เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 355 - นัดท้าประลอง, อวี่เหมิงผู้แปลกประหลาด

บทที่ 355 - นัดท้าประลอง, อวี่เหมิงผู้แปลกประหลาด

บทที่ 355 - นัดท้าประลอง, อวี่เหมิงผู้แปลกประหลาด


บทที่ 355 - นัดท้าประลอง, อวี่เหมิงผู้แปลกประหลาด

◉◉◉◉◉

บนอัฒจันทร์ ทุกคนต่างตกตะลึง

เพราะ ในการประลองจักรวาล สถานการณ์การยอมแพ้โดยสมัครใจนั้นมีน้อยมาก!

กระทั่งเรียกได้ว่าหาได้ยาก!

ท้ายที่สุดแล้ว การดั้นด้นมาถึงรอบชิงชนะเลิศ ทุกคนต่างก็อยากจะได้อันดับที่ดีขึ้น

โดยเฉพาะผู้เข้าแข่งขันที่เข้ารอบห้าสิบคนสุดท้าย ในจักรวาลของตนเองล้วนเรียกได้ว่าเป็นอัจฉริยะ เป็นความหวังของจักรวาลของตนเอง ล้วนมีความหยิ่งในศักดิ์ศรีของตนเอง!

แม้จะสู้ไม่ได้ ก็มีน้อยคนที่จะยอมแพ้โดยสมัครใจ!

เหมือนกับผู้เข้าแข่งขันในรอบแรกคนนั้น เห็นได้ชัดว่าไม่ใช่คู่ต่อสู้ของหลินหยาง หลินหยางอยากจะคัดเขาออกช้าหน่อย เพื่อรักษาหน้าตาให้เขา เขากลับ จงใจ ขอให้หลินหยางเอาชนะตนเองอย่างสุดความสามารถ!

นี่คือความหยิ่งในศักดิ์ศรีของอัจฉริยะ!

ไม่ใช่คู่ต่อสู้แล้วอย่างไร?

อย่างน้อยก็ต้องเห็นความแตกต่างระหว่างเจ้ากับข้าอย่างชัดเจน!

กระทั่งบางคนแม้จะสู้ไม่ได้ ก็จะไม่ยอมให้คู่ต่อสู้ชนะง่ายๆ

เหมือนกับผู้เข้าแข่งขันที่สุ่มเจอผู้เข้าแข่งขันตัวเต็งจากสามประเทศแห่งจักรวาลใหญ่ๆ พวกนั้น เห็นได้ชัดว่าไม่ใช่คู่ต่อสู้ของพวกเขา ก็ยังคงต่อสู้อย่างดุเดือด!

ทว่าตอนนี้ ซงซีผู้นี้กลับยอมแพ้โดยสมัครใจ!

นี่หากมองย้อนไปในการประลองจักรวาลทั้งหมดทุกปีการแข่งขันล้วนหาได้ยากยิ่ง!

ผู้เข้าแข่งขันตัวเต็งจากสามประเทศแห่งจักรวาลใหญ่ๆ ก็ยังไม่สามารถทำให้คนยอมรับและยอมแพ้โดยสมัครใจได้!

แต่หลินหยางกลับทำให้ซงซีผู้นี้ยอมแพ้โดยสมัครใจได้!

บนอัฒจันทร์ เงียบสงัด

เป็นเวลานาน มีคนถอนหายใจออกมา

“เฮ้อ ผู้เข้าแข่งขันซงซีผู้นี้ก็นับเป็นคนที่มีน้ำใจนักกีฬา เพื่อให้ผู้เข้าแข่งขันหลินหยางมีพละกำลังที่ดีขึ้นในการชิงตำแหน่งสิบคนสุดท้าย กลับยอมแพ้โดยสมัครใจ!”

“ฮ่าๆ นิสัยของเจ้าเด็กนี่เหมือนข้าอยู่หน่อย ข้าก็รู้สึกว่าสามประเทศแห่งจักรวาลใหญ่ๆ ผูกขาดอันดับสิบคนสุดท้ายมานานเกินไปแล้ว สมควรจะมีคนมาทำลายสถานการณ์ที่จำเจนี้สักครั้ง!”

