เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 7 อันดับของศิษย์นอกสำนัก 2

ตอนที่ 7 อันดับของศิษย์นอกสำนัก 2

ตอนที่ 7 อันดับของศิษย์นอกสำนัก 2


 ตอนที่ 7 อันดับของศิษย์นอกสำนัก 2

การจัดอันดับความแข็งแกร่งถูกจัดโดยบรรดาศิษย์นอกสำนักดาบราชัน มีศิษย์นับพันพร้อมผู้เชี่ยวชาญจำนวนมากในหมู่พวกเขา คาดว่าความแข็งแกร่งของเหล่าศิษย์สิบอันดับสูงสุดสามารถเทียบเท่ากับบรรดาผู้อาวุโสนอกสำนัก ดังนั้น หลิวชิงอวี่ที่สามารถอยู่อันดับยี่สิบเก้าเพียงเวลาอันสั้น มันแสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งและพรสวรรค์โดยธรรมชาติของเขา

“อย่างกังวลไปเลย ข้าจะไปยังเมืองทักษิณภิรมณ์เอง!” อาวุโสเชียนกล่าว “ตอนนี้หลิวชิงอวี่ยังไม่ได้เป็นศิษย์ในสำนัก ตระกูลหลิวยังคงเห็นแก่หน้าข้า แต่หากหลิวชิงอวี่ผ่านการทดสอบศิษย์ภายในที่จะเริ่มในอีกสามเดือน เวลานั้น พวกตระกูลหลิวคงไม่เกรงกลัวข้าอีกต่อไป”

หยางเย่คำนับผู้อาวุโสเชียนเมื่อได้ยิน “ขอบคุณผู้อาวุโสเชียน” หยางเย่ทราบว่าเมื่อหลิวชิงอวี่กลายเป็นศิษย์ในสำนัก อำนาจของผู้อาวุโสนอกสำนักจะไม่สามารถยับยั้งเขาได้อีก เมื่อถึงตอนนั้น ด้วยทรัพยากรในการบ่มเพาะพลังของศิษย์ในสำนัก ความแข็งแกร่งของหลิวชิงอวี่จะพัฒนาขึ้นไปอย่างรวดเร็ว เมื่อเป็นเช่นนั้น พวกตระกูลหลิวจะขึ้นมาเหยียบย่ำในเมืองทักษิณภิรมณ์แน่นอน!

หากต้องการให้ตระกูลหลิวเกรงกลัว เขาจำเป็นต้องมีความแข็งแกร่งและโดดเด่นยิ่งกว่าหลิวชิงอวี่ กล่าวคือ เขามีเวลาเพียงสามเดือนจากนี้ หากไม่สามารถก้าวข้ามหลิวชิงอวี่ภายในสามเดือน สถานะของมารดาและน้องสาวคงอันตรายอย่างยิ่ง

“เด็กน้อย ตั้งแต่หลิวชิงอวี่เข้าสู่อันดับยี่สิบเก้าของสำนักนอก มันเท่ากับเขาบรรลุสู่ระดับหนึ่งขั้นปราณสวรรค์แล้ว เจ้าต้องฝึกให้หนักขึ้นไปอีก ไม่งั้นอย่าหวังจะปกป้องครอบครัวเจ้าจากปัญหาได้ แค่ชีวิตเจ้าก็ยากจะปกป้องแล้ว” ผู้อาวุโสเชียนกล่าวด้วยเสียงทุ้มต่ำ

ระดับหนึ่งขั้นปราณสวรรค์!

