- หน้าแรก
- โจวเฉาสองภพ : แค่ปลุกพลังยังไม่พอ ข้าขอเป็นจอมยุทธ์!
- บทที่ 33 เมืองภูเขา
บทที่ 33 เมืองภูเขา
บทที่ 33 เมืองภูเขา
บทที่ 33 เมืองภูเขา
[หัวหน้าโจรภูเขาถูกท่านจับตัวไว้]
["ทะทะทะท่านจอมยุทธ์ โปรดไว้ชีวิตข้าด้วย... น้องเล็กคนนี้ปกติปล้นแต่เงิน ไม่เคยฆ่าคน ข้าเป็นคนดีนะ..."]
["บอกมา แถวนี้มีเมืองที่ไหนบ้าง ชี้ทิศทางมา"]
["ทะ ทางนั้น..."]
[ท่านตรวจสอบทิศทางแล้วแทงทะลุอกของเขาด้วยทวนในคราวเดียว]
[จากนั้นท่านก็ค้นศพของพวกโจรภูเขา ขุดคุ้ยเงินออกมาได้สิบกว่าตำลึง]
[ในฐานะปรมาจารย์แห่งอาวุธหลายแขนง แต่บนตัวมีแค่ทวนแดง ท่านจึงไม่ค่อยชิน ดังนั้นท่านจึงแบกดาบ ค้อน ขวาน และอื่นๆ ที่พวกโจรภูเขาถืออยู่ขึ้นหลังไปด้วย]
[เดือนที่แปด]
[ท่านมั่นใจว่าตัวเองถูกพวกโจรภูเขาหลอกเข้าแล้ว]
[ท่านเดินตามทิศทางที่มันบอกมาเป็นเดือน มองไปรอบๆ ก็ยังคงเห็นแต่ภูเขา]
["สรุปว่าพาข้ามาที่ไหนกันเนี่ย นี่มันยังอยู่ในแผ่นดินฟ่านกู่รึเปล่า"]
[เดือนที่เก้า]
[ท่านเห็นภูเขาที่ "อ้วน" มากอยู่ข้างหน้าแต่ไกล]
[คำที่ใช้บรรยายภูเขาทั่วไปคือ สูง หรือ เตี้ย แล้วทำไมภูเขาลูกนี้ถึง "อ้วน" งั้นหรือ]
[เพราะมันไม่สูง แต่ทอดยาวมาก ยาวไปในทิศตะวันออกและตะวันตก ความลาดชันโดยรวมค่อนข้างน้อย เหมือนกำแพงสูง ขวางทางที่ท่านกำลังเดินอยู่]
[หลังจากเดินไปหลายวัน เมื่อเข้าไปใกล้ๆ ท่านก็พบว่า บนภูเขาอ้วนลูกนี้มีเมืองอยู่]
[เมืองบนภูเขาถูกสร้างล้อมรอบตัวภูเขา จากตีนเขาถึงยอดเขา เป็นระเบียบเรียบร้อย มองดูแล้วเหมือนเมืองทั้งเมืองเป็นสามมิติ มีหลายชั้น ถึงเวลากลางคืนก็สว่างไสวไปด้วยแสงไฟ ให้ความรู้สึกเหมือนโลกไซเบอร์ในยุคโบราณ]
["ในที่สุดก็ได้เห็นคนเป็นๆ แล้ว ให้ตายสิ ต้องไปกินให้อิ่มหนำสำราญ"]
[ท่านตั้งใจว่าจะเข้าไปในเมือง แล้วใช้เงินของพวกโจรภูเขาที่ปล้นมา ไปกินอาหารดีๆ ดื่มเครื่องดื่มอร่อยๆ แล้วไปนวดเท้าเสียหน่อย]
