เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 1: ยุคไททัน

บทที่ 1: ยุคไททัน

บทที่ 1: ยุคไททัน


“หลินหยวน ลุกขึ้นมาตอบประวัติศาสตร์ตั้งแต่ยุคไททันเริ่มขึ้นซิ!”

หลังจากที่ครูประจำชั้น ‘จางเทา’ พูดจบ เด็กหนุ่มผมดำ ดวงตาสีดำสนิท หน้าตาหล่อเหลา อายุประมาณ 18 ปีก็ลุกขึ้นตอบเสียงเรียบ “ตั้งแต่ยุคไททันเริ่มขึ้น ประวัติศาสตร์ของมวลมนุษยชาติสามารถแบ่งออกได้คร่าว ๆ 3 ช่วงครับ นั่นก็คือยุคมืด ยุคแห่งการเอาตัวรอด และยุคสงครามในปัจจุบัน”

“เมื่อ 120 ปีก่อน โลกเกิดการเปลี่ยนแปลง พื้นที่ของโลกขยายตัวมากกว่าเดิม 100 เท่า แต่ในเวลานั้น ไม่มีใครรู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้น จนกระทั่ง 3 เดือนต่อมา เครื่องบินลำหนึ่งระหว่างที่บินอยู่บนท้องฟ้าเกิดการผันผวน ไม่นานก็เกิดรอยแยกกลางอากาศนับไม่ถ้วนทั่วท้องฟ้าเหนือผืนดิน จากนั้นเผ่าพันธุ์ไททันก็เริ่มรุกรานโลก! แต่นี่ไม่ใช่การต่อสู้ที่เท่าเทียมครับ… มันเป็นการสังหารหมู่ที่โหดร้าย หรือก็คือจุดเริ่มต้นของความมืดมิดที่ยาวนาน นี่จึงถูกเรียกว่ายุคมืด”

“พวกไททันกินมนุษย์เป็นอาหาร และได้เกิดวิวัฒนาการเป็นสายพันธุ์ต่าง ๆ ครับ ตัวอย่างเช่น ไททันเพลิง ไททันลิงปีศาจ ไททันเหล็ก ไททันซอมบี้ และอื่น ๆ อีกมากมาย ภายในเวลาเพียงปีเดียว ประชากรทั่วโลกลดลงถึง 60% ขณะเดียวกัน ถิ่นที่อยู่อาศัยของมนุษย์ถูกบีบให้แคบลง”

“โชคดีที่สัญชาตญาณเอาตัวรอดของมนุษย์นั้นเป็นกุญแจสำคัญในการอยู่รอด สัญชาตญาณในการเอาตัวรอดทำให้มนุษย์สามารถก้าวข้ามขีดจำกัดของยีนตัวเอง แล้ววิวัฒนาการแบบก้าวกระโดดเมื่อต้องเผชิญกับการเสี่ยงสูญพันธุ์”

“ในปีที่ 36 ของยุคไททัน ผู้มีพลังพิเศษคนแรกได้ปลุกพลังพิเศษขึ้นท่ามกลางสนามรบ หลังจากนั้นพลังพิเศษของมนุษย์ก็ถูกปลุกขึ้นทั่วโลก เราเรียกพวกเขาว่าผู้มีพลังพิเศษรุ่นแรก!”

“พวกเขาเป็นผู้บุกเบิกมนุษยชาติ รวมถึงเป็นผู้พิทักษ์โลก! ผู้มีพลังพิเศษรุ่นแรกนี้ได้สร้างแนวป้องกันทั่วโลกขึ้นมาภายใต้แรงกดดันมหาศาลจากเผ่าไททัน เพื่อให้มนุษย์อย่างพวกเราได้มีโอกาสพักหายใจ เป็นเพราะผู้บุกเบิกเหล่านี้เองครับที่ทำให้เราสามารถยึดดินแดนคืนจากไททันมาได้สำเร็จ”

“และตอนนี้ ความขัดแย้งระหว่างมนุษย์กับไททันก็ทวีความรุนแรงมากขึ้นจนเข้าสู่สงครามเต็มรูปแบบ ไททันที่โหดร้ายคิดจะทำลายมนุษย์ให้สิ้นซาก เปลี่ยนให้เรากลายเป็นทาสและอาหารของพวกมัน!”

