เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 10 : บอสไคลน์เคยสังหารอสูรแห่งสุสานมาแล้ว?

Chapter 10 : บอสไคลน์เคยสังหารอสูรแห่งสุสานมาแล้ว?

Chapter 10 : บอสไคลน์เคยสังหารอสูรแห่งสุสานมาแล้ว?


ในช่องแชทโลก

“สหายคนไหนที่ขาดน้ำแต่มีไม้รีบไปที่ช่องซื้อขายให้ไวเลย ตอนนี้บอสไคลน์เอาน้ำมาวางขายอีกแล้ว”

“จะโวยวายทำไม? นายคิดว่าคนที่รอซื้อมีน้อยรึไง?”

“เฮอะๆไม่อยากจะคิดถึงเลย บอสไคลน์เอามาวางขายแปปเดียวก็หมดภายในไม่กี่วินาทีเอง คนมากมายในตอนนี้ต่างก็กำลังมุ่งเป้าไปที่ช่องซื้อขายกันทั้งนั้น”

“ไอ้ไคลน์คนนี้มันผิดปกติเกินไปไหม? เมื่อวานหมอนี่พึ่งจะวางขายน้ำ400มิลลิลิตรไปเองแล้ววันนี้ก็เอามาวางขายอีก300มิลลิลิตรเนี่ยนะ ไม่ใช่ว่าหมอนี่มีน้ำเยอะไปหน่อยรึไง?”

“บอสไคลน์ช่วยออกมาพูดอะไรหน่อยได้ไหม? ตอนนี้คุณขุดถึงสุสานไหนแล้ว? พอจะมีวิธีการดีๆมาเล่าสู่กันฟังบ้างไหม?”

“นอกจากน้ำก็ยังมีขนมปังด้วยนะ ไคลน์วางขายมันโดยแลกเปลี่ยนกับรูนทุกชนิดหรือไม่ก็ดวงวิญญาณ! รูนนี่ฉันยังไม่เคยเห็นแต่ดวงวิญญาณก็โผล่ออกมาให้เห็นบ้างแล้ว”

“ถ้าไม่มีอะไรเกิดคาดฉันคิดว่าหมอนี่น่าจะขุดสุสานไปได้หลายแห่งแล้วแหละ เฮ้อโชคของหมอนี่ดีไม่เลวเลย”

“…”

ผู้คนจำนวนมากมายยังคงพูดคุยกันเกี่ยวกับเรื่องนี้

ภายในช่องแชทโลกตลอดสองวันมานี้ไคลน์ถือได้ว่าเป็นคนที่หาตัวจับยากที่สุด

คนอื่นๆที่วางขายไอเทมมักจะใช้มันแลกกับอาหารหรือเครื่องดื่มทั้งนั้นแต่ไคลน์เป็นเพียงคนเดียวที่เสนอสิ่งแลกเปลี่ยนตรงกันข้าม

นอกจากนี้ยังมีรูนกับดวงวิญญาณอีก ดูๆไปแล้วคล้ายกับว่าเขาพยายามจะรวบรวมทรัพยากรระดับสูงก็ไม่ปาน

“น้ำนี่เป็นที่นิยมดีนะ”

ปริมาณไม้ของไคลน์เพิ่มขึ้นมาอีก30ชิ้น

ในเวลาเพียงไม่กี่วินาทีหลังจากวางขายพวกมันก็ถูกซื้อไปอย่างรวดเร็ว

ผู้ที่ซื้อน้ำจำนวน15มิลลิลิตรนี้ไปจำนวนไม่น้อยเลยที่ทักข้อความส่วนตัวมาหาไคลน์เพื่อขอบคุณที่ช่วยชีวิตพวกเขาเอาไว้

พวกเขายังบอกอีกว่าถ้าในอนาคตไคลน์มีน้ำพร้อมวางขายอีกให้ช่วยบอกกับพวกเขาก่อน

อลิซเองก็ส่งข้อความมาหาไคลน์เช่นกัน “คุณไคลน์รบกวนช่วยบอกหน่อยได้ไหมคะว่าดวงวิญญาณคืออะไร?”

