เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

โปรเพลเยอร์วัยเกษียณ (SMRiaG) บทที่ 7 ความสุขใจของคนแคระ [อ่านฟรี]

โปรเพลเยอร์วัยเกษียณ (SMRiaG) บทที่ 7 ความสุขใจของคนแคระ [อ่านฟรี]

โปรเพลเยอร์วัยเกษียณ (SMRiaG) บทที่ 7 ความสุขใจของคนแคระ [อ่านฟรี]


บทที่ 7 ความสุขใจของคนแคระ

ไอเซ็นออกจากโรงแรมและเดินไปตามถนนรูปขดหอยของเมืองเมลโรเพื่อมุ่งหน้าไปยังเขตอุตสาหกรรมที่สามารถพบเหมือง โรงตีเหล็ก ร้านตัดเย็บ และสิ่งปลูกสร้างต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรม

ไอเซ็นตัดสินใจไปโรงตีเหล็กเป็นที่แรกเพราะเขารู้เรื่องด้านนี้มากที่สุดเพื่อที่จะได้เรียนรู้การตีเหล็ก

หลังจากมองรอบ ๆ อยู่ครู่หนึ่ง เขาก็พบสถานที่ที่มองหา “ความสุขใจของคนแคระ”

ตอนที่เขาได้ยินชื่อโรงตีเหล็กนี้ครั้งแรก เขาคิดว่ามอร์โรมเข้าใจผิด เพราะบอกว่านี่คือสถานที่ที่ดีที่สุดในการเรียนตีเหล็ก เนื่องจากชื่อของที่นี่นั้นฟังดูเหมือนสถานบริการทางเพศเสียมากกว่า

อย่างไรก็ตามเมื่อมอร์โรมอธิบายถึงเหตุผลที่ต้องตั้งชื่อเช่นนี้ ไอเซ็นก็เข้าใจและเริ่มซาบซึ่งในการตั้งชื่อร้าน เด็นเมียร์ ดิมไฮด์ เจ้าของร้านความสุขใจของคนแคระ เลือกชื่อนี้เพราะวันวานในอดีตที่คนแคระนั้นได้สร้างชื่อเสียงท่ามกลางเผ่าพันธุ์ต่าง ๆ บนโลก ย้อนกลับไป คนแคระตั้งรกรากอยู่ในเลือกเขาลึกเช่นเทือกเขาที่ใกล้กับเมลโร และด้วยพื้นฐานร่างกายที่แข็งแรง พวกเขาจึงเริ่มขุดแร่ที่พบได้ในเทือกเขาดังกล่าว

นับแต่นั้นมามอนสเตอร์ยิ่งอันตรายขึ้นทุกวัน ๆ จนกระทั่งถึงทุกวันนี้ พวกเขาได้โลหะออกมาด้วยการสกัดแร่และนำมาสร้างอาวุธและเกราะ พวกเขาปรับแต่งมันจนถึงจุดที่อาวุธใด ๆ ที่คนแคระทำนั้นจะมีค่าหลายเท่าตัวเมื่อเทียบกับอาวุธที่ถูกสร้างจากเผ่าพันธุ์อื่น ๆ

ดังนั้นคนแคระทุกคนจึงมีความภาคภูมิใจในขุมทรัพย์อันล้ำค่าเหล่านี้ที่ผลิตโดยคนของพวกเขาเอง และเมื่อนั้นช่างตีเหล็กก็กลายเป็นคนสุขใจของคนแคระ

ไอเซ็นเข้าไปในร้าน ซึ่งภายในเต็มไปด้วยอาวุธและเกราะนานาชนิด และเขามองหาเคาน์เตอร์ท่ามกลางสิ่งของที่ระเกะระกะเต็มร้านไปหมด

“สวัสดีค่ะ! มีอะไรให้ช่วยคะ คุณลูกค้า?” เด็กสาวคนหนึ่งตะโกนออกมาทันทีที่สายตาของเธอทอดไปตกที่ไอเซ็น เนื่องจากก่อนหน้านี้เธอกำลังนั่งอยู่ที่เคาน์เตอร์สภาพกึ่งหลับกึ่งตื่นเพราะไม่มีลูกค้า เมื่อดูจากภายนอก เธอเหมือนมนุษย์ ผู้คนส่วนใหญ่ในเมืองเมลโรมักจะเป็นคนแคระ ส่วนเผ่าอื่น ๆ ที่ไอเซ็นเดินผ่านและพบก็จะเป็น เอลฟ์ มนุษย์หรือแม่แต่มนุษย์ที่เป็นครึ่งอสูร

