เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 62 สำนักชั้นใน (ตอนฟรี)

ตอนที่ 62 สำนักชั้นใน (ตอนฟรี)

ตอนที่ 62 สำนักชั้นใน (ตอนฟรี)


ตอนที่ 62 สำนักชั้นใน

ในวันปกติ หลินเซวียนพยายามศึกษาเมล็ดพันธุ์ของเจตนารมณ์แห่งดาบเพื่อรอการทดสอบที่สาม ไม่กี่วันต่อมา ได้มีใครบางคนจากสำนักชั้นในมาเชิญให้หลินเซวียนไปรับรางวัลจากการทดสอบที่สอง

และเขาคือผู้เฝ้าประตูของผู้อาวุโสฟ่าง เขาพาหลินเซวียนเข้าไปยังสวนของผู้อาวุโสฟ่างทันทีที่มาถึง

ภายในสวนนั้น นอกจากหลินเซวียนแล้วยังมีอีกสองคน นั่นคือหลิวหยุนและต้วนเฟ่ย พวกเขาได้ที่สองและที่สาม ซึ่งเป็นธรรมดาที่จะได้รางวัล

หลินเซวียนทักทายพวกเขาก่อนจะไปยืนด้านข้างเพื่อรอผู้อาวุโสฟ่าง จากนั้นไม่นานผู้อาวุโสฟ่างก็เดินเข้ามาพร้อมรอยยิ้ม

"ข้าเป็นคนรับผิดชอบของรางวัลให้พวกเจ้าทั้งสาม ตามที่กล่าวไว้ สำหรับที่หนึ่งจะเป็นโอสถทิพย์บริสุทธิ์ วิชาขั้นสีดำระดับสูง และสมบัติขั้นมนุษย์"

"ที่สองนั้นจะเป็นวิชาขั้นสีดำระดับต่ำ และโอสถทิพย์"

"ส่วนที่สามนั้นเป็นวิชาขั้นสีดำอย่างเดียว"

ผู้อาวุโสฟ่างกล่าวอย่างผ่อนคลาย "หลินเซวียน หลิวหยุน พวกเจ้าทั้งสองมารับโอสถจากข้าก่อน"

หลินเซวียนและหลิวหยุนก้าวออกไปรับขวดยาสีขาวพร้อมกันก่อนจะถอยหลังกลับ หลินเซวียนเปิดดูข้างใน และพบว่ามีเม็ดยาขนาดเท่าลูกลำไยอยู่พร้อมควันสีฟ้าจาง ๆ ลอยออกมาหอมคละคลุ้ง กลิ่นนี้ทำให้ผู้คนที่สูดดมรู้สึกสดชื่นอย่างมาก

"นี่คือยาที่สามารถทำให้บรรลุขั้นพลังได้สินะ" หลินเซวียนเก็บขวดยาไว้และยืนรอรางวัลต่อไป

ผู้อาวุโสฟ่างเห็นหลินเซวียนยังคงสงบเมื่อเห็นโอสถภายในนั้น ความประหลาดใจปรากฏขึ้นในดวงตาของเขาเล็กน้อย เขาหยิบบางอย่างออกมาก่อนจะมอบให้หลินเซวียน

"นี่คือสมบัติขั้นมนุษย์ของสำนัก แหวนเก็บของ"

แน่นอนว่าหลินเซวียนรีบรับอย่างดีใจ มันสะดวกสบายที่จะพกพาหลาย ๆ สิ่งโดยการมีแหวนนี้ เขาใช้สัมผัสเทวะเปิดแหวนก่อนจะเก็บขวดโอสถทิพย์ไว้ข้างใน

"เอาล่ะ ตอนนี้ไปยังหอวรยุทธ์กัน" เพียงแค่สะบัดมือ ผู้อาวุโสฟ่างได้พาทั้งสามลอยออกไปพร้อมลมกรรโชก

ทั้งสามคนรู้สึกว่ามีหมอกหนาปกคลุมร่างกายขณะลอยอยู่ จากนั้นร่างของพวกเขาได้ลงถึงพื้นอย่างรวดเร็ว พวกเขามองไม่เห็นทิวทัศน์รอบด้าน แต่ก็รู้สึกได้ว่ากำลังลอยอยู่

