- หน้าแรก
- แค่เลือกให้ถูก ข้าก็เป็นเทพได้
- บทที่ 5: คำเตือนจากยอดอัจฉริยะ
บทที่ 5: คำเตือนจากยอดอัจฉริยะ
บทที่ 5: คำเตือนจากยอดอัจฉริยะ
ข้อสอบเป็นแบบทดสอบความรู้ทั่วไปซึ่งแบ่งออกเป็นสี่หมวดใหญ่ ได้แก่ ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ชีววิทยา และวัสดุศาสตร์
แน่นอนว่าความรู้เหล่านี้แตกต่างจากความรู้เดิมของเฉินซู เพราะทั้งหมดล้วนเกี่ยวข้องกับผู้ใช้อสูร
ตัวอย่างเช่น ประวัติศาสตร์คือการเรียนรู้เกี่ยวกับยุคฟื้นฟูตลอดเก้าร้อยปีที่ผ่านมา ซึ่งรวมถึงสงคราม การเปลี่ยนแปลง การปฏิรูป และเหตุการณ์อื่นๆ ที่เกิดขึ้น
ภูมิศาสตร์คือตำแหน่งของประตูมิติต่างๆ ทั่วโลก รวมถึงลักษณะภูมิอากาศที่หลากหลายภายในมิติเหล่านั้น
ส่วนชีววิทยาคือการศึกษาพฤติกรรมของสัตว์อสูรในมิติต่างๆ ลักษณะการต่อสู้ และอื่นๆ
สำหรับวัสดุศาสตร์ ส่วนใหญ่จะเรียนรู้เกี่ยวกับรูปลักษณ์ ลักษณะ และมูลค่าของวัสดุหายากต่างๆ ภายในมิติต่างๆ
ขอบเขตความรู้ที่เรียนในระดับมัธยมปลายนั้นกว้างขวางอย่างยิ่ง แต่โดยพื้นฐานแล้วเป็นเพียงความรู้เบื้องต้น ต้องเข้ามหาวิทยาลัยเท่านั้นจึงจะสามารถศึกษาในเชิงลึกได้
ในจุดนี้ก็คล้ายคลึงกับโลกในอดีตของเขา
ช่วงบ่ายผ่านพ้นไป เสียงกริ่งเลิกเรียนอันไพเราะดังขึ้น
เฉินซูรีบตวัดปากกาเขียนอย่างรวดเร็ว ในที่สุดก็ทำข้อสอบปรนัยเสร็จทั้งหมด
“ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาด คะแนนก็น่าจะถึงสองหลักอยู่หรอก...”
เขาถอนหายใจ ความรู้ในข้อสอบเหล่านี้สำหรับเขาแล้วไม่ต่างอะไรกับตำราสวรรค์
“เอาล่ะ ส่งกระดาษคำตอบแล้วกลับบ้านได้” ฟางเคอลุกขึ้นกล่าว
สิ่งที่แตกต่างจากนักเรียนทั่วไปคือ นักเรียนสายผู้ใช้อสูรไม่มีคาบเรียนอิสระในตอนเย็น แต่เปลี่ยนเป็นการบำเพ็ญเพียรพลังอสูรแทน
การเพิ่มพูนพลังอสูรนั้น มนุษย์จำเป็นต้องดูดซับพลังปราณจากฟ้าดินด้วยตนเอง
และสิ่งที่เรียกว่ายุคฟื้นฟู แท้จริงแล้วชื่อเต็มของมันคือยุคฟื้นฟูพลังปราณ
เมื่อเก้าร้อยแปดสิบปีก่อน พลังปราณได้เริ่มปรากฏขึ้นบนโลกใบนี้ และนั่นคือจุดเริ่มต้นของการกำเนิดผู้ใช้อสูร
หากต้องการเพิ่มความแข็งแกร่ง มีเพียงหนทางเดียวคือการบำเพ็ญเพียรพลังอสูรอย่างไม่หยุดยั้ง
ไม่ว่าจะเป็นคนจากครอบครัวธรรมดาหรือตระกูลใหญ่ ในจุดนี้ไม่มีอะไรแตกต่าง
แน่นอนว่านักเรียนสายผู้ใช้อสูรที่มีเส้นสายจะใช้น้ำยาต่างๆ และบำเพ็ญเพียรในสภาพแวดล้อมที่เปี่ยมไปด้วยพลังปราณ เพื่อเพิ่มความเร็วในการบำเพ็ญเพียรของตนเอง
นักเรียนส่งกระดาษคำตอบแล้วทยอยเดินออกจากห้องเรียน
ขณะที่เฉินซูกำลังจะเดินออกไป จู่ๆ ก็มีเสียงหนึ่งดังขึ้น
“เฉินซู หยุดก่อน!”