“ใช่แล้ว แม้จะเป็นการยอมแพ้โดยสมัครใจ แต่ก็ไม่มีใครจะหัวเราะเยาะว่าเขาไม่สู้ก็แพ้ ตอนนี้ในใจของหลายๆ คนน่าจะมีความคิดเหมือนกับเขาสินะ ต่างก็หวังว่าผู้เข้าแข่งขันหลินหยางจะสามารถเป็นม้ามืดตัวจริงบุกเข้าไปในสิบคนสุดท้ายได้!”

“รู้ว่าสู้ไม่ได้ ยอมแพ้โดยสมัครใจเพื่อรักษาพละกำลังให้ผู้เข้าแข่งขันหลินหยางมากขึ้น เจ้าเด็กนี่มีวิสัยทัศน์จริงๆ ฮ่าๆ!”

“ตอนนี้ก็ต้องดูว่าท่านหลินหยางผู้นี้จะสามารถบุกเข้าไปในสิบคนสุดท้ายได้จริงๆ หรือไม่!”

“นี่ยังบอกได้ไม่แน่ชัด รอบต่อไปเป็นการแข่งขันแบบเก็บคะแนน ทุกคนต้องสุ่มเจอคู่ต่อสู้สามครั้ง ถ้าโชคของเขาไม่ดีพอ สามครั้งติดต่อกันสุ่มเจอผู้เข้าแข่งขันตัวเต็งจากประเทศแห่งจักรวาล ก็คงน่าเสียดายมาก!”

“เฮ้อ ใช่แล้ว ระบบการแข่งขันนี้ก็ถูกกำหนดไว้แล้วว่า การจะทำลายการผูกขาดของผู้เข้าแข่งขันตัวเต็งจากสามประเทศแห่งจักรวาลใหญ่ๆ นั้น จำเป็นต้องมีฝีมือที่เหนือกว่าคนธรรมดาจริงๆ มิฉะนั้นแม้จะเป็นม้ามืด ก็คงจะหยุดอยู่ที่ยี่สิบคนสุดท้าย!”

“รอดูเถอะ หวังว่าโชคของเขาจะดีพอนะ”

“...”

เพราะการยอมแพ้โดยสมัครใจของซงซี ทำให้การแข่งขันรอบนี้มีประเด็นให้พูดถึงเพิ่มขึ้นอีกไม่น้อย

หลินหยางถูกส่งออกจากสนามประลองหมายเลข 18 ฟังเสียงวิพากษ์วิจารณ์บนอัฒจันทร์ แล้วก็อ่านกฎการแข่งขันรอบต่อไปอย่างละเอียดอีกครั้ง ก็เข้าใจแล้วว่าเหตุใดชายชราอ้วนขาวถึงย้ำนักย้ำหนาว่าเขาเข้ารอบยี่สิบคนสุดท้ายได้ก็ดีแล้ว

กฎของระบบการแข่งขันนี้เอื้อประโยชน์ให้กับผู้เข้าแข่งขันตัวเต็งจากสามประเทศแห่งจักรวาลใหญ่ๆ จริงๆ

ท้ายที่สุดแล้วการสุ่มสามครั้ง หากฝีมือไม่แข็งแกร่งพอ ก็ไม่สามารถแข่งขันกับผู้เข้าแข่งขันตัวเต็งจากประเทศแห่งจักรวาลได้จริงๆ ยากที่จะเข้ารอบสิบคนสุดท้าย!

