เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 36 ผู้ฝึกหัดส่วนตัว

บทที่ 36 ผู้ฝึกหัดส่วนตัว

บทที่ 36 ผู้ฝึกหัดส่วนตัว


บทที่ 36 ผู้ฝึกหัดส่วนตัว

[ท่านยืนมองเหล่าหนุ่มสาวมากความสามารถต่อสู้กันบนเวที]

[อดไม่ได้ที่จะถอนหายใจ โลกนี้ไม่เคยขาดแคลนอัจฉริยะเลยจริงๆ]

[คนที่มั่นใจพอจะขึ้นเวทีประลองได้ และอายุยังไม่ถึง 20 ล้วนบรรลุถึงขอบเขตรวบรวมพลังปราณทั้งสิ้น]

[ส่วนคนที่อายุเกิน 20 ไปแล้ว ก็มีขอบเขตกลั่นวิญญาณหรือกระทั่ง กายทองคำ!]

[กายทองคำ นี่มันระดับไหนกัน]

[จากความทรงจำในชาติที่สองของท่าน ท่านรู้ว่าขอบเขตกายทองคำนี่ ในกองทัพก็สามารถเป็นถึงผู้บังคับกองพันได้แล้ว]

[ถ้ามีผลงานในสนามรบ อาจถึงขั้นได้รับการแต่งตั้งเป็นแม่ทัพเลยด้วยซ้ำ!]

[แต่ท่านก็รู้ดี นี่คือเวทีประลองของเหล่าอัจฉริยะ วันนี้พวกเขามารวมตัวกันหมด มันเลยทำให้รู้สึกว่าอัจฉริยะดูเหมือนจะไม่ค่อยมีค่า ราวกับมีอยู่ดาษดื่น]

[ปกติแล้ว พวกเขาแต่ละคนล้วนเป็นที่รักใคร่ของอาจารย์และสำนัก]

[ในที่สุด ก็ถึงตาที่ท่านต้องขึ้นเวทีแล้ว]

["โจวเฉา อายุ 18 ปี ไม่มีอาจารย์ ขอบเขตรวบรวมพลังปราณห้าส่วน! พบกับ! หม่าเฟิง อายุ 19 ปี สำนักกระบี่สวรรค์ ขอบเขตรวบรวมพลังปราณเจ็ดส่วน!"]

[คู่ต่อสู้เป็นคนคุ้นเคย เป็นศิษย์สำนักกระบี่สวรรค์ที่ท่านเคยมีเรื่องบาดหมางด้วยตอนที่เพิ่งมาถึงเมืองไร้สังกัด]

[หม่าเฟิงตะโกนเสียงดัง "ไอ้หนู เจ้านี่เอง ดีเลย วันนี้เรามาสะสางบัญชีกันให้จบสิ้น!"]

[ท่านผ่านชาติภพมาถึงสามชาติแล้ว จิตใจสงบนิ่งอย่างยิ่ง]

[ขณะที่อีกฝ่ายโวยวายไม่หยุด ท่านเพียงแค่หยิบหอกแดงพู่ไหมชุบไฟของตัวเองออกมาเงียบๆ]

[พื้นผิวของหอกยังคงถูกคลุมด้วยผ้าดำเพื่อบดบังแสงจากอาวุธปราณที่ได้รับการเปิดผนึก]

[ทั้งเพื่อซ่อนไพ่ใบสุดท้าย และเพื่อให้เกิดผลลัพธ์ที่คาดไม่ถึงในเวลาที่สำคัญ]

[หม่าเฟิงคำรามเสียงดังพร้อมพุ่งเข้าใส่]

[ท่านถือหอกด้วยมือเดียว อีกมือไพล่หลัง แสดงท่าทีของผู้เชี่ยวชาญ]

[ท่านกำลังแอ็กท่า]

[นี่เป็นสิ่งที่จำเป็น]

[เพราะท่านคงไม่ได้ขึ้นไปสู่อันดับสูงๆ แน่นอน ดังนั้นโอกาสที่จะได้ขึ้นเวทีจึงมีไม่มาก]

