เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 283: กำไร

ตอนที่ 283: กำไร

ตอนที่ 283: กำไร


เซียวจือเห็นผู้คนมากมายล้มตายต่อหน้าต่อตา ทั้งศัตรูและสหายร่วมรบ

ในสนามรบอันกว้างใหญ่ไพศาลนี้ ยอดฝีมือที่ตายด้วยน้ำมือของเขา ถือว่าเป็นเพียงส่วนน้อย

เขาเห็นยอดฝีมือผู้แข็งแกร่งบางคนตกอยู่ในวงล้อม ถูกรุมสังหารจนสิ้นใจ

เขาเห็นผู้อ่อนแอทะลวงพลังขึ้นในยามคับขัน พลังฝีมือเพิ่มพูน สังหารศัตรูตัวฉกาจได้

เขาเห็นผู้ฝึกตนสายวิญญาณลงมือ เพียงกระบวนท่าเดียวก็สามารถสังหารผู้คนได้หลายสิบหรือแม้กระทั่งนับร้อย

เขาเห็น ผู้ฝึกตนระดับแก่นทองของทั้งสองฝ่ายปะทะกันกลางอากาศ เพียงแค่พลังส่วนเกินจากการต่อสู้ ก็ทำให้ผู้คนเบื้องล่างล้มตายหลายสิบหรือนับร้อย

เพียงแต่ ผู้ฝึกตนระดับแก่นทองปะทะกันน้อยครั้งมาก ส่วนใหญ่แล้ว พวกเขาจะคอยบัญชาการรบอยู่กลางอากาศ

สมรภูมินั้นโหดร้าย ทุกชั่วยามล้วนมีคนล้มตาย

แข็งแกร่งปานผู้ฝึกตนระดับเต๋า ในสนามรบก็ยังมีอันตรายถึงขั้นสิ้นชีพได้

ศึกในวันนี้ ดุเดือดยิ่งกว่าเมื่อวาน ผู้คนล้มตายบาดเจ็บนับไม่ถ้วน เลือดเนื้อ ศพเกลื่อนกลาด มองจนเซียวจือเริ่มรู้สึกชาชินไปบ้างแล้ว

ยามพลบค่ำ กองทัพของทั้งสองแคว้นภายใต้คำสั่งของแม่ทัพแต่ละฝ่าย ก็หยุดการรบพุ่ง เริ่มถอนกำลัง

หลังจากกลับเข้าค่าย ผู้เล่นทุกคนต่างก็เงียบขรึม แม้แต่ต้วนอี้ที่ก่อนหน้านี้ส่งเสียงดังที่สุด ตอนนี้ก็ดูเงียบไป

เซียวจือนับจำนวนผู้เล่นคร่าวๆ

ตอนเข้าสู่สนามรบ หน่วยผู้เล่นนี้ รวมเซียวจือด้วย มีทั้งหมด 204 คน เวลาผ่านไปหนึ่งวัน ตอนนี้เหลืออยู่ 151 คน ตายในสนามรบไป 53 คน

ไม่นับว่ามาก แต่ก็ไม่นับว่าน้อย

ยังดีที่คนที่เซียวจือคุ้นเคย หลี่ผิงเฟิง ต้วนอี้ เซี่ยเคอ รวมถึงหยางปิน พวกเขาทั้งหมดรอดชีวิตมาได้

การรอดชีวิตก็เป็นเรื่องปกติ เพราะพลังฝีมือของหลี่ผิงเฟิงพวกเขาก็ไม่ธรรมดา ทุกคนล้วนมีพลังระดับกำเนิดฟ้าขั้นเก้า

ในสนามรบ ยอดฝีมือระดับกำเนิดฟ้าขั้นเก้า ขอเพียงหลีกเลี่ยงผู้ฝึกตนระดับเต๋า ขอเพียงไม่ตกอยู่ในวงล้อมของศัตรู การจะตายนั้นยากนัก

เมื่อรัตติกาลมาเยือน ในกระโจมของเซียวจือ มีตะเกียงน้ำมันดวงหนึ่งจุดสว่างอยู่

ต้วนอี้เอ่ยขึ้นว่า “รบมาทั้งวัน พลังปราณแท้ในร่างหมดไปสิบกว่าครั้ง กินยาเม็ดรวบรวมปราณไปสิบกว่าเม็ด ถึงได้แต้มความดีมา 157 แต้ม พลังฝีมือก็อ่อนแอ ยอดฝีมือสายร่างกายพลังโจมตีก็ไม่แข็งแกร่ง การจะได้แต้มความดีในสงครามแคว้นนี่มันยากชิบหาย ยาเม็ดรวบรวมปราณสิบกว่าเม็ด นั่นมันเงินหลายแสนเหรียญเชียวนะ ผมเก็บหอมรอมริบมาตั้งนาน ถึงได้มาแค่ 157 แต้ม แต้มแค่นี้ ก็แค่พอให้ผมอัปเกรด ‘เคล็ดกายาศักดิ์สิทธิ์ทองคำ’ จากขั้นเริ่มต้นเป็นขั้นรู้แจ้งได้เท่านั้นเอง ขาดทุนยับเยินจริงๆ พวกนายล่ะ ได้กันมาเท่าไหร่?”

