- หน้าแรก
- โลกนี้...ไม่ใช่แค่เกมส์
- ตอนที่ 261: คือเขา
ตอนที่ 261: คือเขา
ตอนที่ 261: คือเขา
ชายหนุ่มท่าทางนักเลงพูดอย่างฉุนเฉียว “ฉันเตะมันแล้วจะทำไม ไอ้หมานี่มันไม่เชื่อฟัง ฉันสั่งสอนมันหน่อยแล้วจะทำไม? ไม่รู้ว่าในหัวแกคิดอะไรอยู่ คิดว่าเงินมันเยอะนักหรือไง ถึงต้องเลี้ยงหมา อาหารหมามันแพงนะ ไม่ใช่ของฟรี!”
สือเพียวโกรธจัด “ฉันจ่ายเงินเลี้ยงมัน ไม่ได้ใช้เงินแกสักหน่อย”
ชายหนุ่มท่าทางนักเลงแค่นเสียง “ถ้ามันไม่เห่าเสียงดัง พ่อก็ขี้เกียจจะสนใจมันหรอก แล้วอีกอย่าง เงินแกก็คือเงินฉันไม่ใช่หรือไง? จำเป็นต้องแบ่งแยกชัดเจนขนาดนั้นด้วยเหรอ?”
“แก...” สือเพียวอุ้มสุนัขพันธุ์บิชองขึ้นจากพื้น อกกระเพื่อมขึ้นลงอย่างแรงด้วยความโกรธ น้ำตาไหลออกมา “ฉันนี่มันตาบอดจริง ๆ ถึงได้ไปคบกับคนเลว ๆ อย่างแก!”
“คนเลว? สือเพียว แกพูดอีกคำซิ? เชื่อไหมว่าฉันจะตบแก?” ชายหนุ่มท่าทางนักเลงพุ่งเข้าไปหาสือเพียวในไม่กี่ก้าว ยกแขนผอม ๆ ที่แทบไม่มีแรงขึ้น พูดอย่างเกรี้ยวกราด
สือเพียวตกใจกลัว อุ้มสุนัขพันธุ์บิชองถอยหลังไปหลายก้าว ไม่กล้าพูดอะไรอีก แต่น้ำตากลับไหลออกมาจากดวงตาอย่างไม่รักดี
“ไม่มีอะไรน่าสนใจ นอนดีกว่า ให้หมาแกเงียบ ๆ หน่อย อย่าเห่าอีก ถ้ากล้าเห่าอีก ปลุกพ่อขึ้นมา พ่อจะเตะมันให้ตาย!” ชายหนุ่มท่าทางนักเลงสบถแล้วเดินเข้าห้องนอน ปิดประตูดังปัง
เหลือเพียงสือเพียวอุ้มสุนัขพันธุ์บิชองของเธอ ร้องไห้อยู่เงียบ ๆ น้ำตาไหลอาบแก้มจนเครื่องสำอางเลอะไปหมด
สุนัขพันธุ์บิชองถูกเตะไปหนึ่งที ถูกขู่ไปหนึ่งที คราวนี้ก็เงียบลง ไม่เห่าอีก ถูกสือเพียวอุ้มไว้ในอ้อมแขน ได้แต่ส่งเสียงครางเบา ๆ
หลังจากอุ้มหมานั่งร้องไห้อยู่บนโซฟาพักหนึ่ง สือเพียวก็ใช้มือเช็ดน้ำตา แล้วกินข้าวกล่องต่อ
แฟนหนุ่มไม่ใช่ครั้งแรกที่ทำแบบนี้กับเธอ เธอชินแล้ว
ก่อนหน้านี้เคยขัดขืน โดนทำร้ายอย่างหนัก ตอนนี้เธอชินกับการอดทนแล้ว
กินข้าวไป ดูมือถือไป
ในแอปวิดีโอบนมือถือ ตอนนี้ที่แนะนำ ล้วนเป็นวิดีโอเกี่ยวกับโลกแห่งสรรพชีวิต
สำหรับเกม ‘โลกแห่งสรรพชีวิต’ นี้ สือเพียวก็ไม่ได้แปลกใหม่อะไรนัก หรืออาจจะรู้ความจริงบางส่วนเกี่ยวกับ ‘โลกแห่งสรรพชีวิต’ ด้วยซ้ำ
แฟนคนปัจจุบันของเธอ ก็เคยเล่น ‘โลกแห่งสรรพชีวิต’
ตอนแรก ก็ทะเยอทะยานมาก ประกาศว่าจะต้องเป็นผู้เล่นอันดับหนึ่งให้ได้ แล้วจะเหยียบเมฆสีรุ้งเจ็ดสีมารับเธอ
ผลคือ ยังไม่ถึงหนึ่งสัปดาห์ ยังไม่ออกจากหมู่บ้านเริ่มต้น แฟนหนุ่มก็ทนไม่ไหว แม้จะรู้ความจริงเกี่ยวกับ ‘โลกแห่งสรรพชีวิต’ ก็ยังทนไม่ไหว สบถแล้วเลิกเล่น กลับไปเล่นเกม ROV ของเขาต่อ
สือเพียวเลื่อนดูไปเรื่อย ๆ ทันใดนั้นก็ชะงักไป
เธอเห็นชื่อเซียวจือ
ชื่อที่ทำให้เธอรู้สึกคุ้นเคยอยู่บ้าง
จะเป็นเขาหรือเปล่า?
