เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่22 ศึกสัประยุทธ์

ตอนที่22 ศึกสัประยุทธ์

ตอนที่22 ศึกสัประยุทธ์


ตอนที่22 ศึกสัประยุทธ์

ฉิงกุยตื่นตกใจยิ่ง แรงโหมของคมดาบช่างทรงพลังจนน่าสะพรึงผิดวิสัย เป็นเพียงเด็กน้อยอาณาจักรก่อกายาเท่านั้น แล้วเหตุใดถึงทรงพลังจนน่าสะพรึงขนาดนี้ แต่ไม่ว่าจะสาเหตุใด ตัวเขาก็เป็นถึงจุดสูงสุดแห่งอาณาจักรนภาม่วง ทั้งในด้านพละกำลังและสมาธิการตอบสนอง เขาเองก็ไม่ได้ด้อยไปกว่ากันเลย คล้อยหลังตะลึงไปชั่วครู่ค่อยตอบสนองโต้กลับคืน

คมดาบสะบั้นมังกรพุ่งเข้ามาเกินครึ่งทาง ฉิงกุยเร่งพลิกตัวกวาดลูกเตะเสยขึ้นปัดป้องการโจมตีได้อย่างไม่ยากเย็น ท่าเท้าเวหาคำรน!

เย่เจวี๋ยใช้สองมือจับกระชับด้ามดาบออกแรงขับสู้เป็นเท่าทวี ต้านรับท่าเท้าเวหาคำรนของฉิงกุยเสมือนคมดาบปะทะค้อนหนัก จนสุดท้ายเย่เจวี๋ยเสียจังหวะถูกแรงโจมตีซัดกระเด็นออกไป เป็นอึดใจที่ฉิงกุยกระชับหมัดแน่นทุบซ้ำกลางลำตัวพร้อมเสียงระเบิดดังบูมบาม

เย่เจวี๋ยกัดฟันสู้ฉวยโอกาสนี้ตีเข่าอัดบริเวณจุดตันเถียนของฉิงกุยสวนคืนกลับไป

ฉิงกุยพ่นลมหายใจออกมาเฮือกหนึ่ง เร่งตีระยะถอยห่างไปเกือบร้อยก้าว ป้องกันไม่ให้เย่เจวี๋ยโจมตีต่อเนื่องใดๆได้อีก

ยืดเหยียดคู่เท้าตั้งมั่น จึงโบกสะบัดดาบยักษ์ขึ้นเหนือหัวพุ่งเข้าโจมตีอีกครา โค้งตัวโถมน้ำหนักพุ่งใส่เย่เจวี๋ยอย่างรุนแรง

แววตาคู่นั้นของมันสาดสะท้อนเปี่ยมไปด้วยความโกรธ ไม่คิดไม่ฝันเลยสักนิดว่า ตัวมันที่เป็นถึงจุดสูงสุดแห่งอาณาจักรนภาม่วงจักต้องประสบความสูญเสียเพียงนี้ในเงื้อมมือของเศษสวะอาณาจักรก่อกายาเช่นนี้

นี่นับเป็นความอัปยศยิ่งยวด!

เกร๊ง!

เสียงโลหะเข้าปะทะเสียดสีดังลั่น ดาบยักษ์ในมือฉิงกุยและดาบสะบั้นมังกรในมือของเย่เจวี๋ยฟาดฟันครั้งแล้วครั้งเล่า

“ตายไปซะ!”

เย่เจวี๋ยคำรามเสียงลือลั่นแสนเกรี้ยวจัด ร่ายคมดาบสะบั้นมังกรบิดพลิ้วประดุจสายธารรินไหล เชือดเฉือนเก้านภาเมฆาไร้ซึ่งร่องรอย ทันใดนั้นเองคมดาบของมือเย่เจวี๋ยก็หายวับลับสายตาของฉิงกุยไปทั้งแบบนั้น!

รูม่านตาดำของฉิงกุยถึงกับตีบแคบด้วยความตกตะลึง

เกร๊ง!

