เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 27:การโต้ตอบ

Chapter 27:การโต้ตอบ

Chapter 27:การโต้ตอบ


“รั่วหราน กล่าวได้ถูกต้องแล้ว เงินเป็นรากเหง้าแห่งความชั่วร้ายทั้งหมด!”

“‘Wan’ ไม่ได้หมายความว่า ‘ทั้งหมด’ไปซะทีเดียว ถ้านายไม่เข้าใจนายก็ควรไปอ่านพจนานุกรม Cihai ซะ”

“เสี่ยวหลัวมาดูกันว่านายจะโต้แย้งสิ่งนี้ได้อย่างไร”

นักศึกษาหญิงที่มีความสัมพันธ์ที่ดีกับ ฮวาง รั่วหราน พวกเธอปรบมืออย่างกระตือรือร้นเพื่อสนับสนุน ฮวาง รั่วหราน และได้พูดโต้ตอบกับ เสี่ยวหลัว เพื่อแสดงความเป็นปรปักษ์ต่อเขา

ฮวาง รั่วหราน มองไปที่เสี่ยวหลัวอย่างเงียบๆ ดวงตาของเธอเต็มไปด้วยความเป็นศัตรู

เสี่ยวหลัวมองไปที่เธอและหัวเราะเบาๆ “ไม่ว่าเธอจะตัดมันออกมายังไง แอปเปิ้ลหนึ่งลูกก็ตัดออกมาเป็นเพียงแอปเปิ้ลอย่างเดียวเท่านั้น ดูเหมือนว่า ฮวาง รั่วหราน จะกล่าวถึง” ความชั่วร้าย” เอาไว้มากมาย แต่อันที่จริงแล้ว มีเพียงหนึ่งเดียวเท่านั้นและนั่นก็คือความโลภสำหรับเงิน ความปรารถนาในเงินเป็นสิ่งชั่วร้ายประเภทเดียวหรือไม่? แน่นอนว่าคำตอบก็คือไม่!

“หากเธอพูดว่า”Wan" ไม่ได้หมายความว่า "ทั้งหมด" หรือ "เกือบทุกอย่าง" ถ้าอย่างนั้นฉันก็อยากจะถามว่า ถ้าฉันบอกว่าเธอไม่เห็นด้วยกับการวางตัวของฉันในวันนี้? แต่บางครั้งเธออาจเห็นด้วย? คำตอบนั้นมันไม่ตายตัวดังนั้นคำว่า "Wan" ในที่นี้ก็หมายถึง "ทั้งหมด"

“F*ck me!”

จูเสี่ยวเฟยไม่สามารถช่วยได้ ได้แต่พูดคำสบถออกมา เหตุผลก็คือข้อโต้แย้งของเสี่ยวหลัวนั้นน่าเชื่อถือเกินไป แม้ว่าจะมีใครบางคนต้องการที่จะเชื่อมั่นในคำยืนยันของ ฮวาง รั่วหราน แต่มันก็เป็นไปไม่ได้แล้วในตอนนี้ หากคำกล่าวก่อนหน้านี้ของ ฮวาง รั่วหราน เปรียบเสมือนพายุที่รุนแรง การตอบโต้ของ เสี่ยวหลัว ก็เปรียบเสมือนคลื่นทะเลที่กำลังโหมพัดกระหน่ำ โลกทั้งใบตกอยู่ในสภาวะสับสนภายใต้พลังของคลื่นภาษาทั้งสองนี้

หูของทุกคนตั้งขึ้น พวกเขาเห็นว่ามันไม่ได้เป็นเพียงแค่ ฮวาง รั่วหราน ที่มีความสามารถในการใช้ภาษาอังกฤษได้ดีและมีความชำนาญที่สูง แต่มันก็ยังมี เสี่ยวหลัว ด้วยอีกคน การใช้ภาษาของพวกเขาทั้งสองคนนั้นมันน่าเหลือเชื่อมาก

เสี่ยวหลัวยังคงมีรอยยิ้มเล็กน้อยอยู่บนใบหน้าของเขา เขากล่าวต่อว่า“เงินไม่สามารถครอบคลุมความชั่วร้ายทั้งหมดในโลกใบนี้ ตามการวิจัยทางมนุษย์วิทยารูปแบบของความชั่วร้ายนั้นแบ่งออกเป็นสี่ประเภทหลักๆ และทั้งสามประเภทนั้นก็ไม่เกี่ยวข้องกับเงิน และหนึ่งในนั้นก็คือความโลภ”