“สวัสดีสาวน้อย เด็นเมียร์ ดิมไฮด์อยู่ไหม?” เขาถามด้วยความสดใส และรอยยิ้มที่ดูตื่นเต้น สองปีมาแล้วที่เขาไม่ได้งานในโรงตีเหล็กอีก และตอนนี้เขาก็อดใจรอที่จะได้สัมผัสมันอีกครั้งไม่ไหวแล้ว

เด็กสาวเอียงหัวให้กับคำถามที่เธอไม่คิดว่าจะเจอแต่ก็พยักหน้ารับอย่างรวดเร็ว “ค่ะ เขาอยู่ข้างหลัง เอิ่ม มีธุระอะไรหรือเปล่าคะ?” เธอถามพร้อมเอียงหัวเล็กน้อยด้วยความสงสัยและอยากรู้ เธอเริ่มมองไอเซ็นตั้งแต่หัวจรดเท้า

ไอเซ็นบอกเธอว่าทำไมเขาถึงมาที่นี่อย่างง่ายและรวบรัด ไม่มีเหตุผลที่พูดให้มันยืดเยื้อ “ฉันมาที่นี่เพื่อเรียนรู้การตีเหล็กจาเขาน่ะ” เขาตอบด้วยรอยยิ้ม

“อะ อ๋อ ได้สิคะ...” เธอยืนขึ้นและผ่านประตูหลังบานใหญ่ ทันทีหลังจากที่เธอเปิดประตู ไอเซ็นก็ได้ยินเสียงค้อนกระทบกับเหล็กร้อน ๆ เสียงนั่นทำให้หัวใจของเขาเต้นแรงขึ้น

ไอเซ็นรออยู่ครู่หนึ่งและมองสิ่งของต่าง ๆ ที่จัดแสดงอยู่รอบตัว จากสิ่งที่เขาเห็น ของเหล่านี้ดูมีคุณภาพสูง แม้จะขาดเรื่องรูปลักษณ์ไปบ้างก็ตามที แต่นั่นก็แค่มาจากมุมมองของเขาเพราะทำงานในสายอาชีพนี้มาตลอดชีวิต

ไม่นานประตูหลังก็เปิดออกและคนแคระเหงื่อซกสวมผ้ากันเปื้อนหนังคนหนึ่งก็เดินออกมา “ไหน ไอ้กร๊วกที่ไหนอยากจะเรียนกับฉัน?” เขาเปล่งเสียงและมองไปรอบ ๆ ร้าน จนกระทั่งพบกับไอเซ็นที่กำลังเดินไปทั่วเพื่อประเมินทุกอย่างที่เขาเห็น จนทักษะนี้เกือบจะทะลุเลเวลหนึ่งร้อย

หลังจากเห็นคนที่เขาถามถึง ไอเซ็นก็ก้าวมายืนตรงหน้าคนแคระและแนะนำตัวเองพร้อมยื่นมือออกมาข้างหน้า “ฉันเองแหละ นายคงเป็นเด็นเมียร์ ดิมไฮด์สินะ ฉันชื่อไอเซ็น”

เด็นเมียร์เงยหน้ามองไอเซ็นและเขย่ามือกับเขา จากนั้นก็ถอนหายใจเสียงดัง “นายคือตาเฒ่าที่เบลริมพูดถึงใช่ไหม? ครึ่งยักษ์ครึ่งคนแคระที่ค่าประสบการณ์ถูกขโมยไปใช่ไหม?”

ไอเซ็นยิ้มกว้างจนเผยให้เห็นฟันขาวที่เรียงสวยและพยักหน้าเพื่อยืนยันสิ่งที่เด็นเมียร์พูดถึง ด้วยความที่ไม่เข้าใจว่าชายสองคนตรงหน้ากำลังพูดอะไรกัน เด็กสาวจึงได้แต่นั่งที่เคาน์เตอร์และนั่งมองทั้งคู่ด้วยความสงสัย ช่างตีเหล็กคนแคระกอดอก “ทำไมต้องเป็นที่นี่?”

