- หน้าแรก
- โลกนี้...ไม่ใช่แค่เกมส์
- ตอนที่ 562: ส่งตัวคนมาซะ!
ตอนที่ 562: ส่งตัวคนมาซะ!
ตอนที่ 562: ส่งตัวคนมาซะ!
นักพรตฮ่วนหัวในชุดคลุมสีเขียวอมครามผู้ดูสูงส่งราวกับเซียนอมตะเหลือบมองศิษย์ของตนเองอย่างระอาใจ “ห้วนเหยี่ยน ค่ายกลใหญ่กว่าจะเปิดใช้งานได้ มันไม่ต้องใช้เวลาบ้างรึอย่างไร?”
หลี่จ้ง: “...”
เซียวจือ: “...”
เซียวจืออยากจะยกมือขึ้นกุมหน้าผากตัวเองเสียเหลือเกิน เขาอุตส่าห์วางแผนคำนวณสารพัดอย่างในใจ แต่กลับลืมคิดไปว่าการเปิดใช้งานค่ายกลมันก็ต้องใช้เวลา เหมือนกับตอนเปิดเครื่องคอมพิวเตอร์ในโลกแห่งความจริงนั่นแหละ มีคอมพิวเตอร์เครื่องไหนที่เปิดปุ๊บติดปั๊บได้ทันทีบ้าง?
สถานการณ์ช่างน่ากระอักกระอ่วนใจสิ้นดี
โชคดีที่การนับถอยหลังหรือแผนการใดๆ ของเขาล้วนเกิดขึ้นในใจ ไม่ได้พลั้งปากพูดออกไปให้ใครได้ยิน ไม่เหมือนหลี่จ้งที่อ้าปากปุ๊บก็เผยระดับสติปัญญาของตัวเองออกมาทันที...
ดูนั่นสิ... สายตาของรองเจ้าเมืองและนักพรตฝูเซิงที่มองหลี่จ้งเปลี่ยนไปแล้ว เหมือนกำลังมองเจ้าทึ่มคนหนึ่งอย่างไรอย่างนั้น
เซียวจือจึงใช้สายตาแบบเดียวกันกับพวกเขามองไปที่หลี่จ้ง
หลี่จ้งหน้าแดงก่ำด้วยความอับอาย รีบยกมือปิดหน้าแล้วเผ่นหนีไป
หลังจากที่แน่ใจแล้วว่าหวังจิ่วเฟิง ยอดฝีมือระดับทารกแรกกำเนิดจากแคว้นเซวียนหมิงที่อยู่นอกเมือง ไม่สามารถสร้างความเสียหายให้กับค่ายกลแปดทิศทองคำที่เพิ่งซ่อมแซมเสร็จได้ รองเจ้าเมืองก็หันกลับมา โค้งคำนับให้นักพรตฮ่วนหัวและนักพรตฝูเซิงด้วยสีหน้าจริงจัง “ขอบคุณสหายเต๋าทั้งสองท่านอย่างสุดซึ้ง หากไม่ได้พวกท่านช่วยเหลือ โลกนี้คงไม่มีเมืองเป่ยหลานอีกต่อไป”
เซียวจือ นักพรตหรานมู่ จิงอู่ และซินหลุน ยอดฝีมือระดับแก่นทองคำทั้งสี่คน ก็โค้งคำนับอย่างจริงจังตามรองเจ้าเมืองไปเช่นกัน
นักพรตหรานมู่ จิงอู่ และซินหลุน ล้วนสังกัดจวนเจ้าเมืองเป่ยหลาน ถือได้ว่าเป็นขุนนางของมณฑลเป่ยหลาน
เซียวจือเองก็เช่นกัน ก่อนที่เขาจะทะลวงสู่ระดับแก่นทองคำ สถานะของเขาคือผู้ตรวจการณ์แห่งมณฑลเป่ยหลาน ก็ถือได้ว่าเป็นคนในระบบของมณฑลเป่ยหลานเช่นกัน
“สำนักของข้ากับเจ้าเมืองเป่ยหลานมีความสัมพันธ์อันดีต่อกัน อีกทั้งสำนักก็ตั้งอยู่ในอาณาเขตของมณฑลเป่ยหลาน สหายเต๋าหลงยู่ ท่านไม่ต้องทำเช่นนี้” นักพรตฮ่วนหัวกล่าวด้วยรอยยิ้มจางๆ เขาลูบเคราใต้คางเบาๆ ท่วงท่าสง่างามเหนือโลก ราวกับเซียนอมตะ
