เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 37: ฝันไปเถอะ

Chapter 37: ฝันไปเถอะ

Chapter 37: ฝันไปเถอะ  


จากนั้นหลังจากที่เฉินเฉินฉีกเห็ดหลินจือสีม่วงส่วนนึงเข้าปาก เขาก็เอาเถาวัลย์ขดนึงออกมา

เถาวัลย์นี้เป็นที่รู้จักในชื่อเถาวัลย์กักอสูร มันเติบโตในที่ที่แสงแรกฉายในตอนที่ดวงอาทิตย์ขึ้น มันเก็บพลังแสงอาทิตย์เอาไว้ และแน่นอนว่าสามารถยับยั้งพลังอสูรได้

เหมือนที่เขาพูดกัน คนอื่นจะใช้ข้อได้เปรียบจากอาการป่วยของคุณเพื่อฆ่าคุณ เฉินเฉินเอาเถาวัลย์กักอสูรและเริ่มเข้าไปหาอสูรจิ้งจอกโดยไม่ลังเล

เพี๊ยะ!

ด้วยเสียงฟาด เถาวัลย์กักอสูรก็ฟาดใส่อสูรจิ้งจอก

อสูรจิ้งจอกร้องออกมาด้วยความเจ็บปวดในขณะที่ควันสีขาวฟุ้งออกมาจากร่างกายของมัน

“ได้ผลจริง ๆด้วย!”

ดวงตาของเฉินเฉินเปล่งประกายขึ้น และเถาวัลย์กักอสูรในมือของเขาก็เริ่มสะบัดขึ้นลง

เปรี๊ยะ! เปรี๊ยะ! เปรี๊ยะ!

อสูรจิ้งจอกถูกฟาดอย่างรุนแรงจนกรีดร้องด้วยความเจ็บปวด ในท้ายที่สุด มันก็ถึงกับเริ่มร้องขอความเมตตา

“ท่านเซียน โปรดไว้ชีวิตอสูรต่ำต้อยตนนี้ด้วยเถิด! อสูรตนนี้จะไม่มีวันมาล่วงเกินท่านอีกแล้ว!”

“อสูรต่ำต้อยตนนี้เตรียมใจพร้อมที่จะรับบทลงโทษทุกอย่าง!”

เสียงร้องของอสูรฟังดูค่อนข้างน่าสงสาร แต่เฉินเฉินดูเหมือนไม่ได้สนใจอะไรเลย เขาโจมตีอสูรจิ้งจอกซ้ำแล้วซ้ำเล่า

“ท่านเซียน... ได้โปรด...”

ตอนแรกอสูรจิ้งจอกอยากจะขอความเมตตา แต่หลังจากที่เฉินเฉินยังไม่มีทีท่าว่าจะหยุด มันก็ยอมถอดใจในที่สุด และเสียงที่ฟังดูน่าสงสารก็เปลี่ยนเป็นดุร้ายอีกครั้ง

“ไอ้เซียนบัดซบ! ไอ้เด็กโง่นี่ เจ้าบังคับให้ข้าต้องทำแบบนี้เองนะ!”

อสูรจิ้งจอกคำรามแล้วอ้าปากออกมา พร้อมกับยิงลูกปัดกลม ๆสีแดงหนึ่งลูก จากนั้นก็พุ่งเข้าใส่เฉินเฉินด้วยออร่าที่ทรงพลัง

“น้ำอมฤตภายในอสูร!”

เฉินเฉินจำเจ้าลูกปัดกลม ๆนี้ได้ และเขาก็มีทีท่าตกใจในทันที เขารีบเก็บเถาวัลย์กักอสูรที่อยู่ในมืออย่างรวดเร็วแล้วแทนที่มันด้วยอุปกรณ์ที่แข็งแกร่งที่สุด ‘ไม้ควบคุมมังกร’

ในทันทีที่ไม้ควบคุมมังกรถูกเผยออกมา ดวงตาของอสูรจิ้งจอกก็แสดงให้เห็นถึงความหวาดกลัวสุดขีด เหมือนกับว่ามันได้เห็นสิ่งที่น่ากลัวที่สุดในโลก

“ไม่นะ!”

