- หน้าแรก
- ใครสอนให้เจ้าบำเพ็ญเซียนแบบนี้!
- บทที่ 34 แผนซ้อนแผน ซ้อนแผน
บทที่ 34 แผนซ้อนแผน ซ้อนแผน
บทที่ 34 แผนซ้อนแผน ซ้อนแผน
บทที่ 34 แผนซ้อนแผน ซ้อนแผน
คืนต่อมา ซูโหย่ว ยังคงนั่งสมาธิอย่างอดทนอยู่ในห้อง แต่ ไป่เกินซั่ว กลับอยู่ไม่สุขแล้ว เมื่อคืนไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลย ทำให้เขาเริ่มสงสัย
ลั่วเฉียวเฉียว ก็มาหาพวกเขาในนามของการดื่มด้วยเช่นกัน นางเฝ้าระวังมาทั้งคืนแต่ยังไม่มีความเคลื่อนไหวใดๆ
เมื่อคิดถึงซูโหย่วผู้ฉลาดและจมูกของไป่เกินซั่วที่ไว นางจึงมาหาเพื่อดูว่าเกิดอะไรขึ้น
ตอนนี้นางกำลังใช้มือซ้ายเท้าคาง มือขวาหมุนแก้วเหล้าที่ว่างเปล่าไปมา นั่งไขว่ห้าง แกว่งขาไปมาอย่างเชื่องช้า
"เราถูกอีกฝ่ายจับได้หรือเปล่า?" ไป่เกินซั่วถามด้วยความอดทนไม่ไหว "ศัตรูอยู่ในที่ลับ เราจะมานั่งรอแบบโง่ๆ ได้อย่างไร? มีวิธีอื่นไหม?"
"ศิษย์พี่หญิงมีวิธีที่ดีกว่าหรือเปล่า?" ซูโหย่วถามลั่วเฉียวเฉียว
ลั่วเฉียวเฉียวส่ายหัว "ไม่มี"
ซูโหย่วนวดขมับ หลังจากติดต่อกันหลายครั้ง เขาพอจะเข้าใจลั่วเฉียวเฉียวแล้ว นางน่าจะไม่ใช่คนที่ใช้สมองคิดอะไรนัก
ไม่รู้ว่าทำไมสำนักเหอฮวนถึงส่งนางมาคนเดียว ถ้าเซวี่ยเป่ยซ่างไม่ปรากฏตัว นางคงต้องรออยู่ที่นี่ตลอดไปหรือไง?
ในขณะซูโหย่วกำลังจะพูดต่อ ไป่เกินซั่วก็สูดจมูกฟุดฟิดแล้วกล่าวว่า "เงียบ! มีคนมาแล้ว!"
"กี่คน?" ซูโหย่วมีท่าทีตั้งใจ
"หนึ่งคน เป็นผู้ฝึกมารจากหุบเขาไร้วิญญาณที่ก่อคดีเมื่อวันก่อน" ไป่เกินซั่วตอบ
"รีบปกปิดพลัง" ซูโหย่วซ่อนพลังของเขาทันที พร้อมกับบอกไป่เกินซั่วว่า "ท่านกลับไปที่ห้องซะ มีโอกาสสูงที่มันอาจมาหาท่าน ข้าเชื่อว่า 'ชื่อเสียง' ที่ท่านสร้างมาสองวันนี้ไม่ได้ไร้ประโยชน์"
"เข้าใจแล้ว!" ไป่เกินซั่วจากไปทันที แต่ก็ยังไม่มั่นใจจึงเสริมว่า "ถ้ามันมาหาข้าจริงๆ พวกเจ้าต้องรีบตามมานะ"
"วางใจเถอะ พวกเราเชื่อใจได้แน่นอน" ซูโหย่วตบไหล่อีกฝ่าย
ข้างล่าง โจวฉางคุน ถือพัดกำลังเดินอย่างสนุกสนานในสวนดอกไม้ เขาเป็นลูกค้าประจำของพริ้วหอม การมาที่นี่จึงไม่ใช่เรื่องแปลก
แผนการของพวกเขานั้นเรียบง่ายไม่ซับซ้อน วันนี้เขาจะมา 'จับคน' แล้วจงใจทิ้งจุดอ่อนบางอย่างไว้ เพื่อล่อให้ศิษย์สำนักเซียนเหล่านั้นไปนอกเมือง
เมื่อถึงตอนนั้น ฟางหยวน จะรออยู่ที่นั่น ทุกอย่างก็จะราบรื่น
ตอนนี้เขาอยู่ในที่ลับ ศิษย์สำนักเซียนเหล่านั้นไม่สามารถรับรู้ตัวตนของเขาได้ และไม่มีทางรู้ได้ว่าเรื่องเหล่านี้เป็นฝีมือของคนจากราชวงศ์ต้าโจว
