เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 7 วิวบนสะพานไฉ่อี

ตอนที่ 7 วิวบนสะพานไฉ่อี

ตอนที่ 7 วิวบนสะพานไฉ่อี


ตอนที่ 7 วิวบนสะพานไฉ่อี

เครื่องตัดหินอุตสาหกรรม 7 เครื่อง 35,000 หยวนต่อเครื่อง

เงินจากเครื่องตัดหินเครื่องแรก 25,000 หยวนก็ยังไม่ได้

คนงาน 8 คน ค่าจ้าง 3 เดือน

แค่ประโยคเดียวของซางฉิงทุกอย่างก็หายไป โรงงานพยายามทำทุกอย่างเพียงเพื่อออเดอร์เดียวนี้ แล้วตอนนี้จะทำอย่างไรกับเหล็กและชิ้นส่วนอะไหล่ที่เหลือที่พวกเขาสั่งไว้ล่ะ?

ใช่ ~

โรงงานของครอบครัวเย่ชิงจะผลิตเครื่องจักรตามที่สั่งเท่านั้น อย่างไรก็ตามเย่ชิงรับประกันได้เลยว่าไม่มีใครในเมืองใกล้เคียงจะให้ราคาที่ดีกว่า 35,000 หยวนต่อเครื่องแน่นอน ถ้ามีใครให้ราคาดีกว่านี้จริงๆเขาก็คงจะมอบทั้ง 7 เครื่องนี้ให้ไปใช้ฟรีๆด้วยเลย

หากมีปัญหาเกิดขึ้น เย่ชิงจะรีบไปโดยเร็วที่สุด เขาซ่อมมันทั้งวันทั้งคืนเพื่อให้เครื่องทำงานได้

ตอนนี้วัสดุสำหรับอีก 6 ชิ้นอยู่ที่นั่นแค่รอการประกอบ

แล้วพวกเขาก็ยกเลิกทุกอย่างแบบนั้นเลย ไม่ได้จ่ายเงินสำหรับเครื่องแรกด้วยซ้ำ

เฉียนเสี่ยวเมิ่งและพวกหัวเราะเยาะและมองดูอยู่ข้างๆ ออเดอร์ทั้งหมดหายไปกับลม เยี่ยมจริงๆ

โรงงานของพวกเขาไม่มีแม้แต่เงินจะจ่ายค่ารักษาพยาบาลด้วยซ้ำ ตอนนี้ไม่มีออเดอร์แล้ว พวกเขาจะผ่านวิกฤตินี้ได้อย่างไร?

สำหรับค่ารักษาพยาบาลของลุงของเขาพวกเขาไม่ต้องกังวลมาก เมื่อโรงงานจะล้มละลายได้ พวกเขาจะขายเครื่องจักรเพื่อชำระหนี้ อาจต้องขายแม้แต่รถตู้ถ้ามันจำเป็น

เย่ชิงปิดตาและพยายามสงบสติอารมณ์

หลังจากหยุดพักครู่ใหญ่เขาก็พยายามที่จะข่มอารมณ์อย่างหนัก “คุณซาง! แม้ว่าเราจะเซ็นสัญญาอย่างเป็นทางการ แต่ธุรกิจเป็นเรื่องของความไว้วางใจ คุณแน่ใจหรือว่าต้องการจะทำแบบนี้?”

ซางฉิงมองที่เขาด้วยความรังเกียจและเย็นชา “ถ้าแกไม่ชอบใจก็ฟ้องฉันสิ” เย่ชิงพาร่างอันหนักอึ้งหันกลับโดยไม่ตอบอะไรออกไป

เมื่อไม่มีใครหนุนหลัง การคุกคามข่มขู่ใดๆ ก็มีแต่จะทำให้เรื่องแย่ลง

เย่ชิงเข้าใจและยอมรับมัน

เขาสตาร์ทรถ แต่เมื่อกำลังจะขับออกไป รถตู้ของเย่ชิงก็ถูกใครบางคนขวางไว้

เย่ชิงเตรียมใจให้พร้อมสำหรับการทะเลาะวิวาทอีกครั้ง แต่คนที่ปรากฏตัวดูเหมือนจะเป็นเจ้าหน้าที่ที่มีป้ายสีแดงอยู่บนอกเสื้อ

นี่คือตราสำหรับเจ้าหน้าที่ของเมืองจงหยุนทุกคน มันมีชื่อ ตำแหน่งและหมายเลขโทรศัพท์

คนประเภทนี้ไม่ใช่คนพวกเดียวกับซางฉิงแน่นอน เย่ชิงจึงหยุดรถและถามว่ามีอะไรเกิดขึ้น?

