- หน้าแรก
- ระบบอัจฉริยะที่ไม่มีใครเสมอเหมือน
- Chapter 859:หนีไปอยู่ด้วยกันในดินแดนลับ (จบ)
Chapter 859:หนีไปอยู่ด้วยกันในดินแดนลับ (จบ)
Chapter 859:หนีไปอยู่ด้วยกันในดินแดนลับ (จบ)
"ไม่...เป็นไปไม่ได้ เปิดโปรแกรมระเบิดตัวเอง เปิดโปรแกรมระเบิดตัวเอง!!!"
ไซชิกู่ร้องอย่างหวาดกลัวและคลั่งคล้าย เกราะต่อสู้และระบบที่เขาพึ่งพามาตลอดกลับไม่ทำตามคำสั่งของเขา มันเหมือนกับว่าสัจธรรมบางอย่างถูกทำลายล้าง สิ่งที่ตามมาคือความหวาดกลัวและความมืดมิด
แต่เกราะสีทองและระบบยังคงไม่มีท่าทีว่าจะทำตามคำสั่งของเขาเลย ในขณะเดียวกัน หนวดจักรกลที่พันรอบร่างของเสี่ยวหลัวที่กลายสภาพเป็นสีขาวก็ค่อยๆ คลายออก
"ดูเหมือนว่าเจ้าจะยังไม่เข้าใจจริงๆ" เสี่ยวหลัวที่กลายสภาพเป็นสีขาวหัวเราะอย่างเย็นชา
"ข้าไม่เข้าใจ?"
ไซชิชะงักไป จากนั้นก็ตะโกนใส่เขา "ข้าไม่เข้าใจอะไร?"
"ไม่ใช่เจ้าที่ควบคุมระบบ แต่เป็นระบบที่ควบคุมเจ้า พูดอีกนัยหนึ่ง เจ้าเป็นหุ่นเชิดของระบบ หลังจากที่เจ้าหลอมรวมเข้ากับระบบแล้ว ระบบจะเข้าครอบงำตำแหน่งผู้นำ" เสี่ยวหลัวกล่าวอย่างเฉยเมย
หุ่นเชิด?
ระบบเข้าครอบงำตำแหน่งผู้นำ?
ในสมองของไซชิเหมือนมีระเบิดลูกหนึ่งระเบิดออก เสียงดังอื้ออึง จนไม่สามารถคิดอะไรได้ชั่วขณะหนึ่ง จากนั้นเขาก็หัวเราะออกมาอย่างเย็นชา "ไอ้ขยะตระกูลคลั่งสงครามเสี่ยวอย่างเจ้าพูดจาเหลวไหลอะไร ถ้าข้าเป็นหุ่นเชิด แล้วเจ้าจะไม่เป็นหุ่นเชิดด้วยรึไง? ตำหนิผู้อื่นทั้งที่ตัวเองก็มีข้อบกพร่องไม่แพ้กัน เจ้ายังมีหน้าจะมาว่าข้า?"
"เสียใจด้วย ดูเหมือนว่าข้าจะต้องทำให้เจ้าผิดหวังอีกครั้ง"
เสี่ยวหลัวยิ้มเยาะ เกราะสีขาวที่ปกคลุมอยู่บนพื้นผิวของเขาสลายกลายเป็นชิ้นส่วนนับไม่ถ้วนในพริบตา เผยให้เห็นใบหน้ามนุษย์เดิมๆ ของเขา เสื้อผ้าขาดวิ่น แต่กลิ่นอายของผู้แข็งแกร่งบนร่างของเขาก็ทำให้ผู้คนอดไม่ได้ที่จะเคารพ
"เจ้า..."
ไซชิเบิกตากว้าง ไม่กล้าเชื่อว่าเสี่ยวหลัวจะสามารถสลับสถานะได้อย่างอิสระ หรือว่าเมื่อกี้ไม่ใช่จิตสำนึกอิสระของระบบ แต่เป็นตัวเขาเอง?
