- หน้าแรก
- ระบบอัจฉริยะที่ไม่มีใครเสมอเหมือน
- Chapter 799:อะไร
Chapter 799:อะไร
Chapter 799:อะไร
เมื่อนึกถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่นิกายตันฮุย เสี่ยหลัวก็ตัดสินใจที่จะจัดการกับผู้ที่มีแนวโน้มว่าจะก่อให้เกิดภัยคุกคามในระหว่างกระบวนการเคลื่อนย้ายของเขา เขามองไปที่เจิ้งเฟยฮานที่กำลังกลิ้งไปมาด้วยความเจ็บปวดบนพื้นอย่างเย็นชา เท้าขวายกขึ้นเตะเบาๆ เจิ้งเฟยฮานก็หมุนตัวด้วยความเร็วสูงเหมือนลูกข่างและลื่นไถลไปบนพื้นอย่างแรงจนไปหยุดอยู่ไกลๆ โดยไม่ขยับเขยื้อน ไม่รู้ว่าเป็นหรือตาย มีรอยเลือดเป็นทางยาว
อึก...
ผู้คนในที่นั้นต่างก็สูดหายใจเข้าลึก โหดเหี้ยมเกินไป โหดร้ายเกินไปแล้ว
เสี่ยวหลัวไม่มีทีท่าว่าจะหยุด มองไปรอบๆ และหยุดอยู่ที่เฉินจุนปิน
เฉินจุนปินกลัวจนวิ่งหนีเมื่อสบตากับเขา แต่ก่อนที่เขาจะวิ่งได้สองก้าว เขาก็ถูกเสี่ยวหลัวขังไว้ในอากาศโดยตรง จากนั้นร่างกายของเขาก็ไม่สามารถควบคุมได้และลอยขึ้นไปในอากาศ ร่างกายของเขาที่ไร้ที่พึ่งก็เหมือนเต่าที่ถูกพลิกโดยมีสี่ขาที่ดิ้นรนอย่างสุดแรง ความกลัวปรากฏเต็มดวงตา
"อาจารย์ใหญ่ ผู้อาวุโส ช่วยข้าด้วย... ช่วยข้าด้วย..." เฉินจุนปินร้องขอความช่วยเหลือจากอาจารย์ใหญ่และผู้อาวุโสด้านล่างด้วยความตกใจ
อาจารย์ใหญ่และผู้อาวุโสกำมือแน่น กัดฟันแน่นและจ้องไปที่เสี่ยวหลัว อาจารย์ใหญ่จ้องมองด้วยสายตาโกรธเกรี้ยวและกล่าวว่า "น้องชาย เจ้าต้องการเป็นศัตรูกับสถาบันเมืองมู่ของเราทั้งหมดหรือไม่"
"ข้าแค่กำลังกำจัดภัยคุกคามที่อาจเกิดขึ้นทั้งหมด"
เสี่ยวหลัวพูดจาเย็นชา จากนั้นก็เสริมว่า "ถ้าจะต้องบอกว่าเป็นศัตรูกับสถาบันเมืองมู่ของเจ้า ก็ถือว่าเป็นเช่นนั้น"
ท่าทางที่สงบเยือกเย็น ท่าทางที่ไม่ใส่ใจ ทำให้ทุกคนกลืนน้ำลายลงคออย่างไม่รู้ตัว คิดว่าคนผู้นี้บ้าไปแล้วหรือ
อาจารย์ใหญ่โกรธมาก "เจ้าเป็นใครกันแน่ ใครสั่งให้เจ้ามา เจ้ามีเบื้องหลังอะไร"
"ข้าก็คือข้า ไม่มีใครสั่งให้ข้ามา ข้าไม่มีเบื้องหลังอะไร" เสี่ยวหลัวหัวเราะเยาะอย่างเย็นชา
เมื่อพูดจบ ห้านิ้วที่เป็นกรงเล็บก็กำแน่นขึ้นทันที เฉินจุนปินที่อยู่กลางอากาศร้องเสียงกรีดร้องอย่างน่ากลัวและระเบิดร่างกายของเขาออกเป็นหมอกเลือด กระจายตัวและลอยอยู่ในอากาศ ชิ้นส่วนศพและเสื้อผ้าที่ฉีกขาดตกลงมาที่พื้น ตายอนาถทันที
"ไอ้สารเลว!!!"
