- หน้าแรก
- เช็กอินรายวัน สู่เส้นทางหมอเทวดา
- บทที่ 320 - พาลูกศิษย์ทำวิจัย
บทที่ 320 - พาลูกศิษย์ทำวิจัย
บทที่ 320 - พาลูกศิษย์ทำวิจัย
บทที่ 320 - พาลูกศิษย์ทำวิจัย
พลบค่ำ
หลินเย่ชิงทานข้าวเสร็จก็เดินออกจากร้านอาหารไปด้วยใบหน้าที่บูดบึ้ง ในใจได้แต่รู้สึกพูดไม่ออก
แต่คนเหล่านั้นก็เป็นลูกศิษย์ของเซียวปู้ฝาน เธอจึงพูดอะไรมากไม่ได้ ทำได้เพียงทานข้าวเสร็จแล้วก็เดินจากไปอย่างจนใจ
หลังจากที่หลินเย่ชิงจากไปแล้ว
เซียวปู้ฝานก็พาลูกศิษย์ทั้งสามคนกลับมาที่โรงพยาบาล แล้วก็เริ่มสอนพวกเขา
เพื่อให้ลูกศิษย์เหล่านี้สามารถเรียนรู้ความรู้ทางการแพทย์แผนจีนได้ดียิ่งขึ้น และไปถึงระดับปรมาจารย์แพทย์แห่งชาติหรือได้รับเกียรติเป็นนักวิชาการแห่งชาติได้เร็วขึ้น เซียวปู้ฝานจึงตัดสินใจว่าจะเริ่มสอนทฤษฎีอินหยางของการแพทย์แผนจีนให้พวกเขาก่อนในวันนี้
ทฤษฎีอินหยางนี้เป็นหนึ่งในทฤษฎีพื้นฐานของแพทยศาสตร์จีน แต่กลับไม่ได้อยู่ในรูปแบบการเรียนการสอนของวิทยาลัยแพทย์แผนจีน
ดังคำกล่าวที่ว่า สรรพสิ่งในร่างกายมนุษย์ ไม่ว่าจะเป็นพื้นฐาน โครงสร้าง หน้าที่ ตลอดจนสาเหตุ กลไก การวินิจฉัย การรักษา และการใช้ยาของโรค ล้วนแบ่งออกเป็นอินและหยาง การลดลงและการเพิ่มขึ้นของสิ่งเหล่านี้เป็นกฎเกณฑ์ที่เป็นจริงของทุกชีวิต
มีอินก็ต้องมีหยาง อินรุ่งเรืองหยางก็เสื่อมถอย หยางรุ่งเรืองอินก็เสื่อมถอย สรรพสิ่งล้วนเป็นเช่นนี้
และเมื่อร่างกายมนุษย์บรรลุถึงความสมดุลของอินหยางแล้วเท่านั้น ร่างกายจึงจะแข็งแรงปราศจากโรคภัยไข้เจ็บ เมื่อเชื้อโรคมีมากคนก็ย่อมอ่อนแอลง
เซียวปู้ฝานค่อยๆ อธิบายทฤษฎีอินหยางของการแพทย์แผนจีนให้ลูกศิษย์ทั้งสามคนของเขาฟังทีละเล็กทีละน้อย เริ่มจากความขัดแย้งของอินหยางที่ง่ายที่สุด คาดว่าคงต้องใช้เวลาหลายวันกว่าจะอธิบายจบ
ดังนั้นในช่วงเวลาต่อจากนี้ไป
ทุกวันหลังเลิกงานในช่วงบ่าย หลินอี้เฟยทั้งสามคนก็จะอยู่เรียนรู้ทฤษฎีความรู้ขั้นสูงทางการแพทย์แผนจีนกับอาจารย์เซียวปู้ฝานประมาณสองชั่วโมง
ทฤษฎีความรู้เหล่านี้เป็นสิ่งที่วิทยาลัยแพทย์แผนจีนไม่ค่อยได้สอนกัน โดยทั่วไปแล้วจะมีแต่แพทย์แผนจีนโบราณเท่านั้นที่จะถ่ายทอดความรู้เหล่านี้ให้แก่ลูกศิษย์
และนอกจากทฤษฎีอินหยางแล้ว ยังมีทฤษฎีสาเหตุของโรคในการแพทย์แผนจีน ทฤษฎีอวัยวะจ้างฝู่ ทฤษฎีเส้นลมปราณ ทฤษฎีการแมะ เป็นต้น
