- หน้าแรก
- โลกนี้...ไม่ใช่แค่เกมส์
- ตอนที่ 498: ฆ่าไก่ใยต้องใช้มีดฆ่าวัว
ตอนที่ 498: ฆ่าไก่ใยต้องใช้มีดฆ่าวัว
ตอนที่ 498: ฆ่าไก่ใยต้องใช้มีดฆ่าวัว
หลังจากที่แม่ทัพใหญ่ของแคว้นเซวียนหมิงเหินฟ้าจากไปไกลแล้ว ทั้งสองคนจึงค่อยๆ ออกมาจากที่ซ่อน แล้ววิ่งต่อไปตามถนน มุ่งหน้าไปยังคฤหาสน์ของซุนลี่
“ข้างหน้ามีผู้ฝึกตนระดับหลอมฐานราก” ขณะที่วิ่งเลียบไปตามถนน หยางซวี่ก็ยื่นมือชี้ไปยังทิศทางหนึ่งเบื้องหน้า พลางเอ่ยเตือนอีกครั้ง
ในเมืองมณฑลเป่ยหลานตอนนี้ จำนวนผู้ฝึกตนระดับหลอมฐานรากของทั้งฝ่ายแคว้นต้าชางและแคว้นเซวียนหมิงรวมกันแล้วมีอยู่ไม่น้อย
หากเจอผู้ฝึกตนระดับหลอมฐานรากแล้วต้องคอยหลีกเลี่ยงตลอด การจะเดินทางไปยังคฤหาสน์ของซุนลี่ก็คงจะต้องอ้อมไปไกลมาก อาจจะต้องใช้เวลามากกว่าเดิมหนึ่งเท่า หรืออาจจะถึงสองเท่าจึงจะไปถึงได้
และสำหรับเซียวจือในตอนนี้... เวลาคือชีวิต
เพราะใครจะไปรู้ว่าผู้ฝึกตนระดับทารกแรกกำเนิดของแคว้นเซวียนหมิงที่ไล่ตามสังหารยอดฝีมือของแคว้นต้าชางไปนั้น... จะกลับมาเมื่อไหร่
ใครจะไปรู้ว่าผู้ฝึกตนระดับทารกแรกกำเนิดของแคว้นเซวียนหมิงและอินทรีโลหิตปีกแดงที่ ‘หายตัวไป’ พร้อมกับเจ้าเมืองเป่ยหลาน... จะปรากฏตัวขึ้นมาอีกครั้งเมื่อใด
ขอเพียงแค่มีผู้ฝึกตนระดับทารกแรกกำเนิดของแคว้นเซวียนหมิงปรากฏตัวขึ้นที่นี่เพียงคนเดียว สถานการณ์ของฝ่ายแคว้นต้าชางในเมืองมณฑลเป่ยหลานก็จะพลิกผันเลวร้ายลงในทันที
แน่นอนว่า ก็มีความเป็นไปได้ที่ยอดฝีมือระดับทารกแรกกำเนิดของฝ่ายแคว้นต้าชางจะ ‘หวนคืนอย่างราชัน’ กลับมายึดครองเมืองมณฑลเป่ยหลานได้อีกครั้ง สำหรับเซียวจือและผู้ฝึกตนคนอื่นๆ ของแคว้นต้าชางแล้ว นั่นย่อมเป็นผลลัพธ์ที่ดีที่สุด
แต่ด้วยความรอบคอบ เซียวจือมักจะเคยชินกับการคิดถึงสถานการณ์ในแง่ที่เลวร้ายที่สุดไว้ก่อนเสมอ
ไม่ใช่ว่าเขาเป็นคนมองโลกในแง่ร้าย แต่การทำเช่นนี้จะทำให้เมื่อต้องเผชิญกับสถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุด เขาจะได้ไม่ตกใจจนทำอะไรไม่ถูก
หลังจากได้ยินคำเตือนของหยางซวี่ เซียวจือก็ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วจึงเอ่ยปาก “ไม่ต้องหลบ ถ้าเป็นพวกเดียวกันก็แล้วไป แต่ถ้าเป็นศัตรู... ก็ฆ่าทิ้งซะเลย”
“ได้” หยางซวี่ได้ยินดังนั้นก็พยักหน้า ดวงตาทั้งสองข้างของเขาส่องประกายสีเขียวมรกต
คำพูดของเซียวจือ ช่างถูกใจเขายิ่งนัก
เขาเพิ่งจะทะลวงสู่ระดับอสูรบรรพชนขั้นสูงสุดได้ไม่นาน กำลังอยากจะหาโอกาสสู้สักตั้งพอดี
ตอนที่เจอผู้ฝึกตนระดับแก่นทองคำ การเลือกที่จะหลีกเลี่ยง เขายังพอทนได้ เพราะพลังสู้ไม่ได้ จะพูดอะไรได้อีก
แต่ถ้าขนาดเจอผู้ฝึกตนระดับหลอมฐานรากธรรมดาๆ ยังต้องหลีกเลี่ยงอีก...