ไม่น่าใช่เขานะ เขาเป็นแค่นักเขียนนิยายออนไลน์ที่อาศัยอยู่ในเมืองเล็ก ๆ หาเลี้ยงชีพด้วยการเขียนหนังสือ ไม่มีงานการเป็นหลักแหล่ง แต่งตัวก็เชยสุด ๆ ไม่ดูแลตัวเอง เทียบกับหนุ่มหล่อเนี้ยบในผับบาร์แล้ว ต่างกันราวฟ้ากับเหว ก็แค่หน้าตาพอดูได้หน่อยเท่านั้นเอง
ตอนนั้นหลังจากตกลงเป็นแฟนกับเขา ไม่กี่วันเธอก็เสียใจแล้ว น่าเบื่อ ไม่มีอะไรน่าสนใจ จืดชืด เธอต้องการความตื่นเต้น ไม่ใช่ชีวิตที่ราบเรียบแบบนี้
แล้วการมีนักเขียนนิยายออนไลน์เป็นแฟน พูดออกไปมันน่าอายจะตาย ตอนนั้นเธอแค่พูดถึงกับเพื่อนสนิท ก็โดนเพื่อนหัวเราะเยาะอยู่นาน
ส่วนเรื่องเอาอกเอาใจ คนที่เอาอกเอาใจเธอมีเยอะแยะ ไม่ขาดคนนี้คนเดียว
เธอทนไม่ได้ที่จะต้องใช้ชีวิตกับผู้ชายตรง ๆ ที่น่าเบื่อแบบนี้ไปตลอดชีวิตในเมืองเล็ก ๆ
เขาให้ชีวิตที่เธอต้องการไม่ได้
ดังนั้น การเลิกราจึงกลายเป็นเรื่องที่สมเหตุสมผล...
หลังจากนิ่งไปครู่หนึ่ง สือเพียวก็มีสีหน้าซับซ้อน กดเปิดคลิปสัมภาษณ์ของเซียวจือ
คือเขา...
คือเขาจริง ๆ...
“สวัสดีครับทุกคน” เซียวจือในจอโทรศัพท์ ยิ้มแนะนำตัวเอง “ผมชื่อเซียวจือ เป็นผู้เล่นคนหนึ่งของ ‘โลกแห่งสรรพชีวิต’ รู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้รับเชิญจากสถานีโทรทัศน์เมืองหลวง ให้มาพบกับทุกคนที่นี่...”
หลังจากนั้นเซียวจือพูดอะไร สือเพียวไม่ได้ฟังเข้าไปในหูเลย เพียงแต่ในดวงตาของเธอ กลับมีน้ำตาไหลออกมาอีกครั้ง ไหลอาบแก้ม
สือเพียวไม่ได้เช็ด แต่ใช้มือปิดปากร้องไห้สะอึกสะอื้น
แม้แต่ตัวเธอเองก็ไม่รู้ว่า ตอนนี้ตัวเองร้องไห้ทำไม ทำไมถึงรู้สึกเจ็บปวดในใจ
เซียวจือในจอโทรศัพท์ยิ่งหล่อ เธอก็ยิ่งเจ็บปวด เซียวจือในจอโทรศัพท์ยิ่งเก่ง เธอก็ยิ่งเจ็บปวด
เสียใจหรือเปล่า?
การตัดสินใจของเธอในตอนนั้น มันผิดหรือเปล่า?
ตอนนั้นตัวเอง ทำไมถึงทิ้งเขาไปอย่างไม่ลังเลเลยนะ?
แล้วก็มาคบกับคนแบบนี้...