เซียวปู้ฝานตัดสินใจว่าจะสอนสิ่งเหล่านี้ทั้งหมดให้แก่นักเรียนของเขาทั้งหมด เพื่อให้พวกเขาสามารถเพิ่มพูนประสบการณ์ได้อย่างรวดเร็ว และเข้าใกล้เกณฑ์ของปรมาจารย์แพทย์แห่งชาติได้เร็วขึ้น
แต่การจะอธิบายเรื่องเหล่านี้ทั้งหมดให้จบก็ยังต้องใช้เวลาอีกนานพอสมควร
ดังนั้นเซียวปู้ฝานจึงไม่ได้รีบร้อนอะไร สอนลูกศิษย์สองสามคนวันละสองชั่วโมงก็ถือว่าดีมากแล้ว ตราบใดที่พวกเขาสามารถจดจำได้
และเมื่อเซียวปู้ฝานเริ่มติวพิเศษให้ลูกศิษย์สองสามคนแล้ว ระดับความสามารถทางการแพทย์แผนจีนของหลินอี้เฟยทั้งสามคนก็ย่อมเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว
แต่ว่าวงการแพทย์นั้นให้ความสำคัญกับประสบการณ์ที่สั่งสมมานาน
ดังนั้นถึงแม้ว่าระดับความสามารถทางการแพทย์แผนจีนของพวกเขาทั้งสามคนจะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่ในระยะเวลาอันสั้นก็ยังไม่สามารถจบช่วงฝึกงานได้ ย่อมไม่สามารถเข้าร่วมการวิจัยหัวข้อใดๆ ได้
แน่นอนว่า ก็ไม่ใช่ว่าจะไม่มีทางเสียทีเดียว
บางทีเขาอาจจะพาพวกเขาทั้งสามคนเข้าร่วมกลุ่มวิจัยหัวข้อต่างๆ เพื่อให้หลังจากจบช่วงฝึกงานแล้ว จะสามารถได้รับเกียรติเป็นนักวิชาการแห่งชาติได้เร็วที่สุด
ตัวอย่างเช่น การค้นพบยาพิเศษบางชนิดที่สามารถรักษาผู้ป่วยโรคระยะสุดท้ายส่วนใหญ่ได้
นี่อาจจะเป็นแนวคิดที่ไม่เลวเลย
หลังจากกลับถึงบ้านในตอนดึก เซียวปู้ฝานก็นั่งอยู่บนเตียงพลางฝึกเคล็ดวิชาบำเพ็ญภายในจากตำราหวงตี้เน่ยจิง พลางคิดถึงเส้นทางการพัฒนาในอนาคตที่เขาจะวางไว้ให้ลูกศิษย์สองสามคน
แน่นอนว่า ในช่วงเวลานี้เขาก็ไม่ลืมที่จะเช็คอินทุกวันเช่นกัน
เพียงแต่ว่าของที่ได้รับจากการเช็คอินส่วนใหญ่จะเป็นเมล็ดพันธุ์สมุนไพรจีน นานๆ ครั้งก็จะได้รับการยกระดับทักษะทางการแพทย์แผนจีนบ้าง ก็ถือว่าไม่เลวเลย
เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว ครึ่งเดือนกว่าก็ผ่านไป
และในช่วงครึ่งเดือนนี้ สิ่งที่เซียวปู้ฝานครุ่นคิดมากที่สุดก็คือการเลือกหัวข้อวิจัยทางการแพทย์แผนจีนแบบไหนเพื่อเสนอขึ้นไป แล้วพาลูกศิษย์ทั้งสามคนไปเก็บเกี่ยวประสบการณ์
นี่ถือเป็นวิธีที่ดีที่สุดในปัจจุบันที่จะช่วยเพิ่มพูนประสบการณ์ให้พวกเขาในช่วงฝึกงานได้
แต่ควรจะเลือกหัวข้ออะไรดีล่ะ
การนวดทุยหนาแพทย์แผนจีน หรือว่าการฝังเข็มแพทย์แผนจีน
หรือว่าจะหยิบยกหัวข้อโรคที่รักษายากมาทำวิจัยดี