เขาคืออสูรขั้นสูงสุดนะ! ส่วนเซียวจือก็เป็นถึงผู้ฝึกตนระดับหลอมฐานรากขั้นสูงสุดที่สามารถต่อกรกับผู้ฝึกตนระดับแก่นทองคำได้ การรวมตัวกันของยอดฝีมืออย่างพวกเขา หากเจอแค่ผู้ฝึกตนระดับหลอมฐานรากแล้วยังต้องหลบๆ ซ่อนๆ อีก มันจะน่าอายเกินไปแล้ว
หยางซวี่เป็นคนหยิ่งทะนงในสายเลือด เขาไม่อาจทนรับความอัปยศเช่นนี้ได้
ทันทีที่หยางซวี่ตอบรับ เซียวจือก็เร่งความเร็วพุ่งไปข้างหน้า ดวงตาทั้งสองข้างของเขาส่องประกายเจิดจ้า สายตาของเขาทะลุผ่านอาคารบ้านเรือน มองไปยังทิศทางที่หยางซวี่ชี้
อันที่จริง การจะตัดสินว่าอีกฝ่ายเป็นมิตรหรือศัตรูนั้นไม่ใช่เรื่องยาก
อย่างแรกคือดูจากการแต่งกาย นอกจากนักสู้ของกองทัพที่สวมชุดเกราะที่เป็นแบบแผนชัดเจนแล้ว สไตล์การแต่งกายและการจับคู่เสื้อผ้าของผู้ฝึกตนทั้งสองแคว้นก็ยังมีความแตกต่างกันอยู่บ้าง หากสังเกตให้ดี ก็จะสามารถแยกแยะได้
อีกอย่างหนึ่งก็คือ ผู้ฝึกตนฝ่ายแคว้นต้าชาง โดยทั่วไปแล้วจะไม่สังหารนักสู้และคนธรรมดาในเมือง จะไม่จงใจทำลายบ้านเรือนในเมืองเป่ยหลาน แต่ผู้ฝึกตนฝ่ายแคว้นเซวียนหมิงกลับต่างออกไป ในเมืองของศัตรูแห่งนี้ พวกเขาฆ่าคนและทำลายอาคารบ้านเรือนในเมืองได้อย่างไม่ลังเลแม้แต่น้อย
สายตาของเซียวจือทะลุผ่านอาคารบ้านเรือนเหล่านั้นไป และในไม่ช้าก็จับจ้องไปที่คนผู้หนึ่ง
ชายคนนั้นนั่งยองๆ อยู่บนชายคาของศาลาหลังหนึ่ง เบื้องหน้าของเขามียันต์สื่อสารลอยอยู่ เขากำลังพูดอะไรบางอย่างกับยันต์สื่อสารนั้น
“เป็นผู้ฝึกตนของแคว้นเซวียนหมิง!” เซียวจืออาศัยการแต่งกายของชายคนนั้น ก็สามารถระบุตัวตนของเขาได้อย่างรวดเร็ว
ชวิ้บ! มังกรครามตัวน้อยที่แหวกว่ายอยู่ข้างกายเขาราวกับปลาตัวน้อย พลันระเบิดความเร็วถึงขีดสุด กลายเป็นเงาสีคราม พุ่งทะยานออกไปข้างหน้า!
มังกรครามตัวน้อยราวกับหอกสั้นสีคราม ทะลุทะลวงผ่านกำแพงของอาคารเหล่านั้นในทันที ปรากฏขึ้นเบื้องหน้าของผู้ฝึกตนแคว้นเซวียนหมิงคนนั้น
ผู้ฝึกตนแคว้นเซวียนหมิงคนนี้เมื่อเผชิญกับการโจมตีอย่างกะทันหัน ก็เบิกตากว้างด้วยความตกใจ ทว่า... ยังไม่ทันที่เขาจะได้ทันทำอะไร หอกสั้นที่แปลงมาจากมังกรครามตัวน้อยก็แทงทะลุศีรษะของเขาไปแล้ว!
วูบ! ในวินาทีต่อมา เซียวจือก็ปรากฏตัวขึ้นหน้าศพ เขาโบกมือครั้งหนึ่ง แหวนมิติวงหนึ่งก็ลอยออกมา แล้วถูกเขาเก็บเข้าไปในอกเสื้อ
ชายคนนี้ ตอนที่เซียวจือจับจ้องเขา ก็มองออกแล้วว่าเขาเป็นเพียงนักสู้ระดับหลอมฐานรากขั้นกลางเท่านั้น
ด้วยพลังของเซียวจือในตอนนี้ แถมยังใช้วิธีลอบโจมตีอีก การจะฆ่าเขา... ง่ายดุจพลิกฝ่ามือ
ยันต์สื่อสารยังคงลอยอยู่กลางอากาศ ส่องแสงเรืองรองจางๆ
จากภายในยันต์สื่อสาร มีเสียงชายวัยกลางคนดังออกมา “เมื่อครู่เกิดอะไรขึ้น?”
