เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 71:ฉันบอกได้เลยว่าพวกเขาเป็นขยะ

Chapter 71:ฉันบอกได้เลยว่าพวกเขาเป็นขยะ

Chapter 71:ฉันบอกได้เลยว่าพวกเขาเป็นขยะ


จ้าว ซินเจีย หัวหน้าจากสาขาการวัดและการควบคุมตอบด้วยน้ำเสียงที่จริงจังว่า“รั่วหราน ฉันแค่อยากบอกเรื่องนี้กับเธอเพราะฉันรู้จักเธอ ผู้หญิงไม่เหมาะที่จะร้องเพลง 'แม่น้ำเหลือง' ไม่ว่าเธอจะฝึกซ้อมหนักแค่ไหน เธอก็ไม่สามารถนำเสนอสาระสำคัญที่แท้จริงของเพลงออกมาได้”

“นายหมายความว่ายังไง จะหาเรื่องกันใช่ไหม”

"การแข่งขันยังไม่ได้ทันได้เริ่มเลย ไม่ใช่ว่ามันเร็วเกินหรอกเหรอที่นายจะมาอวดดีแบบนี้ "

“นายไม่รู้หรอกว่าในอนาคตมันจะเกิดอะไรขึ้น เราอาจจะได้อันดับที่สูงกว่านายก็ได้! เมื่อสิ่งนั้นเกิดขึ้น เราจะได้เห็นว่าใครที่เป็นคนหัวเราะคนสุดท้าย!”

เมื่อผู้หญิงเอกอังกฤษที่ได้ยินคำพูดของ จ้าว ซินเจีย พวกเธอก็เริ่มพูดเหน็บแนมเขาทันที

สถานการณ์ในตอนนี้ของ จ้าว ซินเจีย นั้นค่อนข้างน่าอึดอัดใจ แม้ว่าเขาจะมีประสบการณ์ในการพูดตลกเป็นภาษาอังกฤษ แต่เขาก็จริงจังเกี่ยวกับความคิดเห็นของเขาที่พูดออกไป ท้ายที่สุดแล้วสาขาเอกวัดและการควบคุม ก็เต็มไปด้วยผู้ชายดังนั้นเขาจึงรู้สึกเหมือนอยู่ในวัด หากเขาเข้ากับพวกสาวๆจากเอกภาษาอังกฤษเหล่านี้ได้ดี เขาก็จะสามารถช่วยเหลือพวกผู้ชายหลายคนในสาขาของเขารวมถึงตัวเขาเองด้วย!

และเขาก็ไม่กล้าฝันที่จะชนะใจดอกไม้ของมหาวิทยาลัยหัวเย่ อย่างชูเยว่ อย่างไรก็ตามเขาก็มีความมั่นใจว่าเขาจะทำคะแนนได้ดี จากผู้ดูแล ฮวาง รั่วหราน

“เฮ้ สาวสวย ฉันพูดจริงจังนะ ฉันต้องการช่วยพวกเธอจริงๆในเรื่องนี้ ในเมื่อเธอยืนยันที่จะร้องเพลง ‘แม่น้ำเหลือง’ ฉันสามารถพา ชิวเหลียง ที่เป็นสมาชิกคณะกรรมการวรรณกรรมและศิลปะที่อยู่ในสาขาของเรามาเพื่อฝึกสอนพวกเธอได้ เขาเป็นอัจฉริยะในการร้องเพลงและเป็นนักร้องหลักในวงที่เขาก่อตั้งขึ้นในช่วงโรงเรียนมัธยม หากฉันพาเขามาสอนพวกเธอ ฉันรับรองได้เลยว่าพวกเธอจะเป็นผู้เชี่ยวชาญในการร้องเพลง” แม่น้ำเหลือง“ในเวลาไม่นานอย่างแน่นอน”

ความสงสัยถูกเขียนไปทั่วใบหน้าของพวกผู้หญิง สาขาการวัดและควบคุมเป็นคู่แข่งของสาขาพวกเธอ พวกเธอรู้สึกว่ามันเป็นเรื่องและแปลกเป็นอย่างมากที่ผู้ชายจากสาขานี้เสนอตัวเข้ามาช่วยเหลือพวกเธอ

