เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 36 : อัพเกรดฐานรูน!

Chapter 36 : อัพเกรดฐานรูน!

Chapter 36 : อัพเกรดฐานรูน!


[แจ้งเตือนจากระบบ : รูนน้ำ -3 , รูนดิน -3 , รูนลม -3 , รูนไฟ -3 , ดวงวิญญาณ -5 , เหล็ก -50 , ทองแดง -50 , หิน -50 , ไม้ -50 , ทราย -50]

ไคลน์ถือคัมภีร์อัพเกรดระดับต่ำเอาไว้ในมือ

พอเขากดยืนยันการใช้งานทรัพยากรจำนวนมหาศาลก็หายวับไปกับตา

เช่นเดียวกับคัมภีร์ยกระดับความแข็งแกร่ง คัมภีร์ยกระดับฐานรูนเองเมื่อใช้งานก็สลายกลายเป็นเถ้าถ่านเช่นเดียวกัน

ยังไงก็ตามเถ้าที่ว่านี้ไม่ได้หลอมผสานเข้ากับร่างกายของไคลน์เหมือนกับคัมภีร์ยกระดับความแข็งแกร่ง

เถ้าที่ว่านี้จู่ๆก็ถูกสายลมจากที่ใดก็ไม่ทราบพัดปลิวว่อนไปทั่วทุกสารทิศภายในฐานรูน

จำนวนของเถ้ายิ่งนานเข้ายิ่งมากขึ้นเรื่อยๆราวกับฝูงผึ้งที่บินกวาดผ่านไปทั่วฐานรูน

เถ้าพวกนี้ลอยไปติดอยู่บนเพดานบ้าง พื้นดินบ้างหรือกำแพงบ้างจากนั้นไม่นานนักทั่วทั้งฐานรูนก็เริ่มสั่นไหวขึ้นมาพร้อมๆกับขนาดพื้นที่ที่ขยายออกจนมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า

กำแพงเองก็สูงขึ้นด้วยเช่นกัน

หนึ่งเมตร , สองเมตร , สามเมตร...

“โฮ่งๆๆ!”

จิ้งจอกน้อยที่สะดุ้งตื่นขึ้นมาอย่างแตกตื่นรีบพุ่งตัวเข้ามาซุกอกไคลน์ด้วยความหวาดกลัว

เจ้าตัวน้อยตัวนี้แม้ในการต่อสู้จะห้าวหาญไม่น้อยแต่ในเวลาแบบนี้กลับไม่มีความกล้าเอาซะเลย เดาว่าคงพยายามทำตัวให้ดูน่ารักล่ะสิ!

ครืน!

ไคลน์รู้สึกได้อย่างชัดเจนว่าพื้นดินใต้เท้าของเขายกตัวขึ้น

“นี่มัน...”

“เพิ่มชั้นหรอ?”

“หรือกำลังลอยอยู่?”

ไคลน์อดจินตนาการไปไกลไม่ได้

ถ้าลอยได้จริงๆก็คงดี!

กระบวนการอัพเกรดใช้เวลาไปหนึ่งนาทีเต็ม

[แจ้งเตือนจากระบบ : ฐานรูนได้รับการยกระดับแล้ว]

[แจ้งเตือนจากระบบ : ฐานรูนชั้นเยี่ยมยกระดับขึ้นเป็นฐานรูนระดับสมบูรณ์]

เมื่อเสียงแจ้งเตือนจากระบบดังขึ้นฐานรูนก็หยุดสั่น

ของตกแต่งภายในฐานรูนในตอนนี้ถือได้ว่ากลายเป็นของใหม่ทั้งหมดเลยก็ว่าได้

ดูไปแล้วรายละเอียดของพวกมันยิ่งชัดกว่าก่อนหน้านี้อีก

กำแพงเองก็ขาวสนิทไร้มลทินและพื้นไม้เองก็ถูกประดับประดาเอาไว้ด้วยลวดลายแปลกตา

ยิ่งไปกว่านั้นภายในฐานรูนยังไม่ใช่ห้องเพียงห้องเดียวโดดๆอีกต่อไป

“นี่คือห้องนอนสินะ...แล้วนี่แถมเตียงไซส์ยักษ์มาให้หลังนึงด้วยเหรอเนี่ย?”