“ฉันแค่รู้สึกว่าฉันต้องทำสิ่งนี้ จังหวะที่ฉันก้าวเข้ามาที่นี่ หัวใจเต้นแรงจนควบคุมไม่ได้ ฉันอาจจะจำไม่ได้หรอกนะว่าชีวิตคืออะไร แต่มั่นใจว่าฉันเกิดมาเพื่องานฝีมือ” ไอเซ็นตอบขณะเกาเคราไปด้วยความคิดถึง เด็นเมียร์ตอบสนองด้วยการถอนหายใจและเดินกลับไปที่ประตูทางเข้าโรงตีเหล็ก เขาหันกลับมาหาไอเซ็นและโบกมือเรียกให้เขาตามมา

“ตามมาเลย ถ้าเจ้าเบลริมไม่บอกเรื่องนายก่อน ฉันคงได้โยนนายออกร้านออกจากร้านไปแล้ว และนายก็ไม่ได้ดูเลวร้ายอะไรนี่ ตาเฒ่า”

ไอเซ็นเดินตามเด็นเมียร์ไปยังประตูสู่โรงตีเหล็กด้วยรอยยิ้ม คนแคระนำเขาเดินผ่านแท่นตีเหล็กหลายแท่นพร้อมด้วยช่างตีเหล็กหลายแขนงที่กำลังสร้างอาวุธจำนวนหนึ่งอยู่ รวมถึงชายหนุ่มที่ดูเหมือนจะเป็นลูกศิษย์กำลังตีเหล็กให้ได้อย่างที่ระดับมืออาชีพทำกัน

“เอาล่ะตาเฒ่า ให้ฉันเดานะว่านายคงไม่มีทักษะช่างตีเหล็กใช่ไหม?” เด็นเมียร์ถาม แล้วก็ได้การพยักหน้าเป็นคำตอบจากไอเซ็น เขาก็ถอนหายใจและส่ายหน้า “งั้นมานี่ เริ่มจากอะไรง่าย ๆ ก่อนอย่างน้อยก็จะได้พอมีทักษะบ้าง แล้วเราจะได้เห็นกันว่านายสามารถทำอะไรได้บ้าง?” คนแคระอธิบายและเดินไปเตาหลอม ซึ่งถ่านกำลังร้อนโดยมีลูกศิษย์เขาใช้เครื่องเป่าลมเพื่อเร่งความร้อน

“รู้ไหมว่ามือตีทำหน้าที่อะไร?” ขณะที่เด็นเมียร์กำลังเตรียมการสิ่งที่ดูเหมือนเป็นงานชิ้นใหญ่ เขาก็หันมาหาไอเซ็นและถามสิ่งที่เป็นพื้นฐาน และแน่นอน เขารู้คำตอบ มือตีปกติแล้วบรรดาลูกศิษย์จะเป็นผู้รับผิดชอบซึ่งมีหน้าที่ตีเหล็กชิ้นใหญ่ด้วยค้อนขนาดใหญ่ตามที่นายช่างสั่ง โดยปกติแล้วจะทำเช่นนี้เนื่องด้วยชิ้นงานนั้นมีขนาดใหญ่และใช้ช่างตีเหล็กหลายคนในการทำงาน

ในปัจจุบันนี้ งานของมือตีถูกทดแทนด้วยเครื่องจักร เป็นค้อนเครื่องจักรที่ใหญ่และทรงพลัง ใช้ตีเหล็กได้อย่างต่อเนื่อง แม้ว่าจะมีเทคโนโลยีเข้ามาแทนที่ แต่ในตอนที่ไอเซ็นยังเด็กนั้น พ่อของเขาก็ยังคงเชื่อมั่นในการปฏิบัติแบบดั้งเดิมมากกว่าปัจจุบัน และมีไอเซ็นรับหน้าที่เป็นมือตีตราบใดที่เขายังคงลงค้อนขนาดใหญ่บนเหล็กได้อย่างแม่นยำ

แต่เนื่องจากเขาไม่สามารถพูดออกไปได้เพราะเด็นเมียร์อาจสงสัยว่าชายที่น่าจะสูญเสียความทรงจำทำไมถึงรู้เรื่องพวกนี้ เขาส่ายหน้าและถามเด็นเมียร์เพื่อให้อธิบาย