“หืม?”
เฉินซูหันกลับไป ก็เห็นเด็กผู้ชายสวมเสื้อยืดสีดำคนหนึ่งกำลังกอดอกมองมาที่เขา
“ขอแนะนำตัวก่อน ข้าชื่อหวังเมิ่ง!”
หวังเมิ่งเดินเข้ามาอย่างช้าๆ แววตาฉายแววไม่เป็นมิตร
เด็กผู้ชายอีกหลายคนก็เดินเข้ามาล้อม พลางพับแขนเสื้อขึ้น บรรยากาศพลันกดดันขึ้นมาทันที
‘จะโดนรังแกในโรงเรียนแล้วหรือ?’
เฉินซูคิดในใจทันที แม้กระทั่งเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ต่างๆ แล้ว
‘เดี๋ยวข้าควรจะตะโกนสุดเสียงแล้ววิ่งหนีดี? หรือว่าจะวิ่งหนีไปเลยดี?’
“ที่นี่คือห้องเรียนผู้ใช้อสูรห้า ข้าหวังว่าเจ้าจะไม่ทำตัวเป็นแกะดำ สร้างความเดือดร้อนให้การเรียนของทุกคน ไม่อย่างนั้นอย่าหาว่าข้าไม่เกรงใจ”
หวังเมิ่งทำหน้าตาเหี้ยมเกรียม เข้ามาใกล้เฉินซู
“หา? สร้างความเดือดร้อนให้การเรียนของทุกคน?”
เฉินซูถึงกับงงเป็นไก่ตาแตก
กลับกลายเป็นว่ามาเตือนเขาไม่ให้รบกวนการเรียนของคนในห้อง นี่มันสถานการณ์อะไรกัน?
จิตสำนึกของนักเรียนห้องเรียนผู้ใช้อสูรสูงส่งถึงเพียงนี้เชียวหรือ?
“เข้าใจแล้วหรือไม่?”
