เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 49 : มีคนมาถึงก่อนไคลน์?

Chapter 49 : มีคนมาถึงก่อนไคลน์?

Chapter 49 : มีคนมาถึงก่อนไคลน์?


“สงสัยจริงๆว่าแก๊สพิษพวกนี้กลิ่นเป็นยังไง”

ไคลน์อดที่จะพึมพำออกมาท่ามกลางหมอกพิษไม่ได้

แก๊สพิษสีขาวขุ่นพวกนี้บดบังทัศนวิสัยของเขาส่วนใหญ่ไป การมองเห็นของเขาในตอนนี้ไม่สูงมากนักดังนั้นเขาจึงมองสภาพแวดล้อมของทั้งสุสานได้ไม่ชัดเจนนัก

ไคลน์ค่อยๆล่อนลงบนพื้นอย่างช้าๆ

ตามหาหีบสมบัติทองแดงก่อนแล้วกัน

ไคลน์เดินตรงไปเป็นลำดับแรก

หลังจากเดินมาได้ราวๆยี่สิบเมตรเขาก็ชนเข้ากับผนัง

บนพื้นมีพืชเติบโตอยู่จำนวนหนึ่งซึ่งล้วนเป็นพืชที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อนทั้งนั้น

ไคลน์ย่อตัวลงเพื่อตรวจสอบพวกมัน

พืชเหล่านี้มีอยู่ด้วยกันทั้งหมดสามชนิด

ชนิดแลกคือใบหญ้าที่มีจุดๆสีขาวขุ่นขึ้นอยู่บนต้น

ชนิดที่สองดูเหมือนกับแขนที่ถูกดอกไม้สูบพลังจนแห้งเหี่ยวคล้ายกับกระดูกเหี่ยวๆท่อนหนึ่ง

ชนิดที่สามมีสีแดงและห้อยหัวลงกับพื้น

ไคลน์ไม่กล้าแตะพวกมันจริงๆ

พวกมันสามารถเติบโตขึ้นมาได้ทั้งๆที่ในสุสานเต็มไปด้วยแก๊สพิษก็หมายความว่าพวกมันจะต้องมีพิษแน่นอน

ไคลน์จัดการสวมใส่ถุงมือหนังทั่วไป

พิมพ์เขียวที่เขาใช้เนื้องูความยาวเท่าแขนแลกมาสามารถสร้างของสวมใส่ใดๆก็ได้โดยใช้หนังสัตว์

[อย่าแตะจะดีที่สุด พืชชนิดนี้จะทำให้ผิวหนังของท่านเป็นผื่นคัน]

[จงระวัง! บนผิวหน้าของพืชชนิดนี้มีพิษร้ายแรงและจะทำให้ท่านคันคะเยอ]

[อย่าปล่อยให้พืชชนิดนี้ไปโดนแผลของท่านไม่อย่างนั้นแผลของท่านจะเน่าเปื่อย]

แจ้งเตือนปรากฏขึ้นมาบนพืชทั้งสามชนิดทีละอย่างๆ

ในหน้าต่างแจ้งเตือนปรากฏรายละเอียดของพืชทั้งสามทีละชนิดๆเช่นกัน

[แจ้งเตือนจากระบบ : หญ้าพิษลายจุด +12]

[แจ้งเตือนจากระบบ : ดอกกระดูกขาว +10]

[แจ้งเตือนจากระบบ : หญ้าเปื้อนเลือด +9]

ทั้งหมดถูกเก็บไปตามปกติ

ไคลน์มองไปรอบๆอีกครั้งแต่ก็ไม่เห็นพืชชนิดใดอีกแต่กลับพบวัตถุดิบจำนวนหนึ่งบนพื้นแทน

เขายังคงออกตามหาหีบสมบัติทองแดงต่อไป

หลังจากวนอยู่รอบๆสุสานซักพักในที่สุดเขาก็เห็นเค้าโครงของหีบสมบัติทองแดงวางอยู่ตรงมุมๆหนึ่ง

คำใบ้สีทองเด้งขึ้นมาว่ามีพิษฉาบอยู่บนผิวของกล่องสมบัติ!