อาจารย์ใหญ่โกรธจัด พลังอันแข็งแกร่งระเบิดออกมาจากร่างกายของเขาทันที เสื้อคลุมพริ้วไหวในขณะที่พื้นดินใต้เท้าของเขาทรุดลง พุ่งเข้าหาเสี่ยวหลัวอย่างรุนแรง ฝ่ามืองอเป็นกรงเล็บ เล็บที่แหลมคม เหมือนกรงเล็บเหยี่ยวคว้าไปที่หัวใจของเสี่ยวหลัวอย่างรุนแรง
เสี่ยวหลัวจ้องมองไปยังฝ่ามือที่แห้งเหี่ยวที่พุ่งเข้ามาอย่างรุนแรง หัวเราะเยาะและกำหมัดแน่น รวบรวมพลังที่ดุร้ายและไร้เทียมทานไว้ที่ฝ่ามือของเขา
"แกร็ก~"
ทันใดนั้นก็มีเสียงกระดูกแตก อาจารย์ใหญ่หน้าซีดทันที เลือดไหลออกมาจากปากของเขา ร่างกายของเขาก็ถูกพลังที่ดุร้ายนั้นกระแทกลอยออกไป ร่างกายที่หนักของเขา กระแทกลงบนพื้น และลากรอยยาวประมาณห้าเมตร ก่อนจะหยุดลงอย่างช้าๆ
เพียงแค่เผชิญหน้ากัน อาจารย์ใหญ่ของสถาบันเมืองมู่ จักรพรรดิแห่งการต่อสู้ที่แท้จริง ก็ถูกเสี่ยวหลัวตบเหมือนตบแมลงวัน ฉากละครเช่นนี้ทำให้ทุกคนตกใจจนพูดไม่ออก
"พี่เสี่ยวแข็งแกร่งแค่ไหนกัน!"
หลัวจินซีตกใจกลัว เสี่ยวหลัวมีอายุไล่เลี่ยกับเขา แต่การฝึกฝนของเขานั้นลึกลับและยากที่จะคาดเดา ตอนนี้ความแข็งแกร่งที่แสดงออกมาอยู่นั้นสูงกว่าจักรพรรดิแห่งการต่อสู้แน่นอน
หู่ชิงซ่งพูดไม่ออก เขาไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าชายหนุ่มที่เพิ่งจะพบกันจะมีการฝึกฝนที่น่ากลัวเช่นนี้ หรือว่านี่คือดวงตาแห่งสวรรค์ที่ส่งเขามาเพื่อล้มล้างการปกครองอันมืดมนของสถาบันเมืองมู่
อาจารย์ใหญ่ลุกขึ้นอย่างอ่อนล้าและตะโกนใส่เหล่าผู้อาวุโสที่ยืนอยู่ที่นั่นด้วยความโกรธ "พวกเจ้ายืนบื้ออยู่ทำไม ไป ไปจับตัวเขา!"
เหล่าผู้อาวุโสสิบกว่าคนราวกับเพิ่งตื่นจากภวังค์ พลังอันแข็งแกร่งระเบิดออกมาจากร่างกายของพวกเขา พุ่งขึ้นไปในอากาศ กลายเป็นลำแสงหลายสาย พุ่งเข้าหาเสี่ยวหลัวด้วยพลังอันมหาศาล พวกเขาทั้งหมดเป็นผู้ฝึกฝนในระดับจักรพรรดิแห่งการต่อสู้ เมื่อเคลื่อนไหวร่วมกัน พลังก็ยิ่งท่วมท้นมากขึ้น พื้นที่บิดเบี้ยวราวกับว่าทุกสิ่งทุกอย่างกลายเป็นหนักอึ้ง
เสี่ยวหลัวไม่กลัวเลยและต่อสู้กลับอย่างกล้าหาญ เขาไม่ได้ตั้งใจจะฆ่าคนเหล่านี้จนหมด แต่เพื่อความปลอดภัย พวกเขาทั้งหมดต้องสูญเสียความสามารถในการเคลื่อนไหว ดาบมังกรถูกเก็บเข้าฝักและต่อสู้ด้วยมือเปล่า
ผู้อาวุโสที่อยู่ข้างหน้าถูกฝ่ามือปะทะเข้าที่ร่างกายอย่างแรงจนกระอักเลือด ราวกับว่าวที่สายป่านขาดกระแทกลงไปที่พื้นในระยะสิบกว่าจาง จากนั้นเขาก็ตบหน้าผู้อาวุโาอีกคนเบาๆ ปากผิดรูป ฟันเหลืองเก่าๆ หลุดออกมาจากปากพร้อมกับเลือด
"หลัวหลัวสุดหล่อ สู้ๆ ทุบพวกมันเป็นชิ้นๆ ฮ่าฮ่าฮ่า..."