เสี่ยวหลัวกล่าวอย่างเย็นชา "ข้ากับเจ้ามีความแตกต่างโดยพื้นฐาน เจ้าพึ่งพาพลังของเทคโนโลยีขั้นสูงอย่างสมบูรณ์ แต่ข้า การที่ข้ามีพลังบำเพ็ญในวันนี้ ส่วนใหญ่เป็นเพราะข้าเดินขึ้นมาทีละก้าวด้วยตัวเอง ระบบจากต้นจนจบก็อยู่เพียงตำแหน่งช่วยเหลือเท่านั้น ข้าคิดว่านี่แหละคือความต่างระหว่างสุดยอดนักรบกับสุดยอดเทคโนโลยี ฝั่งแรกเน้นการพัฒนาความสามารถของตัวเอง ส่วนฝั่งหลังเน้นพึ่งพาผลิตภัณฑ์ที่เกิดจากเทคโนโลยี ผลิตภัณฑ์จากเทคโนโลยีเป็นพลังภายนอก และการพึ่งพาพลังภายนอกนั้นย่อมมีความเสี่ยงที่จะถูกย้อนกลับทำร้ายในที่สุด”
ร่างกายของไซชิสั่นเทาเล็กน้อย เพราะเขาเชื่อมั่นว่าเสี่ยวหลัวพูดถูก ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นกับเขาในตอนนี้ทำให้เขาเข้าใจว่าระบบที่พวกเขาคิดค้นขึ้นมาเองเริ่มเข้ามาครอบงำแล้ว หากปล่อยให้พัฒนากันต่อไป เกรงว่าในอนาคตผู้คนที่เก่งกาจด้านเทคโนโลยีทั้งหมดจะกลายเป็นหุ่นเชิดที่ไร้อิสระภายใต้การควบคุมของระบบ
"โฮสต์อยู่ในภาวะอันตรายถึงชีวิต ยกเลิกการผูกมัด ยกเลิกการผูกมัด!"
ในขณะนั้นเอง เสียงแจ้งเตือนที่เย็นชาของระบบก็ดังขึ้นในสมองของไซชิ ซึ่งเป็นการซ้ำเติมสถานการณ์ที่ย่ำแย่อยู่แล้ว
รูม่านตาของไซชิหดเล็กลง ดวงตาเต็มไปด้วยความสิ้นหวัง จากนั้นในวินาทีต่อมา เขาก็เผยรอยยิ้มเยาะเย้ยตนเองออกมา "ไปตายซะ ไอ้เวร!"
เขาไม่ได้ด่าเสี่ยวหลัว แต่ด่าระบบต่อสู้รอบด้านที่พวกสุดยอดเทคโนโลยีของเขาประดิษฐ์ขึ้นมา
ชุดเกราะสีทองหายไป ในที่สุดก็รวมตัวกันเป็นจุดสีทอง พุ่งทะยานออกไปในอวกาศอันไกลโพ้น
เมื่อปราศจากชุดเกราะ ไซชิก็เปลือยเปล่า ในอวกาศภายนอกนี้ หากไม่มีชุดอวกาศก็ไม่สามารถอยู่รอดได้ ยิ่งไปกว่านั้น รูโหว่ที่หน้าอกของเขาที่เสี่ยหลัวควักหัวใจออกไป ทำให้เขาต้องตายอย่างแน่นอน
"อ๊าก~"
ไซชิร้องโหยหวนอย่างน่าเวทนา เส้นเลือดฝอยทั่วร่างแตกกระจาย ในชั่วพริบตาเขากลายเป็นมนุษย์เลือด ลูกตาโปนออกมา เลือดไหลทะลักออกจากปาก จมูก และหู จากนั้นก็หมดแรงดิ้นรน กลายเป็นศพเลือดในอวกาศ
