เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

โปรเพลเยอร์วัยเกษียณ (SMRiaG) อารัมภบท [อ่านฟรี]

โปรเพลเยอร์วัยเกษียณ (SMRiaG) อารัมภบท [อ่านฟรี]

โปรเพลเยอร์วัยเกษียณ (SMRiaG) อารัมภบท [อ่านฟรี]


บทที่ 0 – อารัมภบท

แคปซูล เป็นเกมคอนโซลที่ปฏิวัติวงการโลกแห่งเกมซึ่งเป็นผลงานจากการสรรสร้างของไพร์มอินดัสทรีสถาบันวิจัยและพัฒนาโลกเสมือนจริง(วีอาร์)ชั้นนำของโลก พร้อมกับการเปิดตัวแอปพลิเคชัน : โลกแห่งเวทมนต์ ที่ทำงานบนแคปซูล

โลกแห่งเวทมนต์เป็นเกมบทบาทสมมุติออนไลน์ขนาดใหญ่ซึ่งมีทั้งโลกแห่งดาบรวมทั้งเวทมนต์ถูกตั้งค่าไว้ในตัวเกมด้วย จุดขายที่โดดเด่นที่สุดของตัวเกมเห็นจะเป็นความเป็นไปได้ต่าง ๆ ที่ผู้เล่นจะได้รับ นอกจากที่สามารถปรับแต่งรูปลักษณ์ได้ตามใจชอบแล้วยังมี เผ่า เพศ และอีกมากมายที่ผู้เล่นต้องการทำ

ปกป้องประเทศจากอันตรายโบราณเพื่อจะได้เป็นฮีโร่ของประเทศหรือทำลายอันตรายโบราณนั่นเพื่อกลายเป็นความพินาศ หรือในขณะที่เหล่าฮีโร่และปีศาจกำลังต่อสู้กันอยู่นั้น ท่านเพียงนั่งอยู่กับที่และสนุกกับการรังสรรค์อาวุธที่แข็งแกร่งที่สุด ประติมากรรมที่งดงามที่สุด หรือแม้แต่จะเป็นเสื้อผ้าที่สวยที่สุดก็ย่อมได้

ไม่ว่าหัวใจจะเพรียกหาสิ่งใดที่ท่านต้องการก็ล้วนแต่สามารถเกิดขึ้นจริงได้ในโลกเสมือนแห่งนี้

ผู้เล่นจะก้าวเข้าไปในโลกนี้พร้อมกับการเปลี่ยนแปลงและเติบโตอย่างต่อเนื่องกับเอ็นพีซี(ผู้เล่นที่ไม่มีบทบาทใด ๆ)อีกมากมาย มนุษย์ที่ถูกจำลองขึ้นมาเหล่านี้แทบจะไม่ต่างอะไรไปจากคนทั่วไปเลย และผู้เล่นบางคนก็ตกหลุมรักกับเอ็นพีซีเหล่านี้และสร้างครอบครัวกัน ชีวิตเหล่านี้สามารถเกิด แก่ เจ็บ และตายได้ พวกเขาเรียนรู้และลืมได้ สิ่งนี้นำไปสู่การมอบประสบการณ์ที่ไม่ซ้ำเดิมให้แก่ผู้เล่นที่แม้จะอยู่ในเกมเดียวกันก็ตาม

ผู้เล่นดาวรุ่งและมีความสามารถคนหนึ่งเล่นได้นั่งในแคปซูลเพื่อเล่นเกมนี้เป็นครั้งแรก ในอดีตนั้นเขาเคยเป็นผู้เล่นที่ติดอับดับ1ใน10ผู้เล่นที่แข็งแกร่งที่สุดในหลาย ๆ ตัวเกมยอดนิยม แต่เมื่อโลกแห่งเวทมนต์เปิดตัวทำให้ตอนนี้เกมเหล่านั้นสูญเสียความนิยมไปอย่างรวดเร็วรวมถึงเกมปัจจุบันที่เขาเล่นอยู่ด้วย เขาจึงตัดสินใจเล่นเกมนี้และถึงเวลาแล้วที่จะกลับมาทวงจุดสูงสุดของผู้เล่นที่แข็งแกร่งอย่างที่เขาเคยทำ

