เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 33 : กองกำลังโคบอลล์? แค่แตะเบาๆก็แตกแล้ว!

Chapter 33 : กองกำลังโคบอลล์? แค่แตะเบาๆก็แตกแล้ว!

Chapter 33 : กองกำลังโคบอลล์? แค่แตะเบาๆก็แตกแล้ว!


ยิ่งเวลาผ่านไปลูกไฟสองดวงที่อยู่ห่างออกไปก็ใกล้เข้ามาเรื่อยๆ

ด้วยเปลวเพลิงที่ถูกจุดขึ้นจากกองไฟทำให้ไคลน์มองเห็นกองกำลังของโคบอลล์ในที่สุด

แม้ว่าพวกมันจะเรียกกันว่าโคบอลล์แต่หัวของพวกมันก็ไม่ใช่สุนัขแต่อย่างใดแต่กลับเป็นเหมือนกิ้งก่าแทน หนังของพวกมันมีสีดำน้ำตาลหรือดำสนิท

นอกจากนี้พวกมันยังสวมใส่เสื้อผ้าขาดๆอีกด้วย

ดวงตาของโคบอลล์ทั้งหกตัวส่องประกายแวววับออกมาท่ามกลางความมืด

พวกมันเองก็สังเกตุเห็นไคลน์แล้วเหมือนกัน

ส่วนจิ้งจอกน้อยนั้นไคลน์วางตัวเธอเอาไว้บนพื้น

กับดักทั้งหมดที่อยู่บนพื้นถูกไคลน์ใช้มีด หินและทุกๆวิธีการทำลายทิ้งไปหมดแล้ว

กับดักพวกนั้นทั้งหมดถูกเปลี่ยนให้กลายเป็นทรัพยากรจำพวกทองแดงและหินไปเรียบร้อย

โคบอลล์พวกนี้ไม่ได้ว่องไวเหมือนกับจิ้งจอกน้อยเพราะงั้นไคลน์จึงกล้าปล่อยจิ้งจอกน้อยเอาไว้บนพื้น

ภารกิจของจิ้งจอกน้อยมีเพียงอย่างเดียวนั่นก็คือเมื่อใดที่โคบอลล์เข้ามาใกล้ให้เธออ้อมไปด้านหลังของพวกมันอย่างเงียบๆเพื่อปิดทางหนีเอาไว้

จิ้งจอกน้อยที่กำลังซ่อนตัวอยู่ท่ามกลางดงดอกหญ้าล่องเหมันต์พลันโผล่หัวออกมาเมื่อโคบอลล์วิ่งผ่านไป

จากนั้นเธอก็อ้อมไปดักด้านหลังของพวกมันราวกับโจรน้อยและซ่อนอยู่ตรงมุมๆหนึ่ง

ไคลน์ยิ้มออกมาในใจเมื่อเห็นเงาน้อยๆพุ่งผ่านไป

จากนั้นเขาก็มองไปที่โคบอลล์ทั้งหกตัวที่อยู่บนพื้นอย่างระมัดระวัง พวกมันทั้งหมดถือหอกสั้นเอาไว้และกำลังเหวี่ยงหอกไปมาบนฟ้าพร้อมกับขู่คำรามไปด้วย

ท่าทีของพวกมันคือการแสร้งทำให้ไคลน์หวาดกลัวโดยใช้ใบหน้าและจำนวนในการข่มขู่

ถ้าไคลน์ไม่ทราบข้อมูลของพวกมันมาก่อนเขาคงจะแตกตื่นไปแล้ว

“ก็แค่หน้าตาน่ากลัวเท่านั้นล่ะว้า”

ไคลน์หยิบหน้าไม้รูนออกมาและเล็งไปยังหนึ่งในโคบอลล์พวกนั้น

“อับบาอับบู!” หนึ่งในโคบอลล์พวกนั้นกรีดร้องออกมาอย่างตื่นตระหนก

โคบอลล์ที่เหลืออีกห้าตัวที่ได้ยินดังนั้นก็เข้าใจและหยิบหอกสั้นออกมาตั้งท่าเล็ง!

จากนั้นพวกมันก็ระดมปาหอกขึ้นมา

ไคลน์ขมวดคิ้วมุ่นทันทีที่เห็น

“พวกมันรู้จักหน้าไม้รูนด้วย? จริงสินะคู่มือบอกเอาไว้ว่าพวกมันใช้อาวุธได้นี่หว่า เป็นไปได้ว่าพวกมันน่าจะเคยเห็นของแบบนี้มาก่อน”

“พวกมันค่อนข้างฉลาดทีเดียวและยังสามารถใช้หอกขว้างได้ด้วย”

ไคลน์บินฉวัดเฉวียนไปมาในอากาศ

หอกสั้นอันแล้วอันเล่าพุ่งผ่านเขาไปโดยที่ไม่อาจสัมผัสชายเสื้อของไคลน์ได้เลย

ฟิ้ว!

