เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 26 คาราน นักรบผู้ยิ่งใหญ่

บทที่ 26 คาราน นักรบผู้ยิ่งใหญ่

บทที่ 26 คาราน นักรบผู้ยิ่งใหญ่


บทที่ 26 คาราน นักรบผู้ยิ่งใหญ่

ลู่อันดูฉากนี้จากระยะไกล ก๊าซสีเขียวได้หายไปและเขาก็เห็นร่างสูงสามเมตรยืนอยู่ตรงนั้นขณะที่กองซากศพของซอมบี้หายไป ร่างนี้ไม่ใช่มนุษย์ แต่เป็นศพเช่นกัน

ใช่แล้ว ผิวหนังของสิ่งมีชีวิตตัวนี้เป็นสีเขียวตั้งแต่หน้าจรดเท้า มันมีงาสี่งาที่ยื่นออกมาจากปากของมันซึ่งทำให้มันดูน่ากลัวเล็กน้อย นอกจากนี้มันก็ไม่ได้สวมอะไรเลยนอกจากหนังสัตว์เพื่อปกปิดร่างกายส่วนล่างของมัน

นอกจากรูปร่างที่สูงใหญ่แล้ว มันก็ยังมีร่างกายที่แข็งแกร่งอีกด้วย หน้าท้องและกล้ามเนื้อที่ปูดโปนบนแขนของมันนั้นแสดงให้เห็นว่าสิ่งมีชีวิตตัวนี้แข็งแกร่งเพียงใด อย่างไรก็ตาม ลู่อันก็สังเกตเห็นว่ามันมีบางอย่างผิดปกติกับสิ่งมีชีวิตตัวเขียวนี่ ร่างนั้นดูเหมือนจะเบลอ

ในขณะเดียวกัน ถังเส้าหยางซึ่งอยู่ใกล้กับสิ่งมีชีวิตตัวเขียวก็รู้สึกประหลาดใจเล็กน้อยกับการปรากฏตัวของสิ่งมีชีวิตที่แปลกประหลาดนี้ สิ่งมีชีวิตที่อยู่ตรงหน้าเขาดูเหมือนกับสัตว์ประหลาดในภาพยนตร์มากกว่า

' ต่อจากนี้ฉันก็จะต้องเอาชนะสิ่งมีชีวิตตัวเขียวนี่และทำให้มันยอมจำนนและทำสัญญากับมันด้วย [สัญญาวิญญาณ] สินะ...'

ผู้ทำสัญญาวิญญาณ เขาเดาได้ใกล้เคียงความจริง  อย่างไรก็ตาม วิญญาณกับผีนั้นก็ต่างกัน ผู้ทำสัญญาวิญญาณจะยืมพลังแห่งวิญญาณเพื่อเพิ่มพลังของเขา และมันก็ขึ้นอยู่กับวิญญาณที่เขาเรียกออกมา บางทีเขาอาจจะได้รับสกิลพิเศษมาด้วย

ออริจิ้นแนะนำให้เขาลองใช้ซากศพของซอมบี้เพื่อเปิดใช้งาน [เครื่องเซ่นสังเวย] เพื่อเรียกนักรบวิญญาณออกมา หลังจากนั้น เขาก็ต้องทำสัญญากับวิญญาณผ่านสกิล [สัญญาวิญญาณ]  หลังจากนั้นเขาก็จะสามารถใช้งานพลังแห่งวิญญาณได้ผ่านทักษะ [ผสานวิญญาณ]

นั่นคือแผน อย่างไรก็ตาม การทำสัญญากับวิญญาณโดยปกติแล้ววิญญาณก็มักจะท้าทายผู้ที่เรียกมันออกมาก่อน  แม้แต่วิญญาณเองก็ยังไม่อยากจะก้มหัวให้เจ้านายที่อ่อนแอ

อย่างไรก็ตาม มันก็มีกรณีพิเศษที่วิญญาณเต็มใจจะทำสัญญาโดยไม่ต้องต่อสู้ อย่างไรก็ตาม มันก็มีโอกาสเพียงแค่หนึ่งในสิบล้านเท่านั้นตามที่ออริจิ้นบอก