“ดังนั้นแม้ว่าเราจะได้ใช้ชีวิตอย่างสงบในแนวหลัง แต่ในแนวหน้าทุกวันจะมีทหารหลายแสนนายเสียชีวิตอยู่ในสนามรบ พวกเขาใช้เลือดและเนื้อของตัวเองสร้างแนวป้องกันให้พวกเราครับ!!”

หลังจากที่ ‘หลินหยวน’ พูดเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ยุคไททันจบ ทุกคนที่อยู่ในห้องก็พากันนิ่งเงียบไปหลายวินาที

“หลินหยวนพูดถูก ความสงบในแนวหลังก็คือความสงบที่แลกมาด้วยเลือดเนื้อของทหารหลายแสนนายทุกวัน”

ถัดมา ครูประจำชั้นจางเทาก็พูดต่อ ในขณะที่เสียงของเขาแหบแห้งลงเล็กน้อย “ท่ามกลางความมืดมิดไร้ที่สิ้นสุด มักจะมีคนบางคนที่ยอมเสียสละเผาตัวเองเพื่อให้แสงสว่างแก่ผู้อื่นอยู่เสมอ…”

เมื่อถึงจุดนี้ เขาก็เหลือบมองหลินหยวนอีกครั้งแล้วถามเบา ๆ ว่า “หลินหยวน เธอได้สืบทอดพรสวรรค์มาจากพ่อ และมีพลังพิเศษ 2 อย่างก็คือ [สายฟ้า] และ [รักษา] หากเธอยินดีที่จะเข้าร่วมกองทัพ อย่างน้อยทหารหลายแสนนายที่อยู่แนวหน้าก็จะมีโอกาสรอดชีวิตมากขึ้น ดังนั้น… ครูจึงยังคงหวังว่าเธอจะเลือกในสิ่งที่ถูกต้อง”

ชั่วขณะหนึ่ง ทุกคนภายในชั้นเรียนก็หันมามองเด็กหนุ่มเป็นตาเดียวเพื่อรอคอยคำตอบจากเขา

หลินหยวนเงียบไปชั่วครู่ ในที่สุดเขาก็พูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่นว่า “ผมขอโทษที่ทำให้ทุกคนต้องผิดหวัง แต่ผมตัดสินใจเลือกที่จะอยู่แนวหลังครับ”

ทันทีที่ทุกคนได้ยินคำตอบนี้จากปากเขา ทั้งชั้นเรียนก็เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์เซ็งแซ่

ดวงตาของพวกเขาเปลี่ยนจากความคาดหวังเป็นดูถูก เหยียดหยาม หรือแม้กระทั่งรังเกียจ!

“ไอ้ขี้ขลาด! แกไม่กล้าแม้แต่จะออกไปยืนที่แนวหน้าด้วยซ้ำ!”

“ฉันไม่เคยคิดเลยว่าฮีโร่อย่างหลินเทียนเชวี่ยจะให้กำเนิดลูกหมาปอดแหกแบบนี้!”

“เขามีพลังพิเศษตั้ง 2 อย่าง แต่เขากับเลือกที่จะใช้สิทธิพิเศษของตัวเองเพื่อให้ได้มีชีวิตสุขสบายอยู่ในแนวหลัง หน้าไม่อาย!”

“หลินหยวน แกยังเป็นผู้ชายอยู่หรือเปล่า ไม่มีศักดิ์ศรีเลยหรือไง ทุกคนในชั้นเรียน 48 คนเลือกที่จะเข้าร่วมแนวหน้า แม้แต่ผู้หญิงก็ยังขันอาสาเข้าร่วมกับกองทัพ มีแต่แกเท่านั้นแหละที่หดหัวอยู่ในแนวหลัง!”

เมื่อเด็กหนุ่มสัมผัสได้ถึงสายตาที่เย็นชาจากผู้คนรอบตัว สีหน้าท่าทางของเขาก็ไม่เปลี่ยนแปลงเลย เพราะนี่เป็นทางเลือกที่เขาตัดสินใจเลือกแล้ว

ในเวลานี้จางเทาได้แต่ถอนหายใจ ก่อนจะพูดขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้ว่า “โอเค ถ้าเป็นแบบนี้ครูก็จะเคารพการตัดสินใจของเธอ พ่อของเธอเป็นวีรบุรุษ ตามกฎหมายแล้ว เธอมีสิทธิ์ที่จะไม่ไปเข้าร่วมกับแนวหน้าได้ แต่ถึงยังไง ครูก็ยังอยากจะบอกเธอว่า ในโลกนี้มีหลายสิ่งที่สำคัญกว่าการเอาชีวิตรอด”

สิ้นเสียงพูด ครูประจำชั้นก็ตบไหล่นักเรียนของตนเบา ๆ

หลินหยวนรู้สึกได้ถึงความผิดหวังของอีกฝ่าย สุดท้ายแล้วเขาก็เคยเป็นนักเรียนที่ครูจางเทาภาคภูมิใจมากที่สุด

กริ๊งงง~!