ส่วนผู้เข้าแข่งขันตัวเต็งจากประเทศแห่งจักรวาลเดียวกัน จะโชคร้ายสุ่มเจอผู้เข้าแข่งขันตัวเต็งจากประเทศแห่งจักรวาลอื่นที่แข็งแกร่งกว่าตนเอง จนพ่ายแพ้สามครั้งรวดไม่สามารถเข้ารอบสิบคนสุดท้ายได้หรือไม่นั้น ตั้งแต่มีการจัดการประลองจักรวาลมาจนถึงปัจจุบันยังไม่เคยเกิดขึ้น

ดังนั้นผู้เข้าแข่งขันตัวเต็งจากประเทศแห่งจักรวาลอย่างน้อยก็จะกวาดเก้าอันดับแรกไปครอง

ส่วนอีกหนึ่งตำแหน่งที่เหลือ ความจริงแล้วก็มาจากผู้เข้าแข่งขันจากสามประเทศแห่งจักรวาลใหญ่ๆ เช่นกัน เพียงแต่เมื่อเทียบกับผู้เข้าแข่งขันตัวเต็งเหล่านั้นแล้ว ฝีมือหรือด้านอื่นๆ อาจจะด้อยกว่าเล็กน้อย

ดังนั้นจึงจะถูกส่งไปอยู่กับจักรวาลที่ขึ้นตรงกับสามประเทศแห่งจักรวาลใหญ่ๆ เข้าร่วมการแข่งขันในนามของจักรวาลที่ขึ้นตรง

นี่ก็เป็นเรื่องที่ทุกคนรู้กันดีอยู่แล้ว ดังนั้นทุกครั้งที่พูดถึงก็จะบอกว่าสามประเทศแห่งจักรวาลใหญ่ๆ กวาดสิบอันดับแรกไปครอง

ผู้เข้าแข่งขันคนอื่นๆ อยากจะเข้ารอบสิบคนสุดท้ายนั้นยากจริงๆ

เพราะต่อให้โชคดีพอ สามครั้งที่สุ่มก็ไม่เจอผู้เข้าแข่งขันตัวเต็งจากประเทศแห่งจักรวาล

แต่ถ้าฝีมือไม่โดดเด่นพอ ถูกผู้เข้าแข่งขันคนอื่นเอาชนะ ก็ยากที่จะเข้ารอบสิบคนสุดท้ายเช่นกัน

ดังนั้น ภายใต้อิทธิพลของปัจจัยต่างๆ ทั้งที่เปิดเผยและไม่เปิดเผย การจะทำลายการผูกขาดสิบอันดับแรกของสามประเทศแห่งจักรวาลใหญ่ๆ นั้น เป็นเรื่องที่ยากลำบากอย่างยิ่ง

นอกจากนี้ ต่อให้มีคนโชคดีพอ ฝีมือก็โดดเด่นพอ ก็อย่างมากก็ทำได้เพียงติดอันดับที่สิบเท่านั้น!

มีเพียงอันดับที่สิบเท่านั้นที่เปิดโอกาสให้ผู้เข้าแข่งขันจากจักรวาลอื่นอยู่บ้าง

อยากจะเข้ารอบเก้าคนแรก จะต้องเผชิญหน้ากับการบดขยี้จากการแข่งขันแบบพบกันหมดของอีกเก้าผู้เข้าแข่งขันจากประเทศแห่งจักรวาล

และเก้าอันดับแรก หากมองย้อนไปในประวัติศาสตร์ของการประลองจักรวาลทั้งหมด ก็ไม่เคยมีบันทึกว่ามีผู้เข้าแข่งขันจากจักรวาลอื่นติดเข้าไปได้กี่ครั้ง

นานๆ ทีจะมีสักครั้ง ก็เป็นเพราะเหตุผลพิเศษบางอย่าง ไม่ใช่เพราะผู้เข้าแข่งขันเหล่านั้นแข็งแกร่งพอ!

“ตอนนี้ในระดับพลังของข้าเอง ไม่น่าจะด้อยกว่าผู้เข้าแข่งขันตัวเต็งจากประเทศแห่งจักรวาลพวกนั้นแล้ว ยังเชี่ยวชาญคุณสมบัติพิเศษสองอย่างคือมิติและชีวิต แต่ถึงกระนั้น ชายชราอ้วนขาวก็ยังไม่กล้าพูดว่าข้าจะสามารถเข้ารอบเก้าคนแรกได้อย่างมั่นคง ดูเหมือนว่าระบบการแข่งขันนี้แม้จะบอกว่ายุติธรรมอย่างแท้จริง แต่เบื้องหลังเกรงว่าคงจะไม่เป็นเช่นนั้น”

