เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 8: การข่มแหง

Chapter 8: การข่มแหง

Chapter 8: การข่มแหง


“ปังงง ~”

ชายหัวล้านตบโต๊ะข้างหน้าเสี่ยวหลัวอย่างแรง โดยสายตาที่ใช้มองเสี่ยวหลัว นั้นมีความมุ่งร้ายเป็นอย่างมาก:“ไอเด็กเวรเพียงเพราะแกไปยุงกับวัวเงินของข้า และแกทำให้พวกพี่น้องของพี่ใหญ่คนนี้ต้องเข้าคุกไปห้าคน แกลองคำนวณจำนวนเงินที่พี่ใหญ่คนนี้ต้องเสียไปดูสิว่าแกจะต้องชดใช้เงินกับสิ่งที่พี่ใหญ่คนนี้สูญเสียไปเท่าไหร่”

ดวงตาที่ดุร้ายของเขาส่งความมุ่งร้ายมาให้กับเสี่ยวหลัว วัวเงินหมายถึงพวกเด็กๆ ที่พวกมันลักพาตัวมาและหักขาแล้วโยนเข้าไปในถนนเพื่อให้ไปขอทาน

เนื่องจากเด็กหญิงตัวเล็ก หนีรอดไปได้จึงถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจ กู่ เชียงหลิน ที่รู้จักกันในนาม "ดอกไม้แห่งความยุติธรรม" เมื่อเรื่องไปอยู่ในมือเธอมันเป็นเรื่องธรรมดาที่จะทำให้พวกเขาต้องเสียเงินไปเป็นจำนวนมากถึงจะช่วยพี่น้องของพวกเขาให้ออกมา แต่เรื่องนี้มันจะไม่เกิดขึ้นเลยถ้าหากเสี่ยวหลัวไม่ไปช่วยเด็กน้อยนั่นตั้งแต่แรก

เสี่ยวหลัวเงยหัวขึ้นแล้วมองไปที่ชายหัวโล้นอย่างเฉยเมย:“ฉันจะช่วยอะไรแกได้ เราจะคุยเรื่องนี้กันหลังจากที่ฉันกินก๋วยเตี๋ยวเสร็จ แกช่วยออกไปให้ไกลๆหน่อยได้ไหม เพราะตอนที่ฉันเห็นหน้าของแกแล้ว ฉันไม่มีอารมณ์ที่จะกินก๋วยเตี๋ยวเลยหว่ะ”

เสี่ยวหลัวพูดจบแล้วเขาก็ก้มหน้าลงกินก๋วยเตี๋ยวต่อไป

เมื่อได้ยินสิ่งที่เสี่ยวหลัวกล่าวบรรยากาศในพื้นที่ทั้งหมดก็แปลกไป

เหล่าชายฉรรจ์หลายสิบคนต่างก็ตกตะลึงในจุดนี้พวกเขาไม่อยากจะเชื่อเลยว่าไอเด็กเวรคนนี้เมื่อต่อหน้าพวกเขาแล้วยังจะสามารถสงบนิ่งอยู่ได้ในสถานการณ์เช่นนี้ นี่เขาไม่เห็นพวกมันอยู่ในสายตาเลยหรือ?

ชายวัยกลางคนที่ใส่ชุดสูทที่อยู่ในระยะไกลก็ตกใจเช่นกัน จากนั้นเขายิ้มอย่างผ่อนคลาย:“เขาเป็นคนที่กระจอกงอกง่อยหรือว่าเขาเป็นคนที่มีทักษะที่น่าทึ่งกันแน่นะ…” ชายวัยกลางคนชี้ไปที่หัวของตัวเอง“หรือว่าเขาจะมีปัญหาที่ตรงนี้”

“บอสเพื่อความปลอดภัยของคุณหลบออกไปจากที่นี่เถอะ” บอดี้การ์ดคนหนึ่งที่อยู่ทางด้านซ้ายแนะนำ

ชายวัยกลางคนโบกมือของเขา:“ไม่เป้าหมายของพวกมันก็คือเด็กหนุ่มคนนั้นและพวกเราที่นั่งอยู่ตรงนี้ไม่เป็นอะไรหรอก”