หยางเย่รู้สึกอึดอัดใจพร้อมกำหมัดแน่น มันเป็นความรู้พื้นฐานที่ขั้นก่อนพลังปราณสวรรค์คือขั้นปราณมนุษย์ มันถูกแบ่งเป็นเก้าระดับในขั้นปราณมนุษย์และระดับแรกของขั้นปราณสวรรค์คือระดับเก้าของขั้นปราณมนุษย์ มันมีช่องว่างมหาศาลระหว่างระดับยอดฝีมือขั้นปราณมนุษย์กับขั้นปราณสวรรค์ระดับแรก เพราะว่าแม้ทุกอย่างจะดูไม่มีสิ่งใดมากมาย แต่โล่พลังปราณของปราณสวรรค์ระดับแรก ไม่ใช่สิ่งที่ยอดฝีมือขั้นปราณมนุษย์จะบรรลุได้โดยง่าย

“ระดับหนึ่งขั้นปราณสวรรค์ ดูเหมือนข้าจะต้องฝึกเลือดตาแทบกระเด็น!” หยางเย่กำมือแน่นด้วยท่าทีที่ดูหนักแน่นมั่นคง

ผู้อาวุโสเชียนพยักหน้าพร้อมรอยยิ้มเมื่อเห็นหยางเย่ไม่เกรงกลัวระดับแรกขั้นปราณสวรรค์ นอกจากความภักดีต่อผู้ที่เขาเคารพ เหตุผลที่ให้หยางเย่เป็นศิษย์อันดับหนึ่งก็เพราะหยางเย่มีความหนักแน่นโดยธรรมชาติ นอกเหนือจากความแข็งแกร่งและพรสวรรค์โดยธรรมชาติแล้ว จำต้องมีความหนักแน่นอย่างหยางเย่

เป็นเวลาดึกดื่นหลังจากกล่าวลาผู้อาวุโสเชียน หยางเย่ยังไม่เข้าไปฝึกในหุบเขาวายุเหมันต์ แต่กลับไปยังห้องก่อนจะนำวิชาปลุกยันต์ห้าธาตุออกมาศึกษา หากเขาสามารถสร้างยันต์ได้ มันจะช่วยเพิ่มความแข็งแกร่งของเขาอย่างมาก เพราะผลของยันต์เหล่านั้นไม่่ใช่ธรรมดา

เมื่อมองไปยังบทนำของบรรดายันต์ในวิชาปลุกยันต์ห้าธาตุ หยางเย่รู้สึกประหลาดใจยิ่งขึ้นไปอีก เพราะผลของยันต์บางชนิดนั้นร้ายกาจเกินไป

ยกตัวอย่างเช่น ยันต์ที่เรียกว่ายันต์รวมวิญญาณ มันสามารถทำให้ผู้อื่นดูดกลืนพลังปราณล้ำลึกได้อย่างรวดเร็ว แม้จะใช้ได้เพียงสองชั่วยามมันก็ยังทรงพลังอย่างยิ่ง ยิ่งกว่านั้นยังมียันต์เพิ่มความแข็งแกร่ง ที่สามารถเพิ่มได้ถึงสองหรือสามเท่าในเวลาหนึ่งชั่วยาม และยังมีมากกว่านั้น...

ศึกษาอยู่ครู่หนึ่ง หยางเย่ไม่อาจข่มใจตัวเองได้อีกต่อไป เขาตัดสินใจสร้างยันต์ขึ้นมา ทว่าก็ไม่ได้เลือกยันต์ที่ยากเกินตัว ที่เลือก คือยันต์เสริมพลัง

เขาไตร่ตรองไว้อย่างดี เมื่อได้เริ่มสร้างยันต์ มันดูไม่ง่ายอย่างที่คิด แต่หยางเย่ก็ไม่ย่อท้อและยังพยายามต่อไปอย่างหนัก

ไม่กี่วันต่อมา เนื่องจากอำนาจของผู้อาวุโสเชียน ผู้จัดการคนใหม่แห่งยอดเขาแรงงานปกครองอย่างชาญฉลาด และไม่ได้ให้งานใดแก่หยางเย่ ดังนั้นหยางเย่จึงใช้เวลาทั้งหมดบ่มเพาะพลังอย่างหนัก และศึกษายันต์อยู่ในหุบเขาวายุเหมันต์

ขณะที่หยางเย่กำลังศึกษาวิชาปลุกยันต์ห้าธาตุภายในห้อง ศิษย์ใช้แรงงานคนหนึ่งเข้ามาหา ศิษย์ผู้นี้กล่าวด้วยท่าทางเคร่งขรึม “พี่ใหญ่หยาง ข้ามีเรื่องต้องแจ้งให้ทราบ!” <