เหตุผลที่ออริจิ้นคิดว่าผู้ทำสัญญาวิญญาณเป็นคลาสที่เหมาะสมที่สุดสำหรับเขา นั่นก็เป็นเพราะพรสวรรค์ร่างกายศักดิ์สิทธิ์ของเขา พรสวรรค์นี้ทำให้เขามีค่าคุณสมบัติมากขึ้นและมันก็ทำให้ค่าคุณสมบัติของเขามีความสมดุลมากขึ้น

และเมื่อเปรียบเทียบกับลู่อันที่มีความว่องไวสูง  มันก็เห็นได้ชัดว่าลู่อันนั้นไม่เหมาะกับคลาสนี้  มันเป็นเพราะเขาจะต้องเอาชนะวิญญาณให้ได้ด้วยเพื่อที่จะทำสัญญา เพราะฉะนั้นแล้ว ถึงเขาจะโครตเร็ว แต่เขาก็ยังขาดความสามารถและความแข็งแกร่งไปอยู่ดี

ท้ายที่สุดแล้ว มันก็จำเป็นที่จะต้องเอาชนะวิญญาณเพื่อให้ได้มาซึ่งพลัง นอกจากนี้ หากผู้อัญเชิญวิญญาณอ่อนแอเกินไป มันก็มีแต่จะทำให้คลาสผู้ทำสัญญาวิญญาณต้องเสียเปล่า

ในขณะเดียวกัน ถังเส้าหยางนั้นก็เน้นไปที่ความแข็งแกร่งและพลังชีวิตของเขาในขณะที่ค่าคุณสมบัติอื่นๆก็จะเพิ่มขึ้นทุกครั้งที่เขาเลเวอัพ  ด้วยเหตุนี้เอง เขาจึงมีโอกาสสูงที่จะเอาชนะวิญญาณที่แข็งแกร่งเมื่อเทียบกับลู่อันที่มีความว่องไวที่เหนือกว่าเท่านั้น

ถังเส้าหยางจ้องไปที่สิ่งมีชีวิตที่อยู่ข้างหน้าเขา และสิ่งมีชีวิตตัวเขียวก็จ้องกลับมาที่เขาด้วยเช่นกัน เมื่อสิ่งมีชีวิตตัวเขียวเห็นเดสทรอยเยอร์ที่วางอยู่บนไหล่ของถังเส้าหยาง  ดวงตาสีเขียวของมันก็ส่องประกายด้วยความตื่นเต้น

สิ่งมีชีวิตตัวเขียวรีบพุ่งไปที่ถังเส้าหยาง  มันบ่งบอกว่าอีกฝ่ายกำลังพุ่งเข้ามาโจมตีเขา อย่างไรก็ตาม สิ่งมีชีวิตตัวเขียวก็หยุดอยู่ห่างจากถังเส้าหยางห้าเมตร

มันชี้ไปที่ขวานศึกแล้วพูดว่า “แก นักรบ?”

ถังเส้าหยางมองไปที่ขวานศึกของเขา จากนั้นเขาก็มองย้อนกลับไปที่สิ่งมีชีวิตตัวเขียวและพยักหน้า  “ใช่ ฉันเป็นนักรบ ฉันชื่อถังเส้าหยาง!”

เขาฟังคำแนะนำของออริจิ้นมาแล้ว  และมันก็แนะนำเขาว่าอย่าทำตัวเป็นศัตรูกับวิญญาณที่เขาอัญเชิญมา  ท้ายที่สุดแล้ววิญญาณก็จะกลายมาเป็นสหายของเขาในภายหลัง ดังนั้นการมีความสัมพันธ์ที่ดีจึงย่อมเป็นสิ่งที่ดีกว่า  และการแนะนำตัวก็เป็นการเริ่มต้นที่ดี นั่นคือสิ่งที่ถังเส้าหยางคิด

“ข้า นักรบ เช่นกัน คาราน นักรบผู้ยิ่งใหญ่” คารานแนะนำชื่อของมันในขณะที่มันตรวจสอบถังเส้าหยาง

“ฮึก… เจ้า สู้กับคาราน… ถ้าเจ้าอดทนจนพระอาทิตย์ตกดินได้… คาราน ตกลง สัญญา! คาราน ไม่ ยอมรับ คนอ่อนแอ!”