“คุณจะมุ่งหน้าไปที่จงหยุนหรือเปล่า?”

เด็กหนุ่มชื่อหานโหย่วเผิงส่งบุหรี่ให้ “ให้ผมติดรถไปด้วยได้ไหมครับ? เวลานี้หารถบัสที่คนไม่แน่นยากมากเลย”

ตอนที่ซางฉิงกำลังคุยกับเขา พวกเขาอยู่ค่อนข้างไกลจากเย่ชิง แต่ก็ยังใกล้พอที่จะเห็นเหตุการณ์ทั้งหมด อย่างไรก็ตามเขาไม่ได้ยินการโต้เถียงระหว่างเย่ชิงและซางฉิงเลย ไม่อย่างนั้นคงไม่ขอติดรถมากับเย่ชิง

ตำแหน่งบนตราสัญลักษณ์ของหานโหย่วเผิงระบุว่าอยู่แผนกก่อสร้างเมือง แทนที่เย่ชิงจะปฏิเสธกลับเปิดประตูที่นั่งผู้โดยสารด้านหน้าและต้อนรับเขาอย่างจริงใจ

หานโหย่วเผิงกล่าวขอบคุณตอนที่ขึ้นมานั่ง เมื่อเย่ชิงขับรถไปที่ถนนสายหลักของเมือง หานโหย่วเผิงก็ถามว่าทำไมเขาถึงทะเลาะกับคนงานตรงนั้น

เย่ชิงโบกมือแล้วบอกว่ามันเป็นแค่เรื่องเล็กน้อย เพียงแค่การกระทบกระทั่งกันเบาๆกับคนงานไม่กี่คน

“หัวหน้าคนนั้นเส็งเคร็งจริงๆ เขาสนใจแต่ผลประโยชน์ตัวเอง” หานโหย่วเผิงอาจถูกทำมึนตึงใส่ก็เลยระบายมันออกมา “บ้าเอ๊ย ผมนั่งในรถบัสที่คนอัดกันแน่นนานกว่าหนึ่งชั่วโมงเพียงเพื่อมาคุยเรื่องธุรกิจกับเขา เมื่อเสร็จธุระเขาก็ไม่ได้มีมารยาทบอกให้ใครสักคนขับรถพาผมกลับ ผมเห็นรถยนต์ตั้งหลายคันในลานจอดรถนั่น”

“พวกคุณคุยธุรกิจเกี่ยวกับอะไรกัน” เย่ชิงถามอย่างไม่ใส่ใจเพียงเพื่อให้การสนทนาดำเนินไปเท่านั้น

“ขอบคันหิน(ขอบฟุตบาท) คุณรู้จักไหมก้อนหินที่แบ่งเขตถนนกับฟุตบาทน่ะ ในอีก 3 เดือนข้างหน้าทีมตรวจสอบจะมาประจำอยู่ที่นี่เพื่อให้คะแนนเมืองทั่วประเทศด้านวัฒนธรรมและการสุขาภิบาลของเมือง

หานโหย่วเผิงวางกองเอกสารลงบนคอนโซลรถแล้วบิดตัวไปมา “การตรวจสอบทุกๆ 3 ปีของเมือง ครั้งที่แล้วมีเพียง 30 เมืองทั่วประเทศเท่านั้นที่ผ่าน จงหยุนของเราพลาดมาหลายครั้งติดกัน ตอนนี้นายกเทศมนตรีตัดสินใจที่จะเปลี่ยนโฉมหน้าของเมืองไปอย่างสิ้นเชิง”