เซียวปู้ฝานลังเลอยู่นาน ยังไม่สามารถตัดสินใจได้ เพราะนี่เป็นครั้งแรกที่เขาจะรับบทเป็นอาจารย์ที่ปรึกษานำพาลูกศิษย์เข้าร่วมการวิจัยหัวข้อต่างๆ และยังเกี่ยวข้องกับปัญหาว่าจะสามารถทำภารกิจศิษย์อาจารย์ให้สำเร็จได้อย่างรวดเร็วในอนาคตได้หรือไม่
ดังนั้นเซียวปู้ฝานจึงครุ่นคิดอยู่นาน ในที่สุดก็ตัดสินใจว่าจะทำหัวข้อเกี่ยวกับการนวดทุยหนาแพทย์แผนจีนก่อนก็แล้วกัน
ชั่วพริบตา
เซียวปู้ฝานก็ตัดสินใจเลือกหัวข้อวิจัยที่เกี่ยวข้องกับการนวดทุยหนาแพทย์แผนจีนได้ แล้วก็รีบเขียนแผนงานหัวข้อขึ้นมาทันทีในคืนนั้น
‘เกี่ยวกับการขยายผลเทคนิคการนวดทุยหนาแพทย์แผนจีนในการแยกเนื้องอกกระดูกสันหลังและการช่วยรักษา โดยผสมผสานกับการผ่าตัดเพื่อสร้างวงจรการรักษาที่สมบูรณ์’
หลังจากครุ่นคิดมาทั้งคืน ในที่สุดเซียวปู้ฝานก็เลือกหัวข้อวิจัยนี้
จากนั้น ก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้นตลอดทั้งคืน
วันรุ่งขึ้น
เช้าตรู่
หลังจากเซียวปู้ฝานตื่นขึ้นมาล้างหน้าล้างตาเสร็จเรียบร้อยแล้ว เขาก็ขับรถมุ่งหน้าไปยังโรงพยาบาล
เมื่อเซียวปู้ฝานมาถึงโรงพยาบาล เวลาก็เพิ่งจะเจ็ดโมงเช้าเท่านั้น
วันนี้เป็นวันพฤหัสบดี เซียวปู้ฝานไม่ต้องออกตรวจคนไข้
ดังนั้นเขาจึงเตรียมที่จะเริ่มทำหัวข้อวิจัยทางการแพทย์แผนจีนที่วางแผนไว้เมื่อวานนี้ให้เรียบร้อย ปรับปรุงเนื้อหาให้สมบูรณ์ แล้วยื่นขอทุนวิจัยจากเบื้องบน
ก๊อกแก๊ก ก๊อกแก๊ก
เซียวปู้ฝานนั่งอยู่ในห้องทำงานผู้อำวยการของตน พลางพิมพ์แป้นพิมพ์คอมพิวเตอร์เขียนรายงานหัวข้อวิจัย พลางสั่งกับระบบในใจ
“ระบบ เช็คอินให้ฉันที”
[ติ๊ง เช็คอินสำเร็จ ขอแสดงความยินดีกับโฮสต์ที่ได้รับเคล็ดวิชาเข็มเก้าสุริยันกลับคืน (ระดับปรมาจารย์)]
“หืม เคล็ดวิชาเข็มเก้าสุริยันกลับคืนเหรอ”
เซียวปู้ฝานชะงักไปครู่หนึ่ง ดูเหมือนจะไม่คาดคิดว่ารางวัลที่เขาเช็คอินได้ในวันนี้จะเป็นเคล็ดวิชาฝังเข็มนี้
เคล็ดวิชาเข็มเก้าสุริยันกลับคืน
แค่ฟังจากชื่อก็รู้แล้วว่าเคล็ดวิชาฝังเข็มนี้ใช้เพื่อฟื้นคืนชีพคน
วูบ
วินาทีต่อมา ความรู้เกี่ยวกับการฝังเข็มจำนวนมหาศาลก็หลั่งไหลเข้ามาในสมองของเซียวปู้ฝาน
แต่เป็นเพียงเคล็ดวิชาเข็มเก้าสุริยันกลับคืนเท่านั้น
ปริมาณความทรงจำที่บรรจุอยู่จึงไม่มากนัก ย่อยได้ในเวลาไม่นาน
กว่าเซียวปู้ฝานจะย่อยความรู้ในสมองเสร็จ
เขาจึงเข้าใจว่า ที่แท้แล้วสรรพคุณของเคล็ดวิชาเข็มเก้าสุริยันกลับคืนนี้ก็คือการใช้กับคนที่ใกล้จะตาย สามารถทำให้ฟื้นคืนสติปัญญาชั่วคราวเพื่อกลับมาสั่งเสียเป็นครั้งสุดท้ายได้