“มันก็ไม่ได้ยากขนาดนั้นหรอกตาเฒ่า เรากำลังทำงานชิ้นใหญ่ ฉันกำลังสร้างมันก่อนนายจะมาที่นี่ เริ่มเป็นรูปเป็นร่างแล้วด้วย ฉันจะเร่งไฟและจากนั้นจะดึงมันออกมาวางบนทั่ง นายจะต้องหยิบค้อนใหญ่ที่วางอยู่ตรงนั้น ฉันจะบอกจุดที่ต้องการให้นายลงค้อน เข้าใจไหม? ทั้งหมดที่นายต้องทำก็แค่ลงค้อนให้ตรงจุด ให้แม่น ให้แรง จนกว่าฉันจะบอกให้หยุด”

[ภารกิจใหม่ – บทเรียนช่างตีเหล็ก]

[คำอธิบาย]

หลังจากที่ได้รับคำสั่งจากเด็นเมียร์เพื่อสอนคุณถึงการเป็นช่างตีเหล็ก เขาได้บอกให้คุณรับหน้าที่เป็นมือตีระหว่างการทำดาบสองมือ ทำตามคำสั่งของเขาให้ดีที่สุดด้วยความสามารถของคุณ

[รางวัล]

ค่าประสบการณ์, ทักษะช่างตีเหล็ก

[ความล้มเหลว]

เด็นเมียร์จะปฏิเสธที่จะสอนคุณอีกต่อไป

[จำกัดเวลา - จนกว่าเด็นเมียร์จะหมดความอดทนหรือจนกว่าจะทำดาบเสร็จ]

ทันทีที่เด็นเมียร์อธิบายจบ ไอเซ็นจึงได้รับภารกิจใหม่ที่ดูไม่ได้ยากเกินความสามารถของเขา จากนั้นคนแคระก็วางแผ่นเหล็กรูปดาบขนาดใหญ่ ที่มีความยาวประมาณหนึ่งเมตรครึ่งและกว้างสามสิบเซนติเมตร ลงไปในเตาหลอม ไอเซ็นเห็นถึงความแข็งแกร่งของชายคนนี้ชัดเจนว่าเขาคืออมนุษย์ เนื่องจากขนาดของแผ่นเหล็กนั้นไม่ใช่สิ่งที่ชายคนหนึ่งจะยกขึ้นได้

ราวสามหรือสี่นาทีถัดมา ศูนย์กลางของเหล็กก็เริ่มกลายเป็นสีส้มสด แสดงให้เด็นเมียร์และไอเซ็นเห็นว่าถึงอุณหภูมิที่เหมาะสมในการขึ้นรูป

เด็นเมียร์รีบไปที่ทั่งขนาดใหญ่ทันที ซึ่งผิวหน้าของมันใหญ่ที่สุดในโรงตีเหล็กนี้เท่าที่ไอเซ็นจะมองเห็นได้ แผ่นเหล็กร้อน ๆ ถูกวางลง ในมือเขาถือที่คีบเหล็กขนาดใหญ่ ลูกศิษย์ต่างช่วยเขาเพื่อรักษาเสถียรภาพ

“มานี่เร็วเข้า” เด็นเมียร์ตะโกนและไอเซ็นก็คว้าค้อนขนาดใหญ่ข้างหลังเขาด้วยความตื่นเต้น

เด็นเมียร์ค่อย ๆ เคาะค้อนลงบนเหล็ก และไอเซ็นก็กระแทกค้อนขนาดใหญ่ลงบนจุดดังกล่าว เขากลัวว่าจะไม่คุ้นชินกับความเร็วและความแข็งแกร่งของร่างกาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่เขาไม่ได้ทำงานตีเหล็กมานานแล้ว เขาอาจทำมันพลาด เขาออกนอกจุดที่ต้องลงค้อนไปเล็กน้อย นั่นทำให้เขาหงุดหงิดมาก แต่เนื่องจากเด็นเมียร์เห็นว่าครั้งแรกของไอเซ็นคงไม่ได้สมบูรณ์แบบ การที่เขาลงค้อนไม่ตรงจุดจึงไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร

อย่างไรก็ตามในขณะที่เขาลงค้อนคลาดเคลื่อนไปเล็กน้อย เขาจึงต้องลงค้อนเพิ่มอีก อาจเพราะเกมหรือเปล่า? ไอเซ็นอาจจะรักมัน แต่มันก็ยากและน่าเบื่อสำหรับมือใหม่ที่ต้องตีดาบซ้ำ ๆ ที่จุดเดิมเป็นชั่วโมงจนกว่าจะเสร็จ

