เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 153:เวลาที่แสนสวยงามในอดีต

Chapter 153:เวลาที่แสนสวยงามในอดีต

Chapter 153:เวลาที่แสนสวยงามในอดีต


เสี่ยวหลัวและ หลี่ จื่อหมิง นั่งลงในพื้นที่ต้อนรับของร้านและสั่งชาร้อนมาดื่ม

หลังจากที่ให้บริการลูกค้าเสร็จสิ้น ซุน เจียนอัน ก็เดินเข้ามาอย่างกระตือรือร้นและถามด้วยรอยยิ้มที่สุภาพว่า:“ประธานเสี่ยว คุณมีคำแนะนำอะไรที่ดีๆสำหรับร้านค้าของเราบ้างไหม?”

เมื่อก่อนเขาอาจจะไม่เชื่อเสี่ยวหลัว แต่ตอนนี้เขาเชื่อมั่นในความเป็นผู้นำของเสี่ยวหลัว 100% หาก เสี่ยวหลัว ไม่มีทักษะ บริษัท หลัวฝาง ก็คงจะไม่สามารถกลับมายืนได้ในเวลาอันสั้นเช่นนี้ แม้กระทั่งประธานของ Taste Buds ฝาง ฉงเหล่ ก็พ่ายแพ้ให้กับเสี่ยวหลัว ความสามารถของชายหนุ่มคนนี้ มันทำให้เขารู้สึกราวกับว่า เสี่ยวหลัว เขาเป็นเหมือนกับเทพที่ยืนอยู่เหนือมนุษย์

“ฉันมีเพียงคำแนะนำเดียว”

เสี่ยวหลัวยิ้มแล้วหันหน้าไปมอง หลี่ จื่อเมิ่ง ที่นั่งอยู่ข้างๆเขา“และมันก็จะเป็นข้อกำหนดสำหรับผู้จัดการร้านค้าทุกคนของเรา”

หลี่ จื่อเมิ่ง ดึงกระดาษและปากกาออกมาอย่างรวดเร็ว เพื่อบันทึกคำพูดของ เสี่ยวหลัว อย่างรอบคอบ เพื่อที่เธอจะสามารถนำมันไปแพร่กระจายให้กับเหล่าผู้จัดการร้านค้าทั้งหมดได้

"ผู้จัดการร้านค้าทุกคน ควรจะเรียนรู้การใช้ทฤษฎี 5S เพื่อจัดการกับร้านค้าของพวกเขา" เสี่ยวหลัว กล่าว

ทฤษฎี 5S?

ซุน เจียนอัน มองไปที่เสี่ยวหลัวด้วยความตกตะลึง และเขาก็มองไปที่ หลี่ จื่อเมิ่ง ด้วยความสับสน

เสี่ยวหลัว หัวเราะออกมา และพูดว่า:“ทฤษฎี 5S มี การจัดองค์ประกอบ,แนวปฏิบัติ,ความสะอาด,ความเหมือนกันและผลสัมฤทธิ์ การจัดองค์ประกอบหมายถึงการจัดระเบียบขนมอบให้ชัดเจนตามอายุและเก็บรักษาพวกมันไว้อย่างดี และสิ่งที่สำคัญคือขนมที่กำลังจะหมดอายุจะต้องไม่ถูกวางไว้บนชั้นวางผลิตภัณฑ์และจะต้องถูกกำจัดโดยเร็วที่สุด แนวปฏิบัติหมายถึงการจัดเก็บทุกอย่างไว้ในร้านค้าอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อยและติดป้ายชื่อและสต็อคสิ้นให้ค้าเหมาะสม ความสะอาดหมายถึงการทำความสะอาดเก็บสิ่งสกปรกและฝุ่นละอองทั้งหมดเพื่อป้องกันการปนเปื้อนใดๆ …”

ในขณะที่เสี่ยวหลัวกำลังเล่าเรื่องทฤษฎี 5S ให้แก่ ซุนเจียนอัน และ หลี่ จื่อเหมิง ฟัง แต่ทันใดนั้นเองมันก็มีผู้หญิงสองคนกำลังเดินทางมาที่ร้านเพื่อซื้อเค้กและขนมปัง

