เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 18 ตกตะลึง

ตอนที่ 18 ตกตะลึง

ตอนที่ 18 ตกตะลึง


ตอนที่ 18 ตกตะลึง

ในความคิดของเทียนจื่อ ลมหายใจของหลินเซวียนนั้นไม่ได้แข็งแกร่งมาก ดังนั้นเขาจึงกล้าเย่อหยิ่งใส่

แขนข้างที่ยื่นลงมาเต็มไปด้วยแสงสีเหลืองของพลังวิญญาณ

"หึ เจ้าคนชุดดำนี้แสร้งทำเป็นยอดฝีมืองั้นหรือ? พี่เทียนจื่ออยู่ขั้นเปิดชีพจรระดับที่ห้าเชียวนะ!" กลุ่มศิษย์น้องด้านหลังกล่าวเย้ยเยาะ "หากกล้าแย่งของของพวกเราก็เท่ากับรนหาที่ตาย!"

ชายหน้าเหลืองที่เป็นเจ้าของร้านแอบหลบไปอยู่ในมุม เขาไม่กล้าที่จะมองฉากตรงหน้า

หลินเซวียนขมวดคิ้วเล็กน้อย เขาจับหินสีน้ำตาลไว้แน่นขณะที่มันถูกดึง

เทียนจื่อเห็นหลินเซวียนยังไม่ยอมปล่อย อีกทั้งยังขัดขืน เขาจึงโกรธอย่างมาก แต่ก็ไม่กล้าออกแรงใส่หินสีน้ำตาลหนักเกินไป เขาเปลี่ยนมือเป็นกรงเล็บตะปบเข้าที่ไหล่ของหลินเซวียน

หลินเซวียนสะบัดแขนเล็กน้อยและใช้หินสีน้ำตาลขึ้นมากันพร้อมกล่าว "ข้าให้หกสิบหินวิญญาณ"

"บัดซบ อย่าโอหังให้มากนัก! หากเจ้าทำให้งานของพวกเราล่าช้า เช่นนั้นเจ้าตายแน่!" เทียนจื่อรู้สึกไม่พอใจอย่างมาก เขามีความแข็งแกร่งที่ไม่ธรรมดา แต่กลับใช้มันไม่ได้เพราะมันอาจจะทำลายหินก้อนนี้

"ข้าจะนับถึงสาม หากเจ้าไม่เพิ่มราคา เช่นนั้นข้าจะทำลายหินก้อนนี้ทิ้งเสีย" หลินเซวียนเริ่มกล่าว "หนึ่ง"

บนถนนแห่งการค้าขาย บรรดานักสู้จากทั่วทุกสารทิศได้เห็นพวกเขากำลังแย่งของกัน มันจึงเป็นเรื่องธรรมดาที่พวกเขาคิดว่านั่นคือสมบัติมีค่าและเข้ามาดูทีละคนสองคน

"บ้าเอ้ย ใครเป็นคนโชคดีเจอของมีค่ากัน?"

"อืม บุญมีแต่กรรมบังสินะ เขาพบของดีแต่กลับไปถูกตาผู้ใช้พลังวิญญาณระดับห้าเข้า!"

"สอง!" หลินเซวียนหาได้สนใจเสียงรอบข้างไม่

วิชาฝ่ามือของเทียนจื่อนั้นยอดเยี่ยม แต่หลินเซวียนก็ใช้หินสีน้ำตาลนั้นเข้ากำบังทุกกระบวนท่า

"ข้าให้เจ็ดสิบก็ได้!" เทียนจื่อกัดฟันแน่นขณะกล่าว เวลานี้เขาคิดแค่อย่างเดียว หลังจากได้หินนี้มา สิ่งแรกที่จะทำคือฉีกชายชุดดำคนนี้เป็นชิ้น ๆ

"อะไรนะ? เจ็ดสิบ ข้าได้ยินถูกใช่หรือไม่!" ผู้คนรอบด้านเริ่มอึกทึก "สมบัตินั่นถูกขายเพียงแค่เจ็ดสิบหินวิญญาณเองหรือ!?"