"เมื่อสูญเสียระบบไป เจ้าก็ไม่เหลืออะไรเลย"
เสี่ยวหลัวค่อยๆ ยกมือขึ้น จากนั้นลูกบอลพลังงานสีดำเลือดก็พุ่งเข้าใส่เขา
"ตูม~"
ไซชิถูกระเบิดจนไม่เหลือแม้แต่เถ้ากระดูก
หลังจากจบการต่อสู้ เสี่ยวหลัวก็ล็อกเป้าหมายไปที่เซี่ยไห่บนโลก พุ่งลงไปด้วยความเร็วราวกับแสง
……
……
ซูลี่ ยืนอยู่บนดาดฟ้าของอาคารที่ทรุดโทรมแห่งหนึ่งในเมืองเซี่ยไห่ แหงนมองท้องฟ้า ใบหน้างดงามหมดจด ดวงตาดุจน้ำในฤดูใบไม้ร่วง ผิวขาวดุจหิมะ ผมยาวดำขลับดุจน้ำตก รูปร่างสูงโปร่ง แม้ว่าเธอจะเปรอะเปื้อนฝุ่นดินจากการต่อสู้ครั้งใหญ่ แต่ก็ยังไม่อาจปกปิดออร่าที่โดดเด่นของเธอได้
ในเวลานั้น มือใหญ่ของผู้ชายคู่หนึ่งก็เอื้อมมาจากด้านหลัง โอบรอบเอวของเธอไว้
ซูลี่ตกใจ รีบหันกลับไป เมื่อเห็นว่าคนที่ยืนอยู่ข้างหลังคือเสี่ยวหลัว ผู้ชายของเธอ เธอก็ตกตะลึงไปทั้งร่าง
"ตกใจเหรอ?" เสี่ยวหลัวถาม
ดวงตาที่สวยงามของซูลี่แดงก่ำ ส่ายหัว แล้วพุ่งเข้าไปในอ้อมกอดของผู้ชาย กอดเขาไว้แน่น
ราชาทั้งสี่แห่งแดนศักดิ์สิทธิ์แห่งเผ่าแสงจ้องมองไปยังท้องฟ้าตลอดเวลา อยากรู้ว่าสถานการณ์การรบเป็นอย่างไร จนกระทั่งเหลือบไปเห็นจ้าวศักดิ์สิทธิ์ของพวกเขากอดกับผู้ชายคนหนึ่ง พวกเขาจึงละสายตา
"ไอ้เวร นั่นมันเสี่ยวหลัวนี่นา? เขาลงมาตั้งแต่เมื่อไหร่?" ราชาสายฟ้ากระพริบตาด้วยความไม่เชื่อ
"หลบหลีกการตรวจจับของเราไปได้หมด แถมยังดูเหมือนจะแข็งแกร่งขึ้นอีก" ราชาสงครามกลืนน้ำลายอย่างยากลำบาก
ราชาสายฟ้าด่า "เจ้าไอ้คนซื่อบื้อ จับใจความสำคัญหน่อยได้ไหม ตอนนี้สิ่งสำคัญที่สุดคือการหาว่าใครเป็นฝ่ายชนะ มนุษย์ต่างดาวหรือเสี่ยวหลัว?"
"เห็นเขากอดกับจ้าวศักดิ์สิทธิ์ของพวกเราแล้ว ยังไม่รู้เหรอว่าใครชนะใครแพ้?"
ราชาดาบดื่มเหล้าเข้าไปอึกใหญ่ แล้วหัวเราะออกมาอย่างสะใจ "ดีมาก ผู้ชายแบบนี้ถึงจะคู่ควรกับจ้าวศักดิ์สิทธิ์ของพวกเรา ฮ่าๆๆๆๆๆๆ..."