พวกเธอแต่งตัวทันสมัยและมีรูปร่างที่ดี หนึ่งในนั้นมีผมที่ลอนเล็กน้อยและดูมีสปิริตสูง ในขณะที่อีกคนหนึ่งดูมีสีหน้าที่หมองม่นและมีผิวสีขาวซีด แต่ลักษณะที่อ่อนหวานของเธอมันก็เพียงพอแล้วที่จะทำให้เด็กผู้ชายจำนวนมากหลงไหล

“เหมิ่งชี แผลผ่าตัดของเธอยังไม่หายดีเลยนะ หมอบอกว่าเธอต้องระวังเป็นพิเศษ” หญิงสาวที่มีผมลอนเล็กน้อยเตือนผู้หญิงที่มีผิวขาวซีด

พวกเธอคือ หม่า หลินเจ๋อ และ จ้าว เหมิ่งชี!

จ้าว เหมิ่งชี ส่ายหัวของเธอ“ไม่ต้องกังวล ฉันรู้สึกหิวเมื่อฉันได้กลิ่นของขนมปังที่สดใหม่จากเตาอบ เข้าไปดูข้างในกันดีกว่า”

หม่า หลินเจ๋อ ขบริมฝีปากของเธอลง:“เธอไม่สามารถกินมันได้ ถึงแม้ว่าเธอจะอยากมันมากก็ตาม ตอนนี้เธอสามารถกินได้แต่โจ๊กข้าวอ่อนเท่านั้น”

“ถ้าฉันไม่สามารถกินมันได้ ฉันก็จะเข้าไปและดมกลิ่นของมัน ฉันพอใจแล้วที่ได้ดมกลิ่น” จ้าว เหมิ่งชี  หัวเราะ

“ฉัน…เห้อ…ฉันไม่รู้ว่าจะพูดอะไรแล้วจริงๆ”

หม่า หลินเจ๋อ ทำอะไรไม่ได้ ได้แต่ยอมรับ“แต่เธอทำได้แค่ดมกลิ่นมันเท่านั้นนะ!”

"ตกลง…."

จ้าว เหมิ่งชี พยักหน้า

ทั้งสองเดินเข้าไปในร้าน และทั้งสองก็ได้รับการต้อนรับด้วยฉากที่เต็มไปด้วยขนมปังและขนมอบที่ไม่เหมือนใคร ขนมปังฝรั่งเศสนุ่มๆ เค้กก้อนเล็กๆ ขนมปังฝอยพุดดิ้งม้วนสวิส ฯลฯ ทุกอย่างในร้าน มันทำให้เกิดความอยากอาหารและนั่นมันก็ทำให้ หม่า หลินเจ๋อ ผู้ซึ่งไม่หิวก่อนหน้านี้กลืนน้ำลายของเธอลงไปอึกใหญ่

“ถ้าเธออยากกินก็แค่ซื้อมัน!” จ้าว เหมิ่งชี พูดยุยง

หม่า หลินเจ๋อ โบกมือแล้วพูดอย่างหนักแน่นว่า:“ฉันทำไม่ได้ เพื่อที่จะรักษาร่างกายของฉันในตอนนี้ ฉันไม่สามารถที่จะกินอาหารที่มีแคลอรีสูงเช่นนี้ได้”

“เมื่อก่อนฉันก็กินพวกนี้ตลอด ฉันไม่เห็นจะอ้วนขึ้นเลย” จ้าว เหมิ่งชี กล่าว

เมื่อพูดจบแสงบนใบหน้าของเธอก็จางลงไปในทันที ที่เมื่อก่อนเธอได้กินขนมปังอยู่บ่อยครั้ง มันก็เป็นเพราะว่าเสี่ยวหลัวซื้อให้เธอ เธอจำได้อย่างชัดเจนว่าครั้งหนึ่งที่เธอไปร้านเบเกอรี่ หลัวฝาง กับเสี่ยวหลัว เมื่อไปถึงก็พบว่าตัวเองมีเงินอยู่เพียงไม่กี่หยวน และมันก็สามารถซื้อได้เพียงแต่ขนมปังชิ้นเล็กๆเท่านั้น

เวลานั้นมันเป็นช่วงเวลาที่ยอดเยี่ยมและสนุกจริงๆ!