ดูเหมือนว่าห้องที่ไคลน์ยืนอยู่จะเป็นห้องนอนเนื่องจากมีเตียงนอนกับตู้เสื้อผ้าวางเอาไว้

แสงสว่างส่องผ่านหน้าต่างสองบานที่ติดอยู่บนกำแพงเข้ามา

ห้องนอนมีเพียงหนึ่งห้องเท่านั้นและพื้นที่ภายในห้องก็ไม่ได้แตกต่างไปจากก่อนอัพเกรดแต่อย่างใด

“ไปดูข้างนอกบ้างดีกว่า”

ไคลน์เดินออกจากห้องนอนมายังห้องโถงกลาง

ขนาดของพื้นที่ตรงนี้เทียบเท่ากับห้องนอนแต่มีเตาผิงใหม่เอี่ยมเพิ่มเข้ามาแทน

บริเวณด้านหน้าห้องโถงมีประตูเหล็กขนาดใหญ่ที่กึ่งเปิดกึ่งปิดติดเอาไว้

ไคลน์เดินไปที่ประตูแล้วมองออกไปด้วยความสงสัย

พื้นบริเวณด้านนอกไม่ใช่ทรายแต่อย่างใด

ไคลน์เดินออกไปและก็ต้องแปลกใจเมื่อพบว่าตัวเองอยู่บนชั้นสอง เขาในตอนนี้กำลังยืนอยู่บนระเบียงที่ทำขึ้นมาจากหิน

กล่าวอีกนัยหนึ่งก็คือฐานรูนของเขากลายเป็นอาคารขนาดย่อมไปแล้ว!

รอบๆบ้านของเขามีกำแพงหินครึ่งวงกลมที่สูงราวๆ1.2เมตรโผล่ขึ้นมา

ไคลน์ที่ยืนอยู่บนระเบียงมองไปมองมาอยู่ซักพักก่อนจะหันหัวกลับเข้าบ้านไป

“นี่มัน...ปราสาทโบราณรึไง?”

ไคลน์แสดงสีหน้าประหลาดๆออกมา

การตกแต่งภายในอาจจะค่อนข้างสมัยใหม่แต่การตกแต่งภายนอกกลับเป็นสไตล์ปราสาทยุคกลางที่โดยรวมแล้วมีสีสันค่อนไปทางมืดๆทึบๆ

“ลงไปดูชั้นล่างดีกว่า!”

ไคลน์เดินกลับเข้าไปยังห้องโถงและเดินลงไปตามบันไดวนจนไปถึงชั้นล่าง

พื้นที่ในชั้นล่างใหญ่และกว้างขวางกว่าชั้นบนอย่างเห็นได้ชัด

ไม่ว่าจะเป็นเตาบาบิคิว ฟาร์มเพาะเนื้อและอื่นๆทั้งหลายต่างก็ถูกกองเอาไว้ที่ชั้นนี้ทั้งสิ้น

ประตูหลักเองก็เป็นประตูเหล็กเช่นเดียวกับประตูระเบียงบนชั้นสอง

ดูๆไปแล้วฐานรูนในตอนนี้น่าจะสูงราวๆสิบสองถึงสิบสามเมตรได้เรียกได้ว่าพอๆกับปราสาทขนาดเล็กเลย

ไคลน์เดินออกมาด้านนอกแล้วหันหน้าเข้าหาฐานรูนพร้อมกับเดินถอยหลังไปเรื่อยๆจนหลังชนเข้ากับกำแพงดิน

จิ้งจอกน้อยที่อยู่ข้างๆเองก็ทำแบบเดียวกันโดยที่เดินตามเขามาทุกย่างก้าว

ปราสาททั้งหลังเต็มไปด้วยกลิ่นอายหนักหน่วง โบราณและเรียบง่าย

ตั้งตระหง่านเช่นนี้ราวกับปราสาทที่ไม่อาจตีแตก

จากนั้นไคลน์ก็เดินทองน่องไปรอบๆฐานรูนของเขา

เขาค่อนข้างพอใจกับการอัพเกรดครั้งนี้ไม่น้อยเลย

ในโลกใบนี้เขาคงเป็นคนแรกและคนเดียวที่อัพเกรดฐานรูนแล้วอย่างแน่นอน!

...

หลังจากล้างเนื้อล้างตัวเสร็จเขาก็ทานอาหารเช้าแบบง่ายๆ

และเมื่อเขากลับมาตรวจสอบคำใบ้อีกครั้งก็พบว่าพวกมันเปลี่ยนไปแล้ว

[มีหีบสมบัติเหล็กรอท่านอยู่ในสุสานด้านหน้า ภายในนั้นอาจจะมีสิ่งของดีๆรอให้ท่านไปเก็บเกี่ยวแต่มีไนท์วิสเลอร์ผู้น่าสงสารอยู่สองตัวที่กำลังเร้นกายอยู่ภายในชั้นดิน พวกมันกำลังภาวนาขออย่าให้ถูกสิ่งมีชีวิตใดๆภายในโลกแห่งสุสานมาพบเจอเข้า]

ไคลน์ที่เห็นดังนี้ก็ไม่รอช้าหยิบเอาพลั่วขึ้นมาเริ่มทำการขุดทันที

หลังจากขุดมาได้ยี่สิบกว่าครั้งเขาก็พบเข้ากับหลุมดำอันคุ้นตา

เขาหยิบเอาใบพัดลอยลมออกมาใส่เอาไว้และถือใบดาบรูนความเร็วสูงเอาไว้ในมือข้างหนึ่งขณะที่อีกข้างหนึ่งกำหน้าไม้รูนเอาไว้แน่น

จากนั้นสองขาของเขาก็ก้าวเข้าสู่หลุมดำเบื้องหน้า!

