เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 17: มีสุสาน

Chapter 17: มีสุสาน

Chapter 17: มีสุสาน


หลายนาทีต่อมา

การปะทะก็หยุดลง หวังซูฉินใช้ดาบของเธอเป็นไม้เท้า และมีบาดแผลใหม่อยู่เต็มตัว

รอบตัวเธอคือคนคุ้มกันทั้งสิบเอ็ดคนที่ล้มตายกันหมด หน้าตาของพวกเขานั้นชั่วร้าย

“น่าประทับใจจริง” เฉินเฉินชื่นชมเธอในขณะที่มองไปที่ศพ

ด้วยการจ้องเฉินเฉินที่ยังไม่เปื้อนฝุ่นเลยซักนิด ดวงตาของหวังซูฉินก็เต็มไปด้วยความโกรธแค้นอย่างถึงขีดสุด เธอพูดด้วยน้ำเสียงแหบแห้ง “หยาบช้า”

“เจ้าอยากพูดเรื่องกฏกับข้า ข้าก็เลยพูดเรื่องกฏกับเจ้า เจ้าอยากใช้กำลังกับข้า ข้าก็เลยใช้กำลังกับเจ้า นี่ข้าหยาบช้าตรงไหนกัน?”

เฉินเฉินยิ้มในขณะที่พูด

หวังซูฉินพูดอะไรไม่ออก ในจุดนี้เธอมีแค่ความเกลียดชังและความอิจฉาอยู่ในใจ

เจ้าคนจากครอบครัวชั้นต่ำแบบนี้ยังสามารถเข้าสู่เส้นทางแห่งการฝึกตนได้ แต่เธอทำไม่ได้ได้ยังไงกัน!

เธอเกลียดความไม่ยุติธรรมของสวรรค์!

ในจังหวะต่อมา เธอก็หันไปหาม้าแล้วพยายามจะหนีในทันที

แต่ในตอนที่เธออยู่บนม้า เสียงบางอย่างตัดผ่านอากาศก็ดังขึ้น

ก่อนที่เธอจะได้ตอบสนอง มีดอันคมกริบก็แทงทะลุหน้าอกของเธอแล้ว

เธอพยายามหันกลับไปมอง และเห็นเจ้าเด็กที่ยืนอยู่หน้าแผ่นหินด้วยรอยยิ้มเช่นเคย มันเหมือนกับว่าไม่ได้มีอะไรเกิดขึ้นเลย

ณ จุดนี้ความโกรธของหวังซูฉินได้พุ่งถึงขีดสุด จากนั้นเธอก็ตกจากหลังม้า หัวใจของเธอยังคงดิ้นรนไม่ยอมแพ้จนกระทั่งลมหายใจดับไปในที่สุด

เฉินเฉินไม่ได้พูดอะไร เขาเดินเข้าไปหากลุ่มคนอย่างเงียบๆ ทำให้คนคุ้มกันที่ยังมีชีวิตอยู่แตกตื่น และไม่นานนัก คนของตระกูลหวังก็ไม่มีใครมีชีวิตรอด

ชาวบ้านทุกคนในหมู่บ้านหินมองภาพตรงหน้าด้วยความหวาดกลัว

เฉินเฉินถอนหายใจ เขาไม่ได้หันกลับไปมองชาวบ้านและพ่อแม่ของเขา เขาแค่พูดออกมาอย่างราบเรียบ “นี่คือยุคสมัยที่ยากลำบาก และบางครั้งการฆ่าก็เป็นสิ่งจำเป็นที่จะหยุดคนอื่นจากการฆ่า”

หลังจากนั้นเขาก็ขึ้นไปขี่ม้าสีขาวของหวังซูฉิน

ก่อนที่เขาจะออกเดินทางไปเยี่ยมตระกูลหวังนั้นเอง เสียงของแม่ของเขาก็ดังมาจากข้างหลัง

“ลูกเฉิน ระวังตัวด้วยนะ!”