อลิซที่เคยทำการแลกเปลี่ยนกับไคลน์ในครั้งที่แล้วส่งข้อความมาและไคลน์ก็บังเอิญเห็นพอดี

ในความเป็นจริงแล้วเรื่องนี้ไม่ใช่มีเพียงแค่อลิซที่ถาม มีผู้คนนับพันเลยทีเดียวที่สอบถามเขาเข้ามาเกี่ยวกับเรื่องของดวงวิญญาณ

ส่วนข้อความส่วนตัวที่เหลือก็คือพวกคนที่ทักมาขอร้องให้ไคลน์บริจาคน้ำและอาหารให้บ้างหรือบางคนก็มีของแปลกๆบางอย่างต้องการจะแลกเปลี่ยนกับเขา

การที่อลิซมาถามถึงดวงวิญญาณเช่นนี้ก็หมายความว่าเจ้าหล่อนไม่ได้ขาดแคลนน้ำหรืออาหารในชั่วระยะเวลาสั้นๆนี้แน่นอน

“ควรจะเปิดเผยข้อมูลนี้ออกไปดีไหมนะ?”

ไคลน์คิดอยู่ครู่หนึ่งและตัดสินใจบอกข้อมูลให้ทุกคนทราบ

อย่างแรกเลยก็คือข้อมูลนี้ไม่ได้สำคัญเท่าไหร่นัก

และ...ไม่ช้าก็เร็วก็ต้องมีคนสังหารสัตว์อสูรแห่งสุสานได้และได้รับข้อมูลเกี่ยวกับดวงวิญญาณมาอยู่ดี

บางทีในตอนนี้ก็อาจจะมีคนสังหารสัตว์อสูรแห่งสุสานไปได้บ้างแล้วก็เป็นได้

แม้ว่าสัตว์อสูรแห่งสุสานจะอันตรายแต่ในบรรดามนุษย์เองก็หาใช่ว่าจะขาดแคลนพวกมนุษย์ผู้บ้าคลั่งเหมือนกัน

ต่อให้อาวุธเป็นเพียงแค่พลั่วแต่ก็พอจะทำให้พยัคฆ์ร้ายตัวสั่นได้เหมือนกัน

“ถ้าฆ่าสัตว์อสูรแห่งสุสานได้ก็จะได้รับดวงวิญญาณ” ไคลน์ตอบคนที่ถามเข้ามาทุกคน

อลิซ “สุดยอด”

“บอสโคตรเจ๋ง”

“ไม่ใช่ว่าสัตว์อสูรแห่งสุสานมันโคตรอันตรายเลยหรอ?”

“แล้วดวงวิญญาณเอาไว้ทำอะไรอ่ะ?”

“เชี่ย ในตอนที่พวกเรายังต้องดิ้นรนเอาชีวิตรอดแต่บอสไคลน์ไปสู้กับมอนสเตอร์มาแล้วเนี่ยนะ? ไม่ขำเลยอ่ะ”

หลังจากทราบแล้วว่าดวงวิญญาณได้มาจากสัตว์อสูรแห่งสุสาน ผู้เล่นทุกๆคนก็แตกตื่นกันขึ้นมา

มีคนจำนวนไม่น้อยเลยที่สอบถามเขาเข้ามาเกี่ยวกับวิธีการใช้ดวงวิญญาณ แน่นอนว่าเกี่ยวกับเรื่องนี้ไคลน์เมินไปและไม่สนใจจะตอบ

อย่างแรกเลยก็คือเขาเองก็ยังรู้ไม่มากนัก

อย่างที่สองก็คือตัวเขาอยากจะแลกเปลี่ยนดวงวิญญาณ ดังนั้นถ้าคนอื่นๆรู้วิธีใช้ดวงวิญญาณพวกนั้นก็คงจะเก็บเอาไว้ก่อนจนกว่าจะถึงที่สุดจริงๆถึงจะยอมเอามาแลกเป็นแน่

เขาคงซ่อนข้อมูลตรงนี้ได้ซักระยะ

หลังจากไคลน์ตอบข้อความเสร็จ ข่าวเรื่องนี้ก็แพร่กระจายไปทั่วทั้งแชทโลก

“ฉันไปถามไคลน์มาแล้ว เขาบอกว่าวิธีเดียวที่จะได้ดวงวิญญาณมาก็คือการสังหารสัตว์อสูรแห่งสุสาน!”

แน่นอนว่าคนที่มาคุยไม่ได้มีแค่คนเดียว ไม่นานนักก็มีอีกคนมาพูดถึงเรื่องนี้เช่นกัน

“บอสไคลน์ต้องเคยสังหารสัตว์อสูรแห่งสุสานมาแล้วแน่ๆถึงได้รู้ข้อมูลนี้!”