หลี่ผิงเฟิงเอ่ยว่า “ฉันได้มากกว่านายหน่อย 179 แต้มความดีในสงครามแคว้น ใช้ยาเม็ดรวบรวมปราณไป 23 เม็ด โชคไม่ดี ไปเจอคนหนึ่งที่ถูกเสริมพลังด้วยค่ายกลผสานพลัง เป็นยอดฝีมือระดับกำเนิดฟ้าขั้นสูง เกือบโดนไอ้บ้านั่นฟันตายไปแล้ว”

เซี่ยเคอเอ่ยว่า “253 แต้มความดีในสงครามแคว้น ยาเม็ดรวบรวมปราณ 9 เม็ด ผมถนัดลอบโจมตี สังหารในดาบเดียว ยาเม็ดรวบรวมปราณเลยใช้ไปไม่มาก”

หยางปินก็เอ่ยขึ้นในตอนนี้ว่า “215 แต้มความดีในสงครามแคว้น ส่วนยาเม็ดรวบรวมปราณ ไม่ได้นับละเอียด น่าจะประมาณ 20 เม็ดล่ะมั้ง”

เมื่อหยางปินพูดจบ ทุกสายตาต่างก็จับจ้องไปที่เซียวจือ

ต้วนอี้เอ่ยว่า “พี่จือล่ะ นายเป็นระดับเต๋า พลังฝีมือแข็งแกร่งกว่าพวกเรามาก วันนี้นายได้ผลลัพธ์เป็นยังไงบ้าง?”

เซียวจือมองพวกเขาแวบหนึ่ง พูดอย่างอ้อมแอ้มว่า “สิ่งที่ฉันได้มาไม่มากหรอก ก็แค่ไม่กี่พันแต้มเท่านั้นเอง...”

“ไม่กี่พันแต้ม? เท่าไหร่กันแน่?” หลี่ผิงเฟิงเลิกคิ้ว

เซียวจือลังเลอยู่ครู่หนึ่ง แต่ก็ตัดสินใจพูดความจริง เพราะเรื่องนี้ปิดบังไปก็ไม่มีประโยชน์อะไร เขาไม่ได้คิดจะแกล้งทำเป็นอ่อนแอ เมื่อครู่ที่พูดอ้อมแอ้ม ก็เพราะกลัวว่าถ้าพูดความจริงออกไป จะกระทบกระเทือนจิตใจของหลี่ผิงเฟิงพวกนี้มากเกินไป

ในเมื่อหลี่ผิงเฟิงพวกเขาอยากจะรู้ให้ได้ เขาก็ช่วยไม่ได้แล้ว

เซียวจือกระแอมเบาๆ แล้วกล่าวว่า “ไม่มากจริงๆ ทั้งหมดก็แค่ 5103 แต้ม”

เมื่อเซียวจือพูดจบ บรรยากาศในกระโจมก็เงียบสงัดจนน่าประหลาด

หลี่ผิงเฟิงและคนอื่นๆ ต่างก็เบิกตากว้างจ้องมองเขา

“5103 แต้ม? ทั้งหมดก็แค่?” หลี่ผิงเฟิงถอนหายใจยาว สีหน้าเต็มไปด้วยความรู้สึกซับซ้อน กล่าวว่า “คนเปรียบกับคน มันน่าโมโหจริงๆ นะ เซียวจือ ก็แค่ตอนนี้ฉันสู้นายไม่ได้ ถ้าสู้ได้ล่ะก็ ฉันอยากจะซัดแกสักตั้งจริงๆ!”

“ฉันด้วย” เซี่ยเคอเอ่ยเสริมอย่างเห็นด้วย ซึ่งหาได้ยาก

ต้วนอี้กล่าวอย่างเยือกเย็นว่า “หลี่เส้า ผมมีข้อเสนอให้ แม้ว่าในโลกแห่งสรรพชีวิต นายจะไม่ใช่คู่ต่อสู้ของพี่จือ แต่ในโลกแห่งความเป็นจริง ถ้าพวกนายสู้กัน ใครจะชนะใครจะแพ้ก็ยังไม่แน่ ถ้านายอยากจะซัดพี่จือจริงๆ ก็ไปซัดเขาในโลกแห่งความเป็นจริงก็ได้นี่”

เซี่ยเคอก็เอ่ยอย่างเยือกเย็นว่า “ถ้าหลี่เส้ากับพี่จือสู้กันในโลกแห่งความเป็นจริงจริงๆ ล่ะก็ ฉันพนันขนมแท่งหนึ่งเลยว่า ผู้ชนะสุดท้ายน่าจะเป็นหลี่เส้า”