หลังจากได้ยินคำประกาศของคาราน ดวงตาของถังเส้าหยางก็ส่องประกายออกมาอย่างป่าเถื่อน สิ่งที่เขาไม่ชอบมากที่สุดก็คือการที่มีคนอื่นมาเขาลงมาจากที่ที่สูงกว่า ในอดีต เขามักจะทุบตีคนที่คิดจะดูถูกเขาเสมอ ยกเว้นอดีตหัวหน้าของเขาที่เสียชีวิตไปแล้ว

“ดี! ฉันจะสู้ แต่ฉันไม่ต้องการให้เวลามันนานขนาดนั้นเพื่อที่จะเอาชนะแก! ฉันจะเอาชนะแกก่อนพระอาทิตย์ตกดิน!”  เมื่อพูดจบแล้วเขาก็ไม่ได้โจมตีวิญญาณในทันที เขาถอยกลับและให้เวลาคารานเตรียมตัว นี่เป็นการดวลที่ยุติธรรม  และเขาก็จะต่อสู้อย่างยุติธรรม

“คาราน ชอบ วิญญาณ ของแก! เตรียมตัวให้พร้อม คาราน ไป!” เมื่อพูดอย่างนั้น ขวานก็ปรากฎขึ้นในมือของคาราน  ขวานของมันสั้นกว่าและหนากว่า มันเป็นขวานคู่ที่มีด้ามสั้นกว่า

ด้วยขวานในมือคาราน มันก็รีบวิ่งเข้าไปที่ถังเส้าหยาง  ความเร็วของคารานนั้นเร็วกว่าถังเส้าหยางเล็กน้อย อย่างไรก็ตาม เขาก็ไม่ได้วางแผนที่จะหลีกเลี่ยงการโจมตีของชายร่างใหญ่

คารานเหวี่ยงขวานไปทางถังเส้าหยาง  ในเวลาเดียวกันถังเส้าหยางก็เหวี่ยงขวานศึกออกไปอย่างสุดกำลัง เขาไม่ได้วางแผนที่จะหลบ มันเป็นการปะทะกันของความแข็งแกร่ง

เพล้ง!

ขวานปะทะขวาน มันทำให้เกิดเสียงดังและลมก็กระเพื่อมออกไปกระทบกับลู่อันที่ยืนห่างจากสนามรบยี่สิบเมตร ลู่อันรู้สึกตกใจกับลมที่ตีมาโดนหน้าเขา เขาจ้องมองการต่อสู้ด้วยความกลัว

อย่างไรก็ตาม จากนั้นเขาก็สังเกตเห็นว่าบอสของเขาถูกสัตว์ประหลาดตัวเขียวผลักออกไป ใช่แล้ว ถังเส้าหยางแพ้ในการปะทะกันของความแข็งแกร่ง

ทั้งสองหยุดอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่คารานจะผลักถังเส้าหยางออกไป ถังเส้าหยางรู้สึกประหลาดใจที่เขาพ่ายแพ้ในการปะทะกันของความแข็งแกร่ง เขาถูกผลักกลับในการปะทะครั้งแรก

“แก แข็งแกร่ง แต่ คาราน แข็งแกร่งกว่า!” การันไม่ลืมที่จะโอ้อวดความแข็งแกร่งของมันหลังจากการปะทะครั้งแรกของพวกเขา

“เอ่อ… ฉันไม่อยากจะเชื่อเลยว่าตอนนี้สัตว์ประหลาดตัวเขียวกำลังเยาะเย้ยฉัน!”  ถังเส้าหยางกัดฟันของเขา หลังจากหงุดหงิดอยู่ครู่หนึ่ง ในที่สุดถังเส้าหยางก็พุ่งเข้าหาคารานและตะโกนว่า  “การต่อสู้ยังไม่จบ ไอ้ยักษ์เขียว!”