เสียงกริ่งโรงเรียนดังขึ้น

เพื่อนร่วมชั้นรอบตัวของหลินหยวนเดินผ่านเขาไปทีละคนโดยที่ไม่มีใครมองหน้าเขาเลย

การทำเหมือนว่าคนคนนั้นเป็นธาตุอากาศถือว่าเป็นการดูถูกที่รุนแรงที่สุด

ในตอนนั้นเอง เด็กหนุ่มร่างสูงคนหนึ่งหยุดฝีเท้าลงอย่างกะทันหันก่อนจะถ่มน้ำลายลงต่อหน้าเพื่อนร่วมชั้น “หลินหยวน แกมันไอ้ขี้ขลาด! ฉันไม่อยากจะเชื่อเลยว่าแกคือลูกชายของนายพลหลินจริง ๆ!”

“พูดจบหรือยัง?” หลินหยวนเงยหน้าขึ้นถามเบา ๆ

“นี่แก!”

เด็กหนุ่มร่างสูงแสดงท่าทีหงุดหงิดออกมาอย่างชัดเจนกับความเฉยเมยของอีกฝ่าย

“ในเมื่อพูดจบแล้ว ฉันขอตัว” หลินหยวนก้มหน้าก้มตาเก็บข้าวของพลางพูดเบา ๆ ว่า “ก่อนที่นายจะสู้กับฉัน นายควรจะพิจารณาตัวเองก่อนว่านายคู่ควรหรือเปล่า”

หลินหยวนเป็นผู้มีพลังพิเศษแบบคู่ เขาเป็นคนที่แข็งแกร่งที่สุดในชั้นเรียน และได้รับการชื่นชมว่าเป็นอัจฉริยะมาตลอด!

นั่นเป็นเพราะว่าทุกคนคาดหวังในตัวเขาเอาไว้สูงมาก จึงทำให้พวกเขารู้สึกผิดหวังมากเช่นกันหลังจากที่ได้รู้ว่าเขาเลือกที่จะไม่เข้าร่วมกองทัพ

ทางด้าน ‘หวังเหมิ่ง’ เชิดหน้าขึ้นพูดอย่างถือดีว่า “หลินหยวน ฉันยอมรับว่าแกมีพรสวรรค์มากกว่าฉันจริง ๆ แต่คนขี้ขลาดอย่างแกก็ทำได้แค่อวดเบ่งพรสวรรค์ของตัวเองเท่านั้นแหละ! ฉันไม่เหมือนแกตรงที่ฉันยอมสละชีวิตตัวเองเพื่อต่อสู้กับไททัน และได้เป็นฮีโร่ของประเทศชาติ! ส่วนแก แกมันก็เป็นได้แค่เต่าที่หดหัวซ่อนตัวอยู่ในแนวหลังใช้ชีวิตที่น่าสังเวชของตัวเองไปจนตาย!”

หลังจากพูดจบหวังเหมิ่งก็แค่นเสียงเยาะเย้ยในลำคออีกครั้ง ก่อนจะเดินออกจากห้องเรียนไปโดยไม่หันกลับมาอีก

เวลาผ่านไปเพียงไม่กี่นาที ภายในห้องเรียนก็ว่างเปล่า มีเพียงหลินหยวนเท่านั้นที่ยังคงนั่งอยู่บนโต๊ะของตัวเองคอยเก็บข้าวของอยู่เงียบ ๆ

ในเมื่อเขาได้ยื่นใบลาออกจากโรงเรียนแล้ว คนอย่างเขาที่ปฏิเสธไม่ไปร่วมกับแนวหน้า การอยู่ต่อเพื่อผลาญทรัพยากรทางการศึกษาของโรงเรียนจะทำให้เกิดการวิพากษ์วิจารณ์มากขึ้นเท่านั้น