ไอเซ็นสูดหายใจเข้าลึกและหลับตา เขาเพ่งสมาธิไปที่ค้อนใหญ่ในมือ เขารู้สึกถึงน้ำหนักของมันและคิดว่าในมือคือไม้ท่อนหนึ่งที่กระแทกลงบนเหล็กร้อน ๆ ค้อนเหมือนกับแขนที่สามสำหรับเขา

จู่ ๆ เขาก็สัมผัสถึงความร้อนรุ่มภายในร่างกาย เป็นความรู้สึกเดียวกับที่มอร์โรมปลดล็อคทักษะติดตัวให้เขา ไอเซ็นคิดว่าถ้าเขาต้องการเชื่อมต่อกับเครื่องมือ เขาต้องเป็นหนึ่งเดียวกับมัน ด้วยความคิดเช่นนั้น ความร้อนยิ่งแผ่กระจายไปทั่วร่างกายของเขา เช่นเดียวกับที่เขาเคยสัมผัสก่อนหน้านี้ มันรู้สึกเหมือนกับถูกน้ำร้อนราดชโลมร่างกาย ความรู้สึกนี้ไม่ได้หยุดอยู่แค่ปลายนิ้วเขา แต่มันแผ่กระจายไปยังค้อนที่เขาถือด้วย

จากนั้นสิ่งที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น

[คุณจะรู้สึกถึงมานาที่ไหลผ่านทั่วทั้งร่างกาย ค่าสติปัญญา +1]

[เรียนรู้ทักษะการเชื่อมต่อเครื่องมือสำเร็จ]

[ชื่อ – การเชื่อมต่อเครื่องมือ]

[อันดับ – 0] [เลเวล – 1]

[คำอธิบาย]

เมื่อเชื่อมต่อกับเครื่องมือ เป็นไปได้ที่จะดึงศักยภาพออกมาได้มากที่สุด ส่งผลต่อวัสดุขึ้นอยู่กับความแข็งแรงของการเชื่อมต่อ

[อิทธิพล]

จะส่งผลกระทบไปยังเครื่องมือที่ใช้ ตรวจสอบเครื่องมือที่ทำการเชื่อมต่อสำหรับข้อมูลเพิ่มเติม

ไอเซ็นยิ้มกว้างรับการแจ้งเตือนที่เห็นเนื่องจากดูเหมือนว่าเขามาถูกทางแล้ว

“เฮ้ย ตาเฒ่า หูหนวกเหรอ? ฉันบอกให้นายหยุดตีตั้งแต่เมื่อไหร่?” เด็นเมียร์ตะโกนและลงค้อนที่จุดเดินเพื่อดึงความสนใจของไอเซ็น

“โทษทีเด็นเมียร์ ฉันมัวคิดอะไรอยู่น่ะ” รอยยิ้มที่สดใสในความสุขได้ผสมรวมกันจนในที่สุดเขาก็ลงมืออีกครั้งพร้อมกับการปลดล็อคทักษะใหม่ ไอเซ็นมองลงไปยังแผ่นเหล็กที่กำลังจะกลายเป็นดาบในไม่ช้าและเริ่มตีมันอีกครั้ง

ครั้งนี้เขาตีตรงจุดที่เด็นเมียร์ต้องการแบบพอดี แผ่นเหล็กร้อนเริ่มเป็นรูปเป็นร่างเนื่องจากความรวดเร็ว แม่นยำ และความแข็งแกร่งของเขา

หลังจากผ่านไปราวยี่สิบนาที เหล็กชิ้นใหญ่กลายเป็นรูปร่างดาบแม้ว่ารูปทรงมันจะทั่วไปก็ตาม มันเป็นสิ่งที่ใคร ๆ ก็คาดหวังเมื่อคิดถึงดาบ ตรงกลางเป็นส่วนที่หนาที่สุด ลาดเอียงลงด้านข้างคือส่วนขอบ ส่วนหลักนั้นขนานกันอย่างสมบูรณ์ มารวมกันที่ส่วนปลายกลายเป็นรูปพีระมิด

เนื่องจากรปะสิทธิภาพในการทำงานที่ดี ดาบจึงสำเร็จแค่ในชั่วโมงเดียว เร็วกว่าที่เด็นเมียร์คาดการณ์เอาไว้ เขายกดาบไปที่อ่างย้ำขนาดใหญ่และทำให้ดาบที่ร้อน ๆ เย็นลงทันที