หวังเมิ่งขมวดคิ้วเล็กน้อย ถามย้ำอีกครั้ง
“เข้าใจ ข้าเข้าใจดีอย่างยิ่ง” เฉินซูรีบพยักหน้าอย่างว่าง่าย
“เช่นนั้นก็ดี ข้าคือหัวหน้าห้องเรียนผู้ใช้อสูรห้า ถ้ามีคนจากห้องอื่นมารังแกเจ้า บอกข้าได้ทุกเมื่อ”
หวังเมิ่งพยักหน้า แล้วเปลี่ยนท่าทีเป็นผู้ทรงคุณธรรม
เห็นได้ชัดว่าการแสร้งทำตัวโหดร้ายสำหรับเขานั้นค่อนข้างเหนื่อย
นึกว่าจะเป็นเรื่องชกต่อยกันเสียแล้ว ที่ไหนได้กลับกลายเป็นคำตักเตือนจากยอดอัจฉริยะ
เฉินซูส่ายหน้า เตรียมตัวกลับบ้านไปบำเพ็ญเพียรพลังอสูร
ช่วงเวลาบำเพ็ญเพียรในตอนกลางคืนนั้นเป็นไปโดยอิสระ โรงเรียนไม่ได้บังคับให้ทุกคนต้องฝึกฝน
แต่ไม่ว่าจะเป็นนักเรียนที่มีสถานะใด ทุกคนต่างก็บำเพ็ญเพียรด้วยความสมัครใจ
ผลการเรียนวิชาสามัญของนักเรียนสายผู้ใช้อสูรอาจจะแย่ได้ แต่ระดับพลังอสูรจะต่ำไม่ได้เด็ดขาด นี่คือตัวชี้วัดที่สำคัญที่สุดในการสอบเข้ามหาวิทยาลัย
ค่าเล่าเรียนของห้องเรียนผู้ใช้อสูรในแต่ละปีนั้นสูงถึงหลายหมื่นหยวน ยังไม่รวมค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมต่างๆ อีก
นักเรียนจากครอบครัวธรรมดาจึงต้องบำเพ็ญเพียรอย่างสุดชีวิต เพื่อที่ในอนาคตจะได้มีหน้ามีตา สมกับที่ครอบครัวทุ่มเทให้
ส่วนคนจากตระกูลใหญ่ยิ่งต้องบำเพ็ญเพียรอย่างหนักหน่วงกว่า เพื่อให้ตระกูลรุ่งเรืองยิ่งๆ ขึ้นไป และสืบทอดทรัพย์สมบัติได้อย่างราบรื่น
เฉินซูขี่จักรยานสาธารณะ กลับถึงบ้านอย่างสบายๆ
เขาจ้วงข้าวกินไปเพียงไม่กี่คำ ก็รีบร้อนจะไปบำเพ็ญเพียรพลังอสูรจนทนรอไม่ไหว
วิธีการบำเพ็ญเพียรนั้นเรียกได้ว่าทุกคนต่างรู้กันดี แต่จะมีพรสวรรค์หรือไม่นั้นก็ขึ้นอยู่กับแต่ละคน
“เด็กคนนี้นี่...” ท่านแม่ของเฉินซูส่ายหน้า ไม่คิดว่าลูกชายจะกระตือรือร้นถึงเพียงนี้
เฉินซูนั่งอยู่ในห้องนอน ปล่อยสมองให้ว่างเปล่า พยายามสัมผัสถึงพลังปราณระหว่างฟ้าดิน
สองชั่วโมงผ่านไป
เขายังคงนั่งนิ่ง แต่ปากก็พึมพำอะไรบางอย่างไม่หยุด
“พลังปราณแห่งฟ้าดินจงมาไวๆ พลังปราณแห่งฟ้าดินจงมาไวๆ...”
ในที่สุด เขาก็ยอมแพ้ นอนแผ่หลาโดยสิ้นเชิง
“การบำเพ็ญเพียรนี่มันยากเกินไปแล้ว”
เฉินซูถอนหายใจ ไม่น่าแปลกใจเลยว่าทำไมผู้ใช้อสูรระดับสูงถึงมีสถานะทางสังคมสูงส่งขนาดนี้
ไม่ใช่ทุกคนที่จะทนบำเพ็ญเพียรอย่างอดทนได้
“ข้าที่ไม่มีพรสวรรค์ในการบำเพ็ญเพียร คงต้องพึ่งพาระบบเท่านั้น”
เพียงแค่การเลือกไม่กี่ครั้งก็ทำให้เขากลายเป็นผู้ใช้อสูรระดับหนึ่ง เทียบเท่ากับการฝึกฝนอย่างหนักของคนอื่นเป็นเวลาครึ่งปี
เมื่อได้ลิ้มรสความหอมหวานแล้ว เขาก็หมดความอดทนที่จะบำเพ็ญเพียรต่อไป
“ท่านแม่ ลูกจะออกไปข้างนอกสักครู่”
“ไปทำอะไร?”