ขณะที่ชีวิตจริงนั้นเขาเป็นเพียงชายแก่คนหนึ่ง แต่เมื่ออยู่ในเกม อายุน่ะเหรอ? มันก็เป็นเพียงแค่ตัวเลข เขาปรับแต่งรูปแบบตัวละครให้เป็นเวอร์ชั่นที่สมบูรณ์แบบในสไตล์ของตัวเอง ทำให้อ่อนวัยลง30ถึง40ปี ผมสีบลอนด์ยาวมีเสน่ห์ โครงใบหน้าดีและหล่อ พร้อมกับกล้ามเนื้อและหุ่นลีนตามที่ใฝ่ฝัน

เพื่อที่จะทำให้การเริ่มต้นเกมนั้นเป็นไปอย่างง่ายดายมากขึ้น เขาเปลี่ยนเงินจริงเป็นสกุลเงินในเกมเพื่อจะได้ซื้อสิ่งของที่ดีที่สุดหลายชิ้นเท่าที่ซื้อได้ ตอนนี้ทุกอย่างก็พร้อมแล้วสำหรับการเดินทางไปสู่โลกใบใหม่ใบนี้ในฐานะ เทค นักรบผู้ยิ่งใหญ่!

หลังจากที่มาถึงหมูบ้านเล็ก ๆ ในเมืองคัลทร่า หนึ่งในเมืองเริ่มต้นแห่งจักรวรรดิยุโรปตะวันตก สิ่งแรกที่เขาต้องทำคือเปลี่ยนคลาสเป็นนักรบผ่านคลาสเทรนเนอร์

เขาเห็นผู้คนมากมายที่เดินเตร่ไปทั่วตามท้องถนน ไม่ว่าจะเป็นเพื่อนที่เล่นหยอกล้อกันหรือแม้แต่คู่รักที่มาเดทกัน เนื่องจากทั้งสองสิ่งที่กล่าวถึงเป็นสิ่งที่เทคไม่เคยประสบมาก่อนเลยในชีวิต นักรบที่เพิ่งเกิดใหม่อย่างเขาจึงทำเสียงจิ๊จ๊ะและพูดเสียดสีกับผู้คนเหล่านี้ว่าเสียเวลาชีวิตเปล่า ๆ

“เสียทั้งเวลา เสียทั้งความพยายามอะไรเช่นนี้ อีกไม่นานหรอกจะแซงให้หมด” เขาขบคิดในใจขณะเดินไปตามถนนสายหลักเพื่อหาร้านค้าอาวุธและชุดเกราะ ร้านแรกที่เขาเจอก็คือ “การปกป้องจากสวรรค์” ชัดเจนว่าเป็นร้านที่ดูเหมือนจะขายเพียงแค่เครื่องป้องกันระดับสูงเท่านั้น

เทคซื้อชุดเกราะทองคำพร้อมกับโล่ ช่างน่าเสียดายที่ร้านนี้ไม่ได้ขายอาวุธที่มีคุณภาพเทียบเท่ากับชุดเกราะที่ซื้อมา เขาออกมาจากร้านและเดินต่อไปตามถนน ขณะที่เขากำลังมองหาร้านดี ๆ สักร้านเพื่อซื้อดาบ เขาก็สังเกตถึงบางอย่างที่แปลกไป อาวุธที่ผู้คนที่อยู่รอบ ๆ กายเขาถืออยู่นั้นมีสิ่งหนึ่งที่เหมือนกัน : รูปค้อนที่ถูกสลักไว้บนอาวุธชนิดนั้น ๆ

เทคเดินไปหาคนที่อยู่ใกล้ ๆ โดยไม่ลังเล ชายคนนั้นถือของที่มีรอยสลักที่ว่าอยู่ เทคถามที่มาของอาวุธเหล่านั้น หลังจากที่เดินตามเด็กหนุ่มผมสีเขียวยาวไปยังร้านค้าที่ว่า เทคก็เดินเข้าไปในตรอกหนึ่งที่ทอดยาวออกมาจากถนนสายหลัก ตรอกนี้เป็นที่ที่ไม่ควรย่างเข้ามาเมื่อตกกลางคืน และแล้วเทคก็พบกับร้านค้าร้านหนึ่งที่มีสัญลักษณ์สลักรูปค้อนตามที่หาอยู่หน้าร้าน