ชื่อของรองเจ้าเมืองคือโจวเหยียนชิ่ง หลงยู่นั้นเป็นฉายาในมรรคของเขา
นักพรตฝูเซิงก็กล่าวด้วยรอยยิ้มจางๆ “หลงยู่ ท่านกับข้า ไม่ต้องเกรงใจกันถึงเพียงนี้”
เหล่าผู้ยิ่งใหญ่ต่างกำลังสนทนากันอย่างเกรงอกเกรงใจ เซียวจือยืนอยู่ข้างๆ หางตาของเขาก็คอยจับจ้องสถานการณ์บนท้องฟ้าอยู่ตลอดเวลา
เมื่อเห็นว่าการโจมตีของตนไม่สามารถทำลายค่ายกลพิทักษ์เมืองเป่ยหลานได้ หลังจากพยายามโจมตีอีกสองสามครั้ง หวังจิ่วเฟิง ยอดฝีมือระดับทารกแรกกำเนิดจากแคว้นเซวียนหมิงผู้นั้นก็ยอมรามือ
ใบหน้าของเขาเคร่งขรึมดำมืด ราวกับดวงอาทิตย์สีดำที่ลอยเด่นอยู่บนฟากฟ้า
หลังจากลอยนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง เขาก็เปิดปากขึ้น เสียงของเขาดังกึกก้องราวกับอสนีบาตฟาดลงกลางเมืองเป่ยหลาน: “โจวเหยียนชิ่ง! ส่งตัวคนที่สังหารเซียนเมี่ยวหมู่ออกมา แล้วข้าจะไปจากที่นี่!”
สีหน้าของรองเจ้าเมืองเปลี่ยนไปเล็กน้อย
และสีหน้าของเซียวจือก็เปลี่ยนไปเช่นกัน
เขาไม่คาดคิดว่ายอดฝีมือระดับทารกแรกกำเนิดจากแคว้นเซวียนหมิงผู้นี้จะเอ่ยคำพูดเช่นนี้ออกมา
ยอดฝีมือระดับทารกแรกกำเนิดผู้นี้เอ่ยชื่อของเซียนเมี่ยวหมู่ทันทีที่เปิดปาก ต้องการจะลากตัวคนที่สังหารนางออกไปให้ได้
นี่เขาคิดจะแก้แค้นให้เซียนเมี่ยวหมู่รึ?
หรือว่า... ยอดฝีมือระดับทารกแรกกำเนิดผู้นี้จะเป็นคู่ขาของนางมารนั่น?
นักพรตฝูเซิง นักพรตหรานมู่ และยอดฝีมือระดับแก่นทองคำคนอื่นๆ ต่างหันขวับมามองที่เซียวจือเป็นตาเดียว
เมื่อถูกสายตาของยอดฝีมือระดับแก่นทองคำหลายคู่จับจ้อง เซียวจือก็รู้สึกร้อนๆ หนาวๆ ขึ้นมาในใจ
คนที่ฆ่าเซียนเมี่ยวหมู่คือเขาเอง... การที่รองเจ้าเมืองจะยอมส่งตัวผู้ฝึกตนระดับแก่นทองคำขั้นต้นต้อยอย่างเขาออกไปเพื่อแลกกับความปลอดภัยของเมืองเป่ยหลาน และทำให้หวังจิ่วเฟิงยอมถอยทัพกลับไป... เรื่องแบบนี้มีความเป็นไปได้สูงมากทีเดียว
แม้ว่าจากความเข้าใจที่เขามีต่อรองเจ้าเมือง ความเป็นไปได้ที่เรื่องแบบนี้จะเกิดขึ้นนั้นไม่มากนัก แต่ในใจของเซียวจือก็ยังอดที่จะหวาดหวั่นไม่ได้
ในขณะที่เซียวจือกำลังกระวนกระวายใจอยู่นั้น รองเจ้าเมืองก็เงยหน้าขึ้น กล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยแต่หนักแน่นว่า “หวังจิ่วเฟิง นี่คือสงครามระหว่างแคว้น ผู้ที่สังหารนางมารเมี่ยวหมู่ คือวีรบุรุษของแคว้นต้าชางเรา มีคุณูปการแต่ไร้ความผิด ท่านคิดว่าข้าจะส่งตัวเขาออกไปหรือ?”