ภายในสุสานแห่งที่ยี่สิบสาม

เมื่อเข้ามาถึงสิ่งแรกที่ไคลน์เห็นก็คือหีบสมบัติเหล็กที่อยู่ห่างออกไปไม่ไกลนัก

“ตรงนั้นสินะ...”

นอกจากนี้ไคลน์ก็ยังสังเกตุเห็นกองดินสองกองที่สุมอยู่ใกล้ๆกับหีบสมบัติเหล็กด้วยเช่นกัน

เมื่อลองมองดูอย่างละเอียดเขาก็พบว่าภายใต้กองดินนั้นมีดวงตาสองคู่กำลังจ้องมองมา

แน่นอนว่าสีของดวงตาพวกมันก็เป็นสีเดียวกับพื้นทรายเลยทำให้ดูออกยากเล็กน้อย

เรียกได้ว่าง่ายที่จะมองข้ามเลยก็ว่าได้

“โฮ่งๆ!”

จิ้งจอกน้อยแอบงับขากางเกงของไคลน์เบาๆเพื่อส่งสัญญาณ

ไคลน์ก้มลงทำทีเป็นปัดทรายออกจากเท้าแต่ในเวลาเดียวกันเขาก็ส่งเสียงเบาๆออกมาบอกกับจิ้งจอกน้อยว่า “ทำทีว่าไม่เห็นไปก่อน”

จิ้งจอกน้อยเองก็เข้าใจ

แม้ว่าในช่วงเวลากลางวันไนท์วิสเลอร์จะค่อนข้างอ่อนแอแต่พวกมันก็สามารถบินได้ดังนั้นการสังหารพวกมันทิ้งจึงไม่ใช่เรื่องง่ายเลย

ดังนั้นเขาจึงคิดจะแสร้งทำเป็นเปิดหีบแล้วค่อยลอบจู่โจมพวกมันในตอนที่พวกมันไม่ทันตั้งตัว

‘ลดการป้องกันลงเมื่อไหร่ล่ะก็..!’

ไคลน์เดินต่อไปเรื่อยๆโดยที่สายตาของเขายังคงจับจ้องไปที่หีบสมบัติเหล็กเหมือนเดิม

จิ้งจอกน้อยเองก็ตามมาติดๆด้วยท่าทีเชิดหน้าชูตาอย่างจองหองราวกับไม่สนใจกองทรายพวกนั้นเลย

หนึ่งบุรุษหนึ่งจิ้งจอกเดินผ่านกองทรายไป

ไคลน์หันหัวกลับมาและส่งสัญญาณให้จิ้งจอกน้อยเล็กน้อยก่อนจะชักเท้ากลับ

ในตอนนั้นเอง

กองทรายสองกองเองก็ค่อยๆขยับอย่างช้าๆ

ฟิ้ว!

เสียงนี้แผ่วเบาเป็นอย่างยิ่ง

ไนท์วิสเลอร์ทั้งสองตัวเผยกายออกมาแล้ว

ลักษณะของพวกมันดูคล้ายกับหมาป่าผสมกับกิ้งก่าไม่น้อย ร่างกายของพวกมันมีสีดำสนิทและมีลวดลายแปลกๆอยู่บนผิวหนัง บนหลังของพวกมันมีปีกอยู่คู่หนึ่งและปากเองก็ยาวเหมือนกับนกวีด

พวกมันดูเหมือนจะมีความคิดเดียวกันในหัวนั่นก็คือ – ลอบโจมตีอีกฝ่ายขณะหันหลังซะ!

ทันใดนั้นเองจิ้งจอกน้อยก็หันหัวกลับมาเช่นเดียวกับไคลน์ที่ชักดาบรูนรออยู่ก่อนแล้ว

ทั้งสองฝ่ายเข้าประชันหน้ากันพอดิบพอดี

ไคลน์แสยะยิ้มออกมาเล็กน้อย

ไนท์วิสเลอร์ทั้งสองตัวตกตะลึงไปชั่วครู่ก่อนจะทราบแล้วว่าพวกมันกำลังตกอยู่ในอันตราย พวกมันจึงรีบกระพือปีกบินพยายามบินหนีขึ้นไปบนฟ้าในทันที

ฟิ้ว!

เงาดาบวาบผ่าน

หัวของหนึ่งในสองไนท์วิสเลอร์ถูกแยกออกเป็นสองส่วน

และในตอนที่ไนท์วิสเลอร์อีกตัวจะทันได้บินหนีขึ้นไปไคลน์ก็ก้าวเข้ามาและใช้ดาบของเขาแทงเข้าไปที่ลำคอของมันจนมิด

เมื่อเขาดึงดาบออกมาจากคอของมันเลือดก็ทะลักออกมาราวกับน้ำพุโลหิต

จบบทที่ Chapter 36 : อัพเกรดฐานรูน!

คัดลอกลิงก์แล้ว