เขาเดินเข้าไปอย่างมั่นใจ ภายในร้านมีอาวุธหลากชนิดให้เลือกสรรและแม้แต่ชุดเกราะด้วยเช่นกัน ซึ่งดูเหมือนว่าระดับจะต่ำกว่าชุดเกราะที่เขามีอยู่แล้ว

“สวัสดีค่ะ สวัสดี~! มีอะไรให้เรารับใช้คะคุณลูกค้า~?” อีกฟากหนึ่งของตัวร้านมีเด็กสาวน้อยตัวเล็ก ๆ ผู้มีผมเปียสีชมพูยกตัวเองขึ้นมาเหนือเคาน์เตอร์เพื่อดูลูกค้ารายใหม่ที่เพิ่งเข้ามา ข้างเธอนั้นมีเด็กหนุ่มที่ดูอายุไล่เลี่ยกัน เขามีผมสั้นสีฟ้าและหน้าตาที่ไม่เป็นมิตร

“ฉันต้องการอาวุธ” เทคตอบกลับสั้น ๆ มันยังเป็นความรู้สึกแปลก ๆ สำหรับเขาที่ต้องมาสนทนากับเอ็นพีซี ซึ่งพวกนี้ไม่มีอะไรเลยนอกจากโค้ดธรรมดาแค่ “1” กับ “0”

“ก็เห็นอยู่ตำตา เกราะกับโล่ก็มีแล้ว จะอยากได้อะไรเสียอีกล่ะถ้าไม่ใช่อาวุธ?” เด็กหนุ่มผมสีฟ้าพูดเสียดสีและหันกลับไปนั่งลงบนเก้าอี้และอ่านหนังสือต่อ

การกระทำนั่นเริ่มทำให้เทคกัดฟันแน่น “ไอ้เปี๊ยกนี่คิดว่าตัวเองเป็นใคร? ก็แค่หุ่นจำลอง! แกถูกสร้างมาให้ผู้เล่นได้เล่นสนุกคั่นเวลาและเพื่อใช้เป็นประโยชน์จากแกก็แค่นั้นแหละ”

“ขอดาบที่แข็งแกร่งที่สุดให้ฉัน” เทคออกคำสั่งด้วยน้ำเสียงโทนต่ำ เด็กสาวผมสีชมพูรีบพยักหน้าและเผยรอยยิ้มสดใส จากนั้นก็กระโดดมาอยู่หน้าเคาน์เตอร์และตรงไปยังหน้าจอหนึ่งและหยิบดาบยาวธรรมดา ๆ ออกมาเล่มหนึ่ง เมื่อเทียบกับอาวุธอื่น ๆ ที่เขาเห็นตามท้องถนนแล้ว ดาบยาวเล่มนี้ดูไม่ได้แข็งแกร่งสำหรับเทค ด้วยความโกรธ เทคจึงคว้าดาบมาจากมือเธอและขว้างมันไปด้านข้างทันที “ฉันบอกว่าให้เอาดาบที่แข็งแกร่งที่สุดมาให้ฉันไง!” เทคกำหมัดแน่น พยายามที่จะไม่ทำลายกฎข้อสำคัญที่สุดที่ผู้เล่นทุกคนมีติดตัว คือการไม่สื่อสารในรูปแบบใด ๆ ที่เหล่าเอ็นพีซีเป็นส่วนหนึ่งของเกมวีอาร์ที่มีความทรงจำและไม่ได้มีชีวิตจริง ๆ หากแต่เป็นแค่โปรแกรม

เทคชี้ไปยังดาบใหญ่สีดำดูคมและเป็นประกายสีขาวเล็กน้อยเล่มหนึ่งที่อยู่เหนือเคาน์เตอร์ขึ้นไป

เด็กหนุ่มส่ายหน้าพร้อมพูดส่อเสียดขึ้นมาอีกครั้ง “ไม่ได้หรอกเพื่อนยาก ดาบเล่มนั้นไม่ได้มีไว้ขาย”