“ข้า ไม่ เขียว ข้า คาราน!”  คารานตอบกลับด้วยเสียงโห่ร้องพร้อมกับยกอาวุธขึ้น

ขณะที่ระยะห่างเหลือเพียงสามเมตร เขาก็กระโจนขึ้นกลางอากาศและเหวี่ยงขวานศึกลงไปที่คาราน  ด้วยโมเมนตัมของเขา ความแข็งแกร่งของเขาจึงเพิ่มขึ้น

คารานทำสิ่งเดียวกันกับถังเส้าหยาง มันไม่ได้พยายามหลีกเลี่ยงการโจมตี แต่มันพยายามตอบโต้การโจมตีของเขา คารานเหวี่ยงขวานไปที่ขวานศึก การปะทะครั้งที่สองจบลงด้วยความเหนือกว่าเล็กน้อยของถังเส้าหยาง

คารานกัดฟันและพยายามต้านทานพลังอันยิ่งใหญ่  พื้นแตกร้าวจากการปะทะกัน  แม้การโจมตีของถังเส้าหยางจะมีพละกำลังมหาศาลที่ซ่อนอยู่ แต่เขาก็ยังไม่อาจผลักคารานให้ถอยกลับไปแบบที่มันทำกับเขาได้

ด้วยความผิดหวัง ร่างของถังเส้าหยางก็เคลื่อนไหวต่อไปในอากาศขณะที่เขาเตะปากของคารานก่อนที่เขาจะร่อนลงบนพื้น  การเตะนั้นกระทันหันเกินไปจนคารานไม่สามารถตอบสนองต่อการโจมตีนั้นได้ทัน

คารานเดินโซเซไปสองสามก้าวและจ้องไปที่ถังเส้าหยางอย่างไม่เชื่อ มันรู้สึกเจ็บปวดเล็กน้อยเพราะมันไม่คาดคิดว่าการคู่ต่อสู้จะเคลื่อนไหวได้ดีขนาดนี้

ถังเส้าหยางยิ้มให้คารานและชูนิ้วกลางให้ฝ่ายตรงข้าม

แม้ว่าราคานจะไม่เข้าใจความหมายเบื้องหลังท่าทางของคู่ต่อสู้  แต่มันก็ไม่ได้โง่พอที่จะไม่เข้าใจความหมายเบื้องหลังการกระทำ  ฝ่ายตรงข้ามกำลังเยาะเย้ยมันและแม้ว่ามันจะรู้ว่าเป็นการเยาะเย้ยนั้นเป็นการยั่วยุ แต่มันก็ยังตกหลุมพลางอยู่ดี

“ย้ากก! คาราน โกรธ!”  คารานแผดเสียงคำรามและพุ่งเข้าหาคู่ต่อสู้อีกครั้ง

“เสียงคำรามของแกไม่มีประโยชน์กับฉัน!”  ถังเส้าหยางไม่ต้องการที่จะแพ้ในขณะที่เขาพุ่งไปข้างหน้า

สัตว์ประหลาดและมนุษย์กำลังปะทะกันโดยใช้กำลังหยาบ ทั้งคู่ต่างก็ไม่มีใครอยากแพ้

ลู่อันดูการต่อสู้ด้วยความงุนงง การต่อสู้เป็นไปอย่างดุเดือด ทุกครั้งที่ขวานปะทะกัน เขาก็จะเห็นบอสของเขาถูกผลักออกมา  อย่างไรก็ตาม ด้วยกลอุบายบางอย่าง  บอสของเขาจะตอบโต้สัตว์ประหลาดด้วยการเตะหรือต่อยเสมอ

ในขณะที่พวกเขาต่อสู้กันนานขึ้น  ลู่อันก็สังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงบางอย่างจากบอสของเขา เขาเริ่มสังเกตเห็นว่าสัตว์ประหลาดตัวเขียวไม่สามารถผลักบอสของเขากลับได้อีกต่อไป ในขณะที่การต่อสู้ดำเนินต่อไป ความแข็งแกร่งของถังเส้าหยางก็ดูเหมือนจะมีแต่เพิ่มขึ้น