“โอ้? เซี่ยเคอ ทำไมนายถึงคิดว่าหลี่ต้าเส้าจะชนะล่ะ?” หยางปินก็เอ่ยขึ้นในตอนนี้ ราวกับกลัวว่าเรื่องจะไม่วุ่นวายพอ

“พอแล้ว พวกนายพอได้แล้ว” เซียวจือหน้าดำคล้ำ กล่าวว่า “อยากสู้กันใช่ไหม? เชื่อไหมว่าฉันเตะพวกนายออกไปทีละคนได้เลย! ตอนนี้ฉันเป็นผู้ฝึกตนระดับหลอมฐานรากขั้นกลาง พวกนายเป็นแค่ระดับกำเนิดฟ้าขั้นเก้า มันจะทียบกันได้ยังไง? ถ้าผู้ฝึกตนระดับหลอมฐานรากขั้นกลาง ทำงานเหนื่อยแทบตายทั้งวัน ได้แต้มความดีในสงครามแคว้นมาแค่ร้อยสองร้อยแต้มเหมือนพวกนาย พวกนายถึงจะคิดว่ามันปกติงั้นหรือ? ถ้าเป็นแบบนั้นจริง ฉันไปเอาเต้าหู้โขกหัวตายเสียดีกว่า!”

หลี่ผิงเฟิงและคนอื่นๆ มองหน้ากันไปมา

คำพูดของเซียวจือก็มีเหตุผลอยู่บ้าง พวกเขายอดฝีมือระดับกำเนิดขั้นฟ้าเก้า จะไปเทียบกับผู้ฝึกตนระดับหลอมฐานรากขั้นกลางได้อย่างไร?

ถ้าพวกเขาก็เป็นผู้ฝึกตนระดับหลอมฐานรากขั้นกลางเหมือนกัน บางทีก็อาจจะได้แต้มความดีในสงครามแคว้นมากเท่าเซียวจือ ไม่สิ บางทีอาจจะมากกว่านั้นด้วยซ้ำ

อย่างน้อยเซี่ยเคอก็คิดว่า ถ้าเขาเป็นผู้ฝึกตนระดับหลอมฐานรากขั้นกลาง แต้มความดีในสงครามแคว้นที่เขาจะได้ ต้องมากกว่าเซียวจืออย่างแน่นอน

ในฐานะอดีตผู้เล่นเกมมืออาชีพ การจัดสรรพลังทุกส่วนอย่างสมเหตุสมผล ใช้พลังน้อยที่สุดเพื่อให้ได้ผลลัพธ์มากที่สุด สิ่งนี้มันฝังลึกเข้าไปในกระดูกของเขาแล้ว

ตัวอย่างเช่นครั้งนี้ ในบรรดาผู้เล่นระดับหลังกำเนิดขั้นเก้าที่นั่งอยู่ตรงนี้ เขาใช้ยาเม็ดรวบรวมปราณน้อยที่สุด แต่แต้มความดีในสงครามแคว้นที่ได้มา กลับมากที่สุดในบรรดาพวกเขาทั้งหมด

“เอาล่ะ ทุกคน ใครจะฝึกก็ฝึก ใครจะพักก็พัก ข้าจะออฟไลน์ไปเข้าห้องน้ำหน่อย” พูดจบ เซียวจือก็หลับตาลง ไม่พูดอะไรอีก

เขาอั้นปัสสาวะจนทนไม่ไหวแล้วจริงๆ และก็หิวมากด้วย

หลังจากจิตสำนึกกลับสู่โลกแห่งความเป็นจริง เซียวจือลืมตาขึ้น คลานลงจากเตียง แล้วตรงไปยังห้องน้ำทันที

หลังจากออกมาจากห้องน้ำ เซียวจือก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาอีกครั้ง สั่งอาหารเดลิเวอรี่ให้ตัวเอง

ต่อสู้ในสนามรบมาทั้งวัน ประสาทตึงเครียดอยู่ตลอดเวลา มันเหนื่อยจริงๆ เซียวจือนั่งลงบนโซฟา รออาหารเดลิเวอรี่ไปพลาง หลับตาลงพลาง ใช้นิ้วมือนวดขมับเบาๆ

ส่วนเรื่องการฝึกฝน รอให้กินอิ่มก่อนค่อยว่ากัน

ครั้งนี้ รอนานหน่อย ผ่านไปครึ่งชั่วโมงเต็มๆ ประตูห้องถึงถูกเคาะ

เซียวจือรับอาหารเดลิเวอรี่จากพนักงานส่งของ กลับมานั่งลงบนโซฟา กำลังจะกินอย่างหิวโหย

นอกประตู พลันมีเสียงปืนดังขึ้น

จบบทที่ ตอนที่ 283: กำไร

คัดลอกลิงก์แล้ว