“ถนนสายหลักสองสามสายใช้ขอบถนนคอนกรีตซึ่งสึกกร่อนตามสภาพอากาศ คงจะน่าเกลียดยิ่งกว่าเดิมถ้าถูกสุนัขกัดแทะไปทั่ว แผนกก่อสร้างเมืองได้ตัดสินใจเปลี่ยนทั้งหมดเป็นหินแกรนิต”

“แหล่งหินแกรนิตที่ใกล้ที่สุดอยู่ใกล้ภูเขาเหมยฮัว แต่ที่เดียวที่สามารถผลิตหินแกรนิตในปริมาณมากคือเจียงชานการก่อสร้าง ฉันถูกส่งไปที่นั่นเพียงเพื่อการเซ็นสัญญา แต่ท้ายที่สุดก็ไม่ได้เซ็นเพราะเขาไม่ชอบราคาในข้อตกลง และด้วยเหตุนี้เขาจึงไม่แม้แต่จะส่งฉันกลับ!”

เย่ชิงพูดปลอบใจและวิจารณ์ว่าซางฉิงจะต้องมีคอนเน็คชันแน่ๆ ไม่อย่างนั้นคงไม่มีทางที่เขาจะได้รับข้อตกลงนี้เพียงผู้เดียวแน่นอน

“จงหยุนมีหินภูมิทัศน์ที่ผลิตโดยบริษัทของเขามากมาย เขาต้องคุ้นเคยกับผู้อำนวยการสองสามคนแน่ๆ พวกเขาคงจะพูดสนับสนุนซานฉิง”

หานโหย่วเผิงขมุบขมิบปาก “ฉันก็ถูกบีบบังคับเหมือนกัน ผู้อำนวยการบ้าพวกนั้นใช้ฉันเป็นเด็กวิ่งเอกสารตลอด เมื่อเซ็นสัญญาเสร็จฉันไม่ได้อะไรเลยและเครดิตทั้งหมดก็กลายเป็นของพวกเขา ถ้ามันล้มเหลวก็เป็นความผิดของฉันเสมอ”

ทั้งสองอายุพอๆกัน แน่นอนว่าพวกเขามีเรื่องให้พูดคุยมากมาย เมื่อรถตู้เข้าสู่จงหยุนเย่ชิงก็ได้ข้อมูลเกี่ยวกับซางฉิงจากเขามามากพอแล้ว

ตอนนี้เป็นชั่วโมงเร่งด่วนรถจึงติดทุกที่ หานโหย่วเผิงบอกว่ากำลังจะรีบไปเดต ดังนั้นเขาจึงไม่รอให้ถึงที่หมาย รีบลงจากรถแล้ววิ่งออกไป

เมื่อเย่ชิงขึ้นมาบนสะพานไฉ่อี ตรงทางแยกมีรถติดอยู่นานกว่าสองถึงสามร้อยเมตร

สะพานไฉ่อีถือได้ว่าเป็นสถานที่ที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่งของจงหยุน มีอาคารขนาดเล็กแต่เก่าแก่สวยงามอยู่ด้านล่างและรูปปั้นหญิงสาวในราชสำนักทั้ง 12 เริงระบำอยู่ด้านบน เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญของเมือง

เมื่อประเมินสถานการณ์บนถนนข้างหน้า เย่ชิงก็ทำนายว่าเขาจะต้องรอไฟเขียวอีกอย่างน้อย 3 รอบ ในขณะที่กำลังนั่งเบื่อบนสะพาน เย่ชิงก็ฟังเพลงของสวี่หนิงกง

ตอนที่กำลังฟังเพลงอยู่เย่ชิงก็สังเกตเห็นเอกสารที่วางอยู่บนคอนโซลรถหน้าเบาะข้างคนขับ เวรล่ะ ~ นี่มันของที่หานโหย่วเผิงวางไว้ตอนขึ้นมาบนรถเหรอ?