“ไสหัวไปเสียไอ้หนู ฉันบอกว่าต้องการดาบ เอามาให้ฉัน ไม่อย่างงั้นได้เสียใจแน่”

คิ้วของเขาขมวดติดกันเป็นปม เด็กหนุ่มผมสีฟ้าวางหนังสือลงและก้าวออกมายืนตรงหน้า เงยหน้ามองเขา “ผมบอกว่าดาบนั่นไม่ได้มีไว้ขายไง”

เทคค่อย ๆ ยกมือขึ้นอย่างช้า ๆ พร้อมที่จะเหวี่ยงกระแทกกับใบหน้าของเด็กหนุ่ม เขาเหวี่ยงมือออกไปและทันทีที่รู้สึกว่าฝ่ามือกระแทกเข้ากับแก้มของเด็กหนุ่ม ก็เป็นจังหวะเดียวกันกับที่ความเจ็บปวดนั้นแล่นผ่านขึ้นมาถึงสมองและแสดงออกมาทางสีหน้าจนเขาแข็งทื่อไป

“อะไรวะ...?!” เขาตะโกนออกมาตามสัญชาติญาณและผงะถอยหลังออกมา

“เฮ้ย แกคิดว่าแกมาทำอะไรของแกในร้านฉัน?” น้ำเสียงลึกครึ้มถามเขา เทคไม่ทันสังเกตว่าเสียงนั่นมาจากใครเพราะมัวแต่สนใจมือข้างที่เจ็บอยู่ นักรบหันมาและมองชายที่ยืนอยู่ตรงหน้าเขา ถึงแม้ว่าเขาจะปรับให้ตัวเองค่อนข้างสูงแล้ว แต่ชายคนนี้นั้นสูงกว่า กล้ามเนื้อใหญ่เด่นออกมาจากท่อนแขนทั้งสองข้างและเส้นเลือดที่ปูดขึ้นมาทำให้แผลเป็นตามตัวของเขาดูเด่นขึ้นมาเช่นกัน ร่างกายท่อนบนของเขาถูกคลุมด้วยผ้ากันเปื้อนหนัง เป็นภาพลักษณ์ที่ชัดเจนของช่างตีเหล็กโบราณ ผมที่ยาวผันเปลี่ยนเป็นสีขาวสะอาดตามอายุที่เพิ่มขึ้นของเขาถูกมัดรวบเป็นจุกไว้ด้านหลังและมีเคราที่สีเดียวกับผม มันทำให้ดูไม่เหมือนว่าเขาทำงานสายนี้ เขาเปล่งเสียงออกมาดั่งความรู้สึกโดยแท้ของลูกผู้ชายร่างกำยำ

“ต้องการอะไรไม่ทราบตาเฒ่า?!” แม้ว่าอายุเทคจะดูไม่ได้น้อยไปกว่าเอ็นพีซีที่อยู่ตรงหน้าอย่างที่ควรจะเป็นสักเท่าไหร่ แต่ก็สัมผัสถึงสติปัญญาที่ล้นเหลือออกมาจากตัวเขา เขายืนกอดอกและก้มมองเทคด้วยความโกรธ

“ฉันเป็นคนที่ถามแกไง ว่าแกคิดว่าแกเข้ามาทำอะไรในร้านของฉัน?” ช่างตีเหล็กถามอีกครั้ง น้ำเสียงของเขาสื่อว่าการถามครั้งต่อไปจะไม่เกิดขึ้นอีก เทคทำเสียงจิ๊จ๊ะใส่เอ็นพีซีจอมกวนประสาทแถมยังยืนกอดอกให้อีก

“ฉันต้องการดาบเหนือเคาน์เตอร์นั่น เดี๋ยวนี้” เขาพูดอย่างมั่นใจ ขณะเงยหน้ามองชายที่ยืนตรงหน้า

ช่างตีเหล็กโพล่งเสียงหัวเราะดังออกมา “อยากได้ดาบงั้นเหรอ? ไอ้หนู นั่นมันดาบฉัน มันยังเร็วไปเป็นร้อยปีที่แกคิดจะจับและยกดาบนั่น”

“ชิ...ถ้าฉันทำได้ล่ะ?”