[ดังนั้นจึงต้องคว้าทุกโอกาส แสดงให้เหล่าผู้มีอำนาจในที่นั้นเห็น เพื่อให้พวกเขาหันมาสนใจท่านและยื่นข้อเสนอให้]

[ถึงแม้ว่าหม่าเฟิงจะมีขอบเขตรวบรวมพลังปราณสูงกว่าท่านถึงสองระดับ แต่นั่นก็เป็นเพียงแค่พลังปราณที่มากกว่าและแข็งแกร่งกว่าเท่านั้น]

[ท่านมีปราณแท้ที่ท่านสืบทอดมาจากการฝึกฝนบ่มเพาะในสองชาติก่อน ความแข็งแกร่งของปราณแท้ของหม่าเฟิงนั้นเทียบท่านไม่ได้]

[ระดับของปราณแท้ หมายถึงความแข็งแกร่งของร่างกาย]

[พละกำลัง ความเร็ว และการตอบสนองของท่าน ทุกด้านล้วนแข็งแกร่งกว่าหม่าเฟิง แสดงให้เห็นว่าความแข็งแกร่งของปราณแท้ของท่านอยู่เหนือเขา!]

[หม่าเฟิงถือดาบยักษ์ โจมตีอย่างดุดัน แต่ไม่สามารถกดดันหอกยาวในมือของท่านได้เลย]

[ในด้านวิทยายุทธหม่าเฟิงไม่ใช่คู่ต่อสู้ของท่านเลย การต่อสู้กับท่านทำให้เขารู้สึกเหมือนกำลังได้รับการฝึกสอนจากอาจารย์]

[หม่าเฟิงตัดสินใจใช้ทักษะปราณ]

[โชคดีที่คราวนี้ท่านก็ได้เรียนรู้ทักษะปราณมาแล้วอย่างเร่งด่วน]

[ดูเหมือนว่าท่านก็มีพรสวรรค์ในการเรียนรู้ทักษะปราณเช่นกัน จีชวนสอนท่านเพียงไม่กี่ครั้ง ท่านก็เรียนรู้ท่าไม้ตายของทักษะหอกท่องสมุทรบรรพตได้แล้ว]

[หม่าเฟิงโจมตี "เพลงดาบพิฆาตมาร!"]

[ท่านก็โจมตี "หอกวานรขาวแห่งถังถิง!"]

[พลังดาบของหม่าเฟิงถึงขั้นพัดเสื้อผ้าของผู้คนรอบข้างที่กำลังชมอยู่ ท่านเพียงแทงหอกออกไปหนึ่งครั้ง เรียบง่ายแต่ทรงพลัง พร้อมเสียงวานรร้องดังกึกก้อง]

[ทักษะปราณของท่านเหมือนเข็มเล่มหนึ่ง ทะลุผ่านพลังดาบ แทงเข้าใส่หม่าเฟิงอย่างแม่นยำ ส่งร่างของเขาพร้อมดาบกระเด็นออกไปหลายสิบจั้ง ไหล่ทะลุ เลือดกระอักไม่หยุด สลบไปในทันที]

[การโจมตีของหม่าเฟิงก็มาถึงตรงหน้าของท่านเช่นกัน แต่ท่านถอยกลับอย่างทันท่วงที หอกแดงในมือหมุนวนราวกับร่ม ป้องกันพลังดาบนั้นไว้ได้อย่างหวุดหวิด]

[อกผายใหล่ผึ่ง หน้านิ่งเชิ่ดคางเล็กน้อย บอกได้คำเดียว: โคตรเท่]

[ท่านชนะแล้ว]

[...แต่เรื่องก็เป็นไปอย่างที่ท่านคาดการณ์ไว้ ถึงแม้ท่านจะชนะไปบ้าง และต่อสู้ได้อย่างน่าตื่นตาตื่นใจ]

[แต่ท่านก็ยังคงถูกคัดออกในรอบคัดเลือก]

[อัจฉริยะมันเยอะเกินไป]

[ยิ่งไปกว่านั้น ต่อให้ไม่ใช่ อัจฉริยะ ตราบใดที่มีทรัพยากรสนับสนุนที่แข็งแกร่ง ก็ยังมีคนอีกมากมายที่สามารถเอาชนะนักสู้ระดับท่านได้ในช่วงอายุนี้]