เขามองดู เสี่ยวหลัว ที่กำลังกินก๋วยเตี๋ยวอย่างเอร็ดอร่อยและจู่ๆ เขาก็นึกถึงวันที่เขามาทำงานที่เจียงเฉิงนี้เป็นครั้งแรก ในเวลานั้นเขายังเด็กมากและมักจะมาที่ร้านแผงลอยริมถนนเพื่อทานอาหารเมื่อเขาหิว ครั้งหนึ่งเขาก็เคยถูกเจ้าหนี้หลายสิบคนที่ถือมืดตามมาทวงหนี้

ในหัวใจของเขารู้สึกสั่นไหวขณะที่นิ้วของเขาเคาะลงบนโต๊ะเป็นจังหวะ “เป็นเรื่องที่น่าเสียดายถ้าตอนที่ฉันเป็นเด็กฉันมีพลังและมีความคิดสร้างสรรค์ฉันก็คงจะไม่ตกอยู่ในสภาพเช่นนี้” เขาหันหัวของเขาไปและบอกบอดี้การ์ดทางด้านขวาว่า“เล้งคุณไปช่วยชายเด็กหนุ่มคนนั้นขึ้นอยู่กับสถานการณ์”

"ครับบอส!" บอดี้การ์ดตอบกลับด้วยความเคารพ

อารมณ์ของชายหัวล้านพุ่งขึ้นสูงในทันที

"แม่มึงเถอะ!"

โต๊ะของ เสี่ยวหลัวถูกโยนพลิกคว่ำในทันที ก๋วยเตี๋ยวที่เหลืออีกสามชามของเขากระจัดกระจายไปทั่วพื้นและชามก๋วยเตี๋ยวแตกเป็นชิ้นๆ

ชายหัวล้านเอาเท้าของเขาแล้วกระทืบลงบนเส้นก๋วยเตี๋ยวที่อยู่บนพื้น เขาเหยียบย่ำพวกมันจนสกปรกและคำรามอย่างโกรธเกรี้ยว:“กินกินอยากกินก๋วยเตี๋ยวงั้นเหรอ? ก้มลงคุกเข่าแล้วหยิบมันขึ้นมาแล้วกลืนเส้นก๋วยเตี๋ยวลงไปซะ น้ำซุปก็อย่าให้เสียเลียมันให้สะอาดหรือจะให้ฉันจะตัดลิ้นของแกทิ้ง เลือกเอา” เขากดหัวไหล่ของเสี่ยวหลัวอย่างแรง “แกมัวแต่ชักช้าอะไรอยู่หรือว่าแกกำลังรอใครบางคนลุกขึ้นมาและช่วยแก”

เสี่ยวหลัวมองดูก๋วยเตี๋ยวทั้งสามชามที่กระจายอยู่ทั่วพื้น การแสดงออกบนใบหน้าของเขากลายเป็นเย็นชา เขาโยนตะเกียบทิ้งและลุกขึ้นอย่างช้าๆ ดวงตาของเขาแหลมคมเหมือนดั่งดวงตาของเสือดาว เขาจ้องมองชายหัวโล้นอย่างเยือกเย็น

ฟิ้ววว ~

ในเวลานี้ทุกคนไม่สามารถช่วยได้ ได้แต่อ้าปากค้าง ที่พี่ใหญ่ของพวกเขาถูกจู่โจมอย่างรวดเร็ว บรรยากาศตอนนี้เย็นยะเยือกขึ้นมาในทันที ทันใดนั้นพวกเขาก็มีภาพลวงตาว่าสิ่งที่พวกเขาเห็นนั้นคือโจมโฉดที่โหดเหี้ยมซึ่งมือของเขานั้นเปื้อนไปด้วยเลือดจำนวนนับไม่ถ้วน เขาไม่ใช่แค่คนธรรมดาที่กำลังกินก๋วยเตี๋ยว

ชายหัวล้านก็ตกใจเช่นเดียวกันขณะที่เขากำลังจะพูดอะไรออกมา ก็มีมือที่แข็งแรงพุ่งออกมาเร็วดั่งสายฟ้าเข้าหาเขาห้านิ้วเปิดออกเหมือนกับงูหลามที่กำลังจะกินเหยื่อของมัน มันจับคอของเขาเอาไว้และยกตัวเขาลอยขึ้นฝ่ามือบีบหลอดลมและหลอดอาหารของเขาแน่น

