- หน้าแรก
- ทั้งตระกูลคือบุตรแห่งโชคชะตา ส่วนข้า หัวหน้าตระกูล...ขอนอนเฉย ๆ ละกัน
- บทที่ 58 ทำไมเจ้าไม่ไปขอข้าแต่งงานกับท่านพ่อเล่า?
บทที่ 58 ทำไมเจ้าไม่ไปขอข้าแต่งงานกับท่านพ่อเล่า?
บทที่ 58 ทำไมเจ้าไม่ไปขอข้าแต่งงานกับท่านพ่อเล่า?
บทที่ 58 ทำไมเจ้าไม่ไปขอข้าแต่งงานกับท่านพ่อเล่า?
หลังจากตระกูลสวี่ทำภารกิจสำเร็จ ก็รีบเดินทางกลับเมืองอวี้เหอ ผู้อาวุโสสองและสามได้รายงานรายละเอียดทั้งหมดให้สวี่ชิงโจวทราบ
ในตอนท้าย พวกเขายังอดไม่ได้ที่จะอุทานออกมาด้วยความรู้สึกหลากหลาย
"เจ้าหลานหลัวคนนี้น่ากลัวเกินไปแล้ว! ีีระดับพลังบ่มพาะขอบเขตเชื่อมจิตขั้นปลาย กลับสามารถต้านทานนักบำเพ็ญขอบเขตแก่นแท้ลึกลับขั้นต้นได้ถึงสามคน ไม่เคยได้ยินเรื่องแบบนี้มาก่อนเลย"
"ยิ่งไปกว่านั้น หากไม่ได้เขาในครั้งนี้ พวกเราอาจจะหาโจรไม่เจอด้วยซ้ำ ถึงเจอ ก็อาจจะเอาชนะพวกมันไม่ได้"
รังโจรควงเฟิงตั้งอยู่ในเทือกเขาม่อหยุน หากคราวนี้ไม่ได้ตามไปอย่างทันท่วงที ปล่อยให้พวกมันกลับไปยังเทือกเขาม่อหยุนได้สำเร็จ ก็เหมือนปล่อยเสือกลับเข้าป่า การจะสังหารพวกมันเพื่อล้างแค้นให้ตระกูลในเวลาอันสั้นนั้นแทบเป็นไปไม่ได้
สวี่ชิงโจวยิ้มกล่าวว่า "นับจากนี้ไป เหล่าผู้อาวุโสท่านอื่นก็ต้องขยันบ่มเพาะให้มากขึ้น มิเช่นนั้น หากเกิดเรื่องขึ้นมา ก็คงต้องพึ่งพาคนรุ่นใหม่แล้ว"
ในตอนนี้ ทั้งสวี่หลัวและสวี่มู่เกอต่างก็อยู่ขอบเขตเชื่อมจิตขั้นปลาย อีกไม่นานก็จะทะลวงไปถึงแก่นแท้ลึกลับได้แล้ว เมื่อถึงตอนนั้น ในการต่อสู้แบบตัวต่อตัว เหล่าผู้อาวุโสท่านอื่นคงไม่อาจต้านทานการโจมตีของพวกเขาได้เลย
เขาเพียงแค่นอนเฉยๆ ก็สามารถเพิ่มพลังบ่มเพาะได้ แต่เหล่าผู้อาวุโสท่านอื่นทำไม่ได้
ผู้อาวุโสสองและสามรับคำอย่างหนักแน่น
"ใช่ๆ พวกเราก็ต้องทำงานให้หนักขึ้นด้วย จะถอยหลังไม่ได้"
ในฐานะผู้อาวุโสของตระกูล กลับด้อยกว่าเด็กหนุ่มในบ้านที่อายุเพียงสิบกว่าปี เมื่อพูดออกมาแล้วก็น่าอายอยู่บ้าง
สวี่ชิงโจวยิ้มแต่ไม่ได้พูดอะไร
พวกท่านขยันทำงานไป ส่วนข้าก็จะนอนพักผ่อน
หลังจากผู้อาวุโสสองและสามจากไป สวี่หลัวก็มาหาสวี่ชิงโจว
"มีอะไรอีกหรือ?" สวี่ชิงโจวถาม
สวี่หลัวพูดถึงความกังวลของเขาออกมาตรงๆ
"การเจอโจรปล้นสะดมเป็นเรื่องปกติ พวกมันกล้าหาญมาโดยตลอด กล้าปล้นใครต่อใคร แต่การที่พวกมันปล้นเสร็จแล้วกลับมาสนุกสนานในเมืองใกล้เคียงแบบนี้ มันดูผิดปกติไปหน่อย"
"โดยปกติแล้ว หลังจากที่พวกมันปล้นเสร็จ พวกมันก็จะกลับไปยังเทือกเขาม่อหยุน หรือไม่ก็หนีไปไกลหลายพันลี้"
สวี่ชิงโจวเลิกคิ้วขึ้น
"เจ้ากำลังบอกว่าเรื่องนี้มีเบื้องหลัง?"