เฉินเฉินไม่ได้สังเกตดูปฏิกิริยาของอสูรเลย จากนั้นเขาก็ทำท่าเหมือนกับกำลังเขวี้ยงลูกเบสบอล แล้วเขวี้ยงไม้ควบคุมมังกรใส่ลูกบอลสีแดงด้วยเสียงตูม

หลังจากเสียงระเบิดดังนี้ ลูกบอลก็ลอยไกลออกไปที่ไหนซักแห่งบนฟ้า

บนพื้นราบ อสูรจิ้งจอกดูเหมือนกับโดนฟ้าผ่า มันนอนไม่ขยับไปไหนอยู่บนพื้น มันไม่สามารถส่งเสียงร้องออกมาได้ด้วยซ้ำ

ในตอนที่ลูกปัดร่วงลงมาจากฟ้า มือของเฉินเฉินก็ยื่นออกไปรับมัน และอสูรจิ้งจอกก็ตัวหดลงจากขนาดห้าเมตรเป็นจิ้งจอกตัวเล็ก ๆ แต่มันก็ยังคงนอนนิ่งอยู่บนพื้น

มีแค่ดวงตาของมันที่ยังคงกระพริบอยู่ แสดงให้เห็นว่ามันยังไม่ตาย

“อยากได้ไอ้นี่ไหม?” เฉินเฉินเขย่าน้ำอมฤตภายในอสูรต่อหน้าอสูรจิ้งจอก ในขณะที่เขาพูดด้วยรอยยิ้ม

ความต้องการแสดงออกมาทางสายตาของอสูรจิ้งจอกในทันที แต่ความปรารถนานั้นก็แปรเปลี่ยนเป็นความโกรธอย่างรวดเร็ว

ถึงแม้ว่าเจ้าเด็กตรงหน้าอสูรนั้นจะยืนด้วยท่าทีสบาย ๆ แต่ในความเป็นจริงนั้นเขากำลังบีบน้ำอมฤตภายในแน่นมากและไม่ได้ผ่อนคลายเลย

เขากำลังข่มขู่อสูรอยู่!

“วันนี้ ข้ายอมรับความภายแพ้ ถ้าอยากฆ่าข้าก็เชิญเลย!”

หลังจากที่พูดจบ อสูรจิ้งจอกก็หลับตาและเตรียมใจตาย

เฉินเฉินขมวดคิ้วในตอนที่เห็นปฏิกิริยาของอสูร และตอบกลับไปอย่างจริงจัง “พี่สาว ช่วยทำตัวให้ใหญ่เหมือนก่อนหน้านี้ได้ไหม? ตอนนี้ขนาดของเจ้ามันพอแค่ทำผ้าพันคอเท่านั้นเอง แต่ก่อนหน้านี้เจ้าตัวใหญ่พอที่จะทำผ้าห่มได้อย่างน้อยสามผืนเลยนะ”

เมื่อได้ฟังคำพูดของเฉินเฉิน อสูรจิ้งจอกก็ตัวสั่นด้วยความโกรธ ถ้ามันยังมีพละกำลังเหลืออยู่ซักนิด มันคงจะกระโดดขย้ำเจ้าเด็กคนนี้ด้วยพละกำลังทั้งหมดของมัน

“ท่านเซียน... ท่านช่างมีเก่งกาจมากจริง ๆ!”