ส่วนเป้าหมายที่เขาต้องการจับในคืนนี้ก็ชัดเจนแล้ว นั่นคือชายที่ชื่อ 'คุณชายไป่'
ในช่วงสองวันที่ผ่านมา สาวๆ ในพริ้วหอมพูดกันว่าคุณชายไป่นั้นแข็งแกร่งมาก การได้รับการยอมรับจากหญิงบริการแสดงให้เห็นว่าเขาแข็งแกร่งจริงๆ
เหยื่อโลหิตเช่นนี้เป็นเหยื่ออันยอดเยี่ยมที่สุดสำหรับโจวฉางคุน เขาวางแผนจับคุณชายไป่ไปพร้อมๆ กับการดำเนินการตามแผน ซึ่งเท่ากับได้ประโยชน์สองต่อ
ไม่นาน โจวฉางคุนก็หาห้องของ 'คุณชายไป่' แล้วจากไปอย่างเป็นธรรมชาติ จากนั้นจึงซ่อนตัวกลับเข้ามาอย่างเงียบๆ
เมื่อมาถึงหน้าประตูห้องของไป่เกินซั่ว เขาปล่อยยาสลบเข้าไปในห้อง จากนั้นก้าวเข้าไปอย่างเงียบๆ
เขาสามารถทำทุกอย่างได้อย่างราบรื่นและเชี่ยวชาญมาก
เมื่อเข้าไปในห้อง เขาเห็นไป่เกินซั่วกำลังนอนหลับอยู่บนเตียงกับหญิงสาวคนหนึ่ง เขาก้มลงไปมองดู
เมื่อเห็นหน้าตาของไป่เกินซั่ว เขาพึมพำเบาๆ โจวฉางคุนรู้สึกโล่งใจที่หน้าตาของไป่เกินซั่วไม่เหมือนกับของศิษย์สำนักเซียนคุนหลุนที่เขาเคยเจอมาก่อน
ดูเหมือนว่าคนนี้จะเป็นคนชื่อไป่เกินซั่วจริงๆ ศิษย์สำนักเซียนคงไม่เจ้าชู้ขนาดนี้ และไม่น่าจะมีรูปร่างหน้าตาแบบนี้
เขาไม่ได้คิดมาก อุ้มไป่เกินซั่วขึ้นมา กระโดดออกจากหน้าต่างแล้วหายไปในยามค่ำคืน
ไป่เกินซั่วรู้สึกปั่นป่วนอยู่ในใจ ใช่แล้ว ตอนนี้เขากำลังใช้ 'เคล็ดวิชาพักร่าง' เพื่อแกล้งสลบ โจวฉางคุนจึงไม่สามารถจับความผิดปกติได้
แต่เขารู้สึกขนลุกมาก เมื่อคิดว่าตัวเองถูกผู้ชายวิปริตแบบนี้อุ้มอยู่
เขาต้องฆ่าคนนี้ด้วยมือของตัวเองให้ได้!
ด้วยวิธีนี้ ทั้งสองคนต่างมีแผนการในใจของตัวเอง
โจวฉางคุนคิดว่าซูโหย่วกับคนอื่นๆ ไม่รู้เรื่องอะไร และต้องการใช้คุณชายไป่เป็นเหยื่อเพื่อล่อให้พวกเขาติดกับ
แต่ไป่เกินซั่วก็คิดว่าโจวฉางคุนไม่รู้เรื่องอะไร และต้องการใช้เขาเป็นเหยื่อเพื่อล่อให้เพื่อนของเขาออกมา
ที่พริ้วหอม ทันทีที่ไป่เกินซั่วถูกพาไป ซูโหย่วกับลั่วเฉียวเฉียวจึงรีบตามไปติดๆ พวกเขาได้ใข้วิชาติดตามไว้บนตัวไป่เกินซั่วแล้ว
ไม่นานหลังจากทั้งสองคนออกจากพริ้วหอม เซวี่ยเป่ยซ่าง ก็ออกมาจากเงามืดด้วยสีหน้าขมวดคิ้วเล็กน้อย
ตามแผนที่วางไว้ เขาจะเข้าไปหาลั่วเฉียวเฉียวหลังจากศิษย์สำนักเซียนจากไปแล้ว เพื่อสร้างความแปลกใจให้นาง
แต่เขาไม่คิดเลยว่าลั่วเฉียวเฉียวจะอยู่กับซูโหย่ว ยิ่งไม่คิดว่าโจวฉางคุนจะโง่ขนาดนั้น จนเอาศิษย์สำนักเซียนไปเป็นเหยื่อ