สวี่หลัวส่ายหน้า "ไม่แน่ใจ ข้าแค่รู้สึกว่าเรื่องนี้มีจุดที่น่าสงสัย"
[น่าเสียดายที่ตอนนั้นคนในตระกูลอยู่กันครบ หากมีแค่ข้า ข้าคงสามารถค้นหาความทรงจำของพวกมันได้]
สวี่ชิงโจวครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง
"เช่นนั้นก็แจ้งให้คนในตระกูลระมัดระวังตัวให้มากขึ้น พวกเราจะไปเมืองหลิวเย่วกันแต่เช้าวันมะรืน เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาที่จะเกิดขึ้น"
สวี่หลัวยืนยันว่า "และค่ายควงเฟิงแห่งนั้น พลังโดยรวมของพวกมันไม่ได้ด้อยไปกว่าสำนักเจ็ดดารา พวกเราต้องระมัดระวัง"
[ตระกูลสวี่ดูเหมือนจะพัฒนาอย่างรวดเร็ว แต่ศัตรูก็เพิ่มจำนวนและแข็งแกร่งขึ้นเช่นกัน พวกเราต้องเพิ่มพลังบ่มเพาะและความแข็งแกร่งของตระกูลให้รวดเร็ว]
สวี่ชิงโจวพลันคิดอะไรขึ้นมาได้
"ข้ามีความคิด เมื่อพวกเราไปถึงเมืองหลิวเย่ว เจ้าจงคัดเลือกคนรุ่นเยาว์ที่มีศักยภาพมารวมตัวกันเป็นทีมชั้นยอด เป้าหมายในตอนนี้คือการฝึกทหารโดยมีจุดประสงค์เพื่อปราบปรามโจรป่า เพื่อให้คนในตระกูลสามารถเพิ่มความแข็งแกร่งได้อย่างรวดเร็วในการต่อสู้"
ดวงตาของสวี่หลัวเป็นประกาย
"เป็นความคิดที่ดี วิธีที่ดีที่สุดในการเพิ่มความแข็งแกร่งก็คือการต่อสู้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า!"
[ตระกูลสวี่สามารถพึ่งพาข้าและมู่เกอได้ แต่จะพึ่งพาแค่พวกเราไม่ได้ พวกเราต้องบ่มเพาะคนในตระกูลที่มีศักยภาพให้มากขึ้น]
ความคิดของสวี่ชิงโจวได้เปิดมุมมองใหม่ให้แก่สวี่หลัว
เขาเอาแต่คิดที่จะทำให้ตัวเองแข็งแกร่งขึ้น เพื่อขจัดอุปสรรคทั้งหมดให้ตระกูลสวี่ แต่เขากลับละเลยการพัฒนาและการยกระดับตระกูล
โชคดีที่การตระหนักถึงเรื่องนี้ในตอนนี้ยังไม่สายเกินไป
ศัตรูอย่างค่ายควงเฟิงและสำนักเจ็ดดารา ถือเป็นความยากลำบากและการทดสอบสำหรับตระกูลสวี่ เมื่อเอาชนะพวกมันได้ ตระกูลสวี่ก็จะก้าวไปสู่ระดับที่สูงขึ้นไปอีก
หลังจากสวี่หลัวจากไป ก็เริ่มคัดเลือกสมาชิกที่เหมาะสมจากคนรุ่นเยาว์ของตระกูลสวี่ทันที
ในตระกูลสวี่ทั้งหมด มีเพียงเขาเท่านั้นที่มีความสามารถในการทำเช่นนี้
.....
ยามราตรีล่วงลึก พระจันทร์กระจ่างส่องแสง
เมื่อคิดว่าพรุ่งนี้เช้าจะต้องย้ายไปยังเมืองหลิวเย่ว คนในตระกูลสวี่หลายคนต่างตื่นเต้นจนนอนไม่หลับ พวกเขาจึงเอาแต่โต้รุ่งนั่งสมาธิและฝึกฝน
สวี่ชิงโจวและซูซินเหยียนยังคงอยู่ในลานบ้านเล็กๆ ของเขา เล่นชิงช้าและคลอเคลียกันด้วยความรัก
ซูซินเหยียนสวมชุดกระโปรงยาวสีฟ้าอ่อน เท้าเปล่า ขดตัวอยู่ในอ้อมแขนของสวี่ชิงโจวเหมือนแมวน้อยขี้เกียจ
สวี่ชิงโจวชี้ไปยังดอกไม้และต้นไม้ในลานบ้าน
"หลังจากที่พวกเราย้ายไปเมืองหลิวเย่ว เจ้าอยากจะปลูกดอกไม้และต้นไม้อื่นๆ หรือจะย้ายทุกอย่างในลานบ้านไปด้วยทั้งหมด?"
