เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 9 วางเดิมพัน 1

ตอนที่ 9 วางเดิมพัน 1

ตอนที่ 9 วางเดิมพัน 1


ตอนที่ 9 วางเดิมพัน 1

ตามชื่อที่ตั้งไว้ ลานประลองเป็นตายคือสถานที่ตัดสินชะตาชีวิต

มันเป็นไปไม่ได้ที่จะหลีกเลี่ยงความขัดแย้งของศิษย์ภายในสำนัก ดังนั้นเมื่อมีเกิดเรื่องขึ้น มันก็ควรทำให้ถูกต้อง เหตุผลที่สำนักดาบราชันได้สร้างลานประลองเป็นตายขึ้นมา ก็เพื่อสำหรับตัดสินความขัดแย้งทั้งหลายของบรรดาศิษย์ เมื่อมีความบาดหมางเกิดขึ้น พวกเขาสามารถท้าประลองกันได้ แน่นอน ผู้ท้าไม่สามารถมีระดับการบ่มเพาะพลังสูงกว่าสองขั้นของผู้ถูกท้าประลอง

เดิมทีหยางเย่ไม่ต้องการจะท้าประลองบนลานเป็นตาย แต่เมื่อเขาเห็นต้วนจวินโจมตีอย่างไร้ปรานี เขาทราบดีแล้วว่าต้วนจวินตั้งใจจะสังหารอย่างแท้จริง ในอีกทางหนึ่ง หากเขาสู้กับต้วนจวินทันที ไม่ว่าแพ้หรือชนะก็ยังเสียเปรียบอยู่ดี

หากแพ้ เห็นได้ชัดว่าต้องถูกทรมานเยี่ยงสัตว์แน่นอน หากชนะ ก็ไม่ได้ผลประโยชน์อันใด ทั้งยังไม่สามารถสังหารต้วนจวินได้ มากสุดคงได้เพียงทำให้ต้วนจวินบาดเจ็บเท่านั้น และตอนนี้เขายังเป็นเพียงศิษย์ใช้แรงงาน มีเพียงลานประลองเป็นตายเท่านั้นที่สามารถให้ความยุติธรรมสูงสุด ทั้งยังสามารถใช้สังหารต้วนจวินได้!

“ฮ่าฮ่า!!” เมื่อได้สติกลับมา ต้วนจวินหัวเราะดังลั่นพร้อมชี้ไปยังหยางเย่ เขาแสดงท่าทีดูหมิ่นเหยียดหยาม “ข้าอยากหัวเราะให้ตายไปเสีย! ขยะอันดับหนึ่งในประวัติศาสตร์กล้าท้าข้าประลองในลานเป็นตายงั้นหรือ? เจ้าไปเอาความกล้าแบบนี้มาจากไหน? เพราะเจ้าคือขยะอันดับหนึ่งในประวัติศาสตร์ใช่ไหม?”

หยางเย่ไม่แยแสคำเหยียดหยามใด “ตามกฎของสำนักดาบราชัน เมื่อมีผู้ท้าที่ระดับพลังต่ำกว่าท้าผู้ที่มีระดับสูงกว่า ผู้นั้นไม่อาจปฏิเสธได้ แน่นอน เจ้าสามารถปฏิเสธหากเกิดตาขาวขึ้นมา แต่ในมุมของสำนักดาบราชันคงจะกระจายข่าวเกี่ยวกับเจ้า ต้วนจวินผู้ไม่กล้ารับคำท้าศิษย์ใช้แรงงาน!”

“ข้ารู้ดี เจ้ากำลังทำการยั่วโมโหข้าอยู่!” ต้วนจวินหัวเราะอย่างเย็นชา “แต่ข้ารับคำท้าเจ้า อย่ากังวลไป ข้าจะไม่สังหารเจ้าหรอก ข้าจะทุบกระดูกเจ้าทุกชิ้นในลานประลองเป็นตายต่อหน้าทุกคนในสำนัก ข้าจะทำให้ทุกคนเห็นว่าขยะยังไงก็คือขยะ แม้เจ้าจะเป็นผู้ใช้พลังปราณล้ำลึกแล้ว แต่ก็ยังเป็นแค่ขยะชิ้นหนึ่งอยู่ดี!”