พูดง่ายๆ ก็คือ การยื้อลมหายใจสุดท้ายของคนไว้ โดยการกระตุ้นการทำงานทั้งหมดในร่างกายของคนเพื่อให้สมองใช้งานได้ เพื่อทำการอำลาครั้งสุดท้ายนั่นเอง
“ดูเหมือนว่าเข็มเก้าสุริยันกลับคืนนี้คงจะเป็นแค่วิชาแพทย์ที่ไม่ค่อยมีประโยชน์เท่าไหร่ ประโยชน์ก็ไม่ได้มากนัก แต่ก็มีผลลัพธ์ที่คาดไม่ถึงอยู่บ้าง”
เซียวปู้ฝานหัวเราะเบาๆ แล้วส่ายหัว จากนั้นก็ไม่ได้สนใจทักษะทางการแพทย์นี้อีกต่อไป
อย่างไรก็ตาม ของสิ่งนี้พอเข้ามาในสมองของเขาก็เรียนรู้ได้แล้ว
ต่อไปถ้ามีโอกาสได้ใช้ก็ใช้ ถ้าไม่ได้ใช้ก็เอาไว้สอนนักเรียนได้
เมื่อคิดได้ดังนั้น เซียวปู้ฝานก็กลับมามีสมาธิกับการเขียนบทความหัวข้อวิจัยของตนต่อ การทำสองอย่างพร้อมกันสำหรับเขาในตอนนี้ไม่ใช่เรื่องยากเลย
ก๊อกแก๊ก ก๊อกแก๊ก
เวลาช่วงเช้าผ่านไปอย่างรวดเร็ว
ในที่สุดเซียวปู้ฝานก็เขียนบทความหัวข้อวิจัยนี้เสร็จเรียบร้อยแล้ว จากนั้นก็นำไปพิมพ์ออกมาเตรียมจะเริ่มทำการวิจัยหัวข้อนี้
แน่นอนว่า ก่อนหน้านั้นยังต้องพาลูกศิษย์สามคนไปด้วย และให้ข้อมูลบางอย่างแก่พวกเขาเพื่อศึกษา
โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านการนวดทุยหนาแพทย์แผนจีน ก็ต้องเสริมสร้างการเรียนรู้ให้มากขึ้นด้วย
จากนั้น เซียวปู้ฝานก็ค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับการรักษาด้วยการนวดทุยหนาแพทย์แผนจีนในการแยกเนื้องอกกระดูกสันหลังและการช่วยรักษาทางอินเทอร์เน็ต ดาวน์โหลดมาแล้วก็พิมพ์ออกมาทั้งหมด แบ่งเป็นสามชุด
ไม่นานนัก
เซียวปู้ฝานก็ถือข้อมูลที่พิมพ์ออกมาไปยังหอผู้ป่วยใน แล้วก็โยนข้อมูลในมือให้หลินอี้เฟยทั้งสามคน
“นี่คือข้อมูลที่พวกเธอต้องเรียนรู้ในช่วงเวลาต่อจากนี้ไป คนละชุด จำไว้ว่าต้องอ่านให้เข้าใจทุกตัวอักษร เข้าใจไหม”
“หา นี่…”
หลินอี้เฟยทั้งสามคนมองดูแฟ้มข้อมูลที่อาจารย์โยนมาให้ กองหนาขนาดนี้เกรงว่าคงต้องใช้เวลาสามสี่เดือนถึงจะอ่านจบกระมัง
เพราะพวกเขายังต้องทำงาน ตอนกลางคืนก็ยังต้องเรียนอีก
ทันใดนั้น หลินอี้เฟยก็มองหน้ากับศิษย์น้องทั้งสามคน แล้วก็ถามเซียวปู้ฝาน
“อาจารย์ครับ ผมเห็นว่าการรักษาเหล่านี้ล้วนเป็นข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการนวดแยกเนื้องอกที่กระดูกสันหลัง ท่านให้พวกเราดูข้อมูลเหล่านี้เพื่ออะไรเหรอครับ”