[เมื่อท่านดินเข้าไปใกล้เมืองขนาดใหญ่ยักษ์แห่งนี้มากขึ้นเรื่อยๆ ท่านก็ค่อยๆ เดินขึ้นไปบนถนนที่ได้รับการปรับปรุงอย่างดีเยี่ยม ผู้คนโดยรอบก็มากขึ้นเรื่อยๆ]
[ท่านพบว่าในหมู่คนเดินถนน มีนักสู้ผู้บ่มเพาะจำนวนไม่น้อย]
[พวกเขาส่วนใหญ่อยู่กันเป็นกลุ่ม สวมเสื้อผ้าเหมือนกัน ดูเหมือนจะเป็นคนของสำนักเดียวกัน]
[เมืองบนเขาแห่งนี้กำลังจะจัดงานชุมนุมจอมยุทธ์หรือไง]
[ทำไมนักสู้จากสำนักวิทยายุทธ์มากมายถึงได้มารวมตัวกันที่นี่]
[ตีนเขาเป็นทุ่งนาผืนใหญ่ คลื่นข้าวสาลีสีเขียวกว้างสุดลูกหูลูกตา ดูเหมือนว่าปีนี้ก็เป็นปีที่เก็บเกี่ยวได้ดีอีกปีหนึ่ง]
[ด้านหลังมีเสียงฝีเท้าม้าดังแว่วมา]
[เมื่อหันกลับไปมอง ท่านก็เห็นกลุ่มนักสู้ที่แบกกระบี่ขนาดใหญ่ไว้ข้างหลัง สวมเสื้อผ้าหรูหราเหมือนกันกำลังขี่ม้ามา]
[กีบม้าของพวกเขาเหยียบย่ำทุ่งนาตามอำเภอใจ ข้าวสาลีที่ใกล้จะสุกแล้วล้มระเนระนาด]
["โอ๊ย! ท่านนักรบทั้งหลาย อย่าเหยียบข้าวสาลีของข้าเลย! ครอบครัวของข้าตรากตรำมาเกือบครึ่งปี หวังพึ่งแต่การเก็บเกี่ยวนี้เท่านั้นเอง!"]
[ชายชราคนหนึ่งวิ่งออกมาจากทุ่งนา ขวางคนพวกนี้ไม่ให้เหยียบย่ำข้าวสาลีต่อไป]
[แต่นักสู้ที่ขี่ม้าพวกนี้ทำเหมือนมองไม่เห็นเขา ขี่ม้าชนเขาจนกระเด็น]
[ชายชราร่วงลงพื้นอย่างแรง ร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวดแสนสาหัส]
[นักสู้รังแกชาวบ้าน]
[นี่เป็นเรื่องปกติ]
[ท่านไม่ได้เข้าไปยุ่ง]
["ท่านพ่อ!"]
[เด็กหญิงคนหนึ่งที่สวมเสื้อผ้าหยาบๆ ก็ทำงานอยู่ในทุ่งนาเช่นกัน เมื่อเห็นพ่อของตนเองได้รับบาดเจ็บสาหัส นางก็หยิบจอบขึ้นมาด้วยความโกรธ แล้วพุ่งเข้าไป]
["ข้าจะสู้กับพวกเจ้าให้ถึงที่สุด!!"]
[ใจสู้ดี แต่ไม่เกี่ยวกับเรา ไม่ใช่ว่าข้าเย็นชา แต่ต้องใช้เหตุผลให้มาก]
["ฮ่าๆๆ! หาที่ตายเองนะ! กล้าขวางทางของสำนักกระบี่สวรรค์ของข้า พ่อเจ้าถูกชนตายก็สมควรแล้ว! เจ้าก็ไปอยู่เป็นเพื่อนพ่อเจ้าเถอะ!"]
[สำนักกระบี่สวรรค์งั้นรึ!!]
