เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 29 เริ่มจากระดับล่างสุด

บทที่ 29 เริ่มจากระดับล่างสุด

บทที่ 29 เริ่มจากระดับล่างสุด


บทที่ 29 เริ่มจากระดับล่างสุด

การที่สำนักร่วมสำราญปล่อยเตาหลอมเหล่านี้กลับมาอย่างมั่นใจเช่นนี้คงมีเหตุผลเดียว

มีความสุขเกินไป!

เตาหลอมเหล่านี้ตอนแรกอาจจะถูกบังคับให้เข้าไปในสำนักร่วมสำราญ

แต่หลังจากนั้น……

คาดว่าพวกเขาคงมีความสุขจนลืมบ้านเกิดไปแล้ว

ลองคิดดูสิ

ไม่ต้องเสียเงิน สนุกสนานทุกค่ำคืน มีลูกเล่นมากมาย แถมยังได้รับการสนับสนุนจากเคล็ดลับการบำเพ็ญคู่ สามารถสร้างความสุขที่คนทั่วไปให้ไม่ได้

แต่สำนักร่วมสำราญไม่ใช่ซ่อง เมื่อเตาหลอมหมดประโยชน์แล้ว แน่นอนว่าจะต้องถูกทอดทิ้ง

สิ่งที่โจวเฉาประหลาดใจคือพวกเขากลับไม่ฆ่าเตาหลอมพวกนี้ แต่กลับปล่อยกลับมา

หรือว่าหวังให้คนเหล่านี้กลับมาแล้วเล่าต่อกันปากต่อปากถึงความดีของสำนักร่วมสำราญ ทำการโฆษณาแบบปากต่อปากงั้นหรอ

พลิกโฉมภาพลักษณ์เดิมๆ ที่คนมองสำนักร่วมสำราญว่าเป็นสำนักมาร ทำให้ทุกคนปรารถนาเข้าร่วมสำนักร่วมสำราญ แล้วค่อยทำการคัดเลือกเตาหลอม..

เยี่ยม สำนักร่วมสำราญเก่งจริงๆ!

หลิวหยงพูดถึงสิ่งที่เขาอยากจะพูดต่อ

"เชื่อฟังอยู่ที่นี่ดีๆ เถอะ โดยทั่วไปคนไปเป็นเตาหลอม ไม่นานก็จะเสียพลังีวิตไปจนเกือบหมด แต่เจ้ามีร่างนิรันด์ เจ้าจะไม่เป็นอะไร ถ้าพูดให้ชัดๆ นี่ก็เป็นโอกาสของเจ้าแล้ว วันหน้าพวกเราอาจจะเป็นศิษย์สำนักเดียวกันก็เป็นได้นะ"

โจวเฉาหัวเราะในลำคอ

"อะไรนะ แล้วข้าต้องพูดขอบคุณพวกแกพวกโจรสำนักมารด้วยเลยมั้ย"

หลิวหยงทำสีหน้า "หึ ข้าเจอคนแบบเจ้ามาเยอะแล้ว"

เขาไม่พูดอะไรอีก จากนั้นก็หันหลังจากไปและล็อคประตูห้องเก็บของ

พอหลิวหยงจากไป สีหน้าที่เคร่งขรึมของโจวเฉาก็เปลี่ยนเป็นยิ้มแย้มทันที

"สำนักร่วมสำราญจ๋า พี่มาแล้ว! เริ่มจำลองได้!"

ในความเป็นจริงเขาไม่ได้ตั้งใจจะไปที่นั่น

แต่ในสถานการณ์จำลอง เขาจะต้องไปให้สุดทาง!

[ชาติที่สาม]

[วันแรก ท่านกลับมาที่แผ่นดินฟ่านกู่ พบว่าตัวเองโชคร้าย ถูกลักพาตัวอีกแล้ว]

[ครั้งนี้ไม่ได้ถูกขายให้กับโจรภูเขาให้ไปเป็นเมียหลวง แต่จะถูกส่งไปยังสำนักร่วมสำราญให้เป็นเตาหลอม]

[ท่านรู้สึกตื่นเต้นเป็นอย่างมาก]

[มีเรื่องดีๆ แบบนี้ด้วยหรอ]

[ในความเป็นจริง ท่านไม่อยากเอาตัวเองเข้าไปเสี่ยง]

[ในสถานการณ์จำลอง ท่านจะต้องสำรวจให้ลึกซึ้งที่สุด!]