สิ่งนั้นทำให้ลู่อันรู้สึกสับสน  เพื่อเพิ่มความแข็งแกร่ง พวกเขาก็จำเป็นจะต้องเลเวลอัพ  และในการเลเวลอัพ พวกเขาก็จำเป็นจะต้องฆ่าสัตว์ร้ายหรือซอมบี้  อย่างไรก็ตาม บอสของเขาก็กำลังต่อสู้กับสัตว์ประหลาดตัวเขียวมาเป็นเวลาสามชั่วโมงแล้ว มันไม่มีทางที่เขาจะเลเวลอัพได้โดยไม่ต้องฆ่าสัตว์หรือซอมบี้

ลู่อันใช้เวลาของเขาไปกับการสังเกตบอสของเขา จากนั้นเขาก็สังเกตเห็นว่าทุกครั้งที่พวกเขาปะทกัน ท่าทางของบอสของเขาก็จะเปลี่ยนไปทุกครั้ง

' ท่าทางที่ถูกต้องจะสามารถเพิ่มความแข็งแกร่งของเขาได้อย่างงั้นหรอ'  ลู่อันสงสัยกับการวิเคราะห์ของเขา แต่เขาก็คิดไม่ออกถึงความเป็นไปได้อื่นๆว่าทำไมจู่ๆบอสชองเขาถึงได้สามารถรับมือกับความแข็งแกร่งของสัตว์ประหลาดตัวเขียวได้

ในขณะเดียวกัน  ถังเส้าหยางก็ไม่ใช่คนเดียวที่พัฒนาขึ้น  คารานเองก็เริ่มมีการพัฒนาเช่นกัน  การลอบเตะและต่อยของถังเส้าหยางเริ่มที่จะใช้ไม่ได้กับมัน

ลู่อันสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงระหว่างทั้งสองในขณะที่พวกเขาแลกเปลี่ยนการโจมตีกันอย่างบ้าคลั่ง

มันยังมีอีกสิ่งหนึ่งที่ลู่อันสังเกตเห็น  มันคือความคล้ายคลึงกันระหว่างทั้งสอง แม้ว่าฝั่งหนึ่งจะเป็นสัตว์ประหลาด และอีกฝั่งหนึ่งเป็นมนุษย์ แต่ทั้งคู่ต่างก็สนุกสนานไปกับการต่อสู้  มนุษย์กำลังยิ้มในขณะที่สัตว์ประหลาดก็กำลังหัวเราะในขณะที่พวกเขาแลกหมัดกันไปมา

การต่อสู้ดำเนินต่อไปเป็นเวลาแปดชั่วโมงและลู่อันก็เฝ้าดูการต่อสู้ด้วยความงุนงง เขายังไม่ได้กินข้าวกลางวัน แต่แค่การดูการต่อสู้ มันก็ไม่ได้ทำให้เขาหิวเลย

เป้ง!

ขวานปะทะกันอีกครั้ง  มันทำให้เกิดประกายไฟกระจายไปทั่ว หลังจากการปะทะกัน  ถังเส้าหยางก็ถอยกลับ  เขาเริ่มหายใจไม่ออก และมันก็ทำให้เขาเริ่มอ้าปากหายใจเหมือนปลาทอง

สภาพของคารานเองก็ไม่ได้ดีไปกว่าถังเส้าหยางมากนัก  แม้ว่ามันจะเป็นวิญญาณ แต่มันก็ยังรู้สึกเหนื่อยจากการต่อสู้ที่นานเกินไป

คลัง! คลัง! คลัง!

ทันใดนั้นถังเส้าหยางก็ขว้างขวานศึกออกไปและตะโกนว่า “ฉันยอมแพ้! แกสามารถกลับไปทุกที่ที่แกจากมาได้เลย! การต่อสู้ครั้งนี้ไร้ประโยชน์  มันจะไม่มีผู้ชนะระหว่างเรา!”