[ท่านตัดสินใจลงมือเหยียบย่ำคลื่นข้าวสาลีด้วยทักษะเคลื่อนที่ แล้วไปถึงอย่างทันท่วงที ทวนแดงชุบเพลิงที่ห่อด้วยผ้าดำ แทงเข้าไปที่ตาของม้าตัวหนึ่ง]
[ปลายทวนพ่นไฟออกมา ม้าตกใจ ยกเท้าหน้าขึ้น แล้วล้มลงไป]
[ศิษย์คนอื่นๆ ของสำนักกระบี่สวรรค์เห็นดังนั้นก็หยุดลง]
["ใคร! กล้าทำร้ายศิษย์สำนักกระบี่สวรรค์ของข้า! ไม่อยากมีชีวิตอยู่แล้วรึไง!"]
[เจ้าแค่นเสียงอย่างเย็นชา อุ้มเด็กหญิงขึ้นมา ถือทวนด้วยมือเดียว อาวุธมากมายที่อยู่ข้างหลังส่งเสียงดังกรุ๊งกริ๊ง]
["สำนักกระบี่สวรรค์ ข้าจะไม่ขออยู่ร่วมโลกกับพวกเจ้า!"]
[ท่าทีของท่านช่างโกรธเกรี้ยว ราวกับว่าสำนักกระบี่สวรรค์ได้ฆ่าล้างตระกูลของท่านมา]
[แน่นอนว่าท่านโกรธ]
[เพื่อสำนักร่วมสำราญของข้า!!]
[เหล่าศิษย์สำนักกระบี่สวรรค์ลงจากม้าทีละคน ถอดกระบี่ขนาดใหญ่ออกมา มองท่านด้วยสีหน้าที่ไม่เป็นมิตร]
["ไอ้หนู! สำนักไหน บอกชื่อมา!"]
[ท่านอยากจะตอบว่าสำนักร่วมสำราญ!]
[แต่สถานการณ์แบบนี้ท่านพูดออกไปเช่นนั้นไม่ได้จริงๆ]
["ข้าไม่มีสำนัก ไม่มีนิกาย เป็นคนเร่ร่อน!"]
[ท่านรู้สึกว่าตัวเองเท่มาก]
[ชาวนาที่ทำงานอยู่โดยรอบ และศิษย์จากสำนักต่างๆ ที่เดินผ่านไปมา มีผู้คนมากมายหยุดดูเหตุการณ์]
[เมื่อเห็นว่าท่านไม่มีเบื้องหลัง ศิษย์สำนักกระบี่สวรรค์พวกนี้ก็ยิ่งโอหังมากขึ้น]
["ทำให้ม้าข้าตกใจ ทำให้ข้าล้มหัวคะมำ เรื่องนี้จบลงง่ายๆ ไม่ได้หรอก!"]
["น่าขำ ท่านชนพ่อคนอื่น แล้วทำไมไม่พูดว่า 'จบลงง่ายๆ ไม่ได้หรอก' ได้อีกล่ะ"]
["นั่นมันเพราะเขาขวางม้าข้า ข้าไม่ได้อยากชนเขา! เขาสมควรแล้ว!"]
["นี่หรือคือสำนักที่มีชื่อเสียง ทำตัวยิ่งใหญ่จริงๆ!"]