ไม่นานทั้งสามได้ลุกขึ้นยืน

"ตามข้ามา อย่าหลงละ" ผู้อาวุโสฟ่างพุ่งทะยานออกไปตามทิศทางทันที

ทั้งสามรีบตามไปเพราะกลัวจะตามไม่ทัน แต่พวกเขาก็ยังมองไปรอบด้านด้วยความอยากรู้อยากเห็น

หนทางที่สร้างขึ้นจากศิลาครามนั้นทอดยาวไปไกล อีกด้านหนึ่งของเส้นทางก็จะเต็มไปด้วยดอกไม้และพืชพรรณนานาชนิด ในระยะไกล ยังดูเหมือนจะมีราชวังที่ปกคลุมไปด้วยหมู่เมฆ

ระหว่างทางพวกเขายังพบปะศิษย์บางคน พวกเขารวดเร็วอย่างมาก อีกทั้งลมหายใจยังทรงพลังกว่าทั้งสามหลายเท่า

"นี่คือสำนักชั้นในงั้นหรือ?" หลินเซวียนกระซิบ

"ใช่ สำนักชั้นในและสำนักชั้นนอกนั้นตั้งอยู่บนขุนเขาที่ต่างกัน พวกเขาไม่ค่อยเดินไปไหนมาไหนเหมือนสำนักชั้นนอก แน่นอนว่าสำนักชั้นนอกก็ไม่ค่อยทราบเรื่องราวของสำนักชั้นในเช่นกัน และศิษย์ในนี้ก็ไม่ค่อยกลับไปสำนักชั้นนอกด้วย" ต้วนเฟ่ยกล่าว

หลิวหยุนสูดหายใจลึกก่อนจะเอ่ยขึ้น "ปราณพลังภายในนี้เหมือนจะแข็งแกร่งกว่าสำนักชั้นนอก ข้าเกรงว่าหากบ่มเพาะพลังในนี้ มันคงจะเร็วกว่าตอนอยู่สำนักชั้นนอกเป็นเท่าตัว"

ทั้งสามคนสนทนากันระหว่างทางภายในสำนักชั้นใน หลินเซวียนรู้สึกตื่นเต้นอย่างมากเมื่อนึกถึงตอนที่จะได้เข้ามาบ่มเพาะพลังในนี้

หากไม่มีเหตุการณ์อะไรมาขัดขวาง เช่นนั้นเขาจะต้องเป็นศิษย์ชั้นในได้ และเป้าหมายต่อไปก็คือศิษย์สายตรง มีเพียงสิ่งนี้เท่านั้นที่จะให้เขามีคุณสมบัติเพียงพอที่จะกลับไปยังตระกูล

ยิ่งพวกเขาเข้าไปลึกมากเท่าไหร่ ต้นไม้ก็ยิ่งหนาทึบขึ้นขนาบสองข้างทาง อีกทั้งยังมีสิ่งก่อสร้างมากกว่าผู้คน ศิษย์ชั้นในหลายคนมองพวกเขาอย่างสนใจ

ผู้อาวุโสฟ่างพาทั้งสามไปยังหอสูงแห่งหนึ่งก่อนจะหยุดอยู่ตรงหน้าประตู

หลินเซวียนมองขึ้นไป มันมีหอแปดเหลี่ยมอยู่ตรงหน้า มันมีอยู่สามชั้น และแต่ละชั้นจะสูงพอควร ตรงหน้าประตูของชั้นแรกมีอักษรสีทองสลักอยู่ว่า หอวรยุทธ์

"เฒ่ามู่ สหายเก่าขอเข้าพบหน่อย" ผู้อาวุโสฟ่างกล่าวพร้อมรอยยิ้ม

ฟิ้ว!

หลังจากสิ้นสุดคำของผู้อาวุโสฟ่าง หลินเซวียนและอีกสองคนรู้สึกว่ามีลมประหลาดพัดอยู่ตรงหน้า เมื่อกะพริบตาอีกครั้ง ชายชราในชุดสีเทาหลังค่อมกำลังยืนอยู่ตรงหน้าพวกเขาแล้ว

ทั้งสามคนตกตะลึง พวกเขาไม่ทราบว่าชายชราผู้นี้มาจากทางไหนขณะปรากฏตัวอย่างรวดเร็ว แต่เขาก็ดูเป็นแค่ชายชราหลังค่อมธรรมดาเหมือนผู้อื่น

"ฟ่างเหยา เจ้ามาทำอะไรงั้นหรือ เอายามาให้ข้าหรือเปล่า?" ชายชราหลังค่อมกล่าวพร้อมรอยยิ้ม "แล้วทำไมถึงพาลูกแมวสามตัวนี้มาด้วยล่ะ?"