[การแข่งขันครั้งสุดท้ายของท่านคือการเผชิญหน้ากับองค์หญิงจากราชวงศ์หนานเจ้า ชื่อว่าต้วนอวี้]

[พี่สาวคนนี้อายุ 23 ปีแล้ว และอยู่ในขอบเขตกายทองคำซึ่งสูงกว่าท่านถึงสองขอบเขตใหญ่]

[ท่านสู้ไม่ได้เลย]

[ท่านไม่อยากเจ็บตัว ก็เลยยอมแพ้แต่โดยดี]

[ทันทีที่ท่านลงจากเวที ท่านก็เห็นนักสู้หลายคนที่ขอบเขตลึกล้ำเดินเข้ามาหาท่านด้วยรอยยิ้ม]

[การแอ็กท่าของท่านดึงดูดความสนใจจากผู้มีอำนาจบางคนได้สำเร็จ]

[พวกเขายื่นข้อเสนอให้ท่าน]

[มีทั้งราชวงศ์จากหนานเจ้าและเป่ยฉี รวมถึงสำนักธรรมะแปดแห่งอย่างสำนักกระบี่สวรรค์ สำนักหมื่นธรรม ประตูวิญญาณ หุบเขาโอสถ]

[ในบรรดาคนที่มาจากหนานเจ้าเพื่อเชิญท่าน หนึ่งในนั้นก็คือองค์หญิงต้วนอวี้ที่เพิ่งต่อสู้กับท่านนั่นเอง]

[ต้วนอวี้สวยมาก]

[แต่ท่านยืนกรานที่จะให้หัวใหญ่ควบคุมหัวเล็ก ตัดสินใจเข้าร่วมสำนักกระบี่สวรรค์]

[ทำไมกันล่ะ]

[เพราะข้าจะกินของเจ้า ดื่มของเจ้า ใช้ของเจ้า แต่ข้าจะไม่ทำงานให้เจ้า!]

[ท่านกำลังไปขูดรีดทรัพยากรฟรีๆ แน่นอนว่าต้องเลือกสำนักที่ท่านไม่ชอบหน้าที่สุด]

[ทำลายสำนักร่วมสำราญของข้างั้นหรือ!]

[เจ้าไม่ให้ข้าขูดรีดสำนักร่วมสำราญ ข้าก็จะขูดรีดเจ้าแทน!]

[คนที่เชิญท่านมาคือ กัวเฟยกัง ผู้เฒ่าแห่งสำนักกระบี่สวรรค์]

[กัวเฟยกังกล่าวว่า ด้วยขอบเขตรวบรวมพลังปราณห้าส่วนของท่าน ในหมู่นักสู้ทั่วไปวัยเดียวกัน ถือว่าโดดเด่น แต่ในสำนักกระบี่สวรรค์ซึ่งเป็นสำนักชั้นนำของแผ่นดิน ท่านมีเพียงคุณสมบัติที่จะเข้าสำนักนอกเท่านั้น]

[แต่เขาก็ยังบอกอีกว่า การที่ท่านเป็นนักสู้ไร้สังกัด สามารถฝึกฝนจนถึงขอบเขตรวบรวมพลังปราณห้าส่วนได้ในวัยสิบแปดปี แสดงให้เห็นว่ากระดูกไม่เลว และในการต่อสู้จริงก็แสดงให้เห็นถึงความเชี่ยวชาญใน วิทยายุทธและศิลปะการต่อสู้อย่างลึกซึ้ง แสดงให้เห็นว่าท่านมีสติปัญญาที่ดี]

[การเข้าสู่สำนักในในอนาคตเป็นเพียงเรื่องของเวลา รออยู่ในสำนักนอกสักพักก๋ถือว่าเป็นการฝึกฝนไปก่อน]

[ท่านไม่มีความเห็นใดตอบกลับ]

[คอยดูนะ ชาติหน้าข้าจะเข้าไปขูดรีดในสำนักในของเจ้าแน่นอน!]