อาการเจ็บปวดพุ่งขึ้นเข้าไปในสมองของเขา เขาไม่สามารถช่วยได้ ได้แต่ส่งเสียงอู้อี่ออกมา มือของเขาทุบแขนเหล็กนี้พยายามที่จะทำให้อีกฝ่ายปล่อยมือไป อย่างไรก็ตามไม่ว่าเขาจะพยายามมากเพียงใด มือนี้ก็นิ่งเหมือนดั่งคีมเหล็ก

“ฉันพูดแล้วใช่ไหม เมื่อฉันกินก๋วยเตี๋ยวเสร็จเราก็สามารถที่จะคุยกันได้ แต่ทำไมแกถึงไม่ฟังล่ะ” คิ้วของเสี่ยวหลิวขมวดกันจนยับยู่ยี่

ชายฉกรรจ์หลายสิบคนที่ชายหัวล้านพามาต่างก็ตกตะลึง พวกเขาไม่ได้คาดคิดเลยว่าจะเกิดเหตุเช่นนี้ขึ้น ความแข็งแกร่งของเสี่ยวหลัวนั้นส่งผลต่อจิตใจของพวกเขาเป็นอย่างมาก มือข้างเดียวของเขาก็เพียงพอแล้วที่จะยกบอสของพวกเขาให้ลอยขึ้น ตอนนี้เขายังเป็นคนอยู่ใช่ไหม?

ชายวัยกลางคนที่อยู่ห่างไกลเปิดปากของเขาออกเล็กน้อยและดวงตาของเขาก็เต็มไปด้วยความประหลาดใจ

บอดี้การ์ดทั้งสองคนที่อยู่ข้างเขาก็ตกใจมากเช่นกัน นี่เป็นเรื่องยากที่จะเชื่อได้ว่าผู้ชายที่ดูเหมือนคนธรรมดาคนนี้จะสามารถยกชายร่างใหญ่ที่ซึ่งน้ำหนักกว่า 150 ปอนด์ ขึ้นได้ด้วยมือเพียงข้างเดียว ขนาดพวกเขาก็ไม่สามารถที่จะทำได้

ชายที่มีใบหน้าบวมเป็งไม่สามารถช่วยอะไรได้ ได้แต่ตื่นตระหนก:“ไปด้วยกันไปช่วยลูกพี่โหญ่!”

เขาตะโกนเสียงดังแต่เขาไม่ได้เข้าไปด้วย

เหล่าชายฉกรรจ์หลายสิบคนตอบสนองโดยทันทีพร้อมกับควงมาเชเต้ที่อยู่ในมือของพวกเขา พร้อมกับวิ่งเข้าไปดั่งกับคลื่นยักษ์ที่พุ่งเข้าใส่เสี่ยวหลัว

เสี่ยวหลัว สถบ“พวกแกต้องการมันกลับไปใช่ไหม ได้! ฉันจะให้มันคืนให้แก่พวกแกเอง!”

เสี่ยวหลัว โยนชายหัวล้านที่อยู่ในมือของเขา เข้าไปในฝูงคนที่กำลังวิ่งเข้ามา

ชายหัวล้านบินกลับหัวกลับหางด้วยความเร็วที่เร็วมากเหมือนดั่งลูกกระสุน

เมื่อเผชิญหน้ากับการเปลี่ยนแปลงที่กะทันหันเช่นนี้ เหล่าชายฉกรรจ์ที่วิ่งอยู่ข้างหน้าประมาณห้าหรือหกคนเหยียดมือของพวกเขาออกไปเพื่อที่จะรับบอสของพวกเขา พวกเขาคิดว่าพวกเขาอยู่ด้วยกันก็เพียงพอที่จะรับบอสของพวกเขาได้ แต่ก่อนที่พวกเขาเหล่านี้จะยกแขนขึ้นร่างกายของชายหัวล้านก็พุ่งเข้าชนเข้ากับพวกเขาอย่างแรง

“ปังง~”

ปากของพวกเขาพ่นละอองเลือดออกมา พวกเขาเป็นเหมือนดั่งพินที่ถูกลูกโบว์ลิ่งชนจนล้มล้มลงบนพื้นด้วยความเจ็บปวด

การชนที่รุนแรงนี้มันน่าตกตะลึงเกินไปแล้ว!