เซียวปู้ฝานมองพวกเขาแวบหนึ่งแล้วพูดอย่างเรียบๆ “ฉันเตรียมจะพาพวกเธอทำวิจัยหัวข้อการแพทย์แผนจีน หัวข้อวิจัยก็คือเนื้อหาในข้อมูลเหล่านี้ ถึงตอนนั้นพวกเธอจะได้เข้าร่วมการวิจัยหัวข้อนี้กับฉัน รับรองว่าจะได้เก็บเกี่ยวประสบการณ์ไม่น้อยเลย”
“อะไรนะครับ อาจารย์จะพาพวกเราทำวิจัยหัวข้อเหรอครับ”
ใบหน้าของหลินอี้เฟยทั้งสามคนฉายแววดีใจพร้อมกัน สำหรับเรื่องนี้พวกเขาย่อมรู้สึกตื่นเต้นอย่างยิ่ง
นี่คือการวิจัยหัวข้อเชียวนะ
หากสามารถเข้าร่วมการวิจัยหัวข้อทางการแพทย์กับอาจารย์ในช่วงฝึกงานได้ นี่จะเป็นการเพิ่มพูนประสบการณ์ที่ดีมากสำหรับพวกเขาในอนาคต หรืออาจจะช่วยร่นระยะเวลาในการก้าวขึ้นเป็นแพทย์ผู้เชี่ยวชาญได้โดยตรงเลยทีเดียว
ดังนั้นสำหรับเรื่องที่อาจารย์เซียวปู้ฝานจู่ๆ ก็บอกว่าจะพาพวกเขาทำวิจัยหัวข้อนั้น หลินอี้เฟยทั้งสามคนบอกว่าไม่ตื่นเต้นก็คงจะโกหก
เซียวปู้ฝานพยักหน้าแล้วพูดว่า “อืม เอาเป็นว่าพวกเธอเตรียมตัวให้ดีก็แล้วกัน จำไว้ว่าต้องทำความเข้าใจข้อมูลในมือให้ถ่องแท้ เดี๋ยวต้องเพิ่มพูนความรู้ด้านการนวดให้พวกเธออีก”
“ครับอาจารย์ พวกเราทราบแล้ว”
หลินอี้เฟยทั้งสามคนพยักหน้ารับคำอย่างมีความสุข
เซียวปู้ฝานทำเสียงอืมในลำคอ “อืม เอาล่ะ งั้นพวกเธอก็ทำงานต่อไป ฉันยังมีเรื่องอื่นต้องไปทำอีก”
พูดจบ เซียวปู้ฝานก็หันหลังเดินออกจากหอผู้ป่วยในแผนกแพทย์แผนจีน แล้วก็ไปหารองผู้อำนวยการถังเพื่อให้เขายื่นเรื่องขอทำวิจัยหัวข้อให้
“ท่านผู้อำนวยการจะขอทำวิจัยหัวข้ออีกแล้วเหรอครับ”
รองผู้อำนวยการถังมองดูข้อมูลที่เซียวปู้ฝานยื่นมาให้ ดูตกใจเล็กน้อย “แถมยังเป็นหัวข้อที่เกี่ยวกับการแยกเนื้องอกที่กระดูกสันหลังอีกด้วย หัวข้อนี้ไม่ง่ายเลยนะครับ”
ต้องรู้ไว้ว่า เนื้องอกที่กระดูกสันหลังนี้เกาะติดอยู่กับกระดูกสันหลังของมนุษย์ทั้งแท่ง ถึงแม้จะเป็นหมอที่มีเทคนิคการผ่าตัดที่เก่งกาจมากก็ยังไม่แน่ใจว่าจะสามารถแยกมันออกมาได้อย่างสมบูรณ์หรือไม่ ดังนั้นนี่จึงเป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้การแยกเนื้องอกที่กระดูกสันหลังกลายเป็นปัญหาที่ยาก
แต่การนวดทุยหนาแพทย์แผนจีนจะสามารถแยกเนื้องอกที่เกาะติดอยู่กับกระดูกสันหลังได้เหรอ
ถังโป๋ชิงเอียงคอครุ่นคิด เขาเหมือนจะจำได้ว่าท่านผู้อำนวยการของเขาเคยทำการผ่าตัดแบบนี้มาแล้วครั้งหนึ่ง ได้ยินว่าทำที่โรงพยาบาลประชาชนที่หนึ่งประจำมณฑล แถมยังใช้วิธีการนวดทุยหนาแพทย์แผนจีนอีกด้วย