เมื่อได้ฟังเช่นนี้ เฉินเฉินก็หยุดลงครู่นึง แล้วเขาก็ขี่ม้าออกไปโดยไม่รีรออะไรอีก

“ท่านเจ้าของประสบความสำเร็จ สังหาร และได้รับรางวัลเป็นโอกาสในการตรวจจับในรัศมีสิบกิโลเมตรหนึ่งครั้ง”

เฉินเฉินยิ้มในตอนที่ได้รับข้อมูลนี้ในสมองของเขา

ถึงจะด้อยกว่าการตรวจจับเดิมที่ครอบคลุมมณฑลเสฉวนทั้งหมด แต่การตรวจจับสิบกิโลเมตรก็ยังน่าประหลาดใจอยู่ดี

แต่แทนที่จะรีบใช้โอกาสนี้ เฉินเฉินได้มุ่งหน้าไปยังบ้านของตระกูลหวังต่อ

“ระบบ ในระยะ 15 เมตรมีสิ่งมีค่าที่สำคัญๆรึเปล่า?”

“ไม่มี”

ตลอดการเดินทาง เฉินเฉินได้ใช้ประโยชน์จากระบบอย่างถึงขีดสุด ถึงยังไง เขาก็มีเครื่องทุ่นแรงในการเดินทางแล้วมันจึงไม่มีเหตุผลอะไรให้ถอดใจจากโอกาสในการค้นหาดีๆแบบนี้

เขามีแผนการอยู่คร่าวๆ เขาอาจจะได้เป็นเซียนดาบก็ได้ ในตอนนั้นเขาจะขี่ดาบไปตามหาสมบัติทั่วภูเขาและหุบเขาในประวัติศาสตร์ มันฟังดูน่าตื่นเต้นดีใช่ไหมหล่ะ?

ในขณะที่เขาทำการร่างแผนคร่าวๆอยู่ในใจนั้น ระบบก็ตอบเขาต่างไปจากเดิมในสมองของเขา

“มีสุสานกำลังจะพังลงมา ที่ใต้ดินสิบสี่เมตรทางซ้ายของท่านค่ะ มันเก็บของมีค่าเอาไว้มากมาย

เมื่อได้ฟังเช่นนี้ เฉินเฉินก็ตื่นตัวในทันที

“สุสาน! ดูเหมือนว่าจะมีการค้นพบที่น่าประหลาดใจอยู่จริงๆสินะ!”

ในทางทฤษฎีนั้น เขาเป็นเด็กหนุ่มนิสัยดีที่ไม่น่าจะขโมยของจากสุสาน แต่ในเมื่อสุสานนี้กำลังจะพัง เขาก็ไม่น่าจะถูกกล่าวโทษสำหรับการกระทำของเขาใช่ไหมหล่ะ?

เมื่อคิดได้แบบนี้ เขาก็กระโดดลงจากม้าแล้วตรงไปยังตำแหน่งที่ระบบบอก

มันเป็นแค่ทุ่งหญ้าธรรมดาที่อยู่ติดถนน ด้วยทุ่งหญ้าที่อยู่ข้างบนนั้น มันไม่มีวี่แววว่าจะเกิดความผิดปกติเลย ไม่ต้องพูดถึงสุสานที่อยู่ด้านล่างด้วย

เฉินเฉินเดินไปเหยียบมันเล็กน้อย แต่ก็ไม่มีปฏิกิริยาอะไร

จากนั้นเขาก็ลองกระทืบพื้น ทันใดนั้นเอง พื้นก็ทรุดตัวลงไป

ต้องขอบคุณที่เฉินเฉินตอบสนองได้อย่างรวดเร็วมากๆในจุดนี้ ในตอนที่พื้นดินทรุดนั้นเขาก็ได้กระโดดออกมาจากระยะ

ในตอนที่ฝุ่นเบาบางลงแล้ว เขาก็เดินเข้าไปดูใกล้ๆ และก็ได้ทำการค้นพบที่น่าสนใจเข้า

มีโลงศพอยู่ ซึ่งมันมีสภาพโทรมสุดๆ แม้แต่กระดูกข้างในก็ยังป่นไปแล้ว เหลือเอาไว้แค่ผงกระดูกที่ถูกทิ้งเอาไว้