"ข้าให้แปดสิบ ขอข้าซื้อได้เปล่า?" ใครบางคนเอ่ยขึ้น

"ผู้ที่ให้ราคาสูงที่สุดจะได้มันไป!" เมื่อเห็นเช่นนั้น หลินเซวียนจึงตามน้ำพร้อมหัวเราะอย่างพึงพอใจ

"งั้นข้าให้ร้อยหนึ่ง!" เสียงของคนในกลุ่มดังขึ้น

"มอบมันมาให้ข้าแล้วไสหัวไปซะ!" เทียนจื่อโกรธจัด พลังงานสีเหลืองรอบตัวเขาเดือดดาลราวกับเปลวเพลิง

ขณะที่ผู้คนคิดจะเพิ่มราคาอีก เทียนจื่อได้หันไปส่งสายตาอันเกรี้ยวกราดหยุดพวกเขาไว้

"ฮึ่ม พวกเรามาจากสำนักซวนเทียน พรรคปราณเทวะ ใครกล้าหาแส่เข้ามายุ่งอีก พวกเราจะไม่ไว้ชีวิตใครทั้งนั้น!" เทียนจื่อกล่าวอย่างเย็นเยือก

ผู้คนมากมายทำได้เพียงยอมแพ้ ถึงแม้สมบัติจะมีค่า แต่ชีวิตย่อมมีค่ากว่า

"โอ้ น้ำเสียงช่างโอหังนัก! ข้าให้หนึ่งร้อยห้าสิบหินวิญญาณ!" เสียงล้อเลียนได้ดังขึ้น

ผู้คนทั้งหลายหันไปมองโดยพลัน พวกเขาต้องการทราบว่าใครกันที่กล้าท้าทายศิษย์สำนักซวนเทียน เทียนจื่อเองก็หยุดชะงักก่อนจะหันไปมอง

"หลัวอี้!" เทียนจื่อกัดฟันแน่นก่อนจะกล่าว "เจ้าอยากจะยุ่งเรื่องนี้งั้นหรือ?"

"ข้าไม่ได้อยากยุ่ง แต่ข้าแค่ทนเห็นกลุ่มปราณเทวะของเจ้าเหิมเกริมไม่ได้!" หลัวอี้กล่าวพร้อมรอยยิ้ม

"สองร้อยหินวิญญาณ!" เทียนจื่อและหลัวอี้ไม่คิดจะต่อสู้กัน พวกเขามีกำลังและสถานะที่ทัดเทียม หากพวกเขาตั้งใจจะสู้ เช่นนั้นมันจะเสียเวลาไม่น้อยเพื่อตัดสินผลแพ้ชนะ

"สองร้อยยี่สิบ!" หลัวอี้กอดอกแน่นอย่างมั่นใจ

ปิ๊ด!

ทันใดนั้นสติของเทียนจื่อได้หายไปหมดสิ้น "ตายซะ!" เทียนจื่อไม่กล่าวอะไรอีกขณะเปิดการโจมตี หมัดของเขาพุ่งออกไปทางหลินเซวียนผู้ถือหินอยู่

หลัวอี้และผู้อื่นไม่คาดคิดว่าเทียนจื่อจะลงมือกับชายชุดดำผู้นี้อย่างจริงจัง พวกเขาหวังแค่ว่าชายชุดดำจะหลบการโจมตีนี้ได้

หมัดของเทียนจื่อที่โจมตีมาราวกับเสียงคำรามของพยัคฆ์ มันพุ่งมาอย่างรวดเร็วพร้อมประกายแสงสีเหลือง

"มันคือวิชาขั้นสีเหลืองระดับสูง! ชายชุดดำคนนั้นตายแน่!"

"ศิษย์พี่เทียนจื่อร้ายกาจอย่างมาก ข้าเกรงว่าคงไม่มีใครในระดับเดียวกันสู้เขาได้!"