สำหรับเรื่องเหล่านี้ ถังโป๋ชิงก็พอจะเคยได้ยินมาบ้าง
นี่ก็ไม่น่าแปลกใจเลยที่ท่านผู้อำนวยการของเขาจะคิดทำวิจัยหัวข้อนี้ขึ้นมา
เมื่อคิดได้ดังนั้น ใบหน้าของถังโป๋ชิงก็ฉายแววแห่งรอยยิ้ม เขาพยักหน้าแล้วพูดว่า “หัวข้อวิจัยของท่านผู้อำนวยการนี้มีคุณค่ามากเลยนะครับ พรุ่งนี้ผมจะยื่นคำขอให้ท่านเลย”
การยื่นคำขอที่ว่านั้น ย่อมเป็นการยื่นขอทุนสนับสนุนโครงการวิจัยจากกรมอนามัยเบื้องบนนั่นเอง
ถึงแม้ว่าพวกเขาจะเป็นโรงพยาบาลเอกชนก็ตาม
แต่โรงพยาบาลเอกชนก็คือโรงพยาบาลเช่นกัน ก็ต้องอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของกรมอนามัย และก็สามารถได้รับเงินทุนสนับสนุนการวิจัยทางการแพทย์ได้เช่นเดียวกัน
“อืม งั้นก็รบกวนรองผู้อำนวยการถังด้วยนะครับ”
เซียวปู้ฝานยิ้มแล้วพยักหน้า “เออใช่ เดี๋ยวอย่าลืมเพิ่มชื่อนักเรียนของผมสามคนเข้าไปด้วยนะครับ การสำรวจหัวข้อครั้งนี้ผมจะพาพวกเขาทำด้วยกัน”
“เอ่อ ครับ ผมทราบแล้ว”
ถังโป๋ชิงย่อมเข้าใจดีว่าเซียวปู้ฝานต้องการจะพานักเรียนของตนเข้าร่วมการวิจัยหัวข้อนี้เพื่ออะไร ก็แค่ต้องการจะพานักเรียนสองสามคนไปเก็บเกี่ยวประสบการณ์ดีๆ เท่านั้นเอง
สำหรับเรื่องแบบนี้ ถังโป๋ชิงเองก็เคยทำมาก่อน เพียงแต่ทำไม่สำเร็จเท่านั้นเอง
เพราะแต่ก่อนนั้นหัวข้อที่ถังโป๋ชิงนำเสนอไม่ประสบความสำเร็จ ดังนั้นนักศึกษาแพทย์ที่ตามเขาไปก็ย่อมไม่สามารถเก็บเกี่ยวประสบการณ์ได้ และก็ไม่สามารถก้าวหน้าต่อไปได้
มิฉะนั้นเขาถังโป๋ชิงจะอยู่ในตำแหน่งรองผู้อำนวยการมานานขนาดนี้ได้อย่างไร
ยิ่งไปกว่านั้นยังเป็นโรงพยาบาลเอกชนอีกด้วย
ใครบ้างล่ะที่ไม่อยากไปทำงานในโรงพยาบาลรัฐ
เซียวปู้ฝานย่อมไม่รู้ว่าถังโป๋ชิงกำลังนึกถึงเรื่องในอดีตอยู่ เขายิ้มแล้วคุยกับอีกฝ่ายสองสามประโยคแล้วก็หันหลังเดินออกจากห้องทำงานของเขาไป
เวลาช่วงเช้าผ่านไปอย่างรวดเร็ว
กว่าเซียวปู้ฝานจะเตรียมการเบื้องต้นสำหรับหัวข้อวิจัยนี้เสร็จสิ้น ที่เหลือก็คือการเตรียมรับผู้ป่วยเพื่อทำการรักษาทางคลินิก
สำหรับการแยกเนื้องอกที่กระดูกสันหลังด้วยวิธีการนวดทุยหนาแพทย์แผนจีนนั้น เซียวปู้ฝานย่อมสามารถทำได้อย่างง่ายดาย แต่ถ้าให้คนอื่นมาทำก็อาจจะทำไม่ได้
โดยเฉพาะอย่างยิ่งนักเรียนสองสามคนของเขา
ดังนั้นในช่วงเวลาต่อจากนี้ไป นอกจากเซียวปู้ฝานจะต้องสอนความรู้ทางการแพทย์แผนจีนให้พวกเขาแล้ว การทำให้พวกเขาเรียนรู้พลังแปรเปลี่ยนในการนวดทุยหนาแพทย์แผนจีนก็สำคัญมากเช่นกัน