ในเวลานี้ เด็กสาวที่มีรูปร่างสูงเพรียว หน้าตาสะสวย สวมชุดนักเรียนกระโปรง ปล่อยผมยาวสีดำสยายไปด้านหลังได้เดินเข้ามาหาหลินหยวน

รอบกายของเด็กสาวคนนี้มีออร่าที่บริสุทธิ์ผุดผ่องและโดดเด่นมาก แม้ว่าเธอจะสวมชุดนักเรียนธรรมดา แต่มันก็ช่วยขับให้เจ้าตัวดูสดใสและงดงาม

ขณะนี้เธอกัดริมฝีปากก่อนจะเอ่ยถามเบา ๆ ว่า “หลินหยวน นายปฏิเสธไม่เข้าร่วมกองทัพจริง ๆ เหรอ?”

หลินหยวนพูดขึ้นโดยไม่เงยหน้ามองอีกฝ่าย “ฉู่อวี้ ถ้าเธอมาที่นี่เพื่อพูดโน้มน้าวฉันละก็ เธอล้มเลิกความคิดนั้นไปได้เลย แต่ถ้าเธอมาเพื่อเยาะเย้ยฉัน ก็เชิญได้เต็มที่”

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่เขาไม่คาดคิดก็คือ เด็กสาวที่ยืนอยู่ตรงหน้าเขาส่ายหัวพูดเบา ๆ ว่า “หลินหยวน แม้ว่าฉันจะไม่รู้ว่านายกำลังคิดอะไรอยู่… แต่ในเมื่อนายอยากอยู่อย่างปลอดภัยในแนวหลัง ดังนั้น ครั้งนี้… ฉันจะปกป้องนายเอง”

น้ำเสียงของ ‘ฉู่อวี้’ ฟังดูอ่อนโยนมาก แต่มันก็แฝงไปด้วยความแน่วแน่เช่นกัน

ยามนี้หลินหยวนเดินมุ่งหน้ากลับบ้านเพียงลำพัง สายลมเย็น ๆ ในฤดูใบไม้ผลิได้พัดมาปะทะหน้าทำให้เขารู้สึกหนาวกว่าปกติ

บนท้องถนนเต็มไปด้วยป้ายและโปสเตอร์ประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับการเกณฑ์ทหาร

ในยุคสมัยที่โหดร้ายเช่นนี้จำเป็นจะต้องมีใครสักคนลุกขึ้นมาต่อสู้กับไททัน

คนหนุ่มสาวหลายสิบล้านคนเต็มใจเข้าสู่กองทัพ แต่สิ่งที่ถูกส่งกลับมาจากแนวหน้าก็คือศพที่แทบจะจำเค้าเดิมไม่ได้ ถึงแม้ทุกคนจะรู้ว่าสถานการณ์จะเป็นเช่นนี้ แต่ก็ไม่มีใครเกรงกลัวเลยสักนิด และไม่มีใครคิดจะถอยด้วย

หัวใจของผู้คนมีไฟลุกโชนขึ้นอย่างรวดเร็ว สิ่งที่พวกเขาไล่ตามไม่ใช่ความสำเร็จรุ่งโรจน์ที่เป็นเหมือนภาพลวงตา แต่มันเป็นเพียงการปกป้องครอบครัวของตนเองที่อยู่ในแนวหลัง

ไม่ว่าตอนที่อยู่แนวหน้าพวกเขาจะต้องสูญเสียอะไรไปก็ตาม พวกเขาก็ไม่สามารถปล่อยให้ไททันบุกเข้ามาถึงแนวหลังได้

เพราะนั่นเป็นรากฐานของอารยธรรมมนุษย์!

เพื่อความสันติสุขของแนวหลัง จะต้องมีใครสักคนเลือกที่จะออกไปแบกรับภาระในแนวหน้า ผู้ที่รับหน้าที่นี้คือคนหนุ่มสาว พวกเขาเลือกที่จะลงสู่สนามรบโดยไม่ลังเล!

*******************************************

SkySaffron: สวัสดีนักอ่านทุกท่านค่า นี่เป็นนิยายแนวแฟนตาซี+ระบบเรื่องแรกที่เราแปล ยังไงก็ขอฝากตัวด้วยจ้า ติดขัดตรงไหนแนะนำกันได้เสมอ~

จบบทที่ บทที่ 1: ยุคไททัน

คัดลอกลิงก์แล้ว