เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 46 : อสูรกล่องสมบัติ – เมล็ดต้นขนมปัง!

Chapter 46 : อสูรกล่องสมบัติ – เมล็ดต้นขนมปัง!

Chapter 46 : อสูรกล่องสมบัติ – เมล็ดต้นขนมปัง!


[ขุดไปทางด้านซ้ายท่านจะพบหีบสมบัติเหล็กสองหีบ หนึ่งนั้นเป็นหีบจริงแต่อีกหนึ่งนั้นปลอม จงพึงระวังอสูรที่ปลอมตัวเป็นกล่องสมบัติให้ดีๆ อย่าได้ถูกมันกัดเข้าเชียวล่ะ]

[ในถ้ำด้านหน้าจะมีฝูงตัวต่อรอท่านอยู่ จงรมควันพวกมันด้วยไฟและท่านจะได้น้ำผึ้งปฐพีมาเชยชม]

[ในสุสานทางด้านหลัง...ไม่สิเราควรจะเรียกมันว่าถ้ำอสรพิษมากกว่า น่าขยะแขยงยิ่งนัก!]

[ขุดขึ้นไปทางด้านบนท่านจะพบหีบสมบัติทองแดงและหีบสมบัติไม้ คำใบ้คิดว่าเป็นการขุดค้นที่ดีแต่มีรังของหนูแฮมสเตอร์ทรายอยู่ใต้ผืนทราย ทรัพยากรทั้งหลายน่าจะพอให้ท่านมีกินไปอีกสามวัน]

[ขุดลงไปด้านล่างจะพบห้องว่างเปล่า]

ในระหว่างที่เดินกลับฐานไคลน์ก็ตรวจสอบคำใบ้ของทั้งห้าเส้นทางไปด้วย

พรุ่งนี้เขาตัดสินใจแล้วว่าจะไปทางด้านซ้าย!

ไคลน์เปิดคู่มือขึ้นมาและทำการค้นหาอสูรกล่องสมบัติ

แต่เขากลับไม่เจอข้อมูลใดๆของอสูรกล่องสมบัติเลย

คู่มือนี้ยังไงซะก็เป็นคู่มือไม่สมบูรณ์มาตั้งแต่แรกแล้วจึงมีข้อมูลของสิ่งมีชีวิตแห่งสุสานเพียงบางส่วนเท่านั้นที่ถูกบันทึกเอาไว้และชัดเจนแล้วว่าอสูรกล่องสมบัติไม่ใช่หนึ่งในนั้น

มันอาจจะไม่ทรงพลังมากนักแต่ใช้การปลอมแปลงเป็นหีบสมบัติเพื่อล่อให้นักผจญภัยมาติดกับก็เป็นได้

ไคลน์ลองจินตนาการรูปร่างหน้าตาของอสูรกล่องสมบัติ บางทีมันอาจจะมีปากขนาดใหญ่ที่ใหญ่พอจะงับแขนมนุษย์จนขาดได้เลยก็เป็นได้

ไม่นานนักเขาก็กลับมาถึงฐานรูน

ไคลน์ไปตรวจสอบต้นอ่อนของข้าวหอมมะลิและผลไม้หวานก่อนเป็นลำดับแรก

ในเวลาสั้นๆเพียงแค่สามชั่วโมงต้นอ่อนของข้าวหอมมะลิก็โตชึ้นมาได้ราวๆครึ่งเมตรแล้ว ส่วนต้นอ่อนของผลไม้หวานก็สูงราวๆเมตรนึงเห็นจะได้แม้แต่กิ่งก้านและใบของมันยังเขียวชะอุ่มราวกับพุ่มไม้

“อัตราการเติบโตนี้รวดเร็วมากจริงๆ!” ไคลน์อุทานออกมาอย่างชื่นชม

จากนั้นเขาก็ทำการรดน้ำอีกรอบและกลับไปยังห้องนอน

เมื่อกลับมาถึงห้องนอนเขาก็จัดแจงถอดกางแกงและเสื้อทั้งหมดออกและหยิบเอาเลือดของหมีเหล็กป่าเถื่อนออกมาทาไปทั่วร่างกาย

การทาเลือดของหมีเหล็กป่าเถื่อนนี้ลงไปบนร่างกายจะทำให้ความต้านทานการโจมตีของเขาเพิ่มมากขึ้น

เลือดนี้ไม่ได้ถูกดูดกลืนไปในทันที

ร่างกายของไคลน์ในตอนนี้จึงเปียกโชกไปด้วยเลือดและกลิ่นคาวของมัน

เขาทาเลือดลงไปบนทุกส่วนของร่างกายโดยไม่เว้นแม้แต่จุดเดียว

ตอนแรกๆที่ทาเสร็จมันก็คันเล็กน้อยแต่ไม่นานนักเลือดก็ค่อยๆจางหายไปราวกับว่ามันถูกดูดซับเข้าไปในผิวหนังของเขา