[ท่านได้รู้แล้วว่าตัวเองมีร่างกายนิรันด์ เป็นเตาหลอมแต่กำเนิด เป็นร่างกายที่สำนักร่วมสำราญโปรดปราณมากที่สุด]

[ท่านจะต้องได้รับการบ่มเพาะอย่างเข้มข้น ทำให้ระดับพลังของตัวเองสูงขึ้น เช่นนี้ก็จะเป็นประโยชน์ต่อการบำเพ็ญคู่ของพวกนางด้วย]

[กล่าวได้ว่า การไปสำนักร่วมสำราญ นอกจากจะได้ทรัพยากรทางวิทยายุทธ์ของสำนักร่วมสำราญแล้ว ท่านก็ยังจะได้.. ฟรีอีกด้วย]

[ในความกระวนกระวายใจ ท่านก็รอจนกระทั่งฟ้าสางในที่สุด]

[คนของสำนักพวกเรามาแล้วในที่สุด]

[ผู้หญิงสองคน รูปร่างหน้าตาใช้ได้ สวมชุดขาสั้นที่เคลื่อนไหวสะดวก สะพายดาบยาว]

[พวกนางคลำไปทั่วตัวท่าน ทำให้ท่านคันคะเยอแทบจะทนไม่ไหว]

["พี่สาวทั้งสอง พวกท่านมาจัดการเรื่องสำคัญกันก่อนก็ยังไม่สายนะ"]

[พวกนางไม่ได้สนใจท่านแต่กลับมองหน้ากัน]

["เป็นร่างนิรันด์จริงๆ"]

[หลิวหยงยืนอยู่ข้างๆ โค้งเอว ทำท่าทางเคารพอย่างมาก]

["ผู้พิทักษ์ทั้งสอง ไม่ผิดพลาดแน่นอน ข้ายืนยันซ้ำแล้วซ้ำอีกว่านี่เป็นร่างนิรันด์"]

["หลิวหยง เจ้าทำได้ดี กลับไปแล้วข้าจะกล่าวชมเจ้าต่อหน้าเจ้าสำนักของข้า หวังว่าอีกหน่อยเจ้าจะสามารถเข้าร่วมสำนักชั้นในได้"]

["ขอบคุณผู้พิทักษ์! ขอบคุณผู้พิทักษ์!"]

["แต่ตอนที่เข้ามา ข้าเห็นในห้องลับของเจ้า เหมือนจะมีอาวุธปราณเบิกเนตรชิ้นหนึ่ง……"]

[ถึงแม้จะเจ็บปวด แต่เพื่ออนาคตของตัวเอง หลิวหยงก็มอบทวนแดงชุบเพลิงที่ได้จากท่านให้กับผู้พิทักษ์ทั้งสองของสำนักร่วมสำราญทันที]

[แม้แต่ผู้พิทักษ์ของสำนักก็ยังปรารถนาที่จะได้อาวุธปราณเบิกเนตร แม้ว่าจะต้องหน้าด้านไปเอามาจากคนข้างล่างก็ตาม]

[ท่านมีความเข้าใจในความแข็งแกร่งของอาวุธปราณเบิกเนตรใหม่แล้ว]

[ผู้พิทักษ์ทั้งสองกำลังหารือกันว่าจะนำท่านออกจากเมืองอย่างไร]

[ท่านลุกขึ้นนั่งโดยตรง กล่าวอย่างจริงใจว่า "ไม่ต้องลำบากขนาดนั้น ข้าปลอมตัวเป็นพ่อค้ากับพวกท่าน เดินออกจากเมืองตามปกติก็ได้แล้ว"]

[เห็นได้ชัดว่าพวกนางไม่เชื่อท่าน]

[อย่าดูถูกเตาหลอมที่ตอนออกจากสำนักร่วมสำราญ ร้องห่มร้องไห้ไม่อยากจากไป แต่ตอนที่ถูกจับเข้าไป แต่ละคนก็ล้วนแต่ต่อต้าน]

[ท่านจึงทำได้เพียงสาบานต่อสวรรค์]

["พี่สาวทั้งสอง ข้าปรารถนาร่วมสำนักของพวกท่านมานานแล้ว ข้าคิดถึงในตอนกลางวัน ร้องไห้ในตอนกลางคืน อยากเข้าร่วมกับพวกท่านจนแทบขาดใจแล้ว!"]

[ท่านจริงใจเกินไป]

[พวกนางไม่เคยเห็นคนใคร่แบบท่านมาก่อน]

[ท่านใคร่จนพวกนางสงสัย แต่สุดท้ายก็เชื่อท่านจากใจจริง]

[วันรุ่งขึ้น ท่านและผู้พิทักษ์ทั้งสองจึงแต่งกายปลอมตัว พวกนางสวมชุดผู้หญิงปลอมตัวเป็นสาวใช้ ท่านสวมเสื้อผ้าหรูหราปลอมตัวเป็นพ่อค้า ก็ออกจากเมืองมาอย่างง่ายดาย]

[ผู้พิทักษ์คนหนึ่งนำทวนแดงชุบเพลิงของท่านไปด้วย]

[เพราะพื้นผิวของอาวุธปราณเบิกเนตรจะเปล่งประกายพลังปราณออกมาจางๆ เสมอ นางจึงใช้ผ้าสีดำชั้นหนึ่งห่อมันไว้เพื่อปิดบังแสงนี้]

[ถึงแม้ว่าในตอนกลางคืน มันจะยังคงส่องแสงออกมาเล็กน้อย แต่ในตอนกลางวันมันก็ช่วยให้มองไม่ออกได้พอสมควร]

[หลังจากออกจากเมืองห่างไกลจากฝูงชนแล้ว ผู้พิทักษ์ทั้งสองก็นำหน้ากากสีดำออกมาให้ท่านสวม]

[ท่านยิ้มออกมา]

["พี่สาวทั้งสอง นี่เราจะเล่นอะไรกันหรอ"]

["เล่นบ้าบออะไร สวมสิ่งนี้ซะ มันจะปิดบังการมองเห็นและการได้ยินของเจ้า เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้เจ้ารู้ว่าสำนักของข้าอยู่ที่ไหนจากสิ่งต่างๆ ตลอดทาง!"]