“เจ้าพล่ามจบหรือยัง? หากจบแล้ว ก็ไปพบกันที่ลานประลองเป็นตายเสียที!” หยางเย่มองอย่างเฉยเมยไปยังต้วนจวินพร้อมเดินตรงไปยังลานประลองเป็นตาย

เมื่อเห็นท่าทีของหยางเย่ แรงอาฆาตพวยพุ่งเข้าดวงตาของต้วนจวิน “สวะเช่นแกคิดเป็นยอดฝีมืองั้นหรือ?” หยางเย่ไม่เพียงแค่ทำลายทรัพยากรอันมีค่า ยังท้าทายเขาต่อหน้าสาธารณะชน เขารู้สึกว่ามันเป็นความอัปยศอย่างยิ่งในการถูกศิษย์แรงงานท้าทาย “ข้าจะทำให้เจ้าทุกข์ทรมาน!”

......

“หยางเย่ท้าศิษย์นอกสำนักบนลานประลองเป็นตาย เร็ว รีบไปดู!”

“อะไรนะ? เจ้ามั่นใจหรือ? หยางเย่ท้าศิษย์นอกสำนักประลอง? เขาบ้าไปแล้วหรือยังไงกัน?”

“เจ้าแหละที่บ้า พวกเจ้ามองเขาผิดไป ไม่เห็นหรือไงเมื่อกี้นี้ ญาติผู้พี่ของไอ้สารเลวตู่ชือมาหาเรื่องหยางเย่ แต่เขาไม่คาดคิดว่าหยางเย่จะกลายเป็นผู้ใช้พลังปราณล้ำลึก ยิ่งกว่านั้นยังท้าญาติของตู่ชือกลับในทันที ตอนนี้พวกเขากำลังมุ่งไปยังลานประลองเป็นตาย เจ้าควรรีบไป!”

“หยางเย่เป็นผู้ใช้พลังปราณล้ำลึกแล้ว? เยี่ยม ไปให้กำลังใจหยางเย่กันเถอะ...”

ณ ยอดเขาสำนักนอก

“อะไรนะ? ศิษย์แรงงานท้าประลองหนึ่งในศิษย์นอกสำนัก? ทั้งยังเป็นไอ้ขยะอันดับหนึ่งในประวัติศาสตร์? เจ้ามั่นใจหรือ? ไอ้ขยะนั่นยังไม่ใช่ผู้ใช้พลังปราณล้ำลึกเลยไม่ใช่หรือ?”

“ข้าเองก็ไม่ทราบ แต่ตอนนี้พวกเขามุ่งไปยังลานประลองเป็นตายแล้ว รีบไปกันเถอะ หากสายเกินไป เจ้าศิษย์ใช้แรงงานอาจถูกสังหารไปแล้ว กระนั้น เราจะพลาดการชมการแสดงใหญ่กัน ข้าจะรีบไปแจ้งให้ผู้อื่นทราบ”

“ศิษย์ใช้แรงงานท้าหนึ่งในศิษย์นอกสำนักของเราหรือ? ในลานประลองเป็นตายด้วย? ประเมินความสามารถตนเองมากเกินไปแล้ว เร็วเข้า รีบไปดูศิษย์นอกสำนักเราสั่งสอนมันกัน”

เพียงเวลาไม่นาน ข่าวการท้าประลองของหยางเย่และศิษย์นอกสำนักแพร่กระจายไปทั่วยอดเขาแรงงานและยอดเขาสำนักนอกราวกับโรคระบาด บรรดาศิษย์ใช้แรงงานนับพันและศิษย์นอกสำนักนับร้อยต่างรีบมายังลานประลองเป็นตาย

......