หลินเซวียนยื่นมือซ้ายออกไปพร้อมดาบ จากนั้นพลังวิญญาณสีน้ำเงินได้โคจรออกมาทันที เขาตวัดดาบขึ้นไปและฟันลงมาราวกับดาวตก

ฟู้ม!

กระบวนท่าของเขาทรงพลังอย่างมาก แม้จะไม่ได้ขัยบตัวมากมาย แต่มันก็ไม่ได้ด้อยไปกว่าตอนใช้วิชาแบบเต็มพลัง หลินเซวียนตวัดดาบอย่างรวดเร็วจนทำลายเพลงหมัดพยัคฆ์คำรามของเทียนจื่อได้

ฟู่!

แขนของเทียนจื่อบาดเจ็บทันทีขณะถอยไปด้านหลัง ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความกลัว รอยยิ้มของบรรดาพรรคปราณเทวะถึงกับแข็งทื่อ

"ป... เป็นไปได้ยังไง!" พวกนางแทบจะกัดลิ้นตัวเอง ‘ศิษย์พี่เทียนจื่อเป็นศิษย์ที่โดดเด่นในพรรคปราณเทวะ อีกทั้งยังอยู่ในระดับห้าของขั้นเปิดชีพจร!’

ดวงตาหลัวอี้เปล่งประกายเมื่อเห็น เขาครุ่นคิดว่าหากเป็นตนเอง เช่นนั้นจะหลบการโจมตีเมื่อครู่ได้หรือเปล่า

‘ชายชุดดำผู้นี้เป็นใครกัน?’ ความกลัวปรากฏขึ้นในใจของเขาเล็กน้อย

"แอบโจมตีข้างั้นหรือ?" หลินเซวียนกล่าวอย่างเย็นเยือก "หากไม่นำหินวิญญาณมาห้าร้อยก้อน เช่นนั้นก็อย่าหวังจะได้มัน!"

เทียนจื่อยังคงตกตะลึงอยู่ วิชาดาบเมื่อครู่ทำให้ความมั่นใจของเขาหายไปหมดสิ้น ตอนนี้เขามั่นใจแล้วว่าหลินเซวียนที่สวมชุดดำอยู่คือยอดฝีมือ เขาไม่เคยเห็นดาบของใครรวดเร็วปานนั้นมาก่อน

"นายท่านโปรดใจเย็นก่อน ข้าตามืดบอดเองที่ไปทำให้ท่านขุ่นเคือง" เทียนจื่อกล่าวอย่างตื่นตระหนก "นี่คือตั๋วเงินห้าร้อยหินวิญญาณ ท่านสามารถนำมันไปแลกเป็นหินวิญญาณได้ในเมือง ข้าหวังว่านายท่านจะมอบหินสีน้ำตาลให้ข้า..."

การแสดงออกของเทียนจื่อเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังเท้า เพราะมันไม่มีทางอื่นอีก ในโลกนี้ผู้ที่แข็งแกร่งย่อมได้รับความเคารพนี้ มีเพียงความแข็งแกร่งเท่านั้นที่ยอมให้ผู้อื่นศิโรราบได้

"รับไป!" หลินเซวียนหยิบตั๋วเงินก่อนจะกล่าว "ครั้งนี้ข้าจะทำเป็นลืมก็แล้วกัน หากมีครั้งอื่นอีก เช่นนั้นข้าไม่ปรานีเจ้าแน่!"

เขาโยนหินสีน้ำตาลให้เทียนจื่อ ไม่ว่ายังไงกิ่งไม้วิญญาณในหินก้อนนั้นก็ถูกเซียนสุราหักไปแล้ว มันจึงไม่มีประโยชน์อีกที่จะนำหินนั้นกลับ

"ข้าจะจดจำที่ท่านกล่าวไว้!" เทียนจื่อกล่าวอย่างเคารพก่อนจะนำกลุ่มศิษย์น้องด้านหลังจากไปอย่างรวดเร็ว ดูเหมือนว่าเขาจะกลัวจริง ๆ

หลินเซวียนนำตั๋วเงินไปให้พ่อค้าที่ยืนตกตะลึงอยู่ "เจ้าได้หินก้อนนั้นมาจากที่ใด?"