เสี้ยวพริบตาต่อมา เสียงคมโลหะดังปะทะเสียดขึ้นอีกครา ฉิงกุยไม่รู้เลยว่าคมดาบของอีกฝ่ายมันพวยพุ่งออกมาจากทิศทางได้ เพิ่งมาตระหนักได้เพียงมันพุ่งมาถึงตรงหน้าแล้ว จึงค่อยมีปฏิกิริยาตอบโต้

เจอกระบวนดาบพิสดารเช่นนี้ ฉิงกุยก็รับมือได้ยากยิ่ง คมดาบของอีกฝ่ายราวกับว่าไร้ตัวตนไม่สามารถสัมผัสถึงมันได้

ม่านตาดำของฉิงกุยยิ่งหดเกร็งเข้าไปใหญ่ด้วยความประหลาดใจ มันไม่อยากจะเชื่อเลยว่า ผู้ฝึกยุทธ์อาณาจักรก่อกายาจะสามารถสัประยุทธ์กับยอดฝีมืออาณาจักรนภาม่วงขั้นสุดได้อย่างสูสีปานนี้? อีกฝ่ายทำได้อย่างไรกัน? หากมิใช่เพราะว่า ตัวมันมีสัญชาตญาณที่เฉียบคมพอ ปานนี้คงโดนฟันขาดครึ่งท่อนไปนานแล้ว

ในเวลาเดียวกัน เย่เจวี๋ยก็กรอกเทลมปราณลงไปยังตัวดาบอีกครั้ง เร่งเร้าโคจรลมปราณทั่วกายาอย่างบ้าคลั่ง ขุมพลังสายใหญ่ไหลทะลักเข้าไปยังมือทั้งสองไม่หยุดหย่อน สาบานได้เลยว่า อาศัยการโจมตีครั้งนี้เขาสามารถทำลายการป้องกันของฉิงกุยได้แน่นอน

ดั่งที่กล่าวไป เย่เจวี๋ยตวัดดาบฟาดปะทะอัดฉิงกุยกดร่างอีกฝ่ายลงทีละนิด คู่เท้าของฉิงกุยที่ยืนหยัดเริ่มจมดินทีละน้อยเช่นกัน

สีหน้าของฉิงกุยยามนี้ถึงกับบิดเบี้ยวน่าเกลียด ยิ่งมันพยายามขัดขืนเท่าไหร่ ดาบในมือเย่เจวี๋ยก็ยิ่งหนักอึ้งมากขึ้นและมากขึ้นราวกับหุบเขาที่กำลังพังทลายลงมา จนไม่แม้แต่ขยับเคลื่อนได้

แกร๊ก!

ทันใดนั้นดาบยักษ์ภายในมือของฉิงกุยพลันเกิดรอยร้าวแตกแขนงลามออกไปอย่างรวดเร็ว เสี้ยวอึดใจนั้น ม่านตาดำของมันถึงกับตีบคันแลบลงไปอีก เผชิญหน้ากับแรงกดปะทะของดาสะบั้นมังกรเล่มนี้ ฉิงกุยรีบชิงทิ้งดาบยักษ์ในมือและตีระยะร่นถอยออกมาด้วยพลังทั้งหมดที่มี

แต่นับว่าโชคไม่ดี คมดาบที่ฟาดฟันฉับลงมาในมือเย่เจวี๋ยกลับรวดเร็วเกินไป คมดาบผ่าเสื้อบริเวณหน้าอกของฉิงกุยจนฉีกขาดออกมา ทีแรกใครเห็นก็คิดว่า ฉิงกุยผู้นี้ดวงถึงฆาต ถูกเย่เจวี๋ยสับท้องจนตับไตไส้พุงทะลักออกมากองกับพื้น

ทว่าความจริงกลับไม่เป็นเช่นนั้น บนกลางอกของฉิงกุยกลับไม่ได้รับบาดเจ็บแม้แต่น้อย ทั้งหมดเป็นเพราะเกราะอ่อนสีเขียวมรกตชั้นหนาสลักลวดลายประณีตมันช่วยปกป้องเอาไว้ จึงทิ้งไว้แค่เพียงรอยขีดข่วนไม่ลึกเท่าไหร่นัก

“เกราะอ่อนเกล็ดมรกต!”

เหล่าสมาชิกตระกูลเย่ที่ยังหลงเหลืออยู่แถวนั้นต่างร้องอุทานขึ้นด้วยความตกใจ

เย่เจวี๋ยเองก็ประหลาดใจมิใช่น้อยเช่นกัน เกราะอ่อนเกล็ดมรกตชิ้นนี้เป็นยุทธ์ภัณฑ์เครื่องป้องกันชั้นเยี่ยม สามารถต้านรับการโจมตีเต็มกำลังจากยอดฝีมืออาณาจักรนถาม่วงได้ถึงยี่สิบกระบวนต่อเนื่องโดยไม่มีวันพังทลาย นี่แสดงให้เห็นถึงความน่าสะพรึงของพลังการป้องกันแล้ว

เขามั่นใจอย่างยิ่งว่า ต่อให้ตนเองมีพลังเทียบเท่ายอดฝีมืออาณาจักรนภาม่วงขั้นสุด ผนวกกับดาบสะบั้นมังกรเล่มนี้เข้ามาเสริมแกร่งและโจมตีใส่เกราะนี้เต็มกำลัง แต่กระนั้นอย่างมากที่สุดก็ทำได้เพียงสร้างรอยร้าวเท่านั้น