นอกจากนี้ ยังมีกับดักป้องกันโจรและเฟืองหมุนอยู่ด้วย ดูเหมือนว่ากับดักพวกนี้คงจะค่อนข้างซับซ้อนใช้ได้เลยในตอนที่พวกมันยังทำงานดีอยู่

แต่ในจุดนี้ ทั้งหมดที่เหลืออยู่ก็คือหนามเหล็กผุพังที่ตั้งชี้ขึ้นฟ้าเท่านั้น

‘สุสานนี้น่าจะมีอายุมากกว่ามณฑลเสฉวนอีกมั้งเนี่ย!’ เฉินเฉินพูดกับตัวเอง แล้วขุดดินด้วยความระมัดระวัง

ไม่นานนักเขาก็พบกล่องไม้ที่ทำขึ้นมาอย่างประณีตอยู่ข้างในสุสาน

ด้วยวัสดุที่ไม่รู้จัก กล่องยังมีสภาพดีอยู่และส่งกลิ่นหอมอ่อนๆออกมาด้วยแม้ว่าโลงศพกับกระดูกจะผุพังไปหมดแล้วก็ตาม

ต้องมีของมีค่าอยู่ข้างในกล่องไม้นี้แน่ๆ

เพื่อเป็นการระวังกลไกป้องกันโจรที่อาจจะมีอยู่ เฉินเฉินได้ใช้ความระมัดระวังอย่างเต็มที่ด้วยการเอากิ่งไม้พลิกเปิดกล่อง

แต่ดูเหมือนว่าเขาจะคิดมากเกินไป มันไม่มีกลไกอยู่ข้างในเลย ทั้งหมดที่อยู่ข้างในก็คือแผ่นพับหยกสองเล่มและขวดหยกใบเล็กๆ

ข้างในขวดหยกนั้น มีของเหลวบางอย่างหลงเหลืออยู่ และเห็นได้ชัดว่ามันไม่ได้มีไว้กิน

เฉินเฉินส่ายหัว จากนั้นก็หยิบแผ่นพับหยกทั้งสองออกมา

แผ่นพับแรกเขียนว่า “เคล็ดสื่อวิญญาณหยีมู่”

แผ่นพับที่สองเขียนว่า “การควบคุมเพลิง”

‘พวกนี้คือวิชาของผู้ฝึกตนหรอ?’

เฉินเฉินตกตะลึงในขณะที่เขามองเศษธุลีที่อยู่ข้างในสุสาน

เขาคิดไม่ถึงเลยว่าผู้ที่หลับไหลนั้นจะเป็นเซียน

แต่เห็นได้ชัดเลยว่าเขาไม่ได้มีระดับที่สูงนัก มันเหมือนกับว่าเขาอยู่ระดับพอๆกับเฉินเฉิน แค่ช่วงสูงสุดของฝึกพลังปราณ ไม่อย่างนั้นกระดูกของเขาคงจะไม่เป็นผุยผงแบบนี้หรอก

ในส่วนของ ‘ตำราวิชา’ พวกมันก็ไม่น่าจะเป็นเทคนิคที่สุดยอดอะไร

อย่างไรก็ตามเฉินเฉินก็ไม่ได้ทิ้งมัน เคล็ดสื่อวิญญาณหยีมู่คงพักไว้ก่อน เขาเริ่มอ่านรายละเอียดของตำราควบคุมเพลิง

สิ่งที่เรียกว่า “การควบคุมเพลิง” นั้นโดยพื้นฐานแล้วก็คือทักษะในการหมุนเวียนพลังปราณ เพราะไม่ว่าจะเป็นพรสวรรค์ที่สูงส่งของเฉินเฉินหรือความยากระดับต่ำของการควบคุมเพลิง เฉินเฉินก็สามารถใช้พลังปราณของเขาและจุดไฟเล่นที่ปลายนิ้วได้หลังจากที่อ่านผ่านๆ

ที่สำคัญที่สุด เขาไม่ได้รู้สึกเจ็บที่นิ้วเลย

‘น่าสนใจ!’