แม้ว่าแผนการจะถูกทำลายไปบ้าง แต่เขาไม่ได้ตั้งใจจะแจ้งให้ฟางหยวนรู้
หรือจะพูดว่าเขายิ่งอยากเป็นเหยี่ยวคอยจับจ้องอยู่ข้างหลังมากกว่า ไม่ว่าฟางหยวนกับซูโหย่วจะต่อสู้กันอย่างไร เขาแค่ต้องแน่ใจว่าสุดท้ายแล้วเขาจะสามารถจัดการกับลั่วเฉียวเฉียวได้
เขาไม่สนใจเอาฟางหยวนกับโจวฉางคุนไปเป็นหินรองเท้า ถึงพวกเขาจะตายไปก็ช่าง
เมื่อคิดดังนั้น เซวี่ยเป่ยซ่างหัวเราะอย่างเย็นชา
เขาติดตามซูโหย่วและลั่วเฉียวเฉียวไปอย่างลับๆ รอคอยโอกาสโจมตี
ถึงแม้ว่าตอนนี้เขาจะมีพลังที่สามารถมองข้ามซูโหย่วกับอีกสองคนได้ แต่การที่เขาทรยศสำนักเหอฮวนแล้วรอดมานานขนาดนี้ ก็เป็นเพราะคำว่า 'มั่นคง' และ 'อดทน'
เขาปฏิบัติอย่างเต็มที่กับคนธรรมดา แล้วนับประสาอะไรกับลั่วเฉียวเฉียว อัจฉริยะของสำนักเหอฮวน
ด้วยวิธีนี้ ทั้งสามฝ่ายต่างคนต่างติดตามกันไปโดยที่ไม่มีใครรู้ว่ามีอีกฝ่ายอยู่
"ศิษย์พี่ลั่ว ท่านไม่พบว่ามีอะไรผิดปกติเลยหรือ?" ระหว่างการเดินทาง ซูโหย่วครุ่นคิดแล้วกล่าวว่า "ผู้ฝึกมารคนนั้นปล่อยกลิ่นอายออกมาเล็กน้อย"
"ถึงแม้จะเบามาก แต่มันแตกต่างจากตอนที่เขาปกปิดกลิ่นอายของตัวเองอย่างสมบูรณ์"
"ใช่แล้ว" ลั่วเฉียวเฉียวพยักหน้าเล็กน้อย มองซูโหย่วด้วยสายตาสีอำพัน: "ถึงแม้บนตัวของไป่เกินซั่วจะไม่มีวิชิติดตาม แต่เรายังสามารถตามกลิ่นอายนี้ไปได้"
"ดูเหมือนว่าอีกฝ่ายตั้งใจทิ้งกลิ่นอายไว้หรือเปล่า?"
"มีความเป็นไปได้" ซูโหย่วพยักหน้า "ถ้าเป็นแบบนั้น ก็แสดงว่าอีกฝ่ายอาจวางแผนดักรอเราอยู่ แต่พวกมันจะรู้ได้อย่างไรว่าเรามาซ่อนตัวอยู่ในพริ้วหอม? ในช่วงสองวันนี้เราไม่ได้เปิดเผยอะไรเลย"
"ท่านถามข้า ข้าก็ไม่รู้เหมือนกัน" ลั่วเฉียวเฉียวหัวเราะเบาๆ "แต่ถึงแม้ว่าอีกฝ่ายจะวางแผนไว้ก็ไม่เป็นไร ผู้ที่อ่อนแอกว่าต่างหากถึงต้องวางแผน"
ซูโหย่วชะงักไปครู่หนึ่ง ไม่สามารถโต้แย้งคำพูดนี้ได้
ถึงตอนนี้เขาพบว่ามีบางอย่างผิดปกติ แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ เพราะไป่เกินซั่วตกอยู่ในมือของคนร้ายแล้ว
ไม่ว่าข้างหน้าจะมีแผนการอะไรอยู่ เขาก็ต้องไป
ไม่กี่นาทีต่อมา โจวฉางคุนผู้กำลังแบกไป่เกินซั่วอยู่ได้มาถึงจุดนัดพบนอกเมือง ฟางหยวนรอเขาอยู่ที่นั่นแล้ว
"ศิษย์พี่ฟาง ข้ามาแล้ว ข้าได้ทิ้งร่องรอยไว้ระหว่างทาง ตามแผนที่วางไว้ ศิษย์สำนักเซียนต้องตามมาถึงที่นี่" โจวฉางคุนพูดไปพลางแล้ววางไป่เกินซั่วลงบนพื้น