[ด้วยเหตุนี้ สถานะของท่านจากเตาหลอมของสำนักร่วมสำราญ ก็ก้าวกระโดดกลายเป็นศิษย์สำนักนอกของสำนักกระบี่สวรรค์]

[แต่อย่าว่าอย่างนั้นอย่างนี้เลย พอได้สวมชุดของสำนักกระบี่สวรรค์ สะพายดาบยักษ์ ความรู้สึกของท่านชายแห่งกระบี่สวรรค์ก็พลันบังเกิด]

[เดินอยู่บนถนน ถ้าไม่เดินด้วยท่าทางที่คนต้องหวั่นเกรงก็รู้สึกเหมือนไม่คู่ควรกับเสื้อผ้าชุดนี้]

[ทำไมน่ะเหรอ]

[เรื่องที่สำนักกระบี่สวรรค์ทำลายสำนักร่วมสำราญได้แพร่กระจายไปทั่วในแวดวงนักสู้แล้ว]

[ในฝ่ายมารไม่มีคำว่ายิ่งใหญ่ เพราะพวกเขาทำอะไรอย่างลับๆ คนนอกยากที่จะเห็นภาพรวมทั้งหมด ดังนั้นจึงมีสำนักมารมากน้อยแค่ไหน ขนาดเท่าไหร่ แม้แต่สำนักธรรมะทั้งแปดก็ยังไม่รู้ได้]

[ทำได้เพียงแค่พบเจอแล้วทำลาย]

[แต่ชื่อเสียงของสำนักร่วมสำราญนั้น ไม่ต้องคิดก็รู้ว่าต้องใหญ่มากแน่ๆ]

[การทำลายสำนักมารที่เป็นที่รู้จักกันดี และดูเหมือนจะอยู่ในระดับชั้นนำ]

[บารมีของสำนักกระบี่สวรรค์ก็ขึ้นสู่จุดสูงสุดของแผ่นดินได้ในชั่วพริบตา]

[นักสู้ที่ต้องการจะเข้าสำนักในแต่ละวันสามารถวนรอบดินแดนฟ่านกู่ได้หนึ่งรอบ]

[ดังนั้นเหล่าศิษย์สำนักกระบี่สวรรค์ถึงได้หยิ่งผยองขนาดนั้น ก็เพราะว่าพวกเขายิ่งใหญ่จริงๆ]

[สำนักกระบี่สวรรค์ของเราแข็งแกร่งเกินไปแล้ว]

[การแข่งขันคัดเลือกยอดคนอันดับหนึ่งแห่งเมืองไร้สังกัดยังคงดำเนินต่อไป]

[สำนักกระบี่สวรรค์ยังไม่ได้ออกเดินทางกลับ แน่นอนว่าท่านเองก็ยังอยู่ที่นี่]

[สำหรับการแข่งขันที่เหลือ ท่านก็สนใจแค่สถานการณ์ของจีชวนเท่านั้น]

[เขาก็ยังคงเป็นเหมือนเดิม ทุกครั้งที่ต่อสู้กับใคร ก็จะลองเชิงด้วยการออกกระบวนท่าสองสามท่า จากนั้นก็เริ่มเปิดพจนานุกรม ค้นหาท่าที่เหมาะสมที่สุดในการรับมือ]

[แล้วก็ใช้ท่าเดียวพิชิต จบการต่อสู้]

[จีชวนฝ่าฟันอุปสรรคไปตลอดทาง จากรอบคัดเลือกเข้าสู่ร้อยอันดับแรก จากร้อยอันดับแรกเข้าสู่สิบห้ายอดคน แปดวีรบุรุษ สี่ยอดฝีมือ และสองอัจฉริยะแห่งแผ่นดิน]

["เด็กคนนี้ดูเหมือนจะคว้าอันดับหนึ่งได้นะเนี่ย เหล่าสำนักและสี่ราชวงศ์ที่ทุ่มเทบ่มเพาะศิษย์มาอย่างดี แต่กลับสู้เด็กฝึกอิสระคนหนึ่งไม่ได้เลยงั้นหรือ.."]

จบบทที่ บทที่ 36 ผู้ฝึกหัดส่วนตัว

คัดลอกลิงก์แล้ว