หลินหยางอ่านกฎการแข่งขันโดยละเอียดทั้งหมดจบแล้ว ก็ค้นหาข้อมูลที่เกี่ยวข้องบางอย่าง ในใจก็เข้าใจขึ้นมาบ้างแล้ว

ฝีมือที่แข็งแกร่งขนาดนี้ของเขา ชายชราอ้วนขาวยังไม่กล้าพูดว่ามีความมั่นใจมากนักที่เขาจะเข้ารอบเก้าคนแรก

เพียงพอที่จะเห็นได้ว่าเบื้องหลังระบบการแข่งขันนี้ต้องมีกฎเกณฑ์บางอย่าง ที่เอื้อประโยชน์อย่างยิ่งต่อผู้เข้าแข่งขันเก้าคนจากประเทศแห่งจักรวาล!

การผูกขาด!

นี่แหละคือการผูกขาดอย่างแท้จริง!

“เกรงว่าที่นานๆ ทีจะปรากฏขึ้นมาสักครั้ง ก็เป็นเพราะสามประเทศแห่งจักรวาลใหญ่ๆ จงใจทำเป็นตัวอย่างให้จักรวาลอื่นๆ ดูสินะ” หลินหยางพึมพำ

ในใจของเขาก็ไม่ได้มีความรู้สึกอะไรมากนัก

ความยุติธรรมอย่างแท้จริง นี่เป็นสิ่งที่ไม่มีทางเกิดขึ้นได้ที่ไหนเลย!

ขอเพียงมีมนุษย์อยู่ มีการแข่งขัน มีผลประโยชน์ ก็ไม่สามารถทำได้อย่างยุติธรรมอย่างแท้จริง!

นี่ คือธรรมชาติของมนุษย์!

แม้แต่การแข่งขันที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในจักรวาลนี้ก็ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้

สามประเทศแห่งจักรวาลใหญ่ๆ มีฝีมือแข็งแกร่ง กวาดต้อนผูกขาดทรัพยากรมากขึ้น ก็สามารถบ่มเพาะคนรุ่นต่อไปที่ดีขึ้นได้

นี่ในระดับหนึ่งแล้ว ถือว่าค่อนข้างจะไม่มีทางแก้

ผู้แข็งแกร่ง ย่อมแข็งแกร่งเสมอ!

ในตอนนี้ หลินหยางก็ยิ่งเข้าใจและตระหนักถึงความหมายของประโยคนี้มากขึ้น

แน่นอนว่า นี่ก็ไม่ได้หมายความว่าเก้าคนแรกจะต้องเป็นคนของสามประเทศแห่งจักรวาลใหญ่ๆ เสมอไป

ขอเพียงฝีมือแข็งแกร่งพอที่จะกวาดล้างผู้เข้าแข่งขันตัวเต็งคนอื่นๆ ได้ สามประเทศแห่งจักรวาลใหญ่ๆ ก็ไม่สามารถยกเลิกอันดับหรือลงมือลับหลังได้อย่างบังคับ

นี่ก็ถือเป็นโอกาสที่สามประเทศแห่งจักรวาลใหญ่ๆ มอบให้

เพียงแต่ความเป็นไปได้นี้น้อยเกินไป

เพราะผู้เข้าแข่งขันตัวเต็งจากสามประเทศแห่งจักรวาลใหญ่ๆ เองก็แข็งแกร่งมากจริงๆ!

ผู้เข้าแข่งขันตัวเต็งเหล่านี้เรียกได้ว่าตั้งแต่เกิดมาไม่นานก็จะถูกคัดเลือกและบ่มเพาะ

จากนั้นภายใต้การสนับสนุนของทรัพยากรที่อุดมสมบูรณ์ของประเทศแห่งจักรวาล ก็จะถูกบ่มเพาะอย่างเจาะจงเพื่อการประลองจักรวาลโดยเฉพาะ!

แม้จะไม่มีกฎที่เอื้อประโยชน์ให้พวกเขา ผู้เข้าแข่งขันจากประเทศแห่งจักรวาลเหล่านี้ก็ล้วนเป็นตัวตนที่กวาดล้างคนอื่นๆ!