“นายชื่อ จ้าว ซินเจีย ใช่ไหม? ทำไมนายถึงพยายามที่จะช่วยเรา?” ชูเยว่ อดไม่ได้ที่จะถามขึ้นมา

เธอสวมเสื้อยืดสีขาวและกางเกงยีนส์สีน้ำเงินที่โชว์เรียวขาที่เรียวยาวของเธอ ใบหน้าที่สดใสและละเอียดละอ่อนของเธอกับจมูกที่่คมโด่งและริมฝีปากเล็กน่ารัก มันทำให้เธอดูสง่างามและบริสุทธิ์อย่างไม่น่าเชื่อ

“เจ้าหญิงชู เชื่อใจฉันได้เลย มันไม่มีอะไรอยู่ในก่อไผ่ทั้งนั้น ฉันแค่ต้องการช่วยพวกเธอ นั่นคือทั้งหมด”จ้าว ซิน เจีย กล่าวด้วยความจริงจัง

สำหรับชูเยว่ นั้นไม่มีนักศึกษาคนไหนในหัวเย่ ที่ไม่รู้จักเธอ เพราะทุกคนรู้จักเธอในฐานะ"Moon Princess"

“ทำไมนายถึงมามีมีจิตใจที่ใจดีอะไรตอนนี้” ชูเยว่พูดพร้อมกับจ้องมองตรงไปที่เขา

“ตามจริงแล้ว มันก็เป็นเรื่องปกติที่ผู้ชายจะช่วยผู้หญิง นอกจากนี้พวกเราก็เป็นเพื่อนกันดังนั้นการช่วยเหลือพวกเธอทุกคน มันก็ไม่เห็นจะแปลกอะไร” จ้าว ซินเจีย กล่าวอย่างใจกว้าง

ฮวาง รั่วหราน คิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วจึงตอบว่า“เอาล่ะ ถ้า ชิวเหลียง สามารถแก้ปัญหาการร้องเพลงของเราได้ ฉัน ฮวาง รั่วหราน จะเป็นหนี้บุญคุณเขา”

“โอเค ได้เลย ฮิฮิ…”

จ้าว ซินเจีย รู้สึกเบิกบานใจ ในที่สุดเขาก็คว้าโอกาสมาได้แล้ว ในที่สุดพวกผู้หญิงจากเอกภาษาอังกฤษก็ตกอยู่ในกำมือของเขา ด้วยความคิดนี้มันทำให้สัตว์ร้ายที่อยู่ในตัวของเขาเกิดความปรารถนา จนเลือดของเขานั้นเดือดพล่านไปหมด เขาส่งสัญญาณให้กับเพื่อนของเขาและตะโกนว่า“ชิวเหลียง มาที่นี่หน่อย!”

คนที่ค่อนข้างหล่อเดินเข้ามา รูปร่างหน้าตาโดยรวมของเขาให้ความรู้สึกถึงความอบอุ่น ข้อเสียเพียงอย่างเดียวสำหรับเขาก็คือจมูกที่เชิดสูงอยู่เสมอ มองเขาเพียงแว็บเดียวก็รู้ได้แล้วว่าเขาชอบทำตัวสูงส่งและเย่อหยิ่ง

ทันทีที่ ชิวเหลียง มาถึงเขาพูดราวกับว่าเขาเป็นครูผู้อาวุโส “ฉันได้ยินมาว่าพวกเธอ ร้องเพลง'แม่น้ำเหลือง' ได้ไม่ค่อยดี น้ำเสียงของพวกเธอไม่สูงก็ต่ำจนเกินไป และพวกเธอก็ขาดการกลืมกลืนอย่างสิ้นเชิง ขอโทษนะที่ฉันต้องพูดตรงๆ ฉันบอกได้เลยว่าพวกเธอมันก็เป็นเพียงแค่กลุ่มผู้หญิงที่ไร้ฝีมือ”

การได้ยินคำพูดเหล่านี้มันทำให้ผู้หญิงจากเอกภาษาอังกฤษโกรธมาก แต่พวกเธอก็ได้แต่เก็บมันเอาไว้ในใจ การร้องเพลงของพวกเธอไม่ได้มาตรฐานตามที่พูดจริงๆนั้นแหละ และตอนนี้พวกเธอก็ต้องการความช่วยเหลือทั้งหมดเท่าที่จะทำได้