อย่างไรก็ตาม กลับเป็นฝ่ายฉิงกุยที่ปั้นหน้าประหลาดใจยิ่งกว่า ต้องทราบก่อนว่า ตัวเขาเป็นถึงยอดฝีมืออาณาจักรนภาม่วงขั้นสุด ต่อให้เป็นเขาที่โจมตีต่อเนื่องยี่สิบคราติด ก็ยังไม่สามารถทำให้เกราะอ่อนเกล็ดมรกตมีรอยขีดข่วนได้ด้วยซ้ำ ทว่าเย่เจวี๋ยคนนี้ แค่ฟาดฟันเพียงหนึ่งคมดาบกลับทำให้บนผิวเกราะเกิดรอยขีดข่วนได้จริงๆ?

“เหอะ เกราะอ่อนเกล็ดมรกตงั้นรึ? แต่แล้วอย่างไรก็แค่กระดองเต่าสำหรับพวกขี้ขลาด ฉันจักสับมันให้แหลก!”

ก่อนที่ฉิงกุยจะทันตั้งตัว เย่เจวี๋ยก็สำแดงฤทธิ์ของดาบสะบั้นมังกรพุ่งเข้าโจมตีอีกระลอก แสงคมดาบสีเย็นเฉียบชวนสะท้านขั้นกระดูกฟันใส่ฉิงกุยโดยตรง

ฉิงกุยรีบเงยหน้าหลบดาบสะบั้นมังกรเฉียดผ่านเพียงปลอยจมูกของเขา ทันใดนั้นฉิงกุยรีบพลิกตัวตีลังกาถอยห่าง หวังตีระยะให้ห่างจากเย่เจวี๋ยหลายช่วงตัว

แต่สำหรับเย่เจวี๋ยแล้ว ไม่ว่าจะมีระยะห่างเพียงใดกลับหาได้สำคัญไม่เลย ขอเพียงศัตรูยังอยู่ในสายตา เขาก็สามารถบุกเข้าประชิดตัวได้ในพริบตาเดียว

ซึ่งเป็นดั่งที่กล่าวไว้ไม่มีผิด คู่เท้ากระตุบวูบ ร่างของเย่เจวี๋ยพุ่งตามติดเป็นเงาพิศวงสายหนึ่งหวังปลิดชีพในพริบตา

ส่วนทางด้านฉิงกุยในตอนนี้เปรียบเสมือนเหยื่อที่กำลังหลบหนี พยายามสลัดให้หลุดจากเงาตามติดที่ไล่ล่า ถึงแม้จะมีเกราะอ่อนเกล็ดมรกตคุ้มกาย แต่ถึงยังไงก็ยังไม่กล้าเอาตัวไปเข้าปะทะกับเงาพิศวงตามติดนี้อยู่ดี ไม่รู้ว่าเป็นเพราะกลัวเพราะเป็นรอย หรือเพราะเริ่มคลั่นคล้ามในตัวเย่เจวี๋ยขึ้นบ้างแล้วกันแน่ แต่จะยังไงฉิงกุยก็หนีจากอาณาบริเวณไม่พ้น จงจำไว้เสีย ไม่ว่าจะเป็นเกราะป้องกันชนิดใด ยิ่งได้รับความเสียหายสะสม อานุภาพการป้องกันก็จะยิ่งลดทอนตามไปด้วย

เย่เจวี๋ยในบัดนี้ดูแข็งแกร่งจนน่ากลัว พินิจจากรอยขีดข่วนบนเกราะอ่อนเกล็ดมรกต ดูท่าเกราะที่มันดูภูมิใจนักภูมิใจหนาจะเป็นแค่ระดับสามทั่วไป

พอเย่เจวี๋ยมองจุดนี้ออก เขาก็ยิ่งเร่งความเร็วไล่ล่ากระหน่ำโจมตีต่อเนื่องไม่หยุด

ชวิ้ง! ชวิ้ง! ชวิ้ง!