“ตอนนี้ฉันจะไม่พูดเกี่ยวกับเรื่องของความโลภสำหรับเงิน แต่ฉันจะพูดถึงความชั่วร้ายของความเชื่อสุดโต่งแทน ในปี 1995 สมาชิกลัทธิบบางคนได้ปล่อยก๊าซพิษที่สถานีรถไฟใต้ดินในโตเกียวและนั่นมันก็ทำให้มีคนตายไปกว่าสิบสองคน และมีผู้ป่วยเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลมากกว่า 5,000 คน นอกจากนี้ในช่วงสงครามครูเสดมันไม่ใช่แค่พวกผู้ใหญ่ที่ได้รับอันตราย พวกผู้หญิงและเด็กที่ไร้เดียงสาและไม่มีอาวุธจำนวนมากต่างก็ถูกเผาทั้งเป็นถึงแม้ว่าพวกเขาจะซ่อนตัวอยู่ในโบสถ์ก็ตาม”

"กรณีเหล่านี้เป็นสาเหตุของการเสียชีวิตและการบาดเจ็บส่วนใหญ่ พวกมันไม่ควรรวมอยู่ในสิ่งที่เรียกว่า "ความชั่วร้ายทั้งหมด" งั้นเหรอ? และพวกนี้มันเกี่ยวข้องกับเงินอย่างไร? "

“อู๋ ซานกุ้ย นั้นเป็นแม่ทัพในปลายราชวงศ์หมิง และเขาก็เป็นผู้ที่เปิดประตูเมืองให้กับพวกแมนจูได้บุกเข้ามาปักกิ่งในสมัย หลี่ จื้อเฉิง เขาทำทั้งหมดนี้ก็เพราะ ฉิน หยวนหยวน ถูกจับไว้เป็นตัวประกัน ไม่ใช่เพราะเงิน เมื่อไม่นานมานี้มีรายงานข่าวเกี่ยวกับชายหนุ่มที่ได้ฆ่าแฟนสาวของเขาและแยกชิ้นส่วนร่างกายของเธอออกเป็นสิบสามส่วน เป็นเพราะว่าเธอได้พบกับรักครั้งใหม่ สาเหตุของการกระทำชั่วนี้คือความเกลียดชังที่มีอยู่ในใจของเขาหรือไม่? หรือเป็นเพราะว่าแฟนสาวของเขาไม่ได้ให้เงินในการบอกเลิกกับเขา?”

“ตัวอย่างมากมายแสดงให้เห็นว่าเงินนั้นไม่ใช่สาเหตุของความชั่วร้ายทั้งหมด ดังนั้นฉันจึงไม่คิดว่าเงินเป็นรากเหง้าของความชั่วร้าย อย่างน้อยมันก็ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับความชั่วร้ายที่เกิดขึ้นมามากมายทั้งหมดนั่น!”

นักศึกษาที่อยู่ในคลาสอ้าปากค้างเมื่อพวกเขาได้ฟัง การโต้แย้งนี้นั้นมีพลังมากจนส่งผลกระทบต่อมุมมองของ ฮวาง รั่วหราน โดยตรง

อาจารย์ จ้ง เหม่ยลี่ จ้องมองด้วยความประหลาดใจ คลาสเรียนของเธอนั้นไม่ค่อยมีชีวิตชีวาในหลายปีที่ผ่านมา เสี่ยวหลัวที่เพิ่งเข้ามาใหม่ ไม่เพียงแต่ผลักนักเรียนของเธอไปสู่จุดสูงสุดอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อน แต่เขายังทำให้เธอที่เป็นอาจารย์เต็มไปด้วยความตื่นเต้น เธอไม่เคยคิดเลยว่าหัวข้อที่เธอโยนออกไปมันจะทำให้เกิดการพูดคุยโต้ตอบที่รุนแรงขนาดนี้

ในเวลานั้น ฮวาง รั่วหราน ก็พูดขึ้นมา เธอพูดตอบคำถามของ เสี่ยวหลัว “คำถามแรกที่นายพูดถึงนั้นเป็นปัญหาหลักของลัทธิชั่วร้าย โชโกะ อาซาฮาระ (Asahara Shoko) ได้วางแผนแต่เพียงผู้เดียวเกี่ยวกับเหตุการณ์แก๊สพิษในสถานีรถไฟใต้ดินในโตเกียว เขาเป็นผู้ก่อตั้งลัทธิ โอมชินริเกียว  (Aum Shinrikyo หรือลัทธิวันสิ้นโลก) และเขาก็ได้ขายผมหนึ่งเส้นให้กับผู้ศรัทธาในลัทธิของเขาในราคา 30,000 เยน และน้ำมนต์หนึ่งถ้วยในราคา 50,000 เยน ถึงแม้ว่าเขาอาจจะไม่ได้พูดถึงสิ่งนี้ แต่ในใจของเขานายคิดว่าเขาจะไม่ได้คิดเกี่ยวกับเงินเลยงั้นเหรอ?”

