เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 2: ใครรักข้าในรัศมีสิบเมตร?

Chapter 2: ใครรักข้าในรัศมีสิบเมตร?

Chapter 2: ใครรักข้าในรัศมีสิบเมตร?  


เฉินเฉินถอนหายใจ มีความเป็นไปได้มากมายที่จะมีสมบัติคล้ายๆกันนี้อยู่ในโลกใบนี้ แต่รูปลักษณ์ที่ดูธรรมดาของพวกมันได้ปกปิดพลังที่แท้จริงเอาไว้ทำให้พวกมันหมดประโยชน์ตั้งแต่ถือกำเนิดขึ้นมาจนกระทั่งสูญสลาย

“ถ้าแกเป็นกอหญ้า ข้าก็พอจะกลั้นใจกินเข้าไปได้อยู่ แต่แกเป็นอุจจาระเพราะฉะนั้นข้าคงกินไม่ได้หรอก”

เฉินเฉินส่ายหัวโดยไม่สนใจกองอุจจาระแล้วเริ่มทดลองการทำงานอื่นของระบบ

ก่อนที่เขาจะรู้สึกตัว ดวงอาทิตย์ก็ค่อยๆลดระดับลงจนตอนนี้เป็นเวลาค่ำแล้ว

เหล่าชาวนาได้กลับบ้านของตนพร้อมกับอุปกรณ์ทำสวนของพวกเขา

“ระบบ หาคนที่หน้าตาดีที่สุดในระยะสิบเมตรให้ข้าหน่อย!”

“ท่านเจ้าของ ได้โปรดมองเข้าไปในกระจกค่ะ”

เมื่อได้ฟังคำตอบของระบบ เฉินเฉิน ก็มองเข้าไปในกระจกทองแดงเล็กๆที่อยู่ที่บ้านด้วยความรู้สึกค่อนข้างพึงพอใจ

หลังจากมองไปที่กระจก สีหน้าของเฉินเฉินก็เปลี่ยนไป วันนี้เขามัวง่วนอยู่กับการทดลองระบบ จนลืมทำอาหารให้พ่อแม่ของเขาไปเลย!

ในขณะที่เขากำลังซาวข้าวอย่างลุกลี้ลุกลนนั้นเอง พ่อของเขาเฉินชานและแม่ของเขาฉินโหลวก็มาถึงบ้านพอดี

“เอ่อ... ท่านพ่อ ท่านแม่...วันนี้ข้าลืมเตรียมอาหาร” เฉินเฉินสารภาพด้วยความเขินอายเล็กน้อยในตอนที่เขาเห็นสีหน้าอันเหนื่อยล้าของพ่อแม่

ในทันทีที่เขาพูดออกมาเช่นนั้น ก็มีเสียงนึงดังมาจากข้างนอกบ้านโดยไม่มีโอกาสให้พ่อแม่ของเขาได้ตอบกลับ

“ไม่เป็นไร วันนี้เจ้ามากินข้าวที่บ้านป้าก็ได้นะ”

เสียงนั้นดังมาจากคุณป้าร่างท้วมคนนึงที่พึ่งจะเข้ามาในห้อง

คุณป้าคนนี้เป็นเพื่อนบ้านของพวกเขา และแม่ของเอ้อหยา เฉินเฉินเรียกเธอว่าป้าหลี่

เฉินชานและฉินโหลวถอนหายใจในตอนที่ได้ฟังเช่นนี้ วันนี้พวกเขารู้สึกไม่อยากอาหารเลยจริงๆ

ฤดูเก็บเกี่ยวกำลังมาถึงในเร็วๆนี้ แต่เขื่อนต้นน้ำกลับมีปัญหา ส่งผลให้แปลงเกษตรทั้งหมดในหมู่บ้านหินถูกน้ำท่วม ดังนั้นจึงแทบไม่มีอะไรเหลือให้เก็บเกี่ยวเลยในปีนี้

และถ้าเป็นแบบนี้หมู่บ้านหินจะจ่ายค่าเช่าที่ดินได้ยังไงกัน?