ในขณะที่เฉินเฉินกำลังใช้ความคิดอยู่ว่าจะจัดการกับอสูรจิ้งจอกยังไงดี คำชมก็ดังมาจากระยะไม่ไกลนัก มันมาจากหัวหน้ากลุ่มนักรบ

เมื่อเทียบกับท่าทีดุร้ายก่อนหน้านี้ ตอนนี้เขาค่อนข้างเป็นมิตร เหมือนกับว่าเป็นเพื่อนที่รู้จักกันเสียมากกว่า

เฉินเฉินเหลือบมองเขาแต่ไม่ได้ตอบสนอง ในระหว่างนั้น หัวหน้านักรบก็เริ่มเดินมาหาเฉินเฉิน

“ท่านเซียน ช่วยส่งอสูรตนนี้มาให้ข้าจะได้ไหมพวกเราจะได้ล้างแค้นให้นายน้อยและจบภารกิจของเรา?”

เฉินเฉินหัวเราะเยาะคำพูดของนักรบ จากนั้นเขาก็มองคนดูแลม้าและคนคุ้มกันที่ยังถูกมัดอยู่แล้วถาม “ทำไมหล่ะ?”

“ในตอนที่หัวหน้าอัศวินได้ฟังคำถามของเฉินเฉิน สีหน้าของเขาก็แข็งทื่อ จากนั้นเขาก็ตอบกลับ”เจ้านายของข้าคือขุนศึกแห่งเมืองเฟยหู่ และยังเป็นตระกูลเซียนด้วย ได้โปรดเถอะท่านเซียน คิดซะว่าเพื่อเอาใจนายท่านของข้า”

“ขุนศึกของเมืองเฟยหู่หรอ?” เฉินเฉินเลิกคิ้วขึ้น

เมืองเฟยหู่เป็นอีกเมืองหนึ่งที่อยู่ในเขตของรัฐจี มันเทียบเคียงกับเมืองเฟยหยุนได้เลย และมีระดับสูงกว่ามณฑลเสฉวน

ถ้าเจ้ามณฑลของเสฉวนมีระดับการฝึกตน ขุนศึกที่มียศสูงกว่านั้นจะต้องมีระดับการฝึกตนที่สูงกว่าอย่างแน่นอน

อย่างไรก็ตาม เฉินเฉินไม่อยากเอาใจขุนศึกของเมืองเฟยหู่คนนี้เลยซักนิด

ถึงยังไง นักรบของเมืองเฟยหู่ก็ได้ทำเรื่องที่โหดร้ายและอยากใช้กลุ่มของเฉินเฉินเป็นแพะรับบาป ตอนนี้พออสูรจิ้งจอกถูกสยบลงแล้ว ทำไมเขาถึงต้องมาเอาใจขุนศึกที่ไหนก็ไม่รู้ด้วยหล่ะ?

ฝันไปเถอะ!

“ข้าไม่รู้จักเขา และข้าก็ไม่มีงานอดิเรกในการมอบสินสงครามให้คนอื่นด้วย”

เฉินเฉินปฏิเสธคำขอของนักรบ

ในตอนที่นักรบได้ฟังคำตอบของเฉินเฉิน ความโกรธก็ปรากฏขึ้นในดวงตาของเขา แต่เขาไม่กล้าปลดปล่อยมันออกมา หลังจากที่ผ่านไปซักพัก เขาก็คุกเข่าลงแล้วร้องขอ “ท่านเซียน ได้โปรดเมตตาคนธรรมดาอย่างพวกข้าด้วยเถิด ถ้าพวกเราทำภารกิจไม่สำเร็จ นายท่านจะต้องสังหารพวกเราในตอนที่กลับไปแน่”

หลังจากที่พูดจบ เขาก็กระพริบตาส่งสัญญาณให้นักรบที่ยังรอดอยู่

พวกนักรบทุกคนคุกเข่าในตอนที่เห็นสัญญาณนี้ แล้วเริ่มร้องขอเหมือนกัน

“ท่านเซียน ข้ามีแม่อายุ 80 ปี และลูกอายุสามขวบครับ!”

“ได้โปรดเมตตาพวกเราด้วย ท่านเซียน!”