ซูซินเหยียนหันไปมองรอบๆ สวี่ชิงโจวดูแลสถานที่แห่งนี้มาเป็นเวลาครึ่งปี หลังจากที่นางมา พวกเขาก็ช่วยกันจัดตกแต่งมาเป็นเวลากว่าสี่เดือน เมื่อต้องจากไปอย่างกะทันหัน นางก็รู้สึกเสียดายอยู่บ้าง
"ย้ายทุกอย่างไปด้วยกันเถอะ ถึงตอนนั้น ข้าก็จะกลับไปยังสำนัก และย้ายพืชหายากล้ำค่าจำนวนน้อยนิดของข้ามาด้วย"
สวี่ชิงโจวถามด้วยความสนใจ "แล้วหากท่านพ่อของเจ้าถามถึงเรื่องนี้ เจ้าจะตอบว่าอย่างไร?"
"อืมม์..."
ซูซินเหยียนครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นก็เงยหน้ามองใบหน้าหลัวเหลาและแน่วแน่ของสวี่ชิงโจว กะพริบตาที่สดใสร่าเริง
"เจ้าไปขอข้าแต่งงานกับท่านพ่อของข้าดีหรือไม่? พวกเราจะได้แต่งงานกันโดยตรง แล้วข้าก็จะสามารถย้ายทุกอย่างในถ้ำของข้ามาได้ทั้งหมด"
"หา?" สวี่ชิงโจวถึงกับตะลึง นี่... จะตรงไปตรงมาเกินไปหรือไม่?
"เจ้าแน่ใจนะว่าถ้าข้าไปขอเจ้าแต่งงานที่สำนักหลิวเย่วตอนนี้ ท่านพ่อตาของข้าจะไม่ตบข้ากระเด็น?"
ซูซินเหยียนเอียงคอ พึมพำว่า "อาจจะ... ไม่นะ"
เมื่อก่อน มีบางคนที่ไล่ตามนางอย่างไม่ลดละ พ่อของนางในตอนนั้นดูเหมือนจะมีท่าทีที่แย่กับพวกเขาทีเดียว
และน้ำเสียงที่ไม่แน่ใจของนางก็ทำให้สวี่ชิงโจวรู้สึกเย็นสันหลัง ท่านผู้อาวุโสสูงสุดสำนักหลิวเย่ว ด้วยระดับพลังบ่มพาะขนาดนั้น คงสามารถสังหารเขาได้เป็นร้อยๆ เท่าในพริบตา
"พวกเรารออีกหน่อยดีหรือไม่?" สวี่ชิงโจวกล่าวด้วยความอาย
รอจนกว่าพลังบ่มเพาะของเขา สวี่มู่เกอ และซูซินเหยียนจะเหนือกว่าซูซิน แล้วค่อยไปขอนางแต่งงาน
เมื่อถึงตอนนั้น หากซูซินยังกล้าคัดค้าน ลูกสาวและศิษย์ของเขาจะช่วยเขาเอง เขาอยากจะลงมือ แต่ใครก็สู้ไม่ได้
เดี๋ยวนะ แบบนี้มันจะทำให้ท่านพ่อตาในอนาคตของเขาโกรธจนตายเลยหรือไม่?
ในขณะนั้น ซูซินที่กำลังเตรียมตัวบำเพ็ญเพียรอย่างสันโดษในสำนักหลิวเย่ว จู่ๆ ก็จามออกมา
"แปลกจริง ทำไมข้าถึงจามออกมาอย่างกะทันหัน?" หรือว่าเคล็ดวิชาบ่มเพาะของข้ามีปัญหา?
"เป็นไปไม่ได้ ข้ายังไม่ได้เริ่มฝึกด้วยซ้ำ บางทีซินเยี่ยนอาจจะคิดถึงข้า แต่เด็กคนนี้ออกไปนานขนาดนี้แล้ว ทำไมยังไม่กลับมาเสียที?"
.....
เมื่อได้ยินน้ำเสียงที่ค่อนข้างขี้ขลาดของสวี่ชิงโจว ซูซินเหยียนก็หัวเราะออกมาอย่างสดใส เมื่อเทียบกันแล้ว ดอกไม้ที่เบ่งบานอย่างมีชีวิตชีวามากมายในลานบ้านและพระจันทร์กระจ่างบนท้องฟ้ากลับดูจืดจางไป
"เจ้าแกล้งข้า ตอนนี้เจ้ารู้แล้วสินะว่าความกลัวเป็นอย่างไร!"
สวี่ชิงโจวกล่าวอย่างน้อยใจ "ข้าไปแกล้งเจ้าตอนไหน?"
"ทุกช่วงเวลานี้ มือของเจ้า เฮอะๆ..."
"ข้าช่วยเจ้ากระตุ้นการไหลเวียนโลหิต"
"คนโกหก ข้าไม่ใช่เด็ก"
ทั้งสองคนที่จมอยู่กับความรัก ไม่รู้เลยว่าวิกฤตครั้งใหญ่ได้คืบคลานเข้ามาอย่างเงียบๆ แล้ว
(จบตอน)