ส่วนกฎ เป็นเพียงการเสริมความแข็งแกร่ง รับประกันอันดับขั้นต่ำของพวกเขา

และก็เพราะเหตุนี้เอง ดังนั้นสำหรับความยุติธรรมของการประลองจักรวาลแล้ว ก็ไม่มีจักรวาลอื่นใดตั้งข้อสงสัยอะไร เพราะผู้เข้าแข่งขันของพวกเขาเองก็แข็งแกร่งพอจริงๆ

หลินหยางกำลังดูข้อมูลต่างๆ ของการประลองจักรวาลอยู่ ทันใดนั้นก็ได้รับการร้องขอการสนทนา

เป็นเฮยเล่อที่โทรมา!

หลินหยางอดไม่ได้ที่จะมองไปทางนั้นไกลๆ

แม้เขาจะเป็นคนแรกที่ผ่านเข้ารอบ ออกจากสนามประลองไปแล้ว

แต่ผู้เข้าแข่งขันมีพื้นที่เฉพาะหลังจากผ่านเข้ารอบ แยกออกจากอัฒจันทร์

นี่เพื่อรับประกันว่าผู้เข้าแข่งขันจะสามารถฟื้นฟูและพักผ่อนในสภาพแวดล้อมที่ค่อนข้างเงียบสงบหลังการแข่งขันได้

คนอื่นๆ หากต้องการติดต่อและพูดคุยกับผู้เข้าแข่งขันหลังการแข่งขัน จะต้องได้รับการอนุญาตจากผู้เข้าแข่งขันก่อน

และการสนทนาของเฮยเล่อ ก็คือหวังว่าจะได้รับการอนุญาตจากหลินหยาง อยากจะพบเขาสักหน่อย

หลินหยางแม้จะแปลกใจว่าเฮยเล่อจะมาพบตนเองทำไมตอนนี้ แต่ก็ยังคงอนุญาตให้เขา

เมื่อได้รับการอนุญาตจากเขา เฮยเล่อก็รีบจบการสนทนาอย่างเร่งรีบ

จากนั้นไม่นาน เฮยเล่อก็มาถึงพื้นที่พักผ่อนเฉพาะของเขา

ในขณะเดียวกัน ข้างๆ เฮยเล่อก็ยังมีชายร่างกำยำอีกคนหนึ่งตามมาด้วย

ชายร่างกำยำคนนี้หลินหยางรู้จัก เป็นผู้รับผิดชอบการประลองครั้งนี้ของจักรวาลของตนเอง อวี่เหมิง

แม้พวกเขาจะไม่เคยพบกันมาก่อน แต่เขาได้ข้อมูลสถานการณ์ของผู้เข้าร่วมการแข่งขันครั้งนี้ของจักรวาลของตนเองมาจากชายชราอ้วนขาวแล้ว

ดังนั้นจึงจำอวี่เหมิงได้ในแวบเดียว

แต่ในตอนนี้ลมหายใจบนร่างของอวี่เหมิงกลับสับสนวุ่นวาย ใบหน้าแดงก่ำผิดปกติ

บนแขนขวามีบาดแผลยาวที่เห็นได้ชัดว่าเป็นแผลใหม่ แม้จะผ่านการรักษาแล้ว แต่ก็เห็นได้ชัดว่าเป็นการรักษาอย่างเร่งรีบ กระทั่งผ้าพันแผลก็ยังไม่ได้พัน ยังมีเลือดซึมออกมาเล็กน้อย

ทั้งหมดนี้เพียงพอที่จะพิสูจน์ได้ว่า อวี่เหมิงน่าจะเพิ่งไปตีกับคนมา

หลินหยางเห็นดังนั้นในใจก็พลันตกใจ ไม่รอให้เฮยเล่อและอวี่เหมิงเปิดปากพูดก่อน ก็รีบพูดขึ้นมาก่อนว่า “ท่านอวี่เหมิง ท่านนี่... ไปตีกับคนมาหรือ?”