“ฮ่า ๆ ไอ้หนู ฉันจะบอกอะไรให้ฟังนะ ถ้าแกยกดาบนั่นได้ ฉันจะยกอาวุธทุกชนิดในร้านให้แกเลย แต่ถ้าทำไม่ได้ แกก็ซื้อสักอันแล้วไสหัวไปเสีย เข้าใจไหม?” ชายแก่จับมือเทคยืนขึ้นและรอเขาตอบตกลงข้อเสนอ หลังจากนักรบยอมรับข้อเสนอ ชายแก่ก็เอื้อมมือขึ้นไปหยิบดาบลงมาด้วยมือเดียว

“รับไปสิไอ้หนู” เขายิ้มเยาะเผยให้เห็นฟันขาวเรียงสวย เทคแบมือและกำรวบด้ามดาบอย่างมั่นใจ ทันใดนั้นน้ำหนักที่มีก็ขึงแขนของเขาจนตึง เทคต้องใช้สมาธิอย่างมากเพราะพวกเขาเองก็ไม่ยอมง่าย ๆ

“ว่าไง ยกได้ไหม? ฉันจะปล่อยแล้วนะ”

“หา?” เทคพึมพำออกมาหลังจากที่ได้ยินคำพูดของชายแก่ และก่อนที่เขาจะมีโอกาสตอบโต้ ข้อนิ้วของเขาก็ถูกกดลงกับพื้นด้วยแรงมหาศาล “อะไรกันวะ?! หนักอะไรขนาดนี้?”

ชายแก่ยังคงหัวเราะออกมาเสียงดังไม่หยุดและตบลงที่หลังเทคเป็นเหตุให้ความเจ็บปวดแพร่ผ่านทั่วร่างกายของเขา “คิดอะไรของแก ไอ้หนู? แค่เลเวลหนึ่งยังไม่พ้นเลย ดาบนั่นต้องการค่าความแข็งแกร่งที่มากกว่าพวกเลเวลร้อยมีกัน เอาล่ะ แกจะเอาดาบที่แม่สาวนั่นแนะนำให้แกไป หรือว่าจะออกไปให้พ้นร้านฉัน แบบตลอดกาล”

เทคประสบกับการคุกคามที่ทำให้เขารู้สึกลึกลงไปถึงกระดูก เมื่อไม่มีทางเลือกอื่นเขาจึงต้องปล่อยมือออกจากใต้ดาบอันยิ่งใหญ่และดาบเล่มแรกที่เขาปฏิเสธไว้แทน หลังจากอ่านป้ายราคา เขาก็โยนเหรียญทองคำหนึ่งเหรียญลงบนพื้นตรงหน้าช่างตีเหล็ก

เทคพรวดพราดออกจากร้านและไปที่ประตูเมืองทันทีโดยไม่มีแม้แต่โอกาสได้ตอบโต้ใด ๆ

“แล้วจะได้เห็นดีกัน! หลังจากที่เลเวลเพิ่ม ฉันจะคว้าดาบนั่นแล้วฆ่าไอ้เฒ่าหงำเหงือกให้ตายด้วยมือ!” เทคออกจากประตูเมืองมาด้วยความโกรธจากนั้นก็ตรงไปยังดันเจี้ยนที่อยู่บริเวณใกล้เคียงกับเมือง

“นี่ ได้ยินเรื่องนั้นยัง? มีข่าวลืมว่าหนึ่งในกลุ่มผู้บุกเบิกอยู่ในเมืองนี้!” เขาได้ยินหนึ่งในผู้เล่นที่กำลังมุ่งหน้าไปดันเจี้ยนเป็นคนบอกเพื่อนของเขา ด้วยความตกใจเพื่อนของเขาจึงหยุดเดินและหันมามอง “ล้อกันเล่นหรือเปล่า?” “รู้ไหมว่าคนไหน?”

“ได้ยินว่าเป็นไอเซ็นนะ! มีคนเห็นคนสวมสร้อยคออันนั้น!”

“หา? ของปลอมมีถมเถไป... สัญลักษณ์ของเขาเป็นที่รู้จักกันดีเพราะเขาใช้มันกับทุกอาวุธที่เขามี...”