ในยุคนี้การไม่จ่ายค่าเช่าที่ดินถือเป็นเรื่องใหญ่ บทลงโทษที่เบาที่สุดก็คือถูกทำร้าย ถูกขับไล่ออกจากที่ดินเกษตร และถูกเปลี่ยนเป็นผู้ลี้ภัย ส่วนบทลงโทษที่หนักที่สุดนั้นหมายความว่าจะต้องขายลูกของตัวเอง ถูกเนรเทศออกไปเป็นพันไมล์ และจะไม่มีวันได้ใช้ชีวิตอย่างสงบสุข

ในตอนนั้นเองเฉินชานก็พูดขึ้นมาอย่างกระทันหัน “ลูกเฉิน ทำไมลูกไม่แต่งงานกับเอ้อหยาซะหล่ะ?”

“หา?”

เฉินเฉินตกตะลึงในตอนที่เขาได้ฟังเช่นนี้ เอ้อหยาอายุแค่ 14 ปี แม้ว่าการแต่งงานในวัยเท่านี้จะถือเป็นเรื่องที่ค่อนข้างปกติในโลกนี้ แต่ชายหนุ่มหน้าตาดีมีการศึกษาอย่างเขาจะยอมรับเรื่องแบบนั้นได้ยังไงกัน?

นอกจากนี้ ตั้งแต่ตอนที่เขายังเด็กไม่มีอะไรที่พวกเขามีร่วมกันเลย แล้วทำไมถึงต้องแต่งงานทั้งๆที่ไม่เคยมีเหตุการณ์ความรักหวานๆระหว่างกันหล่ะ?

เอ้อหยาโผล่หน้าออกมาจากข้างหลังป้าหลี่ ท่าทีของเธอดูเขินอาย

ลูกสาวของชาวนาคนนี้ไม่ได้น่ารักนัก เธอมีผิวแทนดูสุขภาพดี และมีรูปร่างค่อนไปทางผอม

เมื่อเห็นสี้หน้าของเอ้อหยา เฉินเฉินก็มีความคิดนึงผุดขึ้นมา เด็กสาวคนนี้แอบชอบเขาหรอ? เธอเคยบอกกับป้าหลี่รึเปล่า?

อันที่จริงหน้าตาของเขาโดดเด่นมากในหมู่บ้านเล็กๆแห่งนี้ ดังนั้นมันจึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่จะมีคนแอบชอบเขา แต่ว่า...

“ระบบ ในรัศมีสิบเมตรมีใครรักฉันบ้าง?” หลังจากทดลองกับระบบมาแล้วระดับนึง เฉินเฉินก็สามารถถามคำถามนี้ในใจได้

“มีสามเป้าหมายค่ะ”

หัวใจของเฉินเฉินแทบวูบเมื่อได้ฟังคำตอบของระบบ ตามที่คาดเอาไว้เอ้อหยาตกหลุมรักเขา!

สองในสามของเป้าหมายต้องเป็นพ่อแม่ของเขาแน่ๆ ไม่มีพ่อแม่คนไหนที่จะไม่รักลูกของตัวเอง

ส่วนอีกคนนึง มันจะเป็นใครได้หล่ะถ้าไม่ใช่เอ้อหยา? หรือว่าจะเป็นป้าหลี่...

“โดดเด่นเกินไปนี่มันก็ไม่ดีจริงๆนะ...” เฉินเฉินพึมพำกับตัวเองแล้วครุ่นคิดว่าจะปฏิเสธการแต่งงานที่ไม่ได้มาจากความรักนี้ยังไงดี

ในตอนนั้นเอง ระบบก็เริ่มระบุตำแหน่งของเป้าหมาย

“สองเป้าหมายอยู่ตรงหน้าท่าน ส่วนอีกเป้าหมายนึง เดินออกไปข้างหน้าสองเมตรแล้วจากนั้นก็เลี้ยวซ้ายไปอีกห้าเมตรค่ะ”

เมื่อได้ยินคำตอบนี้ เฉินเฉินก็ตกตะลึง

แน่นอนว่าตรงหน้าเขาก็คือพ่อกับแม่ แต่อีกเป้าหมายนึงมันไม่ตรงกับตำแหน่งที่เอ้อหยาอยู่