เขาตกใจอยู่บ้าง

ที่นี่คือสนามประลองจักรวาล!

ห้ามต่อสู้กัน!

แต่อวี่เหมิงกลับได้รับบาดเจ็บ!

ดูเหมือนจะบาดเจ็บไม่เบา!

นี่เหลือเชื่อมาก!

สนามประลองจักรวาลมีกฎที่เขียนไว้อย่างชัดเจนว่า ห้ามต่อสู้ทุกรูปแบบ!

หากฝ่าฝืน จะถูกหน่วยบังคับใช้กฎหมายของสหพันธ์จักรวาลจัดการ!

เบาคือขับไล่ออกไปทันที!

หนักคือฆ่าทิ้ง ณ ที่นั้น!

นี่เป็นกฎเหล็ก แม้จะใช้กับคนของสามประเทศแห่งจักรวาลใหญ่ๆ ก็ตาม!

แม้แต่ผู้บริหารระดับสูงบางคนของสามประเทศแห่งจักรวาลใหญ่ๆ หากฝ่าฝืนที่นี่ ก็จะถูกจัดการอย่างไม่ปรานีเช่นกัน!

นี่เพื่อรับประกันความปลอดภัยอย่างแท้จริงของผู้เข้าแข่งขันทุกคนและผู้ชมจากจักรวาลใหญ่ๆ!

เรียกได้ว่านี่คือสถานที่ที่ยุติธรรมที่สุดของสหพันธ์จักรวาลแล้ว

ผู้เข้าแข่งขันไม่ต้องพูดถึง ผู้ที่สามารถมาถึงที่นี่ได้ ล้วนเป็นอัจฉริยะหนึ่งในหมื่น

เรียกได้ว่าอนาคตของหลายจักรวาลอยู่ในมือของผู้เข้าแข่งขันเหล่านี้

แม้จะไม่แน่ว่าทุกคนจะสามารถเข้ารอบร้อยคนสุดท้ายสิบคนสุดท้ายได้ แต่หลังจากกลับไปยังจักรวาลของตนเองแล้วก็ล้วนเป็นตัวตนเหมือนผู้สืบทอดในอนาคตของจักรวาลของตนเอง

หากปล่อยให้มีการลงมือที่นี่ได้ พวกคนที่มีเจตนาร้ายก็จะใช้กฎเกณฑ์โจมตีผู้เข้าแข่งขัน

การฆ่าผู้เข้าแข่งขัน ก็เท่ากับเป็นการทำลายอนาคตของแต่ละจักรวาล

นี่เป็นสิ่งที่ไม่อาจยอมรับได้!

บวกกับผู้ที่สามารถมาชมการแข่งขันที่นี่ได้ นอกจากผู้ติดตามของผู้เข้าแข่งขันแล้ว ก็ล้วนเป็นผู้มีอำนาจและอิทธิพลจากแต่ละจักรวาล!

หากถูกฆ่าที่นี่ ก็แม้แต่สหพันธ์จักรวาลก็จะวุ่นวาย!

ดังนั้นสนามประลองจึงห้ามมิให้ผู้ใดลงมือ!

นี่คือกฎเหล็กอย่างแท้จริง!

หน่วยบังคับใช้กฎหมายของสหพันธ์จักรวาลจะไม่สนใจว่าท่านเป็นใคร หากพบก็จะจัดการทันที!

ในอดีตก็เคยมีคนไม่เชื่อ แต่หลังจากถูกสหพันธ์จักรวาลจัดการไปหลายครั้ง ก็ไม่มีใครกล้าลงมือในเขตการแข่งขันของการประลองจักรวาลอีกเลย!

แต่ตอนนี้ อวี่เหมิงกลับไปตีกับคนมา!!

แต่นี่ก็ยังไม่ใช่เรื่องที่น่าตกใจที่สุด!

สิ่งที่ทำให้หลินหยางตกใจอย่างแท้จริงคือ หลังจากอวี่เหมิงตีกับคนแล้ว กลับยังสามารถปรากฏตัวที่นี่ได้ โดยไม่ถูกขับไล่ออกไป!

หลินหยางตกตะลึงอยู่บ้าง!