“พี่ใหญ่... ทำไมไม่ยกมันให้พวกเขาไปซะหล่ะครับ?” เมื่อเห็นพวกนักรบอ้อนวอน จางจีที่ได้รับบาดเจ็บหนักก็ใจอ่อนแล้วมองไปทางเฉินเฉิน

“ยกให้เจ้าพวกนี้หรอ? จางจี เจ้าลองคิดดูสิถ้าพวกเราเป็นแค่คนธรรมดา และถ้าพวกเราจับตัวอสูรจิ้งจอกไม่ได้ คิดว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับพวกเรา? ข้ากล้าพนันเลยว่าเจ้าพวกนี้จะตัดหัวพวกเราแล้วเอากลับไปเพื่อสำเร็จภารกิจแน่ ๆ คิดว่าเจ้าพวกนี้จะสนใจความรู้สึกของพวกเราหรอ? เจ้าพวกนี้จะสนใจหรอว่าพวกเรามีครอบครัวที่แก่เฒ่ารึเปล่า? ข้าขอตอบให้เลย เจ้าพวกนี้มันไม่สนหรอกเพราะฉะนั้นข้าก็จะไม่เห็นใจเหมือนกัน”

หลังจากที่พูดจบ เฉินเฉินก็เมินหัวหน้านักรบ แล้วเดินไปหากลุ่มคนติดตามของเขาที่ถูกมัดแล้วแก้มัดให้

เมื่อเห็นสภาพเศร้าสลดของคนของตัวเอง จางจีก็รู้สึกเห็นด้วย และความสงสารของเขาก็หายไปจนหมด

“กลับไปบอกความจริงกับเจ้านายของพวกเจ้าซะเถอะ ถ้าเขาไม่เชื่อเจ้า เจ้าก็ทำได้แค่โทษตัวเองที่เลือกติดตามคนผิดแล้วละ”

หลังจากได้ฟังคำพูดของจางจี นักรบแต่ละคนก็เริ่มมองหน้ากัน ในขณะที่ดวงตาของหัวหน้านักรบเต็มไปด้วยความเกลียดชัง

เซียนไม่เคยสนใจคนธรรมดาเลยสัก เจ้านายของพวกเขาก็เป็นแบบนั้นกันทุกคน  รวมทั้งเซียนที่อยู่ตรงหน้าก็เช่นกัน

ถ้าเขากลับไปมือเปล่าจริง ๆ เขาก็ไม่รู้ว่าเจ้านายจะจัดการกับลูกน้องของเขายังไง อย่างไรก็ตาม ในฐานะหัวหน้า เขาจะต้องถูกฆ่าแน่ ๆ

จะทำยังไงดี? เขาจะเอาตัวรอดยังไงดี?

ในขณะที่จิตใจของเขาสับสน เขาก็เริ่มคิดแผนที่โหดร้ายขึ้นมา

เขาจะฆ่าลูกน้องทั้งกลุ่ม แล้วหนีไปเป็นโจร

ด้วยวิธีนี้ เจ้านายก็อาจจะคิดว่าเขาตายในการต่อสู้

ถ้าเป็นไปได้ เขาก็อยากให้พวกลูกน้องหนีไปกับเขา แต่เขารู้ว่ามันเป็นไปไม่ได้ ลูกน้องของเขายังมีครอบครัวอยู่ในเฟยหู่ และพวกเขาก็ไม่น่าจะได้รับโทษตาย ดังนั้นจึงไม่มีความจำเป็นที่พวกเขาจะต้องเอาทุกอย่างมาเสี่ยง

“เจ้าบังคับให้ข้าทำแบบนี้! อย่ามาโทษที่ข้าโหดร้ายเลยนะ!”

หัวหน้านักรบพึมพำกับตัวเองด้วยสายตาที่ชั่วร้าย

จบบทที่ Chapter 37: ฝันไปเถอะ

คัดลอกลิงก์แล้ว