ราชากระบี่ไม่ได้พูดอะไร หลังจากฟื้นฟูพลังปราณได้เล็กน้อย เขาก็พาคุริซาที่แขนขาดกลับไปยังแดนลับ
……
……
ข่าวที่ว่ามนุษย์ต่างดาวถูกกำจัดแพร่กระจายไปทั่วโลกอย่างรวดเร็ว ทุกหนทุกแห่งตกอยู่ในความสนุกสนานและการเฉลิมฉลอง
และสิ่งที่ต้องทำต่อไปคือการสร้างบ้านเมืองใหม่ มวลมนุษยชาติเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันเป็นครั้งแรก อุทิศตนเพื่อสร้างบ้านเมืองที่สวยงาม ในขณะเดียวกัน กล้องโทรทรรศน์อวกาศของจีนและกล้องโทรทรรศน์อวกาศฮับเบิลของสหรัฐอเมริกาที่โชคดีรอดชีวิตมาได้ พบยาน UFO ลำหนึ่งอยู่ใกล้กับดวงอาทิตย์ เมื่อเทียบกับยานอวกาศที่ไซชิมนุษย์ต่างดาวใช้ในการบุกรุกโลก ก็สามารถยืนยันได้ว่ายาน UFO ลำนั้นคือยานอวกาศของไซชิอย่างไม่ต้องสงสัย
ด้วยระดับเทคโนโลยีปัจจุบันของโลก เป็นไปไม่ได้ที่จะนำยานอวกาศลำนั้นกลับมา
เสี่ยวหลัวออกหน้าด้วยตัวเอง นำยานอวกาศกลับมายังโลก เบื้องหลังของไซชิคือสุดยอดเทคโนโลยีขนาดใหญ่ ในเมื่อโลกได้เปิดเผยพิกัดในจักรวาลแล้ว สิ่งเดียวที่ทำได้คือการพัฒนาตัวเองก่อนที่ศัตรูที่แข็งแกร่งจะมาถึง และไม่ต้องสงสัยเลยว่ายานอวกาศของไซชิ จะช่วยให้พลังทางเทคโนโลยีบนโลกพัฒนาไปอย่างรวดเร็ว
ภายใต้กฎแห่งป่ามืด ไม่สามารถเรียกร้องให้ตัวเองเป็นนักล่าได้ แต่อย่างน้อยก็ต้องแน่ใจว่าตัวเองจะไม่ตกเป็นเหยื่อ!
……
……
วันหนึ่งหลังสงคราม ท้องฟ้าแจ่มใส ไม่มีเมฆแม้แต่ริ้วเดียว แสงแดดอบอุ่นปกคลุมพื้นดิน
วันนี้ หมู่บ้านหลัวครึกครื้นเป็นพิเศษ หรือจะให้ถูกต้องก็คือบ้านของเสี่ยวจื่อหยวนครึกครื้น
ในฟาร์มประดับประดาด้วยโคมไฟและของตกแต่งหลากสี มีตัวอักษร "囍"มงคล ติดอยู่ทุกหนทุกแห่ง บรรยากาศของการแต่งงานอบอวล
ผู้คนสามชั้นนอกสี่ชั้นในที่มาเข้าร่วมงานแต่งงานในฟาร์ม มีชาวบ้านจากหมู่บ้านหลัว มีผู้นำระดับสูงจากประเทศต่างๆ ทั่วโลก มีผู้มาจากแดนศักดิ์สิทธิ์แห่งเผ่าแสง สรุปคือคนที่เสี่ยวหลัวรู้จักมา และคนที่เขาไม่รู้จักก็มา
"เวรเอ๊ย อิจฉาเหล่าเสี่ยวจริงๆ ที่ได้เมียถึงสี่คน แถมแต่ละคนก็สวยระดับแนวหน้าทั้งนั้น ไม่กลัวไตจะพังรึไง!" จางซูซานนั่งอยู่ที่โต๊ะตัวหนึ่ง พูดพึมพำออกมาด้วยความอิจฉาริษยา
ผลปรากฏว่าทันทีที่พูดจบ หูของเขาก็ถูกไช่จื่อหยิงดึงอย่างแรง "แกอิจฉาอะไร? แค่ฉันคนเดียวแกก็ยังเลี้ยงไม่ไหว แล้วยังอยากจะเลียนแบบเสี่ยวหลัวอีกเหรอ? แกมีความสามารถแบบนั้นรึไง?"