หรือว่าอวี่เหมิงหรือจักรวาลของตนเองยังมีเบื้องหลังที่ยิ่งใหญ่ที่บอกใครไม่ได้?

เบื้องหลังใหญ่พอที่จะไม่สนใจกฎเหล็กของสหพันธ์จักรวาลได้??

“...แค่กๆ ท่านหลินหยาง ท่านอย่าเข้าใจผิด ข้าไม่ได้ไปตีกับใครในสนามประลองจักรวาล!”

อวี่เหมิงแม้จะตกใจเล็กน้อยที่หลินหยางรู้จักตนเอง แต่ก็ไม่ได้คิดมากนัก

ท้ายที่สุดแล้วหลินหยางไม่ได้ทักทายเลย ก็มาเป็นตัวแทนของจักรวาลของตนเองเข้าร่วมการแข่งขันแล้ว

นั่นแสดงว่าหลินหยางต้องเข้าใจสถานการณ์ของจักรวาลของตนเองดี การรู้จักเขาก็ไม่น่าแปลกใจ

ดังนั้นเขาจึงรีบอธิบายว่า “ข้าไปตีกันที่อื่นมา!”

“ที่อื่น? ที่นี่ไม่ใช่ขอบเขตของสนามประลองจักรวาลทั้งหมดหรือ?” หลินหยางชะงักไป

“นี่... ก็ไม่เชิง ขอบเขตของทุกเขตการแข่งขันเป็นของสนามประลองจักรวาลก็จริง แต่ตอนที่มาท่านหลินหยางน่าจะเห็นแล้วว่า ที่นี่คือทวีปแห่งหนึ่ง และทั้งทวีปก็กว้างใหญ่ไพศาลใช่ไหม?”

อวี่เหมิงแม้จะสงสัยอีกครั้งว่าหลินหยางดูเหมือนจะไม่เข้าใจสถานการณ์พื้นฐานของที่นี่เลย แต่ก็ยังคงไม่ได้คิดมาก แต่กลับอธิบายโดยตรง

หลินหยางพยักหน้า

อวี่เหมิงก็พูดต่อว่า

“ทวีปที่กว้างใหญ่ไร้ขอบเขตเช่นนี้ ย่อมเป็นไปไม่ได้ที่จะเป็นขอบเขตของสนามประลองจักรวาลทั้งหมด เรียกได้ว่าออกจากเมืองนี้ไป นอกเมืองก็ไม่ถือว่าเป็นสนามประลองจักรวาลแล้ว สามารถเคลื่อนไหวได้อย่างอิสระ!”

“โอ้...” หลินหยางพลันเข้าใจ แต่ก็ยังคงสงสัยอยู่บ้าง

เขาไม่มีธุระอะไรจะวิ่งออกไปนอกเมืองไปตีกับคนทำไม?

เพียงแต่ ประโยคนี้เขาไม่ได้ถามออกไป

นี่ท้ายที่สุดแล้วก็เป็นเรื่องส่วนตัวของเขา!

อวี่เหมิงเห็นสีหน้าของเขา ก็อธิบายต่อโดยสมัครใจว่า “เมื่อครู่ข้าไปแลกของให้ท่านหลินหยางมา ท่านเป็นตัวแทนของจักรวาลของพวกเราต่อสู้ นี่เป็นการช่วยเหลือที่ยิ่งใหญ่สำหรับพวกเราอย่างยิ่ง พวกเราไม่มีอะไรจะตอบแทน!”

“แม้ท่านจะไม่ได้ตั้งเงื่อนไขใดๆ แต่พวกเราจะไม่มีการแสดงออกใดๆ ไม่ได้ ดังนั้นเมื่อครู่พี่ใหญ่ของข้าจึงสั่งให้ข้าไปแลกของให้ท่าน แต่คนของจักรวาลหมายเลขสามร้อยหกสิบสี่กลับยั่วยุไม่หยุด ข้าอารมณ์ร้อนไปหน่อย ก็เลยนัดพวกเขาไปตีกันนอกเมือง!”

