เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 42: ไล่ตามเส้นทางอื่น

Chapter 42: ไล่ตามเส้นทางอื่น

Chapter 42: ไล่ตามเส้นทางอื่น


“นายหญิง ข้าแค่รู้สึกรังเกียจพวกที่ตั้งใจจะมาเกาะแกะพวกเราแต่ไม่มีแม้แต่คำขอบคุณเท่านั้นเองค่ะ”

เมื่อสาวใช้เห็นว่าผู้คนเริ่มมองเธอใหม่ก็ได้รับความมั่นใจมาในทันที

“นี่เจ้า!”

จางจีรู้สึกโมโหในทันที สาวใช้คนนี้จะต่อว่าเขายังไงก็ได้ แต่ไม่ใช่กับพี่ชายของเขาแบบนี้

แต่ถึงอย่างนั้นก่อนที่เขาจะได้เถียง ก็ถูกเฉินเฉินห้ามเอาไว้

“จางจี จะเถียงกับสาวใช้ไปทำไม? ทำแบบนั้นเจ้าจะทำให้ตัวเองดูไม่ดีนะ”

ความมั่นใจของสาวใช้ที่พึ่งพุ่งพล่านขึ้นมาได้หดกลับไปในทันทีด้วยคำพูดของเฉินเฉิน แต่เธอก็ไม่สามารถเถียงกลับไปได้เลย

ถึงยังไง เธอก็ยังไม่ใช่ผู้ฝึกตนของสำนักเทียนหยุนอย่างเป็นทางการ และเป็นสาวใช้จริงๆ

“นี่เจ้า....เจ้าเลิกคิดที่จะไปสำนักเทียนหยุนจะดีกว่านะ ไม่อย่างนั้นเตรียมเจอความโหดร้ายจากข้าได้เลย!”

สาวใช้พูดอย่างโกรธเคือง

ในขณะนั้นสมองของเธอได้นึกภาพการทรมานต่างๆนาๆ

เฉินเฉินไม่ได้ต่อล้อต่อเถียงกับเธอ เขาแค่ยิ้มกลับไปเฉยๆ โดยไม่สนใจอะไรทั้งนั้น

ครู่ต่อมา ฝูงชนก็แยกย้ายกันไปพักผ่อนในห้องของพวกเขา ในขณะที่เฉินเฉินกับจางจียังคงรับประทานอาหารต่อไปอย่างช้าๆ

ในครั้งนี้ มีคุณชายรูปหล่อคนนึงเดินเข้ามาใกล้ๆ แล้วโน้มน้าวอย่างเงียบๆ “น้องชาย ท่านไม่ควรพูดอะไรออกมาโดยที่ยังไม่คิดแบบนั้นจะดีกว่านะครับ ข้าคิดว่าการตามท่านหญิงมู่หลงไปในวันพรุ่งนี้ มันจะเป็นเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด”

คิ้วของเฉินเฉินเลิกขึ้นในตอนที่เห็นคุณชายผู้นี้ นี่มันคือคุณชายที่ระบบยืนยันว่าเป็นคนที่หล่อที่สุด

“น้องชาย เจ้าอาจจะไม่รู้ว่าลัทธิมารของรัฐโจวได้ส่งสายลับเข้ามาในรัฐจี่แล้ว พวกมันเลือกที่จะตัดทรัพยากรของเซียน รวมทั้งจำนวนคนที่จะสมัครเป็นเซียนของสำนักเทียนหยุน พวกมันทำเพื่อจะได้ไม่สร้างปัญหากับพวกมันต่อไปในอนาคต”

“บางครั้ง ถ้าพวกมันเจอคนที่มีคุณสมบัติดีๆเข้า พวกมันเล่นถึงขั้นลักพาตัวกลับไปกับพวกมันด้วยเลยนะ”

“ถ้าไม่ใช่เพราะความกลัวที่เกิดขึ้นกับพวกเราแล้ว พวกเราจะพยายามเอาใจท่านหญิงมู่หลงขนาดนั้นไปทำไมกัน?”