เมื่อได้ยินคำพูดนี้ เซียวจือก็อดที่จะถอนหายใจอย่างโล่งอกไม่ได้ เขาแอบกดไลค์ให้รองเจ้าเมืองในใจเงียบๆ
รองเจ้าเมืองยังคงเป็นรองเจ้าเมืองที่เขารู้จัก ไม่เปลี่ยนแปลงไปแม้แต่น้อย
เมื่อเห็นว่าข้อเรียกร้องที่ตนยอมถอยให้ก้าวหนึ่งกลับถูกปฏิเสธ สีหน้าของหวังจิ่วเฟิงก็ยิ่งเคร่งขรึมดำมืดยิ่งขึ้น
หากไม่มีค่ายกลพิทักษ์เมืองนี้อยู่ ด้วยพลังระดับทารกแรกกำเนิดของเขา การสังหารโจวเหยียนชิ่งผู้นี้คงไม่มีความยากเย็นใดๆ เป็นเรื่องง่ายดายราวกับพลิกฝ่ามือ แต่ตอนนี้ เขากลับทำอะไรเจ้าโจวเหยียนชิ่งที่น่าตายคนนี้ไม่ได้เลย
“ข้าเพิ่งจะเข้าสู่ระดับทารกแรกกำเนิดได้ไม่นาน ยอมรับว่าทำอะไรค่ายกลพิทักษ์เมืองนี้ไม่ได้ แต่โจวเหยียนชิ่ง มณฑลเป่ยหลานของเจ้าไม่ได้มีแค่เมืองนี้เมืองเดียวนี่ ไม่รู้ว่าค่ายกลพิทักษ์เมืองของอำเภอและเขตเหล่านั้น จะต้านทานการโจมตีของข้าได้หรือไม่?” หวังจิ่วเฟิงกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชาและสีหน้าเคร่งขรึม
คราวนี้ถึงตารองเจ้าเมืองที่ต้องหน้าเสียบ้างแล้ว
ด้วยพลังระดับทารกแรกกำเนิดของหวังจิ่วเฟิงผู้นี้ แม้จะไม่สามารถทำลายค่ายกลป้องกันของเมืองเป่ยหลานได้ แต่การจะทำลายค่ายกลป้องกันของเขตต่างๆ ในมณฑลเป่ยหลานนั้นไม่ใช่เรื่องยากเย็นอะไร ส่วนการทำลายค่ายกลป้องกันของอำเภอต่างๆ ยิ่งเป็นเรื่องง่ายดายยิ่งกว่า
เมื่อเห็นรองเจ้าเมืองหน้าเสียและไม่พูดอะไร หวังจิ่วเฟิงก็หัวเราะออกมาอย่างสะใจ “โจวเหยียนชิ่ง ข้าให้โอกาสเจ้าอีกครั้ง ส่งตัวคนที่สังหารเมี่ยวหมู่ออกมา! มิฉะนั้น ข้าจะไปทำลายเมืองต่างๆ ของมณฑลเป่ยหลานเจ้า ให้ผู้คนล้มตายเป็นเบือ!”