“เอ่อ...” หลินหยางพลันตกตะลึง

นัดท้าประลอง?

นี่...

“แล้วท่านไม่เป็นอะไรใช่ไหม?” หลินหยางไม่รู้จะพูดอะไรดี ทำได้เพียงถามด้วยความเป็นห่วง

“แค่กๆ ขอบคุณท่านที่ห่วงใย ข้าแม้จะบาดเจ็บ แต่เจ้าพวกเซี่ยหลินก็ไม่ได้เปรียบอะไรนัก!” อวี่เหมิงกลับพูดอย่างภาคภูมิใจ

“...ท่านไปตีกับเซี่ยหลินมา?” ดวงตาของหลินหยางเป็นประกายเล็กน้อย

“ใช่แล้ว เมื่อครู่ข้าไปแลกของให้ท่าน เซี่ยหลินก็ไล่ตามยั่วยุข้าไม่หยุด ข้ารู้ว่าเขาจงใจจะยั่วโมโหข้าเพื่อล้วงข้อมูล แต่ท่านวางใจเถอะ ข้าไม่ได้เปิดเผยข้อมูลใดๆ ของท่านเลย แค่ไปตีกับเขาสักตั้ง!”

อวี่เหมิงหัวเราะแหะๆ

“...” หลินหยางพูดไม่ออก

เขามองอวี่เหมิงที่หัวเราะอย่างโง่เขลา พูดไม่ออกบอกไม่ถูก

เขาไม่ได้เปิดเผยงั้นหรือ เขานั่นแหละที่ไม่รู้ข้อมูลใดๆ ของข้าเลยต่างหาก อยากจะเปิดเผยก็เปิดเผยไม่ได้!

มิฉะนั้นด้วยอารมณ์แบบนี้ ไม่ถูกเซี่ยหลินล้วงข้อมูลออกมาได้สิแปลก!

อวี่เหมิงไม่เห็นสายตาแปลกๆ ของหลินหยาง แต่กลับพูดอีกว่า

“แต่เจ้าเซี่ยหลินนี่มันคนขี้ขลาด บอกว่าตัวต่อตัว เขากลับแอบเรียกคนมา ข้ารู้สึกไม่ดีก็เลยหนีกลับมา โชคดีที่ไม่ทำให้การแข่งขันรอบต่อไปของท่านต้องล่าช้า!”

“...” หลินหยางเงียบ

เจ้าหมอนี่ตัวสูงใหญ่กำยำขนาดนี้ แต่สมองนี่สิ...

มีปัญหาหน่อย!

จักรวาลของตนเองกลับวางใจให้เขามาเป็นผู้รับผิดชอบ ช่างใจกว้างจริงๆ

เฮยเล่อก็เช่นกัน สายตาแปลกๆ

อวี่เหมิงคนนี้... แปลกประหลาดไปหน่อย!

“แค่กๆ ท่าน นี่ให้ท่าน นี่คือน้ำใจเล็กๆ น้อยๆ ของพวกเรา!”

ในที่สุดอวี่เหมิงก็รู้สึกได้ถึงสายตาแปลกๆ ของหลินหยางและเฮยเล่อ ยิ้มแห้งๆ แล้วยื่นขวดที่สวยงามขวดหนึ่งให้หลินหยาง!

ภายในขวด คือของเหลวที่เปล่งประกายสีฟ้า!

ดูแล้ว ราวกับความฝัน!

เมื่อเห็นสิ่งนี้ เฮยเล่อข้างๆ ก็อุทานออกมาในทันที

“น้ำอมฤต?! นี่คือน้ำอมฤต?!”

“ของสิ่งนี้ล้ำค่ามากหรือ?”

หลินหยางเห็นดังนั้น อดไม่ได้ที่จะมองไปยังเฮยเล่อ

(😘😘จากผู้แปลครับ ตอนแถมครบ 5 ตอนแล้วครับ😘😘)

(ถ้าชอบอย่าลืมกดดาวกันนะครับ)

◉◉◉◉◉

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 355 - นัดท้าประลอง, อวี่เหมิงผู้แปลกประหลาด

คัดลอกลิงก์แล้ว