เพราะถ้าหากใช้วิชาการนวดแล้วไม่สามารถใช้พลังแปรเปลี่ยนออกมาได้ ก็จะไม่สามารถแยกเนื้องอกที่เกาะติดอยู่กับกระดูกสันหลังออกมาได้
ความสำเร็จของหัวข้อวิจัยทางการแพทย์นั้น ไม่ใช่ว่าหมอคนเดียวทำได้ก็ถือว่าสำเร็จ แต่จะต้องให้หมอส่วนใหญ่สามารถทำได้ด้วยความพยายาม หัวข้อนั้นจึงจะถือว่าประสบความสำเร็จ
ช่วงบ่าย
หลังจากทานอาหารกลางวันพักผ่อนเสร็จแล้ว
เซียวปู้ฝานก็นั่งอยู่ในห้องทำงานผู้อำนวยการของตน จัดการเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการนวด แล้วก็ให้ฝ่ายทะเบียนเริ่มรับผู้ป่วยที่มีเนื้องอกที่กระดูกสันหลัง
แต่เรื่องนี้ยังต้องติดต่อกับแผนกฉุกเฉินด้วย เพราะหัวข้อวิจัยนี้ไม่ใช่แค่พึ่งพาการนวดทุยหนาแพทย์แผนจีนเท่านั้น การผ่าตัดก็ขาดไม่ได้เช่นกัน
ดังนั้นเซียวปู้ฝานจึงไปที่แผนกฉุกเฉินอีกครั้งเพื่อหาผู้อำนวยการหวัง แล้วก็เล่าเรื่องการสำรวจหัวข้อนี้ให้เขาฟัง
สำหรับเรื่องนี้ ผู้อำนวยการหวังของแผนกฉุกเฉินย่อมไม่มีความเห็นใดๆ อยู่แล้ว
เพราะนอกจากสถานะความเป็นผู้อำนวยการแล้ว
หัวข้อนี้สำหรับแผนกฉุกเฉินของพวกเขาก็ถือเป็นผลงานที่ไม่ธรรมดาเช่นกัน ในเมื่อท่านผู้อำนวยการบอกว่าจะทำแล้ว พวกเขาย่อมไม่มีเหตุผลที่จะคัดค้าน
ไม่นาน การเตรียมการเบื้องต้นทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับหัวข้อวิจัยนี้ก็ถูกจัดเตรียมไว้อย่างเรียบร้อย
ที่เหลือก็แค่รอให้ผู้ป่วยมาเท่านั้น
พูดตามตรงแล้ว โลกนี้สิ่งที่ขาดไม่ได้ที่สุดก็คือผู้ป่วย
ผู้ป่วยที่มีเนื้องอกที่กระดูกสันหลังนับไม่ถ้วนกำลังรอการรักษาอยู่ ไม่มีโรงพยาบาลไหนที่ไม่ต้องกังวลเรื่องผู้ป่วย นี่เป็นเรื่องที่ไม่อาจปฏิเสธได้
โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อโรงพยาบาลแห่งนี้มีความเชี่ยวชาญในโรคบางชนิดเป็นพิเศษ
โดยพื้นฐานแล้วผู้ป่วยประเภทเดียวกันส่วนใหญ่ก็จะมุ่งหน้าไปยังโรงพยาบาลแห่งนี้ ถึงแม้ว่าจะต้องเสียเงินมากแค่ไหนก็ไม่กลัว ตราบใดที่ยังมีชีวิตอยู่
นี่คือความน่ากลัวของการแพทย์สมัยใหม่
จำนวนประชากรในประเทศที่มากเกินไปก็เป็นสาเหตุหนึ่ง
นอกจากนี้ยังมีการพัฒนาของเทคโนโลยี ทำให้ประเภทของอาหารขยะก็มีมากขึ้นเรื่อยๆ
ในขณะเดียวกันกับการพัฒนาของอุตสาหกรรมและมลภาวะของสิ่งแวดล้อม โอกาสที่ร่างกายมนุษย์จะเจ็บป่วยก็ย่อมสูงกว่าในอดีตมาก
[จบแล้ว]