‘ดูเหมือนถ้าอยู่นานๆเข้าตัวเราเองก็คงโดนแก๊สพิษปนเปื้อนเหมือนกัน’

ไคลน์รู้ดีว่าเขาต้องลงมือให้เร็วที่สุด

ไม่อย่างนั้นแล้วผิวและเส้นผมหรือเส้นขนของทั้งเขาและจิ้งจอกน้อยจะต้องปนเปื้อนแก๊สพิษแน่ๆ

ปริมาณของพิษอาจจะไม่มากนักแต่ก็อาจจะทำให้คันในระดับหนึ่ง

ไคลน์สวมถุงมือและเดินเข้าไปเปิดหีบ

[แจ้งเตือนจากระบบ : หีบสมบัติทองแดง +1]

[แจ้งเตือนจากระบบ : พิมพ์เขียวโพชั่นโครงกระดูกชั้นยอด +1]

[แจ้งเตือนจากระบบ : พิมพ์เขียวยาแก้พิษชั้นยอด +1]

[แจ้งเตือนจากระบบ : รูนลม +1]

ทั้งสองอย่างล้วนเป็นพิมพ์เขียวสำหรับสร้างโพชั่นทั้งคู่!

ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาดโพชั่นโครงกระดูกน่าจะเป็นยาพิษขณะที่ยาแก้พิษก็คือขั้วตรงกันข้าม

[พิมพ์เขียวโพชั่นโครงกระดูกชั้นยอด : สำหรับสิ่งมีชีวิตที่ปราศจากความต้านทานพิษแล้วนี่คือไอเทมที่ต้องมีถ้าต้องการเอาชีวิตพวกมัน]

[พิมพ์เขียวยาแก้พิษชั้นยอด : สามารถล้างอาการติดพิษทั่วๆไปได้ ส่งผลเร็วมาก]

เรียนรู้ให้หมด!

เมื่อเสร็จสิ้นไคลน์ก็หยิบพลั่วขึ้นมาและเดินหาจุดเหมาะซักจุด เขาตรงไปยังกำแพงทางด้านซ้ายและเริ่มทำการขุด

ในขณะที่เขาขุดไปเขาก็มองไปที่วัตถุดิบที่ใช้สร้างยาทั้งสองชนิดด้วย

[โพชั่นโครงกระดูกชั้นยอด : หญ้าพิษลายจุด 12/3 , ดอกกระดูกขาว 10/2 , หญ้าเปื้อนเลือด 9/2 , น้ำ 8200/100มิลลิลิตร , ไฟ]

[ยาแก้พิษชั้นยอด : หญ้าล่องเหมันต์ 33/6 , ผลไม้หวาน 0/1 , หญ้าม้วน 0/5 , ไฟ]

วัตถุดิบสำหรับสร้างโพชั่นโครงกระดูกเขามีมากพอแต่ยาแก้พิษเขามีเพียงแค่หญ้าล่องเหมันต์เท่านั้น

แน่นอนว่าเรื่องผลไม้หวานไม่จำเป็นต้องกังวลเพราะในอนาคตเขาจะมีพวกมันแบบไม่จำกัดเลย

แต่จนถึงตอนนี้เขายังไม่เคยเห็นหญ้าม้วนมาก่อนเลยดังนั้นเขาจึงสงสัยเหลือเกินว่ามีใครวางขายมันเอาไว้ในตลาดแลกเปลี่ยนบ้างหรือเปล่า

เพื่อให้ออกไปจากสุสานให้เร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ไคลน์จึงขุดให้เร็วที่สุดเท่าที่จะเร็วได้

ในเวลาเพียงไม่ถึงครึ่งนาทีไคลน์ก็ขุดมาจนถึงชั้นหลุมดำแล้ว

ไคลน์เริ่มจากการใช้ดินปิดทางผ่านด้านหลังเอาไว้ก่อนเพื่อไม่ให้แก๊สพิษตามมาได้

ก่อนที่เขาจะเดินเข้าไปยังหลุมดำเขาจำเป็นต้องต้องเช็คสถานการณ์ของสุสานทางด้านซ้ายให้ดีเสียก่อน

แค่เพราะแผนที่ไม่มีสัญลักษณ์แสดงว่ามีอันตรายก็ใช่ว่ามันจะไม่มีอันตรายใดๆซักหน่อย

[มีคนมาถึงสุสานทางด้านซ้ายนี้ก่อนท่าน ยังไงก็ตามอีกฝ่ายหนึ่งกำลังเผชิญกับแมงมุมแวมไพร์เจ้าปัญหาและถูกมันจับแขวนเอาไว้ในฐานะของอาหารสำรองของแมงมุมแวมไพร์แล้ว จงหลีกเลี่ยงการลอบโจมตีของแมงมุมแวมไพร์และหั่นมันเป็นชิ้นๆด้วยมือของท่านเพื่อแสดงความเป็นลูกผู้ชาย บางทีท่านอาจจะชนะใจหญิงสาวก็เป็นได้]