กลับเป็นหน้าไม้ดอกหนึ่งของเขาแทนที่ทะลุหน้าอกของหนึ่งในโคบอลล์พวกนั้น

มันดิ้นรนอยู่บนพื้นซักพักก่อนจะแน่นอนไป

[แจ้งเตือนจากระบบ : ดวงวิญญาณ +1]

แจ้งเตือนจากระบบเด้งขึ้นมา

โคบอลล์ที่เหลืออีกห้าตัวกรีดร้องออกมาอย่างโกรธเกรี้ยวแต่ในเวลาเดียวกันน้ำเสียงของพวกมันก็แสดงให้เห็นถึงร่องรอยของความหวาดกลัวด้วยเช่นกัน

พวกมันไม่อาจสัมผัสอีกฝ่ายได้เลย!

ถ้างั้นจะทำยังไงดี?

หนีสิ!

โดยไม่จำเป็นต้องสื่อสารกันแต่อย่างใด พวกมันแต่ละตัวเลือกที่จะโยนคบเพลิงในมือทิ้งและหนีจากไปทันที

แม้ว่าพวกมันจะสามารถมองเห็นในที่มืดได้อย่างชัดเจนแต่ก็ยังนำคบเพลิงมาด้วยเนื่องจากคบเพลิงพวกนี้ช่วยให้พวกมันมีความกล้ามากขึ้น

ควรรู้ด้วยว่าสัตว์อสูรแห่งสุสานบางชนิดก็กลัวไฟ

ไคลน์ที่เห็นดังนี้ก็หมดคำจะพูดในทันที

เขาควรจะชมที่พวกมันฉลาดหรือด่าที่พวกมันขี้ขลาดดี?

โคบอลล์พวกนี้ไม่ได้เร็วมากนักไคลน์จึงตามพวกมันมาได้แบบติดๆ

ทั้งสองฝ่ายต่างก็กำลังเคลื่อนไหวดังนั้นจึงไม่ง่ายเลยที่หน้าไม้รูนจะยิงเข้าเป้า

ไคลน์เก็บหน้าไม้รูนลงไปและเปลี่ยนเป็นใบดาบรูนแทน

โคบอลล์พวกนี้ดูเหมือนจะไม่มีความกล้ามากพอจะหันมาสู้กลับแล้ว

ถ้าพวกมันมาตัวเดียวระดับความอันตรายจะอยู่ที่สิบต้นๆเท่านั้นเอง

จุดแข็งหลักๆของพวกมันก็คือการร่วมมือกันกำราบศัตรู

ถ้าไคลน์ไม่ได้ลอยตัวอยู่กลางอากาศแต่แรกคงทำลายขวัญของโคบอลล์พวกนี้ได้ไม่เร็วขนาดนี้ บางทีพวกมันอาจจะกระทั่งหันกลับมาโต้ตอบไคลน์อย่างรุนแรงด้วยซ้ำ

“ตายซะ!”

ไคลน์บินไปหาหนึ่งในโคบอลล์ที่เหลืออย่างรวดเร็ว

ศรีษะอันใหญ่โตของโคบอลล์ตัวนั้นหลุดกระเด็นพร้อมๆกับร่างกายไร้หัวที่ล้มลงแน่นิ่งบนพื้น

ไคลน์ทำแบบเดิมและเก็บชีวิตของพวกมันไปได้อีก2ตัว

โคบอลล์ที่เหลืออีกสองตัวหนีไปจนเกือบถึงจุดที่จิ้งจอกน้อยซ่อนตัวอยู่แล้ว

จิ้งจอกน้อยที่ซ่อนตัวอยู่จู่ๆก็กระโดดออกมาและปาดกงเล็บเข้าใส่ลำคอของหนึ่งในโคบอลล์ทั้งสอง

ฉัวะ!

เลือดสาดกระจายออกมาจากลำคอของมัน

ไคลน์ที่ตามมาจนทันก็ใช้ดาบรูนแทงเข้าใส่หลังของโคบอลล์ตัวที่เหลือ

ดาบนี้เจาะทะลุหน้าอกของมันได้อย่างง่ายดาย

กองกำลังโคบอลล์กองกำลังนี้ถูกกวาดล้างจนสิ้นซากเป็นที่เรียบร้อย!