พี่น้องหลายสิบคนหยุดการกระทำของพวกเขาทันที พวกเขาไม่กล้าที่จะขยับเขยื้อน มีเพียงแต่ดวงตาของพวกเขาที่เบิกกว้างเพราะพวกเขาหวาดกลัวเสี่ยวหลัว

ในขณะที่พวกเขากำลังตกตะลึงอยู่นั้น เสี่ยวหลัวก็ลงมืออย่างไม่ลังเล เขาส่งหมัดออกไปสองหมัด

“ปัง ปัง ~”

ชายตัวโตสองคนที่อยู่ใกล้ๆ บินออกไปเหมือนถูกรถพุ่งเข้าชนอย่างรุนแรงพร้อมกับเสียงกรีดร้องโหยหวนของพวกเขา ร่างกายของพวกเขาเสียการควบคุมและลอยพุ่งเข้าไปชนกับพวกพี่น้องของเขาหลายคนก่อนที่จะหยุดลง พวกเขาพยายามที่จะลุกขึ้น แต่ก็รู้สึกเจ็บปวดที่อก มีผู้ชายสองคนที่สามารถลุกขึ้นมาได้ แต่หลังจากที่อาเจียนออกมาเป็นเลือดคำหนึ่งพวกเขาก็หมดสติล้มพับลงไปอีกครั้ง

ชายวัยกลางคนหดตัวลงใบหน้าของเขาแทบจะไม่สามารถซ่อนความตกใจของเขาเอาไว้ได้ เขาไม่เคยคิดเลยว่าทักษะของเสี่ยวหลิวที่เก็บซ่อนเอาไว้จะมีความแข็งแกร่งมากขนาดนี้

บอดี้การ์ดทั้งสองของเขาก็ตกตะลึงเช่นกัน ทักษะและความแข็งแกร่งดังกล่าวมันน่าตกตะลึงเกินไป พวกเขามองหน้ากันและไม่อยากจะเชื่อสายตาของตัวเอง

“ ไอแม่เย*ด, ไปฆ่ามันและตัดหัวของมันมาเดี๋ยวนี้!

ชายหัวล้านได้รับบาดเจ็บสาหัส แต่เขาก็ไม่ได้หมดสติ เขาจับไปที่หน้าอกที่ได้รับบาดเจ็บของเขาในขณะที่เขาตะโกนอย่างบ้าคลั่ง

เขาเคยได้ยินมาก่อนแล้วจากชายผู้ที่มีใบหน้าที่บวมเป็งแล้วว่าอีกฝ่ายนั้นมีทักษะการต่อสู้ที่พิเศษ แต่เขาไม่ได้คาดหวังให้เขาแข็งแกร่งขนาดนี้ มันมีสำนวนหนึ่งเรียกว่าอะไรนะ? แม้แต่เสือก็ไม่สามารถที่จะสู้กับฝูงหมาป่าได้ ไม่ว่าเขาจะแข็งแกร่งขนาดไหนก็ไม่สามารถสู้กับคนในจำนวนมากได้ เพราะพวกเขาเป็นคนกลุ่มใหญ่ พวกเขามีความได้เปรียบในด้านของตัวเลข!

ชายร่างใหญ่เคยเป็นทหารผ่านศึกมาก่อนเขามองไปที่เสี่ยวหลัวผู้ซึ่งกำลังสู้กับคนหลายสิบคนอย่างกล้าหาญ ท่าทางของพวกกลุ่มอันธพาลเป็นเหมือนดั่งกลุ่มของไฮยีน่าที่กำลังล่ากวาง

“พวกแกต้องการที่จะสู้อย่างหนักใช่ไหม ได้! วันนี้ฉันจะให้พวกแกต่อสู้ให้มากที่สุดเท่าที่พวกแกต้องการ!”

มุมปากของเสี่ยวหลัวส่งประกายรอยยิ้มที่โหดเหี้ยม เขาไม่ใช่เพียงไม่ถอยหนี แต่เขาริเริ่มที่จะเผชิญหน้ากับพวกมันอย่างจริงจัง

จบบทที่ Chapter 8: การข่มแหง

คัดลอกลิงก์แล้ว