["ไม่จำเป็นต้องทำขนาดนั้น ข้าจงรักภักดีต่อสำนักร่วมสำราญ!"]

[พวกนางไม่ได้พูดไร้สาระกับท่านต่อและสวมให้ท่านโดยตรง แล้วยัดท่านเข้าไปในกระสอบป่าน โยนไว้บนหลังม้า จากนั้นก็ขี่ม้าจากไป]

[วันที่สิบ พวกท่านยังคงเดินทางอยู่]

[ในทุกวัน นอกจากจะป้อนอาหารและน้ำให้ท่าน ปล่อยท่านออกมาขับถ่าย ท่านก็ถูกใส่ไว้ในกระสอบป่านตลอดเวลา]

["พี่สาวทั้งหลาย! ข้าบอกแล้วว่าข้าจงรักภักดีต่อสำนักร่วมสำราญอย่างแน่นอน ไม่จำเป็นต้องใส่ข้าไว้ในกระสอบป่านนี้แล้ว ในนี้มันน่าเบื่อเกินไป"]

[วันที่สิบเอ็ด]

["พี่สาวทั้งหลาย พวกท่านขี่ม้าเก่งจัง ข้าไม่รู้สึกถึงความสั่นสะเทือนเลย แสดงว่านี่ก็เป็นเคล็ดลับของสำนักร่วมสำราญด้วยหรือ สอนข้าได้หรือไม่"]

[วันที่สิบสอง]

["พี่สาวทั้งหลาย ยังไงซะข้าก็มีร่างนิรันด์ ระดับพลังยังไงก็ไม่ตก ทำไมพวกท่านไม่ลองตรวจสินค้าแทนเจ้าสำนักของพวกท่านดูก่อนล่ะ บนหลังม้าก็ทำได้นะ……"]

[วันที่สิบสาม]

["พี่สาวทั้งหลาย……"]

["หุบปากไปเลย!"]

[วันที่สิบสี่]

[ท่านรู้สึกว่าตัวเองถูกแบกขึ้นมา ไม่เหมือนกับเมื่อก่อนที่อยู่บนหลังม้า]

[วันที่สิบเจ็ด]

[เดินทางมาสามวันสามคืน ในที่สุดก็ถึงจุดหมาย หน้ากากโลหะที่ปิดบังการมองเห็นและการได้ยินของท่านก็ถูกถอดออกในที่สุด]

[ท่านพบว่าตัวเองอยู่ในศาลาหินขนาดใหญ่]

[ด้านข้างศาลา และบนที่นั่งสูงด้านบน สีขาวโพลนเต็มไปหมด เต็มไปด้วยเรียวขา!]

[พวกนางคือเจ้าสำนักและผู้อาวุโสของสำนักร่วมสำราญ ทุกคนมองท่านด้วยรอยยิ้ม]

[สวยขนาดนี้ เหมือนนางฟ้าเพียงนี้ ใครบอกว่าพวกนางเป็นพวกโจรสำนักมาร]

[พวกนางคือสวรรค์ที่แท้จริงต่างหาก!]

[แน่นอนว่าในสถานที่นี้ก็มีผู้ชายเช่นกัน เพียงแต่มีจำนวนน้อย]

["โห……ข้าต้องเริ่มจากคนไหนก่อนดี"]

[เจ้าสำนักร่วมสำราญยิ้มอย่างอ่อนโยน นางมีรูปร่างสูงโปร่ง หน้าอกอึ๋มบั้นท้ายผาย มีใบหน้าที่สวยงาม เมื่อยิ้มก็มีเสน่ห์ดึงดูดใจที่ทำให้หลงลืมจนฤดูกาลผันแปร]

["พ่อหนุ่ม อย่าเพิ่งรีบร้อน ระดับพลังของเจ้าต่ำเกินไป พวกข้าไม่ว่าใครบำเพ็ญคู่กับเจ้า ผลประโยชน์ก็จะต่ำเกินไป จะมีแต่ทำให้เจ้าได้เปรียบเปล่าๆ~"]

["ถ้าอย่างนั้น……ในสำนักของท่าน มีศิษย์ที่มีระดับพลังต่ำหรือไม่ ข้าสามารถเริ่มจากระดับล่างก่อนได้นะขอรับ!"]

จบบทที่ บทที่ 29 เริ่มจากระดับล่างสุด

คัดลอกลิงก์แล้ว