“ถ้า อู๋ ซานกุ้ย ทำในสิ่งที่เขาทำเพื่อ ฉิน หยวนหยวน จริงๆแล้วทำไมเขายังต้องการที่จะได้รับการเลื่อนตำแหน่งอย่างเป็นทางการเมื่อเขาได้กลายเป็นราชาแห่งยูนนาน หลังจากที่ช่วย ฉิน หยวนหยวน ได้แล้ว หลังจากที่เขาได้ปล่อยให้ทหารแมนจูผ่านเข้ามา ทำไมจิตใจของเขาถึงยังไม่รู้สึกพอ? ทำไมเขาถึงอยากเป็นจักรพรรดิ นั่นมันก็เป็นเพราะว่าเงิน”

“คนจีนโบราณเคยกล่าวเอาไว้ว่าความน่ารังเกียจที่ร้ายแรงที่สุดก็คือ”เกลียดคนที่ฆ่าพ่อของคุณและคนที่ขโมยภรรยาของคุณ“แต่ตอนนี้บางคนที่ไม่มีเงินก็สามารถขายภรรยาของพวกเขาเพื่อเงินได้ และเมื่อพวกเขาไม่มีเงินอีกครั้งพวกเขาก็สามารถขายพ่อของพวกเขาได้ นี่เป็นความน่ารังเกียจหรือไม่? ความน่ารังเกียจที่ยิ่งใหญ่ที่สุดเกิดขึ้นมาจากเงิน หรือความปรารถนาในการใช้เงิน!”

“ก่อนหน้านี้นายเคยพูดไว้อย่างขัดเจนว่า ‘Wan’ นั้นหมายถึงทั้งหมด แต่นายเข้าใจผิดแล้ว คำว่า”Wan" นั้นเป็นคำวิเศษณ์และมันก็เป็นรากเหง้าของความชั่วร้ายทั้งหมด" ที่เราพูดถึงในวันนี้เป็นคำคุณศัพท์ แต่นายกลับใช้คำวิเศษณ์และคำคุณศัพท์นำมาเป็นคำเปรียบเทียบ สิ่งนี้มันขัดแย้งกันและไม่ถูกจุดประสงค์ของการใช้คำ"

“ออนอเร เดอ บาลซัก เคยกล่าวไว้ว่าเงินนั้นแทรกผ่านทุกรอยร้าวเพื่อเจาะเข้าสู่สังคมของเรา มันควบคุมการเมืองเศรษฐกิจและจริยธรรม เมื่อทุกอย่างถูกควบคุมด้วยเงินเราจะเลือกเดินในเส้นทางไหน?”

“ดังนั้นในมุมมองของฉันมันก็เหมือนเดิม ฉันยังคิดว่าเงินเป็นรากฐานของความชั่วร้ายทั้งหมด!”

ห้องเรียนเงียบลงอีกครั้ง ฮวาง รั่วหราน และ เสี่ยวหลัว ทั้งสองต่อสู้กันด้วยคำพูด ที่นี่ไม่มีควันปืน แต่มันก็รุนแรงราวสนามรบ ที่ไม่เสียเลือดเนื้อ

ทุกคนกลั้นหายใจและตกใจกับการเผชิญหน้ากันระหว่าง ฮวาง รั่วหราน และ เสี่ยวหลัว ทุกคำพูดมีความสวยงามและมีพลังเมื่อเผชิญหน้ากับคำยืนยันของอีกฝ่าย พวกเขาใช้กรณีจากต่างประเทศและอ้างอิงคำพูดของคนที่มีชื่อเสียง ระดับความรู้ดังกล่าวทำให้ผู้ชมเกิดความรู้สึกบางอย่างที่ลึกซึ้ง ตอนนี้ร่างของ ฮวาง รั่นหราน และ เสี่ยวหลัว ดูราวกับเป็นภูเขาสูงใหญ่สองลูกที่ตั้งตระหง่านท้ากาลเวลาตั้งอยู่เบื้องหน้าของพวกเขา

เสี่ยวหลัวยิ้มและพูดอย่างไม่แยแส“คำว่า ‘Wan” นั้นไม่เพียง แต่เป็นคำวิเศษณ์เท่านั้น แต่ยังเป็นคำคุณศัพท์ วิธีการใช้งานที่แน่นอน คืออะไรและเธอก็เข้าใจผิดแล้ว มันไม่ได้หมายความว่าทั้งหมดจริงๆงั้นเหรอ เป็นไปได้ด้วยเหรอที่จะอ้างถึงข้อยกเว้นพวกนี้?"