ด้วยการเดินตามตำแหน่งที่ระบบบอกโดยไม่ทันรู้สึกตัว เฉินเฉินก็มาถึงเล้าหมูอีกครั้งและยืนอยู่ตรงหน้ากองขี้หมู

เขามองไปที่เหลาเฮยที่อยู่ในเล้าหมูในขณะที่เหลาเฮยเองก็มองกลับมาหาเขา

มนุษย์กับหมูมองหน้ากันด้วยดวงตาที่เบิกกว้าง ในช่วงเวลานี้ เฉินเฉินมีความรู้สึกที่ซับซ้อนในใจของเขา

เหลาเฮยเจ้าหมูตัวนี้รักเขาจริงๆ มันช่างน่าตื้นตันอะไรอย่างนี้!

ด้วยเหตุผลบางประการ จู่ๆเขาก็รู้สึกว่าเหลาเฮย เจ้าหมูดำตัวนี้ มีความน่ารักและมีความอ่อนโยนอยู่ในดวงตาของมัน

“เหลาเฮย ที่ข้าดูแลเจ้ามาหลายปีไม่ได้สูญเปล่าสินะ! ไม่อยากเชื่อเลยว่าตอนนี้เจ้าจะเติบโตขึ้นมาได้ขนาดนี้ ไม่แปลกใจเลยที่เจ้าสามารถผลิตอุจจาระที่โดดเด่นแบบนั้นออกมาได้” เฉินเฉินพูดอย่างอ่อนโยนในขณะที่เดินไปหาเหลาเฮยแล้วลูบหัวของมัน

“อู้ดๆ...”

เหลาเฮยร้องออกมาสองครั้งหลับตาแล้วคลอเคลียที่มือของเฉินเฉินอยู่ซักพัก ท่าทีของมันแสดงให้เห็นถึงความดีอกดีใจ

เฉินเฉินยิ้มในตอนที่เห็นภาพนี้ ครอบครัวของเขาได้เลี้ยงเจ้าหมูตัวนี้มาเกือบสิบปีแล้ว มันเป็นเรื่องปกติที่มันจะมีความรู้สึกผูกพันกับเขา

แต่ถ้าเอ้อหยาไม่ได้ชอบเขา ทำไมพ่อของเขาถึงพูดเรื่องแต่งงานกับเอ้อหยากับเขาหล่ะ?

เมื่อนึกเรื่องนี้ขึ้นมาได้ เขาก็เดินเข้าไปในบ้านอีกครั้ง

ข้างในนั้น พ่อแม่ของเขากำลังพูดคุยกับป้าหลี่อยู่

“ถ้าหากครอบครัวของข้าจ่ายค่าเช่าไม่ไหว พวกเราก็ยังพอสละหมูเพื่อช่วยลดค่าใช้จ่ายได้อยู่ แต่ครอบครัวของเจ้า....”

แม่ของเขาเฉินโหลวมองไปที่เอ้อหยาในขณะที่พูด

ป้าหลี่ดูเหมือนใกล้จะร้องไห้แล้ว

เจ้าของที่ดินของหมู่บ้านหินนั้นเป็นคนใจจืดใจดำ ถ้าป้าหลี่จ่ายค่าเช่าไม่ไหว พวกเขาก็น่าจะเอาตัวเอ้อหยาไปแล้วขายเธอให้กับซ่องโสเภณี

เธอเป็นแม่ม่ายและไม่ได้มีพละกำลังอะไรนัก การที่เธอเลี้ยงเอ้อหยามาได้ถึงขนาดนี้มันไม่ใช่เรื่องง่ายเลย และถ้าเอ้อหยาถูกขาย เธอคงจะเอาตัวรอดได้ไม่นานนัก

ข้างนอกห้อง เฉินเฉินพอจะเดาเรื่องส่วนใหญ่ได้แล้ว

เห็นได้ชัดว่า มีปัญหาที่แปลงเกษตรของหมู่บ้านหิน และพวกเขาก็ไม่สามารถจ่ายค่าเช่าที่ดินในส่วนของปีนี้ได้