อย่างไรก็ตามเธอได้ทำลายอดีตที่ยอดเยี่ยมด้วยมือของเธอเองไปหมดแล้ว ...

“เหมิ่งชี เกิดอะไรขึ้น” หม่า หลินเจ๋อ ถามด้วยความกังวล

จ้าว เหมิ่งชี สูดหายใจเข้าลึก และยิ้มให้:“ไม่…ไม่มีอะไร ว่าแต่ว่า หม่า หลินเจ๋อ เธอไปเอาเงิน $ 100,000 หยวน สำหรับการรักษาของฉันมาจากไหน?”

เธอจำได้อย่างคลุ่มเครือว่าเธอเห็น เสี่ยวหลัว เมื่อตอนที่เธอกำลังครึ่งหลับครึ่งตื่น อยู่บนเตียงในโรงพยาบาล และเมื่อตอนที่เธอฟื้นขึ้นมา เธอก็ได้ยืนยันความสงสัยของเธอกับ หม่า หลินเจ๋อ แต่ หม่า หลินเจ๋อ ก็บอกแค่ว่าเธอนั้นฝันไปเอง

“ฉันไม่ได้บอกเธอไปแล้วหรอกเหรอ? ว่าฉันได้รับมันมาจากครอบครัวของฉัน” หม่า หลินเจ๋อ พูดพร้อมกับหลบสายตาไปด้วยความรู้สึกผิดเล็กน้อยจากการโกหก

“โอ้.”

จ้าว เหมิ่งชี จ้องมองไปที่ หม่า หลินเจ๋อ ด้วยความผิดหวังเล็กน้อยแล้วพูดว่า“ฉันจะจ่ายเงินคืนให้กับเธอเอง”

“ไม่ต้องกังวลหรอก ครอบครัวของฉันไม่ต้องการเงิน…”

เสียงของ หม่า หลินเจ๋อ เบาลงเรื่อยๆ เธอพูดออกมาอย่างขาดความมั่นใจ เธอรู้สึกว่าเธอไม่อาจที่จะซ่อนความจริงได้อีกต่อไป เธอไตร่ตรองอยู่ครู่หนึ่งและมองไปที่ จ้าว เหมิ่งชี แต่หลังจากความคิดบางอย่างเธอก็ตัดสินใจแล้วว่าจะลองดูอารมณ์ของ จ้าว เหมิ่งชี ก่อน และจากนั้นเธอก็เปลี่ยนหัวข้อเรื่องอย่างรวดเร็ว

"เรื่องเงิน ค่อยพูดคุยกันหลังจากที่เธอหายดีแล้ว ในฐานะพี่สาวฉันต้องดุเธอจริงๆแล้ว เธอไปคบกับ ฮัว ไห่เฟิง เป็นแฟนได้อย่างไร เขาเป็นคนรุ่นที่สองที่ร่ำรวยและไม่มีความสามารถอะไรเลย เขาแค่มีพ่อที่ร่ำรวย เขาไม่แม้แต่จะมาพบเธอตอนที่เธอป่วย เขามันเป็นแค่ไอขยะ! โอ้ไม่สิ แม้แต่เรียกเขาว่าขยะก็ยังใจดีเกินไป เขามันเป็นแค่ก้อนหินใต้หลุมลึกที่เหม็นเน่า!”