“ฉันเดาว่า...พวกเขาคงไปหมดแล้วในเมืองหลวง ใช่ไหม? ...หรืออาจจะเป็นของปลอมอีกชิ้น?”

“ก็อาจจะ...งั้นไว้ค่อยเช็คทีหลังแล้วกัน!”

“อื้อ!”

เทคทำเสียงจิ๊จ๊ะให้กับบทสนทนาของชายสองคนนั้นและมองแถวของฝูงชนที่เข้าคิวกันหน้าดันเจี้ยน เทคโยนถุงที่มีเหรียญทองคำอยู่สองสามเหรียญให้แก่ผู้คุมเพื่อติดสินบนให้เขาได้แซงคิวเข้าดันเจี้ยนก่อนโดยไม่ต้องรอ

เทคเมินเฉยต่อเสียงคนที่ตะโกนใส่เขาเพราะแซงคิว เขาเดินต่อไปตามทางเดินตรงหน้า

เทคบ่นกับตัวเองพึมพำและเดินต่อไปเรื่อย ๆ หลังจากนั้นไม่กี่นาทีเขาก็พบกับปีศาจตัวแรก เขายกโล่ขึ้นตั้งและชี้ปลายดาบไปที่จมูกของปีศาจเพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมกับการต่อสู้ที่กำลังจะเริ่มขึ้น มันคล้ายกับหมาล่าเนื้อตัวใหญ่ที่มีฟันแหลมคมและกรงเล็บที่ยาวกว่ากริช

“มาหาพ่อมา ไอ้ตัวน่ารังเกียจ!” เทคตะโกนและเคาะโล่ด้วยดาบเพื่อยั่วยุอสูรร้าย เมื่อเห็นว่าได้ผล เขาก็เตรียมพร้อมเข้ารับการปะทะ อสูรร้ายกระโจนเข้าใส่และฟันนักรบที่อยู่ตรงหน้ามันแทบจะทันทีทันใด เป็นผลให้เขากระเด็นไปอีกฝั่งของพื้นที่ทันที

“อะไรวะ?! ควรจะเป็นดันเจี้ยนสำหรับมือใหม่ไม่ใช่เหรอ?” เขาตะโกนออกมาและหันไปมองปีศาจอีกครั้ง ขณะที่กำลังครุ่นคิดเรื่องการใช้หนึ่งในทักษะพื้นฐานที่ไม่ว่าใคร ๆ ก็ปลดล็อคแล้วได้ เขาถอยห่างออกมาเรื่อย ๆ แต่ก็ต้องทึ่งเมื่อได้เห็นเลเวลของมัน

[อสูรร้ายแห่งดันเจี้ยนมีชีวิต | เลเวล100]

“เวร เวร เวร เวรเอ้ย! ต้องตายแน่ ๆ! จะต้องเสียทั้งเงิน เสียทั้งของที่ซื้อมา! ได้โปรด อย่า ฉันอยากมีชีวิตต่อ!” ความกลัวที่มีเริ่มมากขึ้น หลังจากที่พลังชีวิตหายไปเกือบหมด เทคค่อย ๆ คลานห่างออกมาจากปีศาจอย่างช้า ๆ ตัวเขาสั่นรุนแรงจนไม่อาจควบคุมได้เนื่องจากสัมผัสถึงลมหายใจร้อน ๆ ของอสูรร้ายที่ต้นคอ ตัวเขาแข็งทื่อ เตรียมพร้อมที่จะถูกฉีกร่างออกเป็นชิ้น ๆ

แต่แล้ว...กลับไม่มีอะไรเกิดขึ้น ดูเหมือนปีศาจจะหายไปแล้วเมื่อพิจารณาจากอากาศร้อนชื้นที่ไม่ได้สัมผัสโดนตัวเขาอีกต่อไป เขาค่อย ๆ หันมามองกับภาพที่เกิดขึ้นตรงหน้า

ปีศาจที่เกือบจะฆ่าเขาถูกฟันขาดครึ่ง ร่างของมันจมกองเลือดที่นองอยู่เต็มพื้น ‘เกิดอะไรขึ้นกับมัน...?’ เทคคิดในใจ