"เฒ่ามู่ ข้ามาเพราะมีธุระที่นี่ ทั้งสามนี้คือสามอันดับแรกของการทดสอบเข้าสำนักชั้นในรอบที่สอง ตามกฎแล้ว พวกเขาจะสามารถเลือกวิชาขั้นสีดำจากหอวรยุทธ์ได้ ท่านสามารถจัดหาให้พวกเขาเองเลย"

"ฮึ่ม ข้าบอกว่าเจ้าออกมานี้เอายามาให้ข้าด้วยหรือเปล่า? " ชายชราหลังค่อมตะคอกกลับ "หากวันนี้เจ้าไม่ดื่มกับข้า เช่นนั้นข้าจะกินยาของเจ้าให้หมด"

ผู้อาวุโสฟ่างยังไม่ทันได้กระทำสิ่งใด ชายชราหลังค่อมก็ได้เอ่ยขึ้น "พวกเจ้าทั้งสามไปที่ชั้นหนึ่ง ข้าให้เวลาเลือกวิชาเป็นเวลาหนึ่งก้านธูป จงหาวิชาที่เหมาะสมกับอันดับของตัวเอง ไปได้"

หลินเซวียนและอีกสองคนทำการคารวะก่อนจะเข้าไปยังหอวรยุทธ์อย่างตื่นเต้น

เมื่อเปิดประตูเข้าไป หลินเซวียนพบว่านอกจากชั้นหนังสือที่เรียงราย มันก็ไม่มีใครสักคนอยู่ในนี้นอกจากพวกเขาเท่านั้น

"ดูเหมือนหอวรยุทธ์จะไม่เปิดอย่างปกตินะ รีบไปหาวิชากันเถอะ" ต้วนเฟ่ยกล่าว

ทั้งสามไม่รีรอที่จะรีบเข้าไปหาวรยุทธ์ หลินเซวียนเดินไปทางชั้นหนังสือและยิ้มออกมาดู แต่กลับพบว่ามันมีแค่ชื่อและคำแนะนำเท่านั้น มันไม่มีรายอะเอียดเกี่ยวกับการฝึกข้างใน

แต่ไม่นานเข้าก็พอจะเข้าใจ หอวรยุทธ์นั้นเป็นสถานที่สำคัญของสำนัก แน่นอนว่าย่อมไม่มีใครเอาวรยุทธ์มาวางไว้เฉย ๆ ดูเหมือนศิษย์ชั้นในจะต้องมาเลือกวรยุทธ์ด้วยตนเองจากการดูคำแนะนำ จากนั้นผู้อาวุโสจะเป็นคนสอนพวกเขาด้วยตนเอง

หลินเซวียนนึกถึงสถานการณ์ปัจจุบัน ตอนนี้วิชาดาบของเขายังไม่จำเป็น เพราะวิชาดาบอัสนีนั้นยังทรงพลังที่สุดอยู่

เขาได้ฝึกฝนวิชาบ่มเพาะพลังกายและวิชาตัวเบาขั้นสีเหลืองจนถึงระดับสมบูรณ์ แต่ด้วยความสามารถในอนาคตของเขา วรยุทธ์ทั้งสองนี้จะใช้งานไม่ได้อีก

ดังนั้นเขาจึงคิดจะเลือกวิชาตัวเบาหรือวิชาบ่มเพาะพลังกาย ตามที่คิดไว้ หากเขาพบศิษย์ที่เชี่ยวชาญด้านความเร็วเหมือนต้วนเฟ่ย เช่นนั้นเขาจะอยู่ในจุดที่เสียเปรียบ

ดังนั้นจึงได้เริ่มหาวรยุทธ์เกี่ยวกับวิชาตัวเบาทันที

จบบทที่ ตอนที่ 62 สำนักชั้นใน (ตอนฟรี)

คัดลอกลิงก์แล้ว