เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 11 - ท่านไม่ดีพอสำหรับบุตรชายของข้า

บทที่ 11 - ท่านไม่ดีพอสำหรับบุตรชายของข้า

บทที่ 11 - ท่านไม่ดีพอสำหรับบุตรชายของข้า


บทที่ 11 - ท่านไม่ดีพอสำหรับบุตรชายของข้า

◉◉◉◉◉

ในขณะที่ทั้งสองกำลังเดินทาง

ในที่สุดพวกเขาก็มาถึงเชิงเขาจื่อเวย และมองเห็นถนนเล็กๆ ที่ทอดยาวไปจนถึงตีนเขา

“องค์หญิงขอรับ นั่นคือเฉินเจาเซิ่ง”

ชายชราชุดเทาชี้ไปที่เด็กชายตัวเล็กที่กำลังเดินเล่นอยู่ข้างถนน

หญิงสาวชุดม่วงมองไปที่เขา

เฉินเจาเซิ่งอยู่ในวัยสามถึงสี่ขวบ เขาสวมชุดผ้าธรรมดา แต่รูปร่างของเขาก็ดูโดดเด่นอย่างน่าประหลาดใจ ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความสงบและมุ่งมั่น และดวงตาของเขาก็สุกใสราวกับดวงดาวบนท้องฟ้า

จากนั้นเขาก็เห็นเด็กคนหนึ่งที่ดูน่ารักและเต็มไปด้วยความร่าเริงกำลังไล่ตามอยู่ข้างหลัง

นั่นคือเฉินเหยียนเอ๋อร์ที่อายุเพียงสองขวบ เป็นลูกสาวของเฉินเทียนสงและน้องสาวของเฉินเจาเซิ่ง

เฉินเหยียนเอ๋อร์ตะโกนเรียกอยู่ข้างหลัง “พี่ใหญ่ เจาเซิ่ง~ เจ้าเดินช้าๆ หน่อยสิ ข้าตามไม่ทันแล้ว”

เฉินเจาเซิ่งหันกลับมาและหยุดรอเฉินเหยียนเอ๋อร์ ก่อนที่เขาจะยื่นมือออกไปแล้วพาเธอเดินไปพร้อมกับเขา

“เด็กคนนี้มีออร่าที่สง่างามมากจริงๆ ขอรับ” ชายชราชุดเทายิ้มเล็กน้อย

แต่หญิงสาวชุดม่วงกลับไม่ได้สนใจเฉินเจาเซิ่งเลย และมองไปที่ถนนอีกสายแทน

ถนนอีกสายนั้นดูรกและเต็มไปด้วยหญ้าที่ไม่มีคนดูแล และบนถนนมีชายคนหนึ่งที่อยู่ในวัยกลางคนกำลังเดินกลับด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความเหนื่อยล้า และมีเลือดอยู่ที่แขน

แม้ว่าเขาจะดูเหนื่อยล้าและได้รับบาดเจ็บ แต่ใบหน้าของเขาก็ยังคงมีรอยยิ้มที่สดใสอยู่

“สามีท่านกลับมาแล้ว!” อิงซวงซวงรีบเดินเข้ามาหาเฉินเทียนเหลียงด้วยสีหน้ากังวล

เฉินเทียนเหลียงยิ้มกว้าง และควักกล่องขนมถั่วเขียวออกมา “ภรรยา ข้าเอาขนมที่ลูกชอบที่สุดมาให้”

อิงซวงซวงรู้สึกอึ้งไปครู่หนึ่ง “ท่านไม่ต้องเสี่ยงชีวิตเพื่อซื้อของพวกนี้ก็ได้”

“ขนมนี้มีค่าอะไรกัน เมื่อเทียบกับรอยยิ้มของลูกเมียของข้า” เฉินเทียนเหลียงยิ้ม และหันหน้าไปมองเฉินจือสิงที่กำลังเดินตามอยู่ข้างหลัง “ลูกรัก วันนี้เจ้าจะเรียกพ่อได้แล้วใช่ไหม”

เฉินจือสิงส่ายหัว

“นี่” เฉินเทียนเหลียงรู้สึกผิดหวังเล็กน้อย

หญิงสาวชุดม่วงที่มองเห็นทุกอย่างก็ยิ้มออกมาอย่างกะทันหัน

“องค์หญิงทำไมท่านถึงได้ยิ้มออกมาขอรับ?” ชายชราชุดเทาถามด้วยความสงสัย

หญิงสาวชุดม่วงส่ายหัว “ไม่มีอะไร”