“ฮ่า ๆ ไอ้หนู ดูเหมือนจะโชคไม่ค่อยเข้าข้างนะ หา? ไม่มีใครบอกแกหรือไงว่าดันเจี้ยนมีชีวิตน่ะอยู่ในเมือง?” น้ำเสียงอันลึกครึ้มฟังคุ้นหูถูกส่งไปยังนักรบ

“กะ-แก...? แกมาทำอะไรที่นี่?!” เทคตะโกนใส่ชายที่ยืนอยู่รงหน้าเขา ชายแก่จากร้านขายอาวุธกำลังยืนอยู่ตรงหน้าเขา ในมือถือดาบใหญ่ที่ถูกพาดอยู่บนบ่ามีเลือดสีแดงฉานหยดลงพื้นตามแรงโน้มถ่วง

ตอนนั้นเองเขาก็สังเกตเห็นบางอย่างที่เขาไม่ทันสังเกตเมื่อตอนที่อยู่ในร้านขายอาวุธ เหรียญสีดำและแดงถูกห้อยล้อมรอบคอของชายแก่ในรูปแบบของสร้อยคอ มีสัญลักษณ์รูปค้อนถูกสลักอยู่

“คุณไอเซ็นคะ~? คุณช่วยเขาทำไม~? เขาพยายามจะทำร้ายพี่ของฉันนะ...” เด็กสาวผมสีชมพูถามชายแก่ด้วยความสับสน

“หา? อ๋อ เปล่านี่! ฉันไม่ได้ช่วยมันสักหน่อย! ฉันไม่ได้อยากให้ดาบฉันต้องเสียคมหรอกนะ! ดาบอีโก้น่ะทำยากจะตาย! ฉันเองก็อยากเห็นว่าจะเกิดอะไรขึ้นหากเราให้ดาบนี้แก่คนที่มีวิญญาณเน่าเฟะแบบหมอนี่ไป แต่ก็ไม่มีประโยชน์อยู่ดีถ้าหมอนี่เกิดตายและหายไปก่อนที่จะได้ใช้มัน” ชายแก่หัวเราะดังลั่นและหนักมากเสียจนต้องเอามือประคองที่หน้าท้องก่อนจะเดินไปหาเทคและดึงดาบในมือเขาออก

“ฉันคิดว่าแกดูดีนะตอนที่เดินเข้ามาในร้านฉัน แต่ถึงยังไง ใครล่ะที่จะใส่ชุดเกราะสีสันที่มัณฑนากรตกแต่งเพื่อใช้ต่อสู้? ก็ดูเหมือนจะมั่นใจในความแข็งแกร่งอยู่หรอกนะ แต่ที่แท้ก็ไม่มีน้ำยา ฮ่า ๆ ๆ ๆ”

“ดะ-เดี๋ยว! ได้โปรดช่วยผมด้วย! ผมเอาเงินมาลงทุนกับเกมนี้แทบจะทั้งหมดแล้ว!” เทคตะโกนออกไปหวังจะให้ชายแก่ตรงหน้าช่วยเหลือเขา แต่เขาเพียงแค่หยุดหัวเราะและหันกลับมา เผยรอยยิ้มอันน่ากลัว กลิ่นคาวเลือดที่คละคลุ้งยิ่งดึงดูดให้บรรดาปีศาจมาที่นี่ แต่พวกมันก็หลีกเลี่ยงชายผู้แข็งแกร่งคนนี้ที่ฆ่าพี่น้องของพวกมันตามสัญชาติญาณ และเริ่มฉีกทึ้งเทคที่นอนกองกับพื้นออกเป็นชิ้น ๆ จนไม่เหลือซาก ไอเซ็นไม่ได้สนใจเสียงกรีดร้องของชายที่ถูกฆ่าที่อยู่ข้างหลัง เขาหันหลังกลับและพร้อมจะเดินจากไป จากนั้นก็ทิ้งคำพูดสุดท้ายก่อนที่เทคจะถูกบังคับให้ออกจากระบบ

“ไสหัวไปเสีย ไอ้หนู!”

จบบทที่ โปรเพลเยอร์วัยเกษียณ (SMRiaG) อารัมภบท [อ่านฟรี]

คัดลอกลิงก์แล้ว