“ดอยล์ ไปหาโบรแมนและพาหมอนั่นไปช่วยต่อให้เสร็จด้วย รู้วิธีใช่ไหม ลับคมที่ขอบก่อนแล้วค่อยขัดทีหลัง” เด็นเมียร์บอกดอยล์ ลูกศิษย์ที่ช่วยทำให้การสร้างดาบสองมือนี้เป็นไปได้ด้วยดี

หลังจากนั้นเขาก็หันมาหาไอเซ็นและกอดอก เขาหมวดคิ้วใส่ “เอาล่ะ ทีนี้บอกฉันทีว่านายทำอะไรด้วยค้อนนั่น”

ไอเซ็นตอบพลางเกาเคราและหลับตาเพื่อคิด “เอ่อ หมายถึงการเชื่อมต่อน่ะเหรอ? หลังจากที่ตีครั้งแรกพลาด ฉันก็หงุดหงิดนิดหน่อยและต้องการทำให้ครั้งถัดไปมันดีขึ้น ดังนั้นฉันก็เลยตั้งสมาธิให้ค้อนนี่เป็นส่วนหนึ่งของร่างกายฉัน แล้วก็ได้ทักษะใหม่มา” เขาอธิบายแบบง่าย ๆ

เมื่อได้ยินไอเซ็นพูดเช่นนั้น เด็นเมียร์ถึงกับถลึงตาและมองเขาด้วยสายตาในความไม่เชื่อ

“นายจะบอกว่านายได้ทักษะการเชื่อมต่อเครื่องมือจากเมื่อกี้งั้นเหรอ?” คำถามของเขาแฝงมาด้วยความอยากรู้อยากเห็นที่แสดงออกมาทางสายตา

“ใช่ มันไม่ควรจะง่ายแบบนั้นเหรอ?” ไอเซ็นถามด้วยความสงสัยและคนแคระตรงหน้าเขาเพียงถอนหายใจและส่ายหน้า “ไม่เลย มันไม่ได้ง่ายแบบนั้น! ฉันใช้เวลาทั้งสัปดาห์พยายามเชื่อมต่อกับค้อนที่ฉันใช้อยู่ทุกวันตลอดทั้งปี! แต่นายกลับเพียงแค่ยืนตรงนั้นแล้วใช้เวลาเพียงแค่ไม่นานก็ได้มันมา?” น้ำเสียงที่เด็นเมียร์ตะโกนออกมาผสมกับโทสะและความตื่นเต้น

“ดูเหมือนว่าจิตวิญญาณของนายยังคงจดจำสิ่งที่นายเพียรทำมาตลอดทั้งชีวิต ฉันไม่คิดเลยว่าจะสามารถสอนวิชาให้กับคนที่เป็นระดับผู้เชี่ยวชาญอยู่แล้ว ฮ่า ๆ!”

ด้วยเสียงหัวเราะที่ดัง เด็นเมียร์เผยรอยยิ้มเป็นครั้งแรก และภารกิจก็สำเร็จ

[ภารกิจสำเร็จ – บทเรียนช่างตีเหล็ก]

[คำอธิบาย]

หลังจากที่ได้รับคำสั่งจากเด็นเมียร์เพื่อสอนคุณถึงการเป็นช่างตีเหล็ก เขาได้บอกให้คุณรับหน้าที่เป็นมือตีระหว่างการทำดาบสองมือ ทำตามคำสั่งของเขาให้ดีที่สุดด้วยความสามารถของคุณ

[รางวัล]

ค่าประสบการณ์, ทักษะช่างตีเหล็ก

[ความล้มเหลว]

เด็นเมียร์จะปฏิเสธที่จะสอนคุณอีกต่อไป

[จำกัดเวลา - จนกว่าเด็นเมียร์จะหมดความอดทนหรือจนกว่าจะทำดาบเสร็จ]

[โบนัส]

เพิ่มชื่อเสียงต่อเด็นเมียร์ ดิมไฮด์อย่างมีนัยสำคัญ, ไม่จำกัดการเข้าใช้งานโรงตีเหล็กความสุขใจของคนแคระ, โบนัสค่าประสบการณ์, โอกาสการเปลี่ยนคลาส

[คุณได้รับค่าประสบการณ์ 500]

[คุณเลเวล 4]

[เรียนรู้ทักษะช่างตีเหล็กสำเร็จ]

จบบทที่ โปรเพลเยอร์วัยเกษียณ (SMRiaG) บทที่ 7 ความสุขใจของคนแคระ [อ่านฟรี]

คัดลอกลิงก์แล้ว