สายตาของเฉินเฉินเปล่งประกาย ในที่สุดเขาก็ได้เจอสิ่งที่น่าสนใจที่อยู่เกินเอื้อมมือเขาในชีวิตก่อน

ด้วยความที่ต้องรีบไปล้างบางตระกูลหวัง เฉินเฉินจึงไม่ได้ใช้เวลาที่นี่อีก เขารีบเก็บแผ่นพับหยกแล้วฝังสุสานอีกครั้ง

ถึงยังไง ในเมื่อได้รับของมาจากคนผู้นี้แล้ว เขาก็ควรจะแสดงความขอบคุณบ้างด้วยการไม่ปล่อยให้ร่างของเขาเปิดเผยในที่แจ้ง  แม้ว่ากระดูกของสหายผู้ฝึกตนคนนี้จะแทบไม่เหลือแล้วก็ตาม

ในตอนที่เฉินเฉินฝังสุสานเสร็จแล้วเตรียมตัวจะจากไปนั้นเอง เสียงม้าวิ่งก็ดังมาจากสุดถนน ไม่นานนัก คนหลายสิบคนก็เข้ามาในระยะสายตาของเขา

“อย่าหนีนะ!”

“ฆ่าเขาซะ!”

“วันนี้คือวันตายของเจ้า!”

เมื่อมองฉากตรงหน้า สีหน้าของเฉินเฉินก็แสดงความร้ายกาจออกมา

และหลังจากที่รู้ว่าใครถูกไล่ตาม สีหน้าของเขาก็ยิ่งร้ายกาจขึ้นไปอีก

“นี่มันอะไรของท่านจางคนนี้เนี่ย? เขาถูกไล่ล่าและเกือบถูกฆ่าไม่เว้นวันเลยรึไง! ขอวันที่สงบๆซักวันนึงไม่ได้หรอ?”

หลังจากแสดงความคิดเห็นอยู่ในใจ เฉินเฉินก็มองเข้าไปในสุสาน และหัวใจของเขาก็หวาดกลัวขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก

เป็นไปได้ไหมว่าตำราหยกสองเล่มที่เขาพึ่งเจอนั้นควรจะเป็นท่านจางต่างหากที่เป็นคนหามันพบ?”

ท่านจางคนนี้มันอะไรกัน? เขาเป็นลูกลับๆของสวรรค์หรืออะไรเทือกนั้นรึไง?

ในขณะที่กำลังครุ่นคิดเรื่องนี้อยู่นั้นเอง เสียงเรียกด้วยความกังวลจากท่านจางก็ดังมาจากที่ไกลๆ

“หนุ่มน้อยช่วยหลบไปด้วย! พวกคนที่ไล่ตามข้ามานั้นฆ่าคนได้โดยไม่กระพริบตาเลยนะ!”

เมื่อได้ฟังดังนี้ เฉินเฉินก็ออกไปจากถนนด้วยม้าของเขา

ม้าประมาณสิบตัวมาถึงเฉินเฉินในเวลาไม่นาน กลุ่มที่ไล่ตามท่านจางอยู่นั้นสวมเครื่องแบบคล้ายๆกับคนคุ้มกันของตระกูลหวัง พวกเขาน่าจะเป็นคนคุ้มกันของตระกูลเดียวกัน

ในตอนที่ท่านจางวิ่งผ่านเฉินเฉินกับม้าของเขา คนคุ้มกันคนนึงที่ไล่ตามหลังเขาก็สังเกตเห็นกล่องไม้ที่อยู่ในมือของเฉินเฉิน สายตาของเขาฉายความโลภออกมาอย่างกระทันหัน และตะโกนออกมา “เจ้านั่นมีกล่องที่ทำมาจากไม้กฤษณาอยู่ในมือด้วย!”

ครืดด!

เมื่อได้ฟังดังนั้น คนคุ้มกันทุกคนที่ไล่ตามท่านจางก็หยุดม้าของพวกเขาในขณะที่หันไปมองเฉินเฉินที่ยืนอยู่ข้างถนน

จบบทที่ Chapter 17: มีสุสาน

คัดลอกลิงก์แล้ว