“ฉันจะช่วยเหลือพวกเธอ แต่ละคนในการปรับปรุงการร้องเพลงเอง เราจะเริ่มจากเธอก่อนเลยเป็นคนแรก”

ชิว เหลียง ยืนถัดจาก อันหวน ซึ่งยืนอยู่ที่มุมขวาสุดและสั่งให้เธอร้องเพลง“เธอลองร้องเพลง‘แม่น้ำเหลือง” ให้ฉันฟังหน่อยสิ เอาตั้งแต่ต้นจนจบเลยนะ”

"ร้องเพลง?" อันหวน กระพริบตาอย่างลังเล

“ใช่ร้องเพลง” ชิวเหลียง ตอบยืนยัน

อันหวนไม่ต้องการเป็นภาระดังนั้นเธอกัดฟันและเริ่มร้องเพลงออกมา:“ลมกำลังคำรามม้ากำลังตะโกน สีเหลือง…”

"หยุด! ระดับเสียงของเธอสูงเกินไป ลดระดับลงซะ” ชิวเหลียง ขัดจังหวะ

อันหวนปรับเสียงของเธอแล้วร้องเพลงต่อไป:“ลมคำราม…”

“ยังสูงเกินไป! ลองอีกครั้ง!” ชิวเหลียง ขัดจังหวะอีกครั้ง

อันหวน รู้สึกโกรธมาก แต่เพื่อชื่อเสียงของสาขาเธอจึงต้องกล้ำกลืนแล้วร้องเพลงอีกครั้ง

อันหวน ร้องมาทั้งหมดหกครั้งแล้ว ตามความต้องการของ ชิวเหลียง

“พวกเราทุกคนเคยได้เรียนดนตรีมาตั้งแต่ระดับประถมมาจนถึงมัธยม ทำไมเธอยังร้องผิดพลาดอีก? ตอนมัธยมอาจารย์พละสอนวิชาดนตรีให้เธอหรือไง?” ชิวเหลียง พูดตำหนิ อันหวน

"นาย ... "

ใบหน้าของ อันกวน แดงก่ำด้วยความโกรธ เธอขบฟันพร้อมกับจ้องมอง ชิวเหลียง เขม็ง

“อันหวน!”

ฮวาง รั่วหนาน ร้องออกมาโดยบอกอันหวนเป็นนัยว่าอย่างเพิ่งทะเลาะกับ ชิวเหลียง แม้ว่าอันหวนจะโกรธ แต่เธอก็ตัดสินใจที่จะยับยั้งตัวเอง

"เสียงของเธอต่ำเกินไป เธอคิดว่าเธอเป็นซับวูเฟอร์หรือไง?" (ซับวูเฟอร์ เป็นลำโพงเสียงเบส)

“เธอร้องอะไรออกมา นั่นเป็นวิธีที่เธอคิดว่าเธอร้องออกมาถูกแล้วหรือไง”

“เธอเป็นหนึ่งในนักร้องหญิงที่แย่ที่สุดที่ฉันเคยเจอมา! เธอกำลังร้องเพลงหรือแค่ท่องเนื้อเพลง?”

ชิวเหลียง วิพากษ์วิจารณ์ผู้หญิงทุกคนในสาขาเอกอังกฤษ จนกระทั่งใบหน้าของพวกเธอทุกคนแดงก่ำและเต็มไปด้วยความโกรธ ทุกคนเริ่มมีความสงสัยแล้วว่า การร้องเพลงของพวกเธอมันแย่ขนาดนั้นเลยเหรอ?