จ้าว เหมิ่งชี มีรอยยิ้มที่เศร้าโศกอยู่บนใบหน้าของเธอ: "หลินเจ๋อ ไม่ต้องไปพูดถึงเขาแล้ว ตอนนี้ฉันจะไม่โทษใครเลย ฉันจะโทษเพียงตัวเอง เพราะฉันมันโง่ และไม่สามารถต้านทานการล่อลวงของเงินได้"

“อย่างพูดแบบนั้นเลย มีผู้หญิงเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่สามารถยับยั้งการล่อลวงของเงินได้ ยกตัวอย่างเช่น หากมีเด็กรวยบางคนขว้างเงินสองสามแสนหยวนมาให้ฉัน ฉันก็อาจจะเดินไปกับเขาได้โดยไม่ลังเลเลย”

หม่า หลินเจ๋อ เปลี่ยนหัวข้อไปอย่างเชี่ยวชาญ แล้วเปลี่ยนไปเป็นเรื่องของเสี่ยวหลัว“เอาละเราจะไม่พูดถึงเรื่องนี้กันอีก เหมิ่งชี ใครคือเสี่ยวหลัว ที่เธอพึมพัมออกมา ตอนที่เธอกำลังตกอยู่ในอาการโคม่างั้นเหรอ?”

จ้าว เหมิ่งชี ตกตะลึงและรู้สึกลำบากใจ: ฉันเรียกชื่อของเขา หลังจากที่ฉันตกอยู่ในอาการโคม่างั้นเหรอ?

“เขาเป็นแฟนเก่าของฉัน และรักครั้งแรกของฉัน เราสองคนเป็นรักครั้งแรกของกันและกัน พวกเราไม่เคยมีประสบการณ์เกี่ยวกับความรักเลยในตอนแรก พวกเราทำตัวโง่ในความรักออกมาตั้งมากมาย และมีเรื่องราวเกิดขึ้นมากมายในชีวิตของฉัน แต่ตอนนี้ที่ฉันจำได้ ทุกอย่างมันเต็มไปด้วยความหวาน”

เธอยิ้มออกมาอย่างสดใส เมื่อใดก็ตามที่เธอนึกถึงเสี่ยวหลัว จ้าว เหมิ่งชี ก็จะรู้สึกมีความสุข

ภาพความทรงจำเก่าๆในใจของเธอผุดขึ้นมา เมื่อตอนที่เธอไม่ได้นำร่มมา และทำได้เพียงยืนอยู่ด้านหลังป้ายรถเมล์เพื่อรอให้ฝนหยุดตก ด้วยรองเท้าส้นสูงของเธอมันทำให้เธอเจ็บปวดมากจนไม่สามารถเดินได้ แต่เสี่ยวหลัวเขาก็พาเธอขี่หลังกลับไปที่หอพักโดยที่ไม่ได้พูดอะไร เธอจำไม่ได้ว่าเหตุผลมันคืออะไร ที่พวกเธอทะเลาะกันใต้ต้นไม้เมื่อตอนนั้น

"เธอยังรักเขาอยู่ใช่ไหม" หม่า หลินเจ๋อ ถาม

ร่างกายของ จ้าว เหมิ่งชี สั่นเทาเล็กน้อย ความทรงจำทั้งหมดในใจเธอจะยังคงเป็นความทรงจำตลอดไป เธอหัวเราะให้กับตัวเองแล้วส่ายหัว:“ฉันไม่สมควรที่จะรักเขาอีกแล้ว”

“อย่าพูดแบบนั้น บางทีพวกเธอสองคนก็อาจจะสามารถกลับมาอยู่ด้วยกันได้”

หม่า หลินเจ๋อ จับมือของเธอแล้วพูดอย่างกระตือรือร้น:“ไปหาเขากันเถอะ บางทีเขาอาจจะยังรักเธออยู่ก็ได้!”

“ไม่!”

จ้าว เหมิ่งชี สูญเสียการควบคุมอารมณ์ของเธอและตะโกนใส่ หม่า หลินเจ๋อ เมื่อเธอเห็นว่าเพื่อนของเธอยืนอยู่ที่นั่นอย่างเงียบๆ สีหน้าของเธอก็เริ่มแสดงถึงความขอโทษออกมา“ฉันขอโทษฉัน…” เธอหลับตาลงแล้วพูดออกมาอย่างเจ็บปวดว่า“ฉันเป็นคนที่ทิ้งเขาไปตั้งแต่แรก ฉันไม่มีหน้าที่จะไปพบเขาอีกแล้ว”

จบบทที่ Chapter 153:เวลาที่แสนสวยงามในอดีต

คัดลอกลิงก์แล้ว