ชายหน้าเหลืองที่เป็นเจ้าของร้านรับตั๋วเงินไว้ก่อนจะกล่าว "นายท่าน ข้าพบหินสีน้ำตาลก้อนนี้ที่เขาไท่หัง มันมีพายุรุนแรงในวันนั้น และสิ่งของมากมายรวมถึงหินก้อนนี้ถูกพัดมา"

"พายุ?” หลินเซวียนนึกถึงนกตัวมหึมาตัวนั้นขึ้นมาโดยพลัน ‘ดูเหมือนหินก้อนนั้นจะอยู่ลึกลงไปในป่า แต่คงจะถูกนกปริศนาตัวนั้นกวาดต้อนมาสินะ’

"มีหินที่คล้ายกันอีกหรือไม่?" หลินเซวียนกล่าวขึ้นอีกครั้ง

"ข้าหยิบมาได้แค่ก้อนเดียว นอกนั้นตกลงไปในหลุม ข้าไม่กล้าหยิบมันออกมา" เจ้าของร้านกล่าวต่อ "หลุมนั่นคือหลุมพิสดาร สิ่งมีชีวิตใดที่หลงตกลงไปจะสูญเสียสติ และตายกลายเป็นกองกระดูก ข้าไม่อยากจะลงไปที่นั่น"

"...อย่าเพิ่งขายอะไรอีกตอนนี้ ระวังคนพวกนั้นจะกลับมาดีกว่า" หลินเซวียนเตือนชายหน้าเหลืองก่อนจะหันหลังจากไป

เขาเองก็เคยได้ยินเกี่ยวกับหลุมพิสดารนั่น มันคือพื้นที่ต้องห้ามในภูเขาไท่หัง เขาเคยเห็นคนตกลงไปสองสามครั้ง แต่ก็ไม่เคยเห็นใครมีชีวิตรอดกลับมาอีกเลย

"มันเป็นสถานที่ที่อันตรายจริง ๆ " หลินเซวียนคิดว่าจะไปเก็บหินนั้นบ้าง แต่ตอนนี้คงทำได้เพียงยอมแพ้ เมื่อเสร็จสิ้นธุระ เขาหาพื้นที่ปลอดคนเพื่อจะถอดผ้าคลุมสีดำออก และกลับมาอยู่ในสภาพเดิม

"กลับไปที่สำนักก่อน รอให้เซียนสุราทำเหล้าจนเสร็จ จากนั้นค่อยเริ่มฝึกวิชาดาบอัสนี" หลินเซวียนตั้งเป้าไว้อย่างแน่วแน่

……

พวกเทียนจื่อและศิษย์น้องเข้าไปยังโรงเตี๊ยมแห่งหนึ่งพร้อมหินสีน้ำตาล คนจำนวนหนึ่งกำลังยืนอยู่รอบโต๊ะและมองไปยังหินก้อนนั้นอย่างสงสัย

"ศิษย์พี่ นี่คือหินที่มาจากเขาไท่หังจริงหรือ? ไม่เห็นมีอะไรพิเศษเลย!" หนึ่งในศิษย์ได้เอ่ยขึ้น

"ข้าเองก็ไม่ทราบ แต่นี่คือหินที่ศิษย์พี่ใหญ่ในสำนักชั้นในต้องการ พวกเราแค่เก็บไว้ให้เขาก็พอ" เทียนจื่อกล่าวเสียงต่ำ "ศิษย์พี่ใหญ่บอกข้าว่าห้ามให้หินก้อนนี้ถูกทำลายเด็ดขาด ดูเหมือนว่ามันจะมีอะไรพิเศษข้างในนั้น แต่ข้าไม่ทราบว่ามันคืออะไร"

จบบทที่ ตอนที่ 18 ตกตะลึง

คัดลอกลิงก์แล้ว