“พจนานุกรม Cihai นั้นเชื่อถือได้จริงๆงั้นเหรอ เธอไม่ได้อ้างถึงบริบทและเธอก็กำลังหลงทางจากหัวข้อโดยเพียงแค่มองแค่คำว่า”Wan" และมันนั้นก็ไม่ใช่วลี "หรือรากเหง้าแห่งความชั่วร้ายทั้งหมด" นอกจากนี้ทุกคนลองถามตัวเองอย่างตรงไปตรงมา มนุษย์นั้นไม่มีธรรมชาติที่ชั่วร้ายจริงๆงั้นเหรอ? ทุกสิ่งทุกอย่างเกิดขึ้นจากเงินจริงๆงั้นเหรอ? ความโลภและความโหดร้ายของมนุษย์พวกนั้นมาจากไหน"

“หากเงินเป็นรากเหง้าของความชั่วทั้งหมดแล้วทำไมความโหดร้ายและความโลภนี้จึงไม่ได้ถูกเรียกว่าเป็นความชั่วร้าย ก่อนที่จะมีการประดิษฐ์เงินขึ้นมา? ดังนั้นความคิดที่โลภและชั่วร้ายที่อยู่ภายในจิตใจของมนุษย์นั้นแหละคือรากฐานของความชั่วทั้งหมด และเงินนั้นก็ไม่ใช่รากเหง้าของความชั่วทั้งหมด ฉันยังจำเป็นที่จะต้องอธิบายต่อไปอีกไหม?”

จิตวิญญาณของทุกคนได้รับผลกระทบหลังจากการได้ยินเรื่องเหล่านี้

นี่คือการระเบิดที่ร้ายแรงอย่างไม่ต้องสงสัย ใช่ว่าจะไม่มีความชั่วร้ายเกิดขึ้น หากเงินไม่ได้ถูกประดิษฐ์ขึ้นมา?

ไม่มีวิธีที่จะอธิบายไม่มีวิธีที่จะหักล้างความจริงข้อนี้ มันเป็นสถานการณ์ที่สิ้นหวังโดยสิ้นเชิง!

ฮวาง รั่วหราน ไม่สามารถพูดโต้แย้งออกมาได้ แม้แต่สำหรับเธอมันก็เกินความสามารถของเธอไปแล้ว ในการปฏิเสธคำพูดของเสี่ยวหลัว เธอทำได้เพียงแค่กัดฟันแล้วมองไปที่เสี่ยวหลัวอย่างไม่เต็มใจ

ตอนนี้เห็นได้ชัดว่าใครชนะและใครแพ้!

ทุกคนถูกโน้มน้าวด้วยคำพูดของเสี่ยวหลัวโดยเฉพาะอย่างยิ่งข้อความสุดท้ายซึ่งเป็นคำพูดที่ทำลายล้างจนทำให้อีกฝ่ายย่อยยับ

ผู้หญิงที่เคยหัวเราะเสี่ยวหลัวไม่สามารถพูดอะไรได้ซักคำได้ในตอนนี้ ความสามารถของเสี่ยวหลัว ในการจัดระเบียบคำพูดความสามารถในการโต้แย้งและความสามารถในการใช้ภาษาอังกฤษของเขานั้นเป็นอันดับหนึ่ง เขาเป็นคนที่ยอดเยี่ยม แต่พวกเธอกลับกล้าที่จะเยาะเย้ยเขาและพูดออกมาโดยไม่คิด โดยที่ไม่รู้ขอบเขตของความสามารถของเขา ทันใดนั้นพวกเธอก็ตระหนักว่าได้ว่าตอนนี้พวกเธอราวกับกำลังเล่นสวมบทบาทของพวกจอมวายร้ายผู้ซึ่งก่อปัญหาและไม่มีความสามารถอะไรเลย!

พวกเธออดไม่ได้ที่จะรู้สึกหน้าร้อนผ่าวด้วยความอับอายทุกคนไม่กล้าที่จะเงยหน้ามองและมองตรงเข้าไปในดวงตาของเสี่ยวหลัว

จบบทที่ Chapter 27:การโต้ตอบ

คัดลอกลิงก์แล้ว