ก่อนหน้านี้เขาสนุกกับการต่อสู้ แต่เมื่อเขารู้ว่าเขาไม่มีทางเอาชนะคารานได้ เขาก็โยนอาวุธทิ้งด้วยความหงุดหงิดในทันที การต่อสู้นั้นไร้ประโยชน์อย่างแท้จริงเพราะเขาไม่สามารถเอาชนะฝ่ายตรงข้ามได้

ดังนั้นแทนที่จะต่อสู้ต่อไป เขาจึงอยากจะเอาเวลาไปล่าซอมบี้หรือกลับไปที่สวนสาธารณะที่มีหมอกหนาอีกครั้ง เขาสามารถเอาเวลาไปอัพเลเวลของเขาได้โดยการล่าพวกมัน  และแม้ว่าเขาจะสนุกกับการต่อสู้ แต่มันก็ไม่ใช่การต่อสู้ที่เขาจะไม่สามารถเอาชนะได้

ถังเส้าหยางนอนลงบนพื้น เขาหันหน้าเข้าหาหมู่เมฆสีเหลือง เขาหลับตาพักผ่อนหลังจากการต่อสู้อันยาวนาน

อย่างไรก็ตาม เขาก็ต้องแปลกใจเมื่อได้ยินคำพูดของคาราน “มนุษย์ เจ้า แข็งแกร่ง  คาราน ยอมรับ เจ้า  คาราน เต็มใจ ติดตาม เจ้า!”

ถังเส้าหยางลืมตาขึ้นและกระโจนขึ้นมา จากนั้นเขาก็สังเกตเห็นคารานกำลังคุกเข่า เขาประหลาดใจและยินดีไปในเวลาเดียวกัน เพื่อให้แน่ใจว่าเขาไม่ได้ฟังผิด ถังเส้าหยางจึงถามคารานอีกครั้ง “นายแน่ใจแล้วนะ?”

“ใช่ คาราน ยอมรับ สัญญา!”

ถังเส้าหยางวางมือขวาลงบนศีรษะล้านของคารานโดยไม่ลังเล  จากนั้นเขาก็เปิดใช้งาน [สัญญาวิญญาณ]

ในไม่ช้า คารานก็กลายเป็นก๊าซสีเขียวและเข้าไปที่หน้าผากของเขา หลังจากนั้น เขาก็รู้สึกได้ว่าความเย็นยะเยือกได้แผ่กระจายไปทั่วศีรษะและร่างกายของเขา

[ สัญญาถูกทำ ]

เสียงหุ่นยนต์ไร้อารมณ์ดังก้องอยู่ในหัวของเขา

ด้วยความใจร้อน   ถังเส้าหยางก็รีบเปิดใช้งานสกิลใหม่ที่สามของเขาในทันที [ผสานวิญญาณ] จากนั้นภาพเบลอของคารานก็ก่อตัวขึ้นบนหลังของเขาเป็นเวลาห้าวินาที หลังจากนั้น ภาพเบลอนั้นก็ได้เข้าสู่ร่างกายของเขา

ผิวของถังเส้าหยางค่อยๆเปลี่ยนไปเป็นสีเขียว จากนั้นกล้ามเนื้อของเขาก็ปูดโปนขึ้น  เขาลืมตาขึ้นและตรวจสอบหน้าจอค่าสถานะของเขา

-----------------------------------------

ชื่อ: ถังเส้าหยาง  [ คาราน - นักรบผู้ยิ่งใหญ่]

คลาส: ผู้ทำสัญญาวิญญาณ

อายุ: 26

สังกัด: ไม่มี

เลเวล: 30

พรสวรรค์: ร่างกายศักดิ์สิทธิ์

คะแนนค่าคุณสมบัติ: 0

ความแข็งแกร่ง: 109 [+200]

ความว่องไว: 39

พลังชีวิต: 60 [+100]

สตามิน่า: 35

พลังเวทย์: 31

ประสาทสัมผัส: 8

สกิล: [การตรวจสอบขั้นพื้นฐาน], [เครื่องเซ่นสังเวย], [สัญญาวิญญาณ - เลเวล 1], [ผสานวิญญาณ – เลเวล 1]

วิญญาณที่ทำสัญญา (1/3): [ คาราน – นักรบผู้ยิ่งใหญ่ ]

สกิลวิญญาณ:

[สกิลคาราน]: [สงครามร่ำไห้] [ขวานคลั่ง] [แยกปฐพี]

--------------------------------------

จบบทที่ บทที่ 26 คาราน นักรบผู้ยิ่งใหญ่

คัดลอกลิงก์แล้ว