“สุดท้ายแล้วในโลกเช่นนี้ การห่วงชื่อเสียงของตัวเองมากกว่าชีวิต มันเป็นเรื่องที่อันตรายและไม่คุ้มค่ามากเลยนะ”

สีหน้าของคุณชายสุดหล่อเต็มไปด้วยความหดหู่ เหมือนกับว่าเจ็บปวดจากการกระทำผิด

“พี่ชาย ท่านเป็นคนดีนี่นา ขอบใจที่เตือนนะ!” เฉินเฉินตบไหล่ของคุณชายแล้วชื่นชมเขา

คนๆนี้เหมือนกับมู่หลงหยุนหลานเลย เขาเป็นคนที่มีหน้าตาดีและมีจิตใจดี

เฉินเฉินตัดสินใจที่จะยอมรับคนๆนี้เป็นเพื่อนหลังจากที่ไปถึงสำนักเทียนหยุนแล้ว

คนที่ถึงแม้จะหล่อกว่าเขาแต่ก็สมควรได้รับการปฏิบัติตัวกับเขาดีๆ

“น้องชายเจ้าก็ล้อเล่นเกินไป ข้าอาจจะไม่ใช่คนดีอะไรนักหรอก ข้าแค่ไม่อยากเห็นเจ้าเอาชีวิตไปทิ้งก็เท่านั้นเอง”

“จะให้ข้าเรียกพี่ชายว่ายังไงดี? ข้าชื่อเฉินเฉิน ข้าอยากจะขอดื่มกับท่านซักหน่อยหลังจากที่พวกเราไปถึงสำนักเทียนหยุนแล้วกันนะ”

“ข้าชื่อหลี่อู๋เว่ย จากรัฐเฟยหู่”

หลังจากที่หลี่อู๋เว่ยไปแล้ว จางจีก็มองเฉินเฉินด้วยความกังวลอย่างบอกไม่ถูก

“พี่ใหญ่ พวกเราไปเส้นทางหลักกับท่านหญิงมู่หลงหยุนหลานไม่ดีกว่าหรอครับ? พวกคนเหล่านั้นมาจากลัทธิมารเลยนะครับ พวกเราคงสู้ด้วยไม่ไหวหรอก”

เฉินเฉินส่ายหน้าเมื่อได้ฟังเช่นนี้

“ลัทธิมารจะเรียกนักสู้ที่มีความสามารถกลุ่มใหญ่มาจัดการกับเป้าหมายเล็กๆอย่างพวกเราไปทำไม? มันไม่คุ้มหรอก”

“คนที่โดดเด่นอย่างมู่หลงหยุนหลานต่างหากหล่ะ ที่จะกลายเป็นเป้าหมายหลักของพวกมัน เพราะฉะนั้นตามเธอไปนั่นแหล่ะเสี่ยงยิ่งกว่านี้อีก”

“และถ้าเกิดมีการต่อสู้ขึ้นจริงๆ เซียนของทางนั้นก็จะให้ความสำคัญกับการปกป้องมู่หลงหยุนหลานแน่ๆ พวกเขาจะสนใจคนอื่นไปทำไมกันละ?”

“พี่ใหญ่ ที่พี่พูดมานั้นสมเหตุสมผลจริงๆ ท่านมองเหตุการณ์ได้ขาดจริงๆ” ยิ่งจางจีครุ่นคิดกับคำพูดพวกนี้มากเท่าไหร่ เขาก็ยิ่งเห็นด้วยมากขึ้นเท่านั้น

นี่คงจะเหมือนคำกล่าวที่ว่า ‘ที่ที่อันตรายที่สุดคือที่ที่ปลอดภัยที่สุด’

แต่ในตอนนั้นเอง เฉินเฉินก็พูดขึ้นมาอีก

“ถ้าเกิดพวกเราดวงซวยเจอพวกลัทธิมารเข้าจริงๆและสู้กับพวกมันไม่ได้ พวกเราก็จะร้องขอความเมตตาในทันที หากบอกคุณสมบัติของพวกเราไป พวกนั้นก็ไม่น่าจะฆ่าพวกเราหรอก”

“คุณชายคนนั้นก็พูดเอาไว้ไม่ใช่หรอ? ลัทธิมารจะพาคนกลับไป กรณีที่เลวร้ายที่สุดพวกเราก็แค่ตามพวกนั้นกลับไปเท่านั้นเอง”