รองเจ้าเมืองกล่าวด้วยสีหน้าอัปลักษณ์ “เซียนเมี่ยวหมู่ ข้าเป็นคนฆ่าเอง”
“เจ้าโกหก!” หวังจิ่วเฟิงราวกับเทพมารผู้มองลงมายังเหล่ามนุษย์ เขาจ้องมองรองเจ้าเมืองและคนอื่นๆ ด้านล่าง “ก่อนที่เมี่ยวหมู่จะตาย นางได้ใช้วิชาลับส่งข่าวสารมาให้ข้า คนที่ฆ่านางหาใช่เจ้าไม่ แต่เป็นคนผู้นี้!”
ขณะที่พูดนั้น เบื้องหน้าหวังจิ่วเฟิงมีกลุ่มเมฆสีดำกลุ่มหนึ่งปรากฏขึ้น มันเปลี่ยนแปลงรูปร่างอย่างรุนแรง กลายเป็นร่างของคนผู้หนึ่ง
นั่นคือร่างของคนมังกรผู้ถือดาบยาว สามารถมองเห็นเค้าโครงของเซียวจือได้อย่างเลือนราง
นี่ไม่ใช่ใครอื่น แต่เป็นร่างของเซียวจือหลังจากที่กลายร่างเป็นคนมังกร!
เซียวจือที่กำลังเงยหน้ามองภาพนี้อยู่ มุมปากของเขาอดที่จะกระตุกไม่ได้
เขานึกขึ้นมาได้อย่างกะทันหัน ถึงคำพูดที่เต็มไปด้วยความอาฆาตแค้นของเซียนเมี่ยวหมู่ก่อนที่วิญญาณของนางจะสลายไป “คนที่ฆ่าข้าคือเขา! คนที่ฆ่าข้าคือเขา!”
ตอนนั้น เขาก็รู้สึกเหมือนถูกงูพิษที่เย็นเยียบจับจ้องอยู่ รู้สึกไม่ดีเอาเสียเลย
ไม่คิดว่า กรรมจะตามสนองเร็วถึงเพียงนี้
ทำอย่างไรดี...
คราวนี้ รองเจ้าเมืองเพื่อเหล่าสรรพชีวิตในมณฑลเป่ยหลานแห่งนี้ อาจจะยอมส่งตัวเขาออกไปจริงๆ ก็เป็นได้
เซียวจือรู้สึกขมขื่นในใจ
สิ่งที่ทำให้เซียวจือรู้สึกประหลาดใจก็คือ แม้รองเจ้าเมืองจะมีสีหน้าอัปลักษณ์ แต่ก็ยังคงยืนกรานอย่างดื้อรั้น "ข้าบอกแล้ว คนที่สังหารนางมารเมี่ยวหมู่ คือวีรบุรุษของแคว้นต้าชางเรา ข้าไม่มีทางส่งตัวเขาออกไป!"
ยอดฝีมือระดับแก่นทองคำทุกคนต่างเงียบงัน
ทว่านักพรตฝูเซิงกลับเอ่ยขึ้นในตอนนี้ “หวังจิ่วเฟิงคนนี้ ข้าก็รู้จักเช่นกัน เมื่อสามสิบปีก่อน เขายังเป็นยอดฝีมือระดับแก่นทองคำขั้นสูงสุด เคยต่อสู้กับสหายเต๋าหลงยู่หลายครั้ง ตอนนั้นข้าก็อยู่ด้วย คนผู้นี้มีนิสัยกลับกลอกหาความแน่นอนไม่ได้ เจ้าเล่ห์อำมหิต ชอบสังหารผู้คนเป็นชีวิตจิตใจ ไม่คิดว่าสามสิบปีผ่านไป จะสำเร็จเป็นทารกแรกกำเนิดแล้ว สหายเต๋าหลงยู่ทำถูกต้องแล้ว แม้ว่าจะส่งสหายเต๋าเซียวจือออกไป ด้วยนิสัยของหวังจิ่วเฟิงคนนี้ ก็เป็นไปไม่ได้ที่จะจากไปง่ายๆ เขาจะยังคงไปทำลายเมืองและสังหารผู้คนอยู่ดี พวกเราไม่อาจหยุดยั้งเขาได้”