ดาบสะบั้นมังกรในมือเย่เจวี๋ยควงหมุนดุจพายุคลั่งโหมกระหน่ำ ฉิงกุยทำได้เพียงกระโดดล่าถ่อยเลี่ยงหลบ แบ่งเบาแบ่งสู้ตามจังหวะเท่านั้น ผืนดินบริเวณโดยรอบที่เย่เจวี๋ยเคลื่อนผ่าน ทิ้งทวงเป็นเงาสายหนึ่ง มันรวดเร็วชนิดที่ว่าก่อให้เกิดเป็นภาพซ้อนเกินที่สายตามนุษย์ทั่วไปจะมาทัน

ฉิงกุยหน้าถอดสี เย่เจวี๋ยหาใช่มีเพียงความแข็งแกร่งและความว่องไวเท่านั้น แม้แต่ดาบในมือของเขายังคมกริบแกร่งกล้าไม่แพ้กัน น่าจะเป็นดาบวิเศษชั้นเยี่ยม จึงไม่น่าแปลกใจเลยที่ ไฉนถึงทิ้งทวนรอยขีดข่วนบนเกราะอ่อนเกล็ดเขียวได้

สักประมาณสิบกระบวนดาบอันน่าอัศจรรย์ผ่านพ้นไป ภาพฉากการสัประยุทธ์ก็ถึงคราวสิ้นสุด ฉิงกุยถูกต้อนจนติดมุมกำแพง ปั้นหน้าสิ้นหวังปราศจากทางหนี ใจหนึ่งฉิงกุยพลางคิดขึ้นว่า เจ้าเด็กนี่เป็นสหายร่วมนิกายเดียวกับมันหรือไม่? ไฉนถึงรู้กระบวนท่าร่างทั้งโจมตีและป้องกันของมันอย่างทะลุปรุโปร่ง มิฉะนั้นแล้วคงไม่มีทางต้อนตัวมันจนมุมขนาดนี้ได้แน่

เย่เจวี๋ยหาได้สนใจไม่ว่าอีกฝ่ายกำลังคิดอะไร ยกคมดาบกสะบั้นมังกรขึ้นมาพาดคอของมันอย่างมั่นคง ภายใต้สถานการณ์เช่นนี้ ฉิงกุยจะถอยก็ไม่ได้ก้าวขึ้นหน้าก็เตรียมตัวตาย

พลิกมุมแสงสะท้อนกับตัวดาบเป็นมันวาว เบื้องหน้าของมันเผยให้เห็นเพียงรอยยิ้มเยาะของเย่เจวี๋ย ทุกอย่างล้วนขึ้นอยู่กับความเมตตาของเย่เจวี๋ยแล้ว ถ้าปล่อยก็รอด ถ้าไม่ก็จงมาเป็นวิญญาณสังเวยภายใต้คมดาบ!

และแน่นอน...จุดจบเดียวสำหรับคนที่ทำให้เย่เจวี๋ยต้องมีโทสะคือความตายเท่านั้น!

“ดะ-เดี๋ยว...เดี๋ยวก่อน...เจ้าไม่ควรสังหารข้าเป็นอันขาด! หากเจ้าสังหารข้าแล้ว ท่านอาจารย์ของข้าย่อมไม่ปล่อยเจ้าไว้แน่! ตระกูลเย่ของเจ้าจะไม่เหลือแม้แต่ซาก!”

ฉิงกุยรีบเร่งเอ่ยกล่าวด้วยความหวาดกลัว ภายในหัวของเขาโกลาหลไปหมดแล้ว

“เสียดายนัก เกราะส่วนลำตัวกลับป้องกันส่วนหัวมิได้ ฮ่าฮ่าๆๆ...ตายซะ!!”

เย่เจวี๋ยระเบิดหัวเราะเยาะลั่นสุขสมภายในใจ ดวงตาคู่ของเขาแข็งกระด้างดั่งมารปีศาจ คล้อยสิ้นเสียงหัวเราะก็เหวี่ยงดาบสะบั้นมังกรตัดศีรษะของฉิงกุยจนปลิวกระเด็นหลุดจากบ่า

เนื่องจากแรงดันภายในร่างกาย ทำให้เลือดสีแดงสดพุ่งกระฉูดอจากคอที่ขาดราวกับสายน้ำพุ กำแพงเมืองที่อยู่ด้านหลังฉิงกุยอาบชโลมจนทั่วบริเวณเป็นสีแดงฉาน พอเย่เจวี๋ยเก็บดาบสะบั้นมังกรลงพร้อมหมุนตัวกลับจากไป รอยผ่าแนวนอนพลันปรากฏขึ้นบนกำแพงเมือง ทันใดนั้นกำแพงเมืองทั้งแถบก็ถล่มลงมาตาม เศษหินเศษฝุ่นฟุ้งกระจายไปทั่วสารทิศในพริบตา

ทุกคนยังคงอ้าปากค้างเติ่ง ตกตะลึงกับเหตุการณ์ฉับพลันที่เกิดขึ้นไม่มีคลายอ่อนไปจากจิตใจ

จบบทที่ ตอนที่22 ศึกสัประยุทธ์

คัดลอกลิงก์แล้ว