“ว่าแต่ว่า พ่อลูกคู่นี้ท่าทางไม่ค่อยจะดีนัก” ชายชราชุดเทามองเฉินเทียนเหลียงและเฉินจือสิง “เด็กคนนั้นเป็นลูกชายของเฉินเทียนเหลียงใช่ไหมขอรับ ดูเหมือนว่าเขาจะมีพรสวรรค์ที่ดีไม่แพ้เฉินเจาเซิ่งเลย”

“แต่ข้าขออภัยที่ต้องพูดตามตรงนะขอรับ ว่าเฉินเทียนเหลียงผู้นี้ในสมัยก่อนเขาก็เป็นแค่ตัวตลกที่มีความสามารถในการบ่มเพาะพลังต่ำ และเป็นที่รู้จักว่าไม่มีอนาคตแล้ว หลังจากนั้นเขาก็หายไป และทุกคนก็ไม่คิดว่าเขาจะกลับมาได้ถึงระดับมหาเทวะได้”

“แต่นิสัยของเขาเป็นคนชอบพูดจาหยาบคาย ไร้ยางอายและเห็นแก่ตัว และชอบหาเรื่องผู้อื่นไปทั่ว”

“ถึงแม้เด็กคนนั้นจะมีพรสวรรค์ที่น่าทึ่ง แต่ก็คงไม่มีประโยชน์อะไรหากมีพ่อแบบนี้”

“คนอย่างเขาไม่คู่ควรที่จะเลี้ยงดูลูกที่มีพรสวรรค์เช่นนี้”

คำพูดของชายชราชุดเทานั้นรุนแรงมาก ซึ่งในสายตาของเขา คนที่มีความสามารถที่น่าทึ่งจะคู่ควรกับผู้ที่มีคุณธรรมสูงส่งเท่านั้น

แต่หญิงสาวชุดม่วงกลับส่ายหัวเล็กน้อย และพูดว่า “ไม่ ท่านคิดผิดแล้ว”

“เพราะข้าไม่คิดว่าท่านจะดีพอสำหรับลูกชายของเขา”

“หือ?” ชายชราชุดเทารู้สึกงุนงง

“เด็กคนนั้นไม่ได้ไร้ยางอายหรือเห็นแก่ตัว” หญิงสาวชุดม่วงพูดต่อ “เมื่อเทียบกับเฉินเจาเซิ่งที่ดูสงบและเคร่งขรึมแล้ว เด็กคนนั้นดูซื่อสัตย์และตรงไปตรงมามากกว่า”

“แม้ว่าเขาจะอยู่ในระดับมหาเทวะ แต่เขาก็ยังคงฝึกฝนต่อไปเพื่อลูกและภรรยา”

“สิ่งที่ท่านเห็นอาจจะเป็นแค่ภายนอก แต่สิ่งที่ข้าเห็นคือความจริงใจ”

หญิงสาวชุดม่วงหันไปมองเฉินเจาเซิ่งที่กำลังเดินอยู่บนถนน และพูดกับตัวเองว่า “ถ้าข้าเป็นคนบ่มเพาะพลังที่สามารถเปลี่ยนแปลงชะตาได้ และต้องเลือกระหว่างคนสองคนนี้ ข้าจะเลือกเฉินเทียนเหลียงและลูกชายของเขา”

“เพราะเขาคือคนดี”

จากนั้นหญิงสาวชุดม่วงก็หันไปทางตำหนักสวรรค์ศักดิ์สิทธิ์ที่อยู่บนยอดเขา และพูดว่า “ไปเถอะ เรากลับกัน”

ชายชราชุดเทารู้สึกงุนงง “องค์หญิง เราจะไม่ไปพบเฉินเจาเซิ่งแล้วเหรอขอรับ”

“ไปพบแล้วจะทำไม” หญิงสาวชุดม่วงพูด “เขามีพรสวรรค์ที่น่าทึ่งก็จริง แต่เขาก็ไม่สามารถก้าวข้ามขีดจำกัดของตัวเองได้ และถ้าหากเป็นอย่างนั้น เขาก็จะไม่สามารถพัฒนาต่อไปได้”

จากนั้นหญิงสาวชุดม่วงก็พึมพำกับตัวเอง “ข้าหวังว่าการมาที่ตระกูลเฉินในครั้งนี้จะทำให้ข้าได้เรียนรู้บางอย่าง”

“ดูเหมือนว่าการมาที่ตระกูลเฉินในครั้งนี้จะไม่ได้สูญเปล่า”

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 11 - ท่านไม่ดีพอสำหรับบุตรชายของข้า

คัดลอกลิงก์แล้ว