[ศิษย์คนนี้พูดจาได้ไม่สู้ท่าน ท่านเลยลงมือปะทะฝีปากโดยตรง]
[ท่านอุ้มเด็กด้วยมือข้างหนึ่ง ถือทวนด้วยมืออีกข้างหนึ่ง]
[วิทยายุทธ์ทวนระดับแทรกซึม ทำให้คู่ต่อสู้ของท่านเริ่มเหงื่อตก]
[กระบี่ขนาดใหญ่ของเขามีพลังมหาศาล แต่ทวนแดงของท่านก็สามารถใช้สี่ตำลึงปาดพันชั่งได้เสมอ(แม้จะดูด้อยกว่าแต่ก็สามารถแสดงผลที่เหนือกว่าได้) ไม่เพียงแต่เขาจะไม่สามารถโจมตีท่านได้แม้แต่น้อย หลังจากผ่านไปสามกระบวนท่า เขาก็ถูกท่านตีไปแปดครั้ง]
[ท่านหมุนเวียนเคล็ดใจมังกรหยางระดับสุดยอด ทำให้ปราณแท้ไหลเชี่ยว กักเก็บไว้ในวิทยายุทธ์]
[เคล็ดใจปราณแท้ที่อีกฝ่ายฝึกฝนน่าจะมีคุณภาพไม่ดีเท่าท่าน เพราะความเข้มข้นของปราณแท้ของเขาเทียบไม่ได้กับท่าน ผลลัพธ์ที่ได้จากการใช้วิทยายุทธ์ปะทะกับท่านคือถูกท่านกดดันอยู่ฝ่ายเดียว]
[เมื่อเขาจนปัญญา เขาจึงดึงตัวออกห่าง ยกกระบี่ขนาดใหญ่ขึ้นเหนือศีรษะ เริ่มเตรียมใช้ทักษะปราณ]
[ปราณกระบี่สีขาวสว่างกว้างขวางกวาดมา บริเวณที่มันพัดผ่าน พื้นดินถูกไถจนเป็นร่อง]
[ทักษะปราณงั้นหรอ]
[น่าเสียดาย ตอนอยู่ที่สำนักร่วมสำราญท่านไม่มีเวลาเรียน ตอนนั้นท่านมัวแต่คิดถึงการออกจากเล้าให้เร็วที่สุด]
[แต่ท่านไม่ได้ตื่นตระหนก อาวุธปราณในมือของท่านเป็นอาวุธปราณระดับเบิกเนตร คุณภาพเหนือกว่ากระบี่ขนาดใหญ่ที่ผลิตเป็นจำนวนมากในมือของคู่ต่อสู้ของท่านมาก]
[ท่านเตรียมรับมือด้วยอานุภาพของอาวุธปราณ]
["ท่านจอมยุทธ์ พวกเรากำลังจะตายแล้วเหรอคะ"]
[เด็กหญิงในอ้อมแขนถามท่าน]
[นางมีรูปร่างหน้าตาคล้ายกับลู่ชิงในวัยเด็ก]
[นี่อาจเป็นหนึ่งในเหตุผลที่ท่านเต็มใจยื่นมือเข้าช่วย..]
["ไม่ต้องกลัว"]
[ท่านปลอบโยน แต่ในใจก็ไม่ได้มั่นใจอะไรมากนัก]
[ในสถานการณ์คับขัน ร่างหนึ่งก็พุ่งออกมาจากฝูงชน]
[เขาใช้เท้ากวาดขวาง เตะปราณอันทรงพลังรูปจันทร์เสี้ยวออกมา สลายทักษะปราณที่ศิษย์สำนักกระบี่สวรรค์ใช้ออกมา]
[เมื่อมองดูดีๆ เขามีอายุพอๆ กับท่าน ความหล่อเหลาก็ด้อยกว่าท่านแค่นิดหน่อย บุคลิกโดยรวมเต็มไปด้วยความมีชีวิตชีวา การแต่งกายก็ค่อนข้างสบายๆ ไม่เหมือนบัณฑิต แล้วไม่เหมือนนักดาบ ให้ความรู้สึกแปลกประหลาดพอสมควร]
["พี่ชาย ท่านไม่เป็นไรนะขอรับ"]
[ท่านวางเด็กหญิงลง จากนั้นก็ประสานมือแล้วพูดว่า "ขอบคุณท่านที่เข้ามาช่วยเหลือ"]
["ฮ่าๆๆ ไม่ต้องเกรงใจ ไม่ต้องเกรงใจ ท่านไม่ได้อ่อนแอกว่าเขา เพียงแต่ท่านมีเด็กหญิงคนนี้อยู่บนตัว ข้าจึงกลัวว่าท่านจะตอบโต้ได้ไม่เต็มที่น่ะขอรับ"]