“ว่าไงนะครับ?” สมองของจางจียังตามไม่ทัน

เนื่องจากเขาจำได้ว่าลัทธิมารนั้นถูกห้ามอย่างเด็ดขาดในรัฐจี่

“การฝึกที่ได้ผลก็คือการฝึกที่ดีทั้งหมดนั่นแหล่ะ สำนักเทียนหยุนไม่เคยให้ความสำคัญกับพวกเรา ทำไมพวกเราต้องไปทุ่มเทให้กับพวกเขาด้วยหล่ะ? จางจี ข้าขอรับรองเลยว่า ตราบใดที่เจ้าตามข้ามา เจ้าจะไม่ล้มเหลวแน่นอน”

เฉินเฉินมั่นใจ ด้วยระบบที่เขามีแล้ว เขาจะสามารถฝึกฝนได้ทุกรูปแบบ และมันจะส่งผลลัพธ์ออกมาอย่างแน่้นอน

ในขณะเดียวกัน ที่หมู่บ้านใกล้กับถนนหลักสู่รัฐจี่ กลุ่มคนในชุดธรรมดากำลังพูดคุยกันในบ้านที่ทำจากอิฐ

“พวกเราได้ข้อมูลดีๆมาบ้างรึเปล่า? ใครคือคนถัดไปจากมู่หลงหยุนหลานกัน?”

“มีครับ เขาเป็นพ่อของหัวหน้าทหารในรัฐชางหมิงครับ อยู่ระดับพลังปราณขั้นที่ 9”

“พลังปราณขั้นที่ 9 หรอ ไม่เลวเลยนี่ พวกเราไม่ควรพลาดโอกาสดีๆแบบนี้ไปหรอก”

“ร่างกายของมู่หลงหยุนหลานถือกำเนิดจากพลังหยิน พวกเราควรพาเธอกลับไปให้ผู้คุมกฎ พวกเราอาจจะได้รางวัลเป็นน้ำอมฤตขั้นสร้างรากฐานก็ได้นะ”

“ร่างกายที่เกิดจากพลังหยินคืออะไรหรอครับ?” มีคนถามอย่างสงสัย

“คุณสมบัติของร่างกายที่เกิดมาจากพลังหยิน เขาเหล่านั้นจะเกิดมาเหมาะสมกับการฝึกวิชาและทฤษฎีหยินเป็นอย่างมาก ถ้าไม่ใช่เพราะความจริงที่ว่าวิชาหลักของสำนักเทียนหยุนคือพลังหยางแล้ว ข้าคิดว่ามู่หลงหยุนหลางคงมาพร้อมกับผู้อาวุโสที่พวกนั้นส่งมาแล้วหล่ะ”

“พวกที่มีคุณสมบัติพิเศษนี่น่าอิจฉาจังเลยนะ ดูพวกเราสิ พยายามจะทะลวงระดับทีไรก็ต้องเสี่ยงชีวิตทุกครั้งไป”

“ทำใจซะเถอะ บางสิ่งมันก็ได้มาแต่กำเนิด มีข่าวลือด้วยว่าผู้ก่อตั้งลัทธิอสูรทมิฬของเรา เล่าจื๊อ เกิดมาด้วยร่างผีทมิฬทำให้ฝึกฝนได้ง่ายเหมือนกับการกินดื่มอาหารทั่วไปเลยหล่ะ”

“จะมีใครน่าอิจฉาไปกว่านี้หล่ะนะ?”

หลังจากที่พวกเขาคุยเล่นกัน พวกเขาก็เริ่มจัดวางกับดัก

เนื่องจากพวกเขาใช้เวลาวางแผนล่วงหน้าค่อนข้างมากในปฏิบัติการจับตัวมู่หลงหยุนหลาน พวกเขาจึงต้องเตรียมการเยอะ

พวกเขาได้ส่งคนบางส่วนไปอยู่ในกลุ่มของมู่หลงหยุนหลาน และให้คอยส่งข่าวมาหาพวกเขาตลอดเวลา

ไม่นานนัก วันใหม่ก็เริ่มต้นขึ้น ที่จอดรถของหอลมใบไม้ผลิเริ่มเต็มไปด้วยความวุ่นวาย เพราะพวกคุณชายและคุณหญิงทั้งหลายต่างก็เตรียมตัวขึ้นรถม้าหรือขี่ม้าของพวกเขา