หลังจากผ่านไปราวๆห้านาทีเลือดก็หายไปจนหมด

บนร่างกายของเขาตอนนี้ไม่มีเลือดของหมีเหล็กป่าเถื่อนเหลืออยู่อีกแล้ว

เขาลองดมผิวของตัวเองและพบว่านอกจากกลิ่นเหงื่อแล้วก็ไม่เหลือแม้แต่กลิ่นเลือดด้วยซ้ำ

ไคลน์ลองใช้นิ้วทิ่มผิวหนังของตัวเองดู

โดยรวมแล้วถือว่าทรงพลังขึ้นจริงๆ

จากนั้นเขาก็หยิบมีดออกมาและลองกรีดลงไปเบาๆแต่มันกลับทิ้งไว้เพียงรอยบาดขาวๆเท่านั้นไม่อาจทำลายการป้องกันของชั้นผิวได้เลย

ไคลน์เพิ่มแรงลงไปอีกและเมื่อเพิ่มไปจนถึงระดับหนึ่งในที่สุดเขาก็ทิ้งรอยเลือดเอาไว้บนผิวหนังของตัวเองได้สำเร็จ

เอฟเฟคโดยรวมของเลือดนี้ถือว่าดีเยี่ยมเลยทีเดียว

วันนี้ก็มีข้อความส่วนตัวมากมายส่งมาหาไคลน์เหมือนเช่นเคย

ไคลน์ล้มตัวนอนลงบนระเบียงเพื่อรับลมเย็นๆและเปิดหน้าต่างข้อความส่วนตัวขึ้นมาไล่ดู

ทั้งหมดที่ส่งมาล้วนเกี่ยวข้องกับปราสาทโบราณทั้งสิ้น!

บ้างก็ถาม “บอสไคลน์มีคนบอกว่าปราสาทโบราณนั่นเป็นฐานรูน เรื่องนี้จริงไหม?”

“บอสไคลน์ช่วยบอกวิธีการเปลี่ยนฐานรูนให้กลายเป็นปราสาทโบราณหน่อยได้ไหม?”

“พี่ชายช่วยส่งอาหารให้ฉันทีเถอะ ถ้าพี่ส่งให้ฉันฉันจะบริการพี่อย่างดีเลยถ้าเราได้เจอกัน!”

“ขายหีบสมบัติทองแดงที่ยังไม่ถูกเปิดหนึ่งหีบ คลิ๊กตรงลิ้งค์นี้เลยถ้าต้องการ! (ผู้ขาย : ฉันส่งข้อความนี้ไปในวงกว้างเพื่อเอาชีวิตรอด ถ้าข้อความนี้รบกวนท่านก็ขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วย!)”

นี่คือข้อความส่วนตัวทุกรูปแบบที่ถูกส่งมา

ส่วนใหญ่ก็ถามเกี่ยวกับฐานรูนนั่นแหละ

“โลกแห่งสุสานมีธุรกิจเกี่ยวกับการโฆษณาขนาดเล็กด้วยหรอ?”

ไคลน์เปิดหน้าข้อความส่วนตัวของคนรู้จักและพบว่ามีการแจ้งเตือนเขียนเอาไว้ด้วย

ถ้าทั้งสองฝ่ายส่งข้อความหากันและกันพวกเขาจะถูกใส่เอาไว้ในรายชื่อคนรู้จัก แน่นอนว่าทั้งสองฝ่ายสามารถลบอีกฝ่ายออกจากลิสต์คนรู้จักได้

ในบรรดาข้อความส่วนตัวเหล่านี้มีบางคนที่อยากจะแลกเปลี่ยนกับไคลน์และก็มีบางคนที่มาสอบถามเกี่ยวกับเรื่องนี้ด้วย

ไคลน์กวาดตามองไอเทมที่เขาอยากจะได้แต่ก็ไม่มีอะไรเข้าตาเลย เขาจึงตอบกลับไปเพียงสั้นๆ

ในบรรดาคนเหล่านี้ไคลน์เลือกตอบกลับไปที่ข้อความของคนๆหนึ่ง

“ฉันพึ่งเรียนรู้พิมพ์เขียวชนิดหนึ่งมาและก็อยากจะเสนอข้อแลกเปลี่ยนกับนายหน่อย”

“นายเองก็น่าจะต้องการหน้าไม้รูนระดับสมบูรณ์เหมือนกัน”

“นายหาวัตถุดิบมาให้ฉันส่วนฉันจะช่วยนายสร้างมันออกมา แล้วนายค่อยจ่ายค่าธรรมเนียมให้ฉันก็ได้ตกลงไหม?”

