที่ถูกเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า ‘ไททันไร้สมอง’ ส่วนใหญ่พวกมันเป็นไททันที่ไม่มีสติปัญญา พวกมันใช้ชีวิตด้วยสัญชาตญาณเพียงเท่านั้น
ไททันเหล่านี้ส่วนใหญ่แล้วจะมีขนาดน้อยกว่า 10 เมตร เมื่อเทียบจากพลังของไททัน พวกมันถูกจัดอยู่ในประเภทไททันระดับ 1 หรือระดับ 2
กล่าวอีกนัยหนึ่งก็คือ ผู้มีพลังพิเศษแรงก์ D ทั่วไปสามารถต่อสู้กับไททันไร้สมองเพียงลำพังได้แบบสบาย ๆ
อย่างไรก็ตาม ไททันทั่วไปพวกนี้ส่วนใหญ่ชอบอยู่รวมกันเป็นกลุ่ม พวกมันจึงมักจะทำให้นักล่าหน้าใหม่ส่วนใหญ่ตกอยู่ในสภาพสิ้นหวังเนื่องจากจำนวนฝ่ายตรงข้ามที่มากกว่า
หลินหยวนเองไม่รู้ว่าเขาจะสามารถรับมือกับไททันไร้สมองเหล่านี้ได้กี่ตัวกันแน่
แต่เด็กหนุ่มรู้แก่ใจว่าเขาคงไม่สามารถกำจัดไททันกลุ่มแรกได้ทั้งหมดก่อนที่ไททันที่อยู่รอบ ๆ จะมารวมตัวกันได้อย่างแน่นอน
เมื่อถึงเวลานั้นชะตาชีวิตของเขาก็จะถูกไททันทั้งหลายฉีกร่างเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยแล้วกลืนกินเข้าไปไม่เหลือแม้แต่กระดูก
ไม่ว่าจะในกรณีไหน หลินหยวนก็ไม่กล้าเอาชีวิตของตัวเองไปเสี่ยง ดังนั้นในสถานการณ์เช่นนี้ วิธีการที่ดีที่สุดคือการดึงดูดไททันกลุ่มใหญ่มาทางนี้ก่อน
หลังจากเด็กหนุ่มเก็บข้อมูลครบแล้ว แผนการต่อสู้ก็ปรากฏขึ้นในหัวของเขาทันใด
วินาทีต่อมา เขาหยิบ [หุ่นจักรกล] ออกมาจากช่องเก็บรางวัลลงชื่อเข้าใช้โดยตรง
ก่อนที่หุ่นจักรกลจะถูกเปิดใช้งาน พวกมันเป็นเพียงลูกเหล็กกลม ๆ ขนาดเล็ก
พอหลินหยวนกดสวิตช์เริ่มต้น ลูกเหล็กตรงหน้าก็ค่อย ๆ ขยายตัวออกแล้วมีรูปร่างเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว กลายเป็นหุ่นจักรกล 10 ตัวที่มีรูปร่างคล้ายกับตัวเขาเอง!
ตามรายละเอียดที่ระบุไว้ในระบบ หุ่นจักรกลพวกนี้ไม่ได้มีพลังมากนัก และแข็งแกร่งกว่าคนทั่วไปเพียงเล็กน้อยเท่านั้น
อย่างไรก็ตาม เด็กหนุ่มไม่ได้คิดจะใช้พวกมันต่อสู้แทนตนเองอยู่แล้ว
หลินหยวนยืนอยู่ตรงหน้าหุ่นจักรกล จากนั้นเขาก็ออกคำสั่งอย่างใจเย็น “ไปล่อไททันทั้งหมดที่อยู่ตรงหน้ามาที่นี่!”
“ยืนยันคำสั่ง!”
สิ้นเสียงพูด ไฟแสดงสถานะของหุ่นจักรกลก็สว่างขึ้น ก่อนที่พวกมันจะเคลื่อนผ่านป่าไปด้วยความเร็วสูงโดยมุ่งหน้าเข้าหาเป้าหมาย
ในเวลานั้นหลินหยวนซ่อนตัวอยู่บนยอดไม้พร้อมกับกระชับดาบปราบมังกรให้แน่นขึ้น ขณะที่ร่างกายของเขาตึงเครียดประหนึ่งสัตว์ร้ายที่กำลังเฝ้ารอโอกาส