ณ ตอนนี้ ความสนใจทั้งหมดไปอยู่ที่มู่หลงหยุนหลาน ที่กำลังขี่ม้าสีขาว

พวกเขาได้ตัดสินใจแล้วว่า ไม่ว่าพวกเขาจะดูน่าอับอายแค่ไหน พวกเขาก็จะตามไปอย่างใกล้ชิด

เฉินเฉินนั่งอยู่ในห้องนอนที่ชั้น 4 และหาวออกมาในขณะที่มองภาพข้างล่าง

“สุดท้ายเจ้าพวกนี้ก็แค่สำคัญตัวมากเกินไป หากพวกลัทธิมารมีแผนอะไร พวกมันก็คงจะไม่คิดแผนเพื่อคนพวกนี้หรอก”

“พวกนั้นก็แค่ไร้หัวคิดก็เลยเอาตัวออกจากต้นตอของปัญหาไม่ได้เท่านั้นเอง”

“จ้า เจ้าคนเก่งที่หนึ่ง เจ้าคนที่มีหัวคิดอยู่คนเดียว”

จิ้งจอกที่ถูกมัดส่งเสียงเหน็บแนมด้วยความไม่พอใจ

เพื่อให้นอนหลับได้อย่างสบายใจ เขามัดเธอเอาไว้ตลอดทั้งคืน จนถึงตอนนี้เธอยังรู้สึกอ่อนเพลียอยู่เลย

“ถ้าข้าเป็นแค่คนธรรมดา เจ้าจะถูกข้ามัดเอาไว้แบบนี้ไหมหล่ะ?”

เจ้าจิ้งจอกไม่สามารถเถียงได้ และทำอะไรไม่ได้นอกจากหลับตาลงด้วยความเกลียดชัง

ด้านล่าง ดูเหมือนว่ามู่หลงหยุนหลาน จะสังเกตเห็นเฉินเฉิน เธอเงยหน้าขึ้นมาถาม “คุณชาย มั่นใจนะว่าท่านจะไม่ไปกับพวกเรา?”

“ไม่ไปละ แล้วก็ระวังตัวให้ดีๆหล่ะ พวกเราค่อยไปเจอกันที่รัฐจี่ละกันนะ” เฉินเฉินพูดพร้อมกับโบกมือไปด้วย

เมื่อได้ยินเช่นนี้มู่หลงหยุนหลานก็ไม่พูดอะไรอีก สำหรับคนที่แค่บังเอิญผ่านมาเจอกัน แค่เตือนเขาด้วยความหวังดีก็ถือว่ามากพอแล้ว

ในระหว่างนั้น สาวใช้ก็ตกตะลึงกับความจริงที่ว่าเฉินเฉินไม่คิดจะตามพวกเขามาจริงๆเป็นอย่างมาก

ในมุมมองของเธอแล้ว นี่มันไม่ได้ต่างอะไรไปกับการฆ่าตัวตายชัดๆ

“ไปกันเถอะ”

มู่หลงหยุนหลานส่งสัญญาณแล้วเริ่มขี่ม้าตรงออกจากเมือง

พอเธอเคลื่อนไหวแล้ว รถม้าและเกวียนทั้งหมดที่จอดอยู่ก็เริ่มเคลื่อนไหว

เฉินเฉินทำได้แค่ชื่นชมฉากตระการตานี้จากด้านบนหอลมใบไม้ผลิ

แต่นั่นยังไม่ใช่ทั้งหมด ในทันทีที่ฝั่งหอลมใบไม้ผลิเริ่มเคลื่อนไหว รถเกวียนจากโรงเตี๊ยมอื่นๆในเมืองก็เริ่มเคลื่อนไหวเหมือนกัน

ในทันทีที่ กระแสการจราจรของเกวียนนับร้อยเริ่มก่อตัวขึ้นในเมืองสายลมสีคราม มันชวนให้รู้สึกเหมือนกองทัพกำลังออกไปสำรวจเลย

ภาพนี้ยิ่งใหญ่กว่าขบวนแฟนคลับในชีวิตก่อนที่เฉินเฉินเคยเห็นมาด้วยซ้ำ

จบบทที่ Chapter 42: ไล่ตามเส้นทางอื่น

คัดลอกลิงก์แล้ว