จ้าว ซินเจีย มองดู ชิวเหลียง ที่อวดดี จนคิ้วของเขาเริ่มขมวด ในใจของเขากำลังแอบด่าเพื่อนของเขาอยู่: ชิวเหลียง แกยังต้องการที่จะหาแฟนสาวจากเอกภาษาอังกฤษอยู่อีกไหมเนี้ย? เพียงแค่โอ้อวดทักษะของแกเพียงเล็กน้อยก็พอแล้ว! ตอนนี้แกกำลังทำให้พวกผู้หญิงขุ่นเคืองและดูถูกพวกเธอทั้งหมด แกเป็นแค่ไอโง่หรือไงฟระเนี้ย”

จ้าว ซินเจีย ไอสองสามครั้งพยายามที่จะส่งสัญญาณให้ ชิวเหลียง

อย่างไรก็ตาม ชิวเหลียง ก็เป็นคนที่หลงตัวเองและคิดว่าตัวเองมีความสามารถทางดนตรีที่เหนือใคร เขาคิดว่าเขาดูเท่ห์และได้บรรลุสถานะของเทพเจ้าในสายตาของพวกผู้หญิงเหล่านี้ ทันใดนั้นเอง เขาก็มองเห็นว่ามีที่นั่งว่างเปล่าอยู่สามที่นั่ง เขาชี้ไปที่เก้าอี้ว่างสามตัวพร้อมกับพูดว่า“เกิดอะไรขึ้น ทำไมที่ตรงนั้นถึงว่างเปล่า?”

“ที่นั่งเหล่านั้นเป็นของนักศึกษาชายสามคนในชั้นเรียนของเรา” ฮวาง รั่วหราน อธิบาย เพื่อปรับปรุงการร้องเพลงของสาขา เธอจึงอดทนครั้งแล้วครั้งเล่ากับ ชิวเหลียง คนนี้

“ทำไมพวกเขาถึงไม่มาที่นี่” ชิวเหลียง ตวาดถามเสียงดัง

“นายไม่รู้หรือไงว่าหอพักชายนั้นค่อนข้างอยู่ไกลจากที่นี่ แน่นอนว่าพวกเขาต้องใช้เวลามากขึ้นในการเดินทางมาที่นี่” ฮวาง รั่วหราน ตอบคำถามพร้อมกับกอดอก

“นั่นคือเหตุผล? ไม่น่าแปลกใจเลยที่มาตรฐานการร้องเพลงของพวกเธอถึงได้ต่ำขนาดนี้ หากเธอไม่สามารถทำให้ทุกคนมาตรงเวลาได้ เธอจะไปคาดหวังเรื่องการร้องเพลงได้ดี ได้อย่างไร?”

เมื่อ ชิวเหลียง เห็นพวกผู้หญิงเริ่มจ้องมองมาที่เขาด้วยความเกลียดชัง ในที่สุด ชิวเหลียง ก็ตระหนักได้แล้วว่าเขาได้ล้ำเส้นเกินไป เขาจึงอยากจะที่จะไขมันให้กลับไปเป็นเหมือนเดิม ดังนั้นเขาจึงพูดด้วยน้ำเสียงที่สุภาพมากขึ้น “ที่จริงแล้วพวกเธอ ก็ร้องเพลงได้ดี แต่พวกเธอกลับมีแกะดำสามตัวที่ขาดความรับผิดชอบและไม่มีเกียรติ ฉันบอกได้เลยว่าไอพวกสามตัวนี้ มันก็เป็นได้แค่ไอพวกขยะและพวกหนูที่น่าขยะแขยง มีใครเห็นด้วยไหม?”

เขากลัวที่จะทำให้สาวๆพวกนี้ขุ่นเคือง แต่เขาไม่สนใจพวกลูกหมาสามตัวนั่นมากนัก

หลังจากได้ยินคำพูดนี้ พวกผู้หญิงทุกคนก็ตกใจ พวกเธอล้วนแล้วแต่คิดว่า: ชิวเหลียง คนนี้มันมาจากดาวอังคารใช่ไหม เขาถึงได้พูดว่า เทพหลัวและเพื่อนของเขา เป็นพวกขยะและพวกหนูที่น่าขยะแขยง ผู้ชายคนนี้กำลังขอตั๋วเครื่องบินไปกลับนรกฟรีอยู่หรือไง

"ผู้ดูแลเรามาแล้ว!"

ทันใดนั้นเสียงของ จูเสี่ยวเฟย ก็ดังขึ้นมาแต่ไกล

จบบทที่ Chapter 71:ฉันบอกได้เลยว่าพวกเขาเป็นขยะ

คัดลอกลิงก์แล้ว