คำพูดนั้นทำให้ซูอันเย่และถังเหรินที่นั่งอยู่โต๊ะเดียวกันหัวเราะออกมาทันที
"โอยๆๆ...เมียจ๋า คนเยอะแยะขนาดนี้ ช่วยไว้หน้าผู้ชายของเธอหน่อยนะ" จางซูซานยอมจำนนในทันที
อีกโต๊ะหนึ่ง ชูเยว่หงุดหงิดใจ ดื่มเหล้าอย่างเงียบๆ พึมพำบ่นอะไรบางอย่างอยู่ตลอดเวลา
ชูหยุนเชียงเลิกคิ้ว เขาจะไม่รู้ได้อย่างไรว่าลูกสาวสุดที่รักของเขากำลังคิดอะไรอยู่ แต่ในเรื่องนี้ เขาก็ทำอะไรไม่ได้
"พอแล้ว วันนี้เป็นวันมงคลของเสี่ยวหลัว อย่าไปแช่งเขาเลย" ไป่หลิงโน้มน้าว
"ไม่ ฉันจะไม่ เขาชอบผู้หญิงเยอะแยะขนาดนั้น ทำไมถึงชอบฉันบ้างไม่ได้ ไม่ยุติธรรม ไม่ยุติธรรมเลย เห็นได้ชัดว่าฉันเจอเขาก่อน และในแง่ของรูปลักษณ์ภายนอก ฉันไม่ได้ด้อยกว่าพวกเธอเลย” ชูเยว่พึมพำ
"องค์หญิงเยว่ เรื่องความรักมันบังคับกันไม่ได้นะ มีความรู้สึกก็คือมีความรู้สึก ไม่มีก็คือไม่มี ต่อให้ฝืนใจยังไงก็ไม่มีทางคลิกกันได้หรอก"
"นั่นสิๆ ทำไมต้องยึดติดอยู่กับต้นไม้ต้นเดียวอย่างพี่หลัวด้วย ลองพิจารณาพวกเราดูไหม?"
จูเสี่ยวเฟยและเติ้งไคปลอบโยนอยู่ข้างๆ
"ถ้าไม่พูดก็ไม่มีใครว่าพวกนายเป็นใบ้ หึ!" ชูเยว่ตะโกนใส่พวกเขาด้วยความโกรธแล้วสะบัดหน้าหนี
จูเสี่ยวเฟยและเติ้งไคทำได้เพียงเสียเที่ยว ยักไหล่แล้วหุบปาก
ที่โต๊ะของผู้บริหารระดับสูงของหลัวฟาง ทั้งห้าคนของเฟิงอู๋ฮั่นกินอาหารและดื่มเหล้าอย่างมีความสุข รู้สึกยินดีจากใจจริงกับเสี่ยวหลัว ในบรรดาผู้บริหารระดับสูงของหลัวฟางทั้งหมด มีเพียงหลี่จื่อเหมิงเท่านั้นที่มองไปยังบ้านในฟาร์มด้วยสายตาเหม่อลอย งดงามราวภาพวาด ในดวงตาแฝงไปด้วยความเศร้า
ส่วนเป็ดและโหย่วหลิง สองนักกินตัวยง กินอาหารอร่อยๆ บนโต๊ะของตัวเองจนเกลี้ยงอย่างรวดเร็ว พออิ่มแล้วก็รีบไปก่อกวนโต๊ะอื่น
ราชาทั้งสี่แห่งแดนศักดิ์สิทธิ์จ้องเขม็งไปยังเฟอร์ราร์ด เพราะพวกเขายังไม่ได้เริ่มกินอาหารเลย อาหารที่อยู่ตรงหน้าเหลือเพียงผักเน่าและเศษอาหาร
เฟอร์ราร์ดเหงื่อไหลท่วมตัว รีบขอโทษแทนโหย่วหลิง "ขอโทษด้วย ข้า..."
"พอๆ วันนี้เป็นวันแต่งงานของจ้าวศักดิ์สิทธิ์ อย่ามาหาเรื่องทะเลาะกันเลย ถ้าวันธรรมดาเจ้ายังไม่รู้จักอบรมสั่งสอนลูกสาวของเจ้า ข้า...ฆ่าเจ้าให้ตาย!" ราชาดาบพูดจาโหดร้ายพร้อมรอยยิ้ม
เฟอร์ราร์ดตกใจจนเข่าอ่อน เกือบจะทรุดลงไปกับพื้น
……
กินๆ ดื่มๆ กันมานาน แต่ก็ยังไม่เห็นเจ้าบ่าวและเจ้าสาวทั้งสี่ออกมา ทุกคนมองไปยังประตูฟาร์มด้วยความกระวนกระวายใจ
"เกิดอะไรขึ้น ทำไมเจ้าบ่าวเจ้าสาวถึงยังไม่ออกมา?"