เซียวจือไม่ได้ตอบ แต่กลับยื่นมือออกไปกำยันต์สื่อสารที่ลอยอยู่กลางอากาศนั้นจากระยะไกล
พลังปราณแท้พวยพุ่งออกมา บดยันต์สื่อสารนั้นให้กลายเป็นผงในทันที
วูบ! เงาดำสายหนึ่งปรากฏขึ้นข้างกายเซียวจือ นั่นคือหยางซวี่
หยางซวี่ถือดาบตัดทองคำ มองดูศพบนพื้น แล้วพูดอย่างไม่พอใจนัก “เซียวจือ เจ้าจะช้ากว่านี้หน่อยไม่ได้รึไง? ปล่อยให้ข้าฆ่ามันบ้างสิ”
ตั้งแต่ที่พลังของเขาทะลวงสู่ระดับอสูรบรรพชนขั้นสูงสุด ดาบตัดทองคำในมือของเขาก็ยังไม่เคยได้ลิ้มรสเลือดเลยสักครั้ง
เซียวจือเหลือบมองเขา แล้วยิ้มกล่าว “ฆ่าไก่ใยต้องใช้มีดฆ่าวัว คนผู้นี้อ่อนแอเกินไป ศัตรูที่อ่อนแอเช่นนี้ จะต้องให้เสี่ยวซวี่เจ้าลงมือเองได้อย่างไร? ปล่อยให้ข้าจัดการเถอะ”
ในใจกลับคิดว่า ‘นี่มันแต้มสงครามแคว้นตั้ง 1000 แต้มเชียวนะ ถ้าให้เสี่ยวซวี่เจ้าฆ่า ก็จะไม่ได้อะไรเลย แบบนั้นมันน่าเสียดายเกินไป ดังนั้น... ปล่อยให้ข้าจัดการเถอะ’
“เฮอะ! หยางซวี่ส่งเสียงขึ้นจมูก แต่สีหน้าก็ผ่อนคลายลงบ้าง ไม่ได้พูดอะไรต่ออีก
เขาย่อตัวลง เริ่มดูดซับไอแห่งความตายจากร่างของศพ
เซียวจือยืนอยู่ข้างๆ มองไปรอบๆ คอยระแวดระวังภัยให้
ไม่กี่ลมหายใจต่อมา หยางซวี่ก็ดูดซับไอแห่งความตายจากร่างของศพจนหมด เขายืดตัวตรงขึ้น
เซียวจือโบกมือ “ไปกันเถอะ”
พูดจบ เขาก็กระโดดลงจากชายคาของศาลาหลังนั้น ร่อนลงบนถนนข้างๆ อย่างแผ่วเบา แล้ววิ่งต่อไปตามถนน
หยางซวี่ตามไปข้างหลัง วิ่งตามเขาไป
ทั้งสองคนวิ่งไปตามถนนหนทางต่างๆ ในเมืองมณฑลเป่ยหลาน
ระหว่างทาง ก็ได้พบกับผู้ฝึกตนระดับหลอมฐานรากสิบกว่าคน มีทั้งพวกเดียวกันและศัตรู
เมื่อเจอพวกเดียวกัน หากอีกฝ่ายไม่ได้มองมาทางเขา เซียวจือก็จะไม่ทักทายโดยเฉพาะเจาะจง แต่จะเดินผ่านไปเลย หากอีกฝ่ายจ้องมองมาที่เขา เขาก็จะพยักหน้าให้เล็กน้อย ถือเป็นการทักทาย
หากเจอศัตรู ก็ไม่มีอะไรต้องพูดมาก... จัดการเลย!
ก่อนที่เซียวจือจะสำเร็จวิชา ‘ดาบดับสังขาร’ เขาก็กล้าที่จะบุกตะลุยไปในเขตที่ถูกยึดครองแล้ว วิญญาณระดับหลอมฐานรากที่ตายใต้ดาบของเขานับไม่ถ้วน มาถึงตอนนี้ พลังของเขาก้าวหน้าไปอีกขั้น แม้แต่ผู้ฝึกตนระดับแก่นทองคำขั้นต้นก็ยังสามารถต่อกรได้ ในระดับเดียวกัน... แทบจะเรียกได้ว่าไร้เทียมทานแล้ว
ด้วยพลังของเขาในตอนนี้ แถมยังมีหยางซวี่อยู่ข้างกาย ขอเพียงแค่ไม่เจอผู้ฝึกตนระดับแก่นทองคำ เขาก็ไม่มีอะไรต้องกลัวจริงๆ
ไม่สิ... ผู้เล่นระดับหลอมฐานรากขั้นสูงสุดสามคนของแคว้นเซวียนหมิง ดูเหมือนจะแตกต่างออกไป หากเจอพวกเขา ก็คงต้องระวังตัวหน่อย