ณ ลานประลองเป็นตาย ชายชราสวมชุดเขียวพร้อมผ้าคลุมสีขาวมองไปยังหยางเย่และบุรุษชุดเขียว แต่เขามองไปยังหยางเย่มากกว่า ชายชรามีนามว่าเฉาหัว เขาเป็นหนึ่งในผู้อาวุโสนอกสำนักของสำนักดาบราชัน เป็นผู้จัดทีมคุ้มกฎแห่งสำนักนอก ในอดีต เขาเห็นการประลองมากมายบนสนามประลองเป็นตาย แต่นี่คือครั้งแรกที่ได้เห็นศิษย์ใช้แรงงานท้าศิษย์นอกสำนัก

เฉาหัวตวัดมือขวา ทำให้หินพลังปราณสองก้อนลอยไปข้างหน้าหยางเย่และต้วนจวิน “ไม่มีกฎใดในลานประลองเป็นตาย พวกเจ้าทั้งสองสามารถสู้กันได้ทุกวิธี! เพื่อความยุติธรรม พวกเจ้าทั้งสองจงฟื้นพลังปราณล้ำลึกในร่างกายให้เท่ากันและเริ่มการประลองได้” หลังกล่าวจบชายชราย้ายไปอยู่ด้านข้าง

“แกตายแน่!” ต้วนจวินมองไปยังหยางเย่พร้อมกล่าววาจาเฉยเมย

หยางเย่ไม่ตอบสิ่งใดแต่กลับเดินไปยังชั้นวางอาวุธแทน เขาเลือกดาบจากอาวุธทั้งหมด ดาบยาวเมตรครึ่ง กว้างสองนิ้ว และถูกหลอมด้วยเหล็กธรรมดาที่ถูกขัดเกลามาร้อยครั้ง มันไม่ใช่ดาบชั้นยอด ทั้งยังไม่มีระดับพลัง

ระดับต่ำ แต่มันสามารถตัดเหล็กได้ราวกับตัดโคลน“ขณะนั้นเองดาบปรากฏบนมือต้วนจวินพร้อมมองไปยังหยางเย่”อย่ากังวลไป ข้าไม่ฆ่าเจ้าหรอก ข้าจะบดเอ็นสับกระดูกในร่างกายเจ้าให้เละ จากนั้นจึงมอบให้คนพาร่างเจ้าไปส่งบ้าน ครอบครัวเจ้าจะได้อยู่ด้วยกันพร้อมหน้า! เจ้าคิดว่ายังไง? ข้าช่างมีความเมตตาใช่ไหม?”

หยางเย่เหวี่ยงดาบในมือพร้อมเอ่ยด้วยวาจาไม่เกรงกลัว “อย่าได้กังวลไป ข้าจะเมตตาเจ้าเช่นกัน!” หยางเย่นั่งไขว้ขวาลงและดูดซับพลังปราณภายในหินพลังปราณ

ดวงตาของต้วนจวินก่อประกายอาฆาตและจิตสังหารอย่างรุนแรง จากนั้นเขานั่งไขว้ขาลงและดูดซับพลังปราณจากหินพลังปราณเช่นเดียวกัน

ขณะนี้ บรรดาศิษย์นอกสำนักร้อยกว่าคนมองไปยังหยางเย่และชายชุดเขียวจากที่นั่งด้านข้าง ชายผู้หนึ่งที่มีใบหน้ารูปไข่กล่าวกับศิษย์นอกสำนักข้างสนาม “เจียงชิวสุ่ย ต้วนจวินอยู่ระดับแปดของขั้นปราณมนุษย์ ข้าก็ไม่รู้ระดับการบ่มเพาะพลังของศิษย์ใช้แรงงานคนนั้น แต่ข้าเดิมพันว่าต้วนจวินสามารถกุดหัวมันได้ภายในสิบกระบวนท่า”

“ข้าเดิมพันแค่ห้ากระบวนท่า!” ชายนามว่าเจียงชิวสุ่ยมองไปยังชายหน้ารูปไข่พร้อมกล่าว “ยี่สิบหินพลังปราณ เจ้ากล้าเดิมพันกับข้าหรือเปล่า?”

“เจ้ามองศิษย์ใช้แรงงานต่ำต้อยไปงั้นหรือ?” ชายหน้าทรงไข่กล่าวพร้อมยิ้ม

จบบทที่ ตอนที่ 9 วางเดิมพัน 1

คัดลอกลิงก์แล้ว