คิงคองเป็นคนใจร้อน ถามด้วยเสียงห้าวๆ ของเขา
นี่ก็คือสิ่งที่อยู่ในใจของทุกคน โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้นำระดับสูงจากต่างประเทศ พวกเขามาที่นี่ไม่ได้เพื่อมาดื่มเหล้า แต่หลักๆ คือมาทำความรู้จักกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ที่ปกป้องโลก
ในขณะนั้นเอง เสี่ยวรุ่ยหยิงก็วิ่งออกมาจากฟาร์ม บอกกับเสี่ยวจื่อหยวนและฮวาเหอหยิงที่กำลังต้อนรับแขกอยู่ว่า "พ่อคะ แม่คะ เกิดเรื่องใหญ่แล้วค่ะ พี่ชายพาพี่สะใภ้ทั้งสี่คนกับซูเป่ยหนีตามกันเข้าไปในแดนลับแล้วค่ะ"
เสียงของเธอไม่ได้เบา ทำให้หลายคนได้ยิน
อะไรนะ?
ไปแดนลับแล้วเหรอ?
ทุกคนลุกขึ้นยืนจากที่นั่ง มองไปยังทิศทางของเซี่ยไห่
หลังจากผ่านพ้นหายนะที่เกี่ยวข้องกับการดำรงอยู่ของมนุษยชาติมาแล้ว แดนลับและโลกเดิมก็เชื่อมต่อกัน ทางเข้าออกอยู่ที่ภาพลวงตาที่เหมือนโอเอซิสบนท้องฟ้าเหนือเซี่ยไห่
……
……
แดนลับที่กว้างใหญ่ไพศาลและมีทิวทัศน์ที่สวยงาม
เสี่ยวหลัวสวมชุดเจ้าบ่าวโบราณ นำหน้าสี่สาวงามที่สวมชุดเจ้าสาวสีแดงสด บินอยู่บนท้องฟ้า
พวกเธอคือซูลี่ จือสือหยิง ฝู่อี้เหริน และกู่เฉียนเซวีย ตามลำดับ ชมทิวทัศน์ภูเขาและทิวทัศน์ที่สวยงาม ซูเป่ยเกาะอยู่บนหลังของเขา ดวงตากลมโตคู่หนึ่งมองสำรวจทิวทัศน์อันงดงามของแดนลับอย่างอยากรู้อยากเห็น
"สวยจังเลย!"
ซูเป่ยอดไม่ได้ที่จะอุทานออกมา ลมพัดเปิดหน้าม้าของเธอ เผยให้เห็นหน้าผากที่ขาวราวหยก
เสี่ยวหลัวมองเธอ แล้วมองไปที่จือสือหยิง ฝู่อี้เหริน และกู่เฉียนเซวีย ทั้งสามสาวสบตากับเขาอย่างลึกซึ้ง
"เสี่ยวหลัว ตำแหน่งจ้าวศักดิ์สิทธิ์ฉันยกให้คุณแล้ว" ซูลี่กระซิบข้างหูเขา
"ไม่จริงน่า เธอจะทิ้งงานไปง่ายๆ แบบนี้เลยเหรอ?" เสี่ยวหลัวขมวดคิ้ว
"ใช่ ไม่ได้เหรอ?"
ซูลี่ทำตัวน่ารักใส่เขา เธอไม่ได้รังเกียจที่เสี่ยวหลัวจะแต่งงานกับจือสือหยิงและพวกเธอ ท้ายที่สุด ในแดนลับเป็นระบบผัวเดียวหลายเมีย
"งั้นตกลง ก่อนหน้านี้ฉันต้องไปทำอะไรบางอย่างก่อน" เสี่ยวหลัวกล่าว
"จะทำอะไรเหรอพ่อ?" ซูเป่ยถามอย่างอยากรู้อยากเห็น
"มีคนๆ หนึ่งติดเงินพ่ออยู่ พ่อจะไปทวงคืน!" เสี่ยวหลัวยิ้มเล็กน้อย
สิ่งที่เขาพูดถึงไม่ใช่เงิน แต่เป็นความแค้น ในวันนั้น ผู้อาวุโสสูงสุดของนิกายตันฮุ่ยทำให้เขาเกือบเอาชีวิตไม่รอดในช่องทางส่งผ่าน ความแค้นนี้ต้องชำระ