พ่อแม่ของเขาเป็นห่วงว่าเอ้อหยาจะถูกลักพาตัวและถูกจับขายให้กับซ่องโสเภณี ดังนั้นพวกเขาก็เลยเสนอให้เขาแต่งงานกับเธอ

ในอดีตพ่อของเอ้อหยาใจดีกับครอบครัวของพวกเขามาก ดังนั้นการตัดสินใจของพ่อแม่ของเขาจึงเป็นเรื่องที่เข้าใจได้

ในโลกนี้ ชาวนาทั่วๆไปจะไม่สามารถออกจากหมู่บ้านได้เลย และคู่แต่งงานที่เป็นไปได้ก็มีแค่เพื่อร่วมงานในหมู่บ้านที่มีกันอยู่ไม่กี่คนเท่านั้น และถึงยังไงมันก็เหมือนกับว่าพ่อแม่ของเขาคงวางแผนจะจับเขาแต่งงานกับเอ้อหยามาตั้งแต่แรกแล้วด้วย

ถ้าเป็นเมื่อก่อนเฉินเฉินอาจจะยอมรับชะตากรรมของเขา อย่างไรก็ตามตอนนี้เขามีระบบเสริมคนที่จะกลายเป็นอมตะในอีกไม่ใช้ก็เร็ว แล้วเขาจำเป็นต้องยอมแต่งงานเพื่อแก้ปัญหาของคนอื่นด้วยหรอ?

แบบนั้นมันคงจะไม่ยุติธรรมกับสถานะของเขา

เมื่อคิดได้แบบนี้ เขาก็ตรงดิ่งเข้าไปในบ้านแล้วพูดขึ้น “ท่านพ่อ ท่านแม่ มีปัญหาเรื่องค่าเช่าที่ดินสินะครับ? พวกเรายังมีเวลาอีกสามวันก่อนที่จะถึงกำหนดจ่ายใช่ไหม? ในสามวันนี้ ข้าจะหาเงินที่เพียงพอต่อการจ่ายค่าเช่าเอง ข้าทำได้ครับ!”

“ค่าเช่ามันมีราคากว่าพันเหรียญเลยนะ เจ้าจะไปทำได้....” ฉินโหลวถูกขัด

เฉินเฉินสบัดมือแล้วพูด “ท่านแม่ ท่านยังจำนักบัญชีที่ร้านยาเฮ่เฟิงในมณฑลได้ไหมครับ? เขาบอกว่าข้ามีพรสวรรค์เรื่องตัวเลขก็เลยอยากรับข้าไปเป็นเด็กฝึกหัด ข้าจะไปหาเขา บางทีข้าน่าจะพอขอเบิกเงินล่วงหน้ามาได้บ้าง”

“แต่ว่า....”

“ไม่มีแต่ครับ ตอนนี้ข้าอายุสิบหกแล้ว จะให้ข้าอยู่บ้านเฉยๆตลอดทั้งวันคงไม่ได้อีกแล้ว นอกจากนี้ เหลาเฮยมันเป็นหมูนิสัยดี อย่าขายมันเลยนะครับ” เฉินเฉินพูดด้วยรอยยิ้มแล้ววิ่งตรงไปที่ทางเข้าหมู่บ้าน

หมู่บ้านหินอยู่ห่างจากมณฑลแค่สิบไมล์ เขาน่าจะไปถึงที่นั่นตอนย่ำค่ำพอดี

“ลูกเฉิน! ไปพรุ่งนี้ไม่ดีกว่าหรอ? กลางคืนมันอันตรายนะ!” พ่อแม่ของเขาตะโกนเรียกด้วยความเป็นห่วงจากข้างหลัง

“ไม่เป็นไรครับ!” เฉินเฉินตะโกนตอบแล้วเร่งฝีเท้า

จัดการตอนกลางคืนมันง่ายกว่าสำหรับเขา ส่วนเรื่องของความปลอดภัยหน่ะหรอ? จะมีอะไรให้กังวลอีกหล่ะ? เขายากจน! จะมีใครที่ไหนอยากมาปล้นเขากัน?

จบบทที่ Chapter 2: ใครรักข้าในรัศมีสิบเมตร?

คัดลอกลิงก์แล้ว