เย่ชิงไม่ได้บันทึกหมายเลขโทรศัพท์บนป้ายของเขาไว้ ดังนั้นเขาจึงต้องเดินทางไปที่แผนกก่อสร้างเมืองในภายหลังเพื่อเอามันไปคืน

เย่ชิงที่กำลังเบื่อๆพลิกเอกสารไปทีละหน้า

เอกสารนั้นไม่มีอะไรมาก ทั้งหมดเกี่ยวกับการจัดซื้อขอบคันหิน เช่น วัสดุสำหรับหิน ขนาดและกำหนดเวลา รวมแล้วจะมีการจัดซื้อขอบคันหิน 250,000 ก้อน

เอกสารเหล่านี้เป็นเพียงร่างสัญญาเริ่มต้นโดยไม่มีลายเซ็นจากทั้งสองฝ่าย

ตามที่ฮั่นโหย่วเผิงพูดตอนอยู่บนรถ รัฐบาลต้องการซื้อขอบคันหินแต่ละก้อนที่ราคา 40 หยวนต่อก้อน ตรงข้ามกับซางฉิงที่คิดว่าราคามันถูกเกินไปและเขาไม่ได้กำไร เขายืนยันจะขายในราคา 42 หยวนต่อชิ้น

ราคานี้ไม่แพงจริงๆ และมีเพียงแค่เจียงชานการก่อสร้างใกล้จงหยุนที่สามารถจัดหาขอบคันหินแกรนิต ซางฉิงก็อยากโก่งราคาขึ้นราคาเล็กน้อยเป็นธรรมดา

ส่วนที่มีราคาแพงของธุรกิจก่อสร้างคือกำลังคนและทรัพยากรทางกายภาพ ไม่ใช่หินที่มีให้ใช้อย่างอิสระ

ขอบคันหินแกรนิตก้อนหนึ่งมีน้ำหนักเกือบ 50 กิโลกรัม ตั้งแต่การขุดออกมาจากภูเขาจนถึงตัดตามขนาดและขัดต้องใช้แรงงานมนุษย์จำนวนมาก

เพียงแค่ยกก้อนหินที่หนักหลายสิบกิโลกรัมเดินไปแค่สองสามก้าวก็มากพอที่จะทำให้คนปกติหายใจหอบแล้ว ไม่ต้องไปนึกถึงหิน 250,000 ก้อน

นี่ก็คือสิ่งที่ซางฉิงอยู่เหนือใครเช่นกัน ในบรรดาโรงงานก่อสร้างทั้งหมดในจงหยุนจะมีใครครอบครองแรงงานขุดหินในระดับอุตสาหกรรมและสามารถสกัดหินแกรนิตออกได้มาอีกล่ะ?

สั่งนำเข้ามาเหรอ?

ซางฉิงเสนอข้อตกลงเป็น 42 หยวนต่อก้อนแล้ว ถ้าพวกเขานำเข้าจากที่อื่นๆของประเทศ ก็ต้องคิดถึงการขนส่งและการจัดการกับวัสดุหลายพันตัน ไม่ต้องไปคิดเลยว่าราคาจะต่ำกว่า 45 หยวนต่อก้อน

“ธุรกิจทุกวันนี้มีแต่เรื่องราคาเข้ามาเกี่ยวทั้งนั้นเลย!”

เมื่อเย่ชิงเปิดอ่านเอกสารทั้งหมดก็ถอนหายใจอย่างสลดใจ

ถึงรู้รายละเอียดเหล่านี้แล้วจะทำอย่างไรกับมันล่ะ?

เป็นไปได้ไหมที่จะส่งฮัลค์หนึ่งและฮัลค์สองไปที่โกดังของซางฉิงและไปสู้แบบในหนัง 300?

เมื่อมองไปเหนือที่สะพานไฉ่อี ดูการหมุนตัวครั้งแล้วครั้งเล่าของรูปปั้นหญิงสาวเริงระบำในราชสำนัก เย่ชิงก็ปัดความคิดนั้นทิ้งไป

“รอเดี๋ยว เดี๋ยวก่อนนะ ~” จู่ๆเย่ชิงก็ตรัสรู้ขึ้นมา เขาเขย่าเบาะนั่ง

รูปปั้นหญิงสาวเริงระบำในราชสำนัก !!

รูปภาพหญิงสาวเริงระบำในราชสำนัก !!

จบบทที่ ตอนที่ 7 วิวบนสะพานไฉ่อี

คัดลอกลิงก์แล้ว