“มีเรื่องอะไร?” หยางเย่งงงวยเนื่องจากไม่รู้จักชายผู้นี้มาก่อน ตู่ชือและพรรคพวกจะถูกกำจัดไปแล้ว เหล่าศิษย์แรงงานต่างปฏิบัติกับเขาอย่างเป็นมิตร แต่ก็ไม่เคยมีปฏิสัมพันธ์ใดกับศิษย์ผู้อื่นมาก่อน

เมื่อได้ยินหยางเย่กล่าว ศิษย์ใช้แรงงานดูลังเลอยู่ครู่หนึ่ง “พี่ใหญ่หยาง ดูเหมือนญาติผู้พี่ของตู่ชือจะกลับมาแล้ว”

เพราะหยางเย่ บรรดาศิษย์ในยอดเขาแรงงานจึงไม่ต้องทรมานกับการถูกตู่ชือกดขี่ ดังนั้น บรรดาศิษย์แรงงานจึงปรารถนาดีต่อหยางเย่ พวกเขาไม่ต้องการให้หยางเย่ปวดหัวกับเรื่องไม่เป็นเรื่อง

“ญาติผู้พี่ของตู่ชือ?” หยางเย่ขมวดคิ้ว เขาทราบดี ญาติผู้พี่ตู่ชือคือศิษย์นอกสำนัก “เป็นไปได้หรือไม่ที่มันจะมาสร้างปัญหาให้ข้า?”

ศิษย์แรงงานพยักหน้า “พี่ใหญ่หยาง บรรดาศิษย์วานให้ข้ามาบอกท่าน ญาติผู้พี่ของตู่ชือเข้าสู่ระดับแปดของขั้นปราณมนุษย์แล้ว หากเขาทราบว่าตู่ชือและพวกถูกส่งไปยังขุนเขาแร่ดวงดาวเพราะท่าน เขาคงไม่นิ่งเฉยและต้องมาสร้างปัญหาให้ท่านเป็นแน่ ท่านต้องเตรียมตัวรับมือให้ดี!”

“ระดับแปดขั้นปราณมนุษย์?” หยางเย่หรี่ตาเล็กน้อยพร้อมครุ่นคิดอยู่ชั่วครู่ จากนั้นจึงหยิบห้าสิบเหรียญทองส่งให้ยังศิษย์ใช้แรงงานผู้นั้น “ขอบคุณสำหรับความตั้งใจของเจ้า ข้าจะระวังตัว นี่คือห้าสิบเหรียญทอง อย่าได้ปฏิเสธและรับเอาไว้ หากมีข่าวคราวสำคัญในภายภาคหน้า เจ้าสามารถมาแจ้งข้าได้เสมอ!”

มีศิษย์นับพันในยอดเขาแรงงาน และพวกเขากระจัดกระจายไปทั่วขุนเขา เช่นนั้นจึงสามารถได้ยินหลายสิ่งหลายอย่างในหนึ่งวัน กล่าวคือ บรรดาศิษย์ใช้แรงงานเหล่านี้มีข้อมูลสำคัญมากมาย หากพวกเขากลายเป็นหูและตาให้ในตอนนี้ย่อมช่วยเขาได้อย่างมหาศาล

หลังจากได้รับห้าสิบเหรียญทอง ศิษย์แรงงานกล่าวด้วยถ้อยคำตื่นเต้น “พี่ใหญ่หยางวางใจ หากมีข่าวสารใดที่เกี่ยวข้องกับท่านในอนาคต พวกเราจะแจ้งให้ท่านทราบอย่างเร็วที่สุด!” เขาออกจากห้องไปหลังกล่าวเสร็จ

หลังศิษย์แรงงานออกจากห้องไปแล้ว หยางเย่หลรี่ตาลง น้ำเสียงเบากล่าวออก  “ระดับแปดขั้นปราณมนุษย์ เราตอนนี้เพียงระดับสี่ คงต้องฝึกต่อเนื่องอย่างหนักแล้ว!”

จบบทที่ ตอนที่ 7 อันดับของศิษย์นอกสำนัก 2

คัดลอกลิงก์แล้ว