ฉันนี่มัน…
ร้องไห้ไป น้ำตาก็เริ่มพร่ามัวบดบังดวงตา
ไม่รู้ตัวเลยว่า คลิปวิดีโอนี้เล่นจบไปแล้ว
หลังจากร้องไห้อยู่พักหนึ่ง สือเพียวก็เช็ดน้ำตา มองไปทางห้องนอน ใบหน้าเผยแววเด็ดเดี่ยว เธอแอบหลบเข้าไปในห้องน้ำของห้องเช่า ปิดประตูแล้วหยิบมือถือออกมาอย่างสั่นเทา
ใน WeChat ของเธอ ไม่มีชื่อเซียวจืออีกต่อไปแล้ว
สือเพียวเริ่มค้นหาเบอร์โทรศัพท์ของเซียวจือในบันทึกการโทร
เธอจำได้ลาง ๆ ว่า เซียวจือเคยโทรหาเธอ โทรมาหลายครั้ง
ค้นอยู่พักหนึ่ง สือเพียวก็ตาเป็นประกาย เจอแล้ว!
น่าจะเป็นเบอร์นี้นะ
สือเพียวเอื้อมมือ กดโทรออกเบอร์นั้นอย่างสั่นเทา
หลังจากเสียงรอสายดังอยู่ครู่หนึ่ง เสียงผู้หญิงก็ดังขึ้น “ขออภัยค่ะ หมายเลขที่ท่านเรียกไม่สามารถติดต่อได้ในขณะนี้ กรุณาลองใหม่อีกครั้งในภายหลัง”
ลองโทรซ้ำหลายครั้ง ก็ยังเป็นแบบเดิม
สือเพียวพิงผนังห้องน้ำอย่างหมดแรง น้ำตาเริ่มไหลออกมาอย่างควบคุมไม่ได้ พึมพำว่า “ไม่จริง ไม่จริง...”
ใช่ ยังมีข้อความ
สือเพียวรีบใช้มือถือส่งข้อความไปยังเบอร์ของเซียวจือ “เซียวจือ ฉันสือเพียว”
ผ่านไปครู่หนึ่ง มีข้อความแจ้งเตือน “ส่งข้อความไม่สำเร็จ”
สือเพียวไม่ยอมแพ้ ส่งข้อความไปอีกหลายครั้ง ก็ยังได้รับแจ้งเตือนว่า “ส่งข้อความไม่สำเร็จ”
“ไม่จริง ไม่จริง แกเคยพูดไว้นี่ แกเคยบอกว่ารักฉัน เคยบอกว่ารักฉันมาก ๆ ทำไมถึงเป็นแบบนี้...” สือเพียวพึมพำ น้ำตาไหลอาบแก้มอีกครั้ง
ใช่ ยังมี WeChat
แค่รู้เบอร์โทรศัพท์ ก็สามารถค้นหาบัญชี WeChat ของอีกฝ่ายได้
ตอนนั้น พวกเขาแค่ลบเพื่อนกัน ไม่ได้บล็อก...
ในขณะนั้น เซียวจือกำลังขี่อาชามังกร ทะยานไปตามเส้นทางม้า
แม้จะมีพลังระดับเต๋า แต่ระหว่างเดินทาง เซียวจือก็ยังคงระมัดระวังตัวอยู่เสมอ
ในโลกนี้ ผู้ฝึกตนระดับหลอมฐานราก ไม่ใช่ผู้ที่ไร้เทียมทาน
ในป่าเขารอบนอก การระมัดระวังตัวเป็นสิ่งจำเป็น
หากไม่ใช้พลังปราณแท้ อย่าว่าแต่ผู้แข็งแกร่งระดับเดียวกันเลย แม้แต่นักสู้หรือสัตว์อสูรที่อ่อนกว่าหนึ่งระดับ หากลอบโจมตี ก็อาจทำให้เขาบาดเจ็บสาหัส หรือแม้กระทั่งฆ่าเขาได้
หลังจากผ่านเคราะห์สายฟ้า ก้าวเข้าสู่ระดับหลอมฐานรากขั้นต้น แม้พลังภายในร่างกายจะเกิดการเปลี่ยนแปลงเชิงคุณภาพ แต่ร่างกายของนักสู้เมื่อเทียบกับก่อนหน้า กลับไม่ได้เปลี่ยนแปลงมากนัก
ร่างกายต้องการการเปลี่ยนแปลง ต้องรอถึงระดับหลอมฐานรากขั้นกลาง
ระดับหลอมฐานรากขั้นกลาง พลังปราณแท้หล่อหลอมกระดูก ไม่ใช่แค่กระดูกเท่านั้น แต่ผิวหนัง กล้ามเนื้อ และอวัยวะภายในของนักสู้ ก็จะได้รับการเสริมความแข็งแกร่งอย่างมาก
ถึงตอนนั้น แม้จะใช้เพียงความแข็งแกร่งของร่างกาย ไม่ใช้พลังภายใน นักสู้ก็จะมีพลังต่อสู้ที่ไม่ด้อยเลย