“ไปทำข้อสอบปรนัย”
“???”
เฉินซูไม่สนใจความสงสัยของท่านแม่ รีบร้อนออกจากบ้านไป
“ถ้าตอนบำเพ็ญเพียรได้ใช้น้ำยาพื้นฐานสำหรับผู้ใช้อสูร ความเร็วคงจะเพิ่มขึ้นไม่น้อย ลองไปดูหน่อยดีกว่า เผื่อจะเจอโชคดี”
เฉินซูขี่จักรยานมุ่งหน้าไปยังใจกลางเมือง
ยามค่ำคืนใจกลางเมืองหนานเจียงสว่างไสวไปด้วยแสงไฟ ผู้คนเดินขวักไขว่ไม่ขาดสาย ไม่ต่างจากโลกในความทรงจำของเฉินซูเลยแม้แต่น้อย
แม้จะเป็นเพียงเมืองเล็กๆ แต่ก็ยังคงดูเจริญรุ่งเรืองอย่างยิ่ง
“ห้างสรรพสินค้าผู้ใช้อสูร”
เฉินซูมาถึงห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง ที่นี่มีสินค้าสำหรับผู้ใช้อสูรขายทุกชนิด
น้ำยาเยือกแข็งระดับต่ำ: สามารถเพิ่มคุณสมบัติเยือกแข็งของจิตอสูรได้เล็กน้อย ใช้ได้ผลกับจิตอสูรระดับหนึ่งถึงสามเท่านั้น ราคา: ห้าพัน!
น้ำยาอัคคีระดับต่ำ: ...
น้ำยาพลังมหาศาลระดับต่ำ: ...
“สวัสดีขอรับคุณลูกค้า ต้องการอะไรดีขอรับ?” พนักงานขายคนหนึ่งเดินเข้ามา
แม้ว่าเฉินซูจะเป็นเพียงผู้ใช้อสูรระดับหนึ่ง แต่ก็มีอนาคตที่สดใส
ขณะที่เฉินซูกำลังจะเอ่ยปาก ทันใดนั้นเบื้องหน้าของเขาก็ปรากฏตัวเลือกสามข้อขึ้นมาอีกครั้ง
【ตัวเลือกที่หนึ่ง: บอกอีกฝ่ายว่า ข้าไม่มีเงิน แค่มาเดินดูเล่นๆ ให้เจริญหูเจริญตา รางวัลเมื่อทำสำเร็จ: น้ำหนักของสไลม์เพิ่มขึ้น 1%】
【ตัวเลือกที่สอง: พูดด้วยท่าทีใจกว้างว่า “ข้าเอาทั้งหมด!” รางวัลเมื่อทำสำเร็จ: น้ำยาพลังมหาศาลระดับต่ำสองขวด หมายเหตุ: มีความเสี่ยงอยู่บ้าง!】
【ตัวเลือกที่สาม: บอกอีกฝ่ายว่า ตนเองต้องการเรียนรู้การปรุงยา ไม่ทราบว่าพอจะมีช่องทางใดบ้าง? รางวัล: พลังป้องกันของสไลม์เพิ่มขึ้น 1%】
เฉินซูไม่คิดว่าแค่การมาเดินดูของก็จะทำให้ตัวเลือกปรากฏขึ้นมาได้
คนทั่วไปย่อมต้องเลือกข้อแรกอย่างแน่นอน เพราะจะไม่มีเรื่องไม่คาดฝันใดๆ เกิดขึ้น
หากตัวเลือกที่สองไม่ได้ระบุว่ามีความเสี่ยง เขาคงจะเลือกมันโดยไม่ลังเล
เพราะอย่างไรเสียน้ำยาพลังมหาศาลสองขวดก็มีมูลค่าถึงหนึ่งหมื่นหยวนแล้ว
ในที่สุด เฉินซูก็เลือกหนทางที่รองลงมา คือตัวเลือกที่สาม