สุสานด้านหน้าไม่เพียงแต่มีสิ่งมีชีวิตแห่งสุสานเท่านั้นแต่ยังมีคนมาถึงก่อนเขาด้วย

ไคลน์ขมวดคิ้วเล็กน้อย

‘ผู้หญิงหรอ?’

‘รอให้ตายไปก่อนแล้วค่อยเข้าไปดีไหม?’

ไคลน์กังวลว่าอาจจะมีเหตุการณ์ไม่คาดคิดเกิดขึ้นดังนั้นเขาจึงลังเลอยู่ซักพักก่อนที่จะตัดสินใจเข้าไปตอนนี้เลย

แต่ก่อนที่จะเข้าไปเขาต้องดูข้อมูลของแมงมุมแวมไพร์เสียก่อน

เขาเปิดเมนูคู่มือขึ้นมาและเริ่มค้นหาชื่อของมัน

ไม่นานนักผลลัพธ์ก็ปรากฏ

[แมงมุมแวมไพร์คือสิ่งมีชีวิตแห่งสุสานที่ชอบดื่มเลือดสดๆ มันมีใบหน้าคล้ายกับค้างคาวและชอบลอบโจมตีสิ่งมีชีวิตอื่น ตามปกติแล้วมันมักจะซ่อนตัวอยู่ในจุดที่ไม่มีใครสังเกตเห็นเพื่อทำการลอบจู่โจมศัตรู ผิวหนังชั้นนอกบนร่างกายของมันก็เปรียบดั่งชุดเกราะของมัน]

[สกิล : โลหิตเพลิงผลาญฟื้นฟูพลังชีวิต]

[จุดอ่อน : ดวงตาค่อนข้างอ่อนไหวต่อแสงสว่างเจิดจ้า]

[ระดับความอันตราย : 28]

เขาตรวจสอบสกิลของมันต่อ

[โลหิตเพลิงผลาญฟื้นฟูพลังชีวิต : เผาผลาญเลือดในกายของตัวเองเพื่อฟื้นฟูอาการบาดเจ็บได้อย่างรวดเร็ว คูลดาวร์ – 60นาที]

ไคลน์หยิบเอาตะเกียงรูนออกมาแบบเงียบๆและเข้าสู่สภาวะตั้งใจ

ถ้าเขาไม่สามารถจัดการมันได้เขาก็จะใช้ตะเกียงรูนนี่ช่วย

แต่ถ้าเขาจัดการมันได้ตะเกียงรูนนี่ก็ไม่จำเป็น

นี่เขาเรียกว่าการเตรียมพร้อม ยังไงเสียระมัดระวังไว้ก่อนก็ดีกว่า!

“จิ้งจอกน้อยไปกัน” ไคลน์กล่าวและเดินนำเข้าไปสู่ชั้นหลุมดำ

ฉากเบื้องหน้าของไคลน์แปรเปลี่ยนไป

สุสานแห่งที่สามสิบห้า!

ไคลน์กระชับหน้าไม้รูนเอาไว้ในมือซ้ายและมีดรูนเอาไว้ในมือขวา

เขาตรวจสอบสภาพแวดล้อมโดยรอบด้วยความระมัดระวัง

ในสุสานแห่งนี้มีเสาหินตั้งอยู่มากมายแต่ไคลน์ก็ยังไม่พบตัวของแมงมุมแวมไพร์

น่าจะซ่อนตัวอยู่แน่นอน

ไม่ไกลนักบนเสาหินต้นหนึ่งมีรังไหมสองรังถูกห้อยเอาไว้

พวกเขามองลงมาผ่านรังไหมและส่งเสียงอู้อี้ออกมา ไม่รู้จริงๆว่าพวกเขากำลังขอให้ช่วยหรือเตือนให้ไคลน์ระวังตัวกันแน่

จบบทที่ Chapter 49 : มีคนมาถึงก่อนไคลน์?

คัดลอกลิงก์แล้ว