อลิซมีวัตถุดิบไม่พอจะสร้างดังนั้นเธอจึงต้องการจะใช้เรื่องนี้มาเรียกราคาจากไคลน์ซักหน่อย

วันนี้เธอส่งข้อความส่วนตัวไปหาผู้เล่นมาแล้วหลายคนแต่มีเพียงหนึ่งคนเท่านั้นที่มีวัตถุดิบพอเธอจึงได้รูนลมมาก้อนหนึ่งเป็นค่าธรรมเนียมในการสร้าง

ไคลน์ยิ้มแล้วตอบกลับ “น่าเสียดายนะแต่ฉันมีพิมพ์เขียวของหน้าไม้รูนระดับสมบูรณ์แล้ว นอกจากนี้ยังมีหน้าไม้รูนแบบทำเสร็จแล้วในครอบครองด้วยดังนั้นฉันจึงไม่จำเป็นต้องมีเพิ่มแล้ว”

ไคลน์ตอบกลับ

“ดูเหมือนนายจะสร้างหน้าไม้รูนได้ตั้งแต่ตอนที่ซื้อรูนลมไปแล้วสินะ! นั่นมันเร็วมากเลยนะ เท่าที่ฉันรู้มามีแค่ไม่กี่คนหรอกนะที่มีอาวุธระยะไกลใช้ในตอนนี้”

อลิซตอบกลับมาสองครั้งติด “ถ้างั้นนายยังมีรูนลมเหลือไหม? ฉันขาดแค่อันเดียวเอง! ถ้ามีฉันสามารถใช้อย่างอื่นแลกได้นะ”

“อะไรล่ะ?”

เขาอยากจะเช็คของก่อน

ส่วนถ้าเธอไม่ต้องการจะแลกถ้างั้นก็ช่างเถอะ

“เมล็ดของต้นขนมปัง! คำอธิบายบอกไว้แบบนี้ – ต้นไม้สั้นๆที่ออกผลเป็นขนมปังหวาน สามารถปลูกในกระถางได้”

ต้นขนมปังในโลกแห่งสุสานนี้กลับสามารถออกผลเป็นขนมปังได้จริงๆ!

ไคลน์ในตอนนี้มีต้นอ่อนปลูกเอาไว้ถึงสองชนิดแล้วดังนั้นเขาจึงไม่ขาดแคลนอาหาร

แต่ก็ยังดีกว่าไม่ได้อะไรเลย

อย่างน้อยก็ถือว่าได้อาหารแบบใหม่ๆมาเพิ่มล่ะนะ

“ก็ได้ฉันแลกกับเธอก็ได้”

หลังจากไคลน์ตอบกลับอีกฝ่ายก็รีบส่งลิ้งค์ขอแลกเปลี่ยนมาอย่างว่องไว

ก่อนที่จะทำการแลกเปลี่ยนเขาก็ตรวจสอบรายละเอียดของเมล็ดต้นขนมปังอีกครั้ง

แล้วก็เป็นอย่างที่อลิซบอกทุกอย่างชัดเจนแล้วว่าอีกฝ่ายไม่ได้มีลูกไม้ใดๆ

เขาทำการเลือกไอเทมและกดยืนยันการแลกเปลี่ยน

[การแลกเปลี่ยนเสร็จสมบูรณ์]

[รูนลม -1 , เมล็ดต้นขนมปัง +1]

ไคลน์ในตอนนี้เหลือรูนดินอยู่อีก3ก้อนและกระถางปลูกพืชชั้นเยี่ยมก็จำเป็นต้องใช้รูนดิน1ก้อน

เขาจึงจัดการสร้างกระถางปลูกพืชขึ้นมาอีกหนึ่งกระถาง

เมื่อสร้างขึ้นมาเรียบร้อยไคลน์ก็จัดการเติมดินเติมทรายเข้าไปและฝังเมล็ดต้นขนมปังลงไปเพื่อทำการปลูกมัน

จากนั้นเขาก็รดน้ำและใส่ปุ๋ยตามปกติและรอให้มันเติบโต

ข้าว ผลไม้ ขนมปัง

เขามองไปที่กระถางปลูกพืชทั้งสามที่วางอยู่ติดๆกันและอดมองไปถึงอนาคตอันสดใสในวันข้างหน้าไม่ได้

อีกหนึ่งหรือสองวันหรืออาจจะยาวกว่านั้นซักสามวันหรือห้าวันพวกมันก็น่าจะพร้อมเก็บเกี่ยวแล้ว

จบบทที่ Chapter 46 : อสูรกล่องสมบัติ – เมล็ดต้นขนมปัง!

คัดลอกลิงก์แล้ว