ไคลน์เก็บดาบเข้าฝักอย่างไม่รีบร้อนนัก

โคบอลล์หกตัวมอบดวงวิญญาณให้เขาหกดวง

รวมไปถึงโคบอลล์ที่จิ้งจอกน้อยสังหารเองก็นับว่าเป็นผลงานของไคลน์เช่นกัน

แม้ว่าการเดินทางครั้งนี้จะได้สมบัติเพียงน้อยนิดแต่ก็ถือว่าเป็นการเก็บเกี่ยวครั้งใหญ่

หอกสั้นและหอกขว้างที่โคบอลล์ทิ้งเอาไว้ไคลน์ก็กวาดมาจนหมด

อาวุธพวกนี้อย่างน้อยที่สุดก็ยังเอามาย่อยเป็นทรัพยากรอื่นๆได้

จิ้งจอกน้อยเชิดหน้าขึ้นราวกับกำลังอวดโอ่ความสำเร็จในครั้งนี้

ไคลน์ลูบหัวของเธอเบาๆแล้วหัวเราะออกมา “พรุ่งนี้จะให้เนื้ออีกชิ้นเป็นรางวัลแล้วกัน”

“โฮ่ง!”

จิ้งจอกน้อยที่ได้ยินดังนั้นก็ดีใจมากพร้อมกับเอาหัวของเธอถูไถไปกับมือของไคลน์

ไคลน์ทำการย่อยศพทั้งหกของโคบอลล์และได้เลือด เนื้อและกระดูกมาจำนวนหนึ่ง

เนื้อของพวกมันมีกลิ่นสาบและเปรี้ยวมาก รสชาติเองก็ไม่ดีเลย

เลือดเองก็ไม่มีสารอาหารแม้แต่นิดเดียว

พูดขนาดนี้แล้วคงไม่ต้องกล่าวถึงกระดูกแล้วมั้ง?

ไคลน์ตัดสินใจวางขายซากของโคบอลล์ทั้งหมดลงในตลาด

แน่นอนว่าเขารับแค่รูนเหมือนเดิม

เนื้อห้าชิ้นและเลือด1ลิตรถูกแบ่งออกเป็นสามรายการแลกเปลี่ยน

รสชาติของพวกมันไม่ดีนักเขาเลยเน้นไปที่จำนวน

ถ้าดูตามเรทราคาตลาดแล้วน่าจะมีคนต้องการพวกมันไม่น้อย

“มาลองดูกันดีกว่า”

หลังจากจัดการเรื่องแลกเปลี่ยนเสร็จสิ้นไคลน์ก็หยิบตบเพลิงที่โคบอลล์ทำตกเอาไว้ขึ้นมา

จากนั้นเขาก็เดินนำจิ้งจอกน้อยฝ่าความมืดไป

สมบัติของโคบอลล์จะมีอะไรบ้างนะ?

แน่นอนว่าในช่องแชทโลกตอนนี้ชื่อของไคลน์ก็กลายเป็นประเด็นหลักอีกครั้ง

ไคลน์เพิ่งจะวางขายเนื้อและเลือดของโคบอลล์ในราคาที่คุ้มค่าต่อผู้ซื้ออย่างมากทำให้เกิดเป็นคลื่นระรอกใหม่

“นี่...มีใครอยากกินเนื้อโคบอลล์ด้วยหรอ? มันฟังดูน่ากระอักกระอ่วนยังไงก็ไม่รู้”

“พวกนายเห็นลักษณะของเนื้อที่วางขายอยู่รึยังล่ะ? ดูแล้วน่าจะยังสดๆอยู่เลยว่าแต่พี่เว่ยนายคิดจะมาซื้อเนื้อเอาตอนกลางคืนเนี่ยนะ?”

“ใช่แล้วดูแล้วค่อนข้างสดมากทีเดียว! ยังไงก็เถอะดูเหมือนจะไม่อร่อยเท่าไหร่นะ”

“ราคานี้ค่อนข้างดีต่อใจจริงๆฉันเริ่มคิดหนักแล้วสิ!”

“โคบอลล์นี่ฟังดูเหมือนจะเก่งนะ มีใครเคยเจอพวกมันรึยัง?”

ประเด็นหลักๆที่หลายๆคนถกเถียงกันก็คือแม้แต่ตอนกลางคืนไคลน์ก็ยังขุดสุสานอยู่

ในดันเจี้ยนพวกนี้ขนาดว่าตอนกลางวันก็อันตรายพอดูแล้วไม่ต่างกล่าวถึงตอนกลางคืนเลย

สรุปแล้วเจ้าหมอนี่มันนำไปไกลถึงขนาดไหนแล้ว?

ทุกๆคนสงสัยอย่างมาก

หลายๆคนส่งข้อความส่วนตัวไปหาไคลน์แต่ก็ไม่ได้รับการตอบกลับ

ตัวตนของไคลน์ราวกับซ่อนอยู่ท่ามกลางหมอกทึบเต็มไปด้วยความลึกลับ!

จบบทที่ Chapter 33 : กองกำลังโคบอลล์? แค่แตะเบาๆก็แตกแล้ว!

คัดลอกลิงก์แล้ว