คนจำนวนมากเองก็คาดเดาเช่นนั้น

แชทโลกแทบจะระเบิดในทันที

ขณะที่พวกเขายังต้องขุดสุสานกันอย่างระมัดระวังเพื่อเอาชีวิตรอดแต่ผู้อื่นกลับสังหารสัตว์อสูรแห่งสุสานได้แล้ว

เทียบกันไม่ได้เลยจริงๆ!

ไคลน์ไม่ได้สนใจสถานการณ์ในแชทโลกแต่อย่างใด เขาเลือกดูแต่เพียงกล่องข้อความส่วนตัวเท่านั้น

คงต้องบอกจริงๆว่าหลังจากที่เริ่มมีชื่อเสียงกล่องข้อความส่วนตัวของเขาก็มีคนทักมาแน่นจนแทบจะระเบิด

ต้องขอบคุณที่กล่องข้อความส่วนตัวนี้มีฟังก์ชั่นคัดกรองและสามารถตัดข้อความส่วนตัวขยะๆที่ส่งมาป่วนไปได้ไม่น้อย

“บอสไคลน์ต้องการพิมพ์เขียวเสื้อแจ็คแก๊ตทั่วไปหไหม? ฉันอยากแลกกับขนมปังน่ะ!”

“นายต้องการพิมพ์เขียวชามหินทั่วไปรึเปล่า?”

“ฉันเอาหญ้าเรืองแสงแลกกับขนมปังได้ไหม? ฉันมีอยู่สิบชิ้นน่ะ”

“นายอยากได้เชือกไหม?”

“ที่รัก! อยากได้แส้รึเปล่า?”

ทั้งหมดนี้คือไอเทมแปลกๆที่มีคนเสนอมาและโคตรจะไร้สาระเลย

ไคลน์สนใจเพียงพิมพ์เขียว ดวงวิญญาณและรูนเท่านั้นแต่กลับไม่มีใครเสนอดวงวิญญาณและรูนเลย

หลังจากผ่านไปครึ่งชั่วโมงไคลน์ก็เห็นหนึ่งในข้อความส่วนตัวที่ส่งเข้ามาซึ่งกระตุ้นความสนใจของเขาได้ไม่น้อย

คนที่ทักมาชื่อโรเจอร์

โรเจอร์พูดขึ้น “เฮ้บอส! ฉันมีพิมพ์เขียวมีดแมเชเท(Machete)ชั้นยอดกับพิมพ์เขียวเครื่องย่างบาบิคิวทั่วไปอยู่ นอกจากนี้ยังมีรูนไฟด้วย ถ้านายสนใจหนึ่งในของพวกนี้ก็บอกได้นะ?”

ไคลน์ตอบ “ฉันอยากได้ทั้งหมดเลย เอาเป็นว่าฉันจะเพิ่มของพวกเนื้อให้แล้วกัน”

โรเจอร์ตอบ “เยี่ยมเลย ขอบคุณมาฉันกำลังหิวใจจะขาดพอดี!”

ไคลน์กล่าว “รอแปปหนึ่งนะ ฉันขอไปหยิบของก่อน”

หลังจากนั้นคนทั้งคู่ก็ทำการแลกเปลี่ยนกันแบบส่วนตัว

อาหารเขายังพอมีเหลือ

เบคอนที่เขามีอาจจะไม่ได้มีขนาดใหญ่เท่าก้อนขนมปังแต่แต่ก็ทำให้หายหิวได้แน่นอน

[แจ้งเตือนจากระบบ : การแลกเปลี่ยนขนมปังธัญพืช400กรัมเสร็จสิ้น – รูนไฟ +1]

[แจ้งเตือนจากระบบ : การแลกเปลี่ยนเบคอน1ชิ้นเสร็จสิ้น – พิมพ์เขียวมีดมาเชเทชั้นยอด+1 , พิมพ์เขียวเครื่องย่างบาบิคิวทั่วไป+1]

พิมพ์เขียวทั้งสองชนิดปรากฏขึ้นมาในมือของไคลน์แต่ไม่มีชิ้นใดเลยที่เป็นอุปกรณ์รูน

“เรียนรู้ทั้งหมด”

พิมพ์เขียวทั้งสองสลายกลายเป็นแสงและพุ่งเข้าใส่หัวของไคลน์

ไคลน์เปิดหน้าต่างการสร้างและไล่รายการมองหาสูตรการสร้างที่เขาพึ่งเรียนรู้มา

จบบทที่ Chapter 10 : บอสไคลน์เคยสังหารอสูรแห่งสุสานมาแล้ว?

คัดลอกลิงก์แล้ว