โหย่วหลิงถือร่มสีแดงคันเล็กดูความสนุกสนานอยู่ข้างๆ และโห่ร้องอย่างมีความสุข
อาจารย์หลายคนในสถาบันได้ยินเสียงของนางและเริ่มคิดแผนการทันที พวกเขาคิดที่จะปราบนางเพื่อข่มขู่เสี่ยวหลัว อาจารย์หกหรือเจ็ดคนที่อยู่ในระดับราชาแห่งการต่อสู้ก็รีบพุ่งไปหาโหย่วหลิงทันที
"พวกเจ้าจะทำอะไร" โหย่วหลิงสังเกตเห็นการปรากฏตัวของพวกเขา ดวงตาสีน้ำตาลอ่อนของนางจ้องมองไปที่พวกเขาอย่างระมัดระวัง
เหล่าอาจารย์ทั้งหลายไม่พูดอะไรและพุ่งเข้าใส่นางอย่างดุเดือดโดยไม่พูดอะไรสักคำ
"ก๊าบก๊าบ พวกคนขี้ขลาด พวกเจ้ากล้ารังแกเด็กผู้หญิงตัวเล็กๆ ได้ยังไง!" จักรพรรดิเป็ดบินออกจากกระเป๋าและร้องเสียงแหบ
สัตว์อสูรหรือ!
อาจารย์ทั้งหลายต่างก็ตกใจจนพูดไม่ออก ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าจะมีสัตว์ร้ายระดับสัตว์อสูร
และในขณะที่พวกเขากำลังตกใจ โหย่วหลิงก็โจมตีเชิงรุก หมัดเล็กๆของนางกำแน่นและทุบเข้าที่ใบหน้าของอาจารย์คนหนึ่ง
แม้ว่าจะไม่มีคลื่นพลังวิญญาณ แต่พลังก็ยิ่งใหญ่มาก อาจารย์คนนั้นเหมือนกับว่าถูกกระทิงพุ่งเข้าชน บินออกไปด้านข้าง ปากและจมูกมีเลือดไหลออกมา
นี่...
อาจารย์ที่เหลือต่างก็ตกใจและมองไปที่เพื่อนร่วมงานที่บินออกไปไกลหลายจางและร้องโอดโอยด้วยความเจ็บปวด
"เหอะ คิดจะรังแกข้าหรือไง? ถามพลังหมัดของข้าก่อนหรือยัง หมัดใหญ่เท่าถุงทราย แบบนี้พวกเจ้ากลัวหรือเปล่า?” โหย่วหลิงทำปากยื่น ใช้ปลายนิ้วแตะที่ปลายจมูกแล้วพูด
อาจารย์ทั้งเจ็ดตั้งสติได้ก็พุ่งเข้าไปอีกครั้ง
อย่างไรก็เป็นอาจารย์ระดับราชาการต่อสู้ทั้งเจ็ดคน แถมยังได้เปรียบเรื่องจำนวน โหย่วหลิงจึงตกเป็นฝ่ายเสียเปรียบในไม่ช้า ถอยกรูดไปเรื่อยๆ สุดท้ายก็ถูกอาจารย์สองคนบิดแขนไปด้านหลังจับเอาไว้แน่นหนา
"ปล่อยข้า!"
โหย่วหลิงตะโกนเสียงดัง ดวงตาเปลี่ยนเป็นสีฟ้าในทันที เขี้ยวสองซี่โผล่ออกมาจากเหงือกบน พลังพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว แรงมหาศาลระเบิดออกมาจากร่างของเธอ อาจารย์สองคนที่จับเธออยู่พ่นเลือดกระเด็นถอยหลังออกไปอย่างแรง
แวม...แวมไพร์?!
อาจารย์คนอื่นๆ เห็นรูปลักษณ์ของโหย่วหลิง ต่างก็เบิกตาโพลงสูดลมหายใจเข้าลึกๆ
"พวกแวมไพร์ไม่ใช่ว่าอยู่ในป่าแห่งความมืดหรือ ทำไมถึงออกมาได้?"
"เกิดอะไรขึ้นกันแน่ หรือว่าข้อห้ามของดินแดนศักดิ์สิทธิ์แห่งเผ่าแสงถูกปลดออกแล้ว?"
"ไม่แปลกใจเลยที่กลางวันแสกๆ ยังกางร่มอยู่ นั่นเพราะกลัวแสงแดดนี่เอง"
อาจารย์หลายคนมองโหย่วหลิงราวกับว่ากำลังมองสัตว์ประหลาด
โหย่วหลิงซ่อนรูปลักษณ์ของเผ่าแวมไพร์เอาไว้ ยอมรับอย่างเปิดเผย "ถูกแล้ว ข้าเป็นเผ่าแวมไพร์ แล้วไง ไม่พอใจหรือ มาสู้กับข้าสิ แค่พวกเจ้าไม่กี่คนน่ะหรือ ยังไม่พอให้ข้าต่อยเล่นเลย ถ้าจะมา ก็ให้มาสักร้อยคน!"
นางเงยคางขึ้นสู่ท้องฟ้า ราวกับว่าไม่สนใจใครเลย จักรพรรดิเป็ดในอากาศอดไม่ได้ที่จะบ่น "แม่เจ้าเป็ดของข้า ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมถึงถูกคอกับเจ้าเวรนั่น นี่มันคนเก่งทั้งคู่ในแวดวงคนเสแสร้งชัดๆ"