- หน้าแรก
- ช่างไม้พลิกสวรรค์
- บทที่ 1 แก่นชะตา
บทที่ 1 แก่นชะตา
บทที่ 1 แก่นชะตา
บทที่ 1 แก่นชะตา
แคว้นชิงฝูเสินโจว อำเภอลิ่วโกว ลานล่าสัตว์ตระกูลหยาง
ขณะนี้ทั้งในและนอกลานบ้านเชิงเขาต่างแขวนโคมแดงไว้สูง
ภายในเรือนหอ คู่บ่าวสาวนั่งเคียงกันอยู่หน้าเทียนแดง หยางไหวจ้องมองเจ้าสาวตรงหน้าด้วยแววตาเปี่ยมสุข
ในวินาทีนี้ราวกับว่าความฝันอันงดงามทั้งในชาติก่อนและชาติปัจจุบันล้วนกลายเป็นจริงแล้ว
เจ้าสาวที่อยู่ตรงหน้าคือคนในฝันของเขาอย่างไม่ต้องสงสัย
นางมีผิวขาวผ่องหน้าตางดงาม ด้วยพื้นเพที่มาจากตระกูลปัญญาชนตกยากจึงทำให้นางมีความอ่อนโยนและสง่างามซึ่งเด็กสาวคนอื่นในหมู่บ้านไม่มี อีกทั้งดวงตาอันสดใสของนางยังราวกับสามารถเอื้อนเอ่ยถ้อยคำได้
การที่สามารถแต่งแม่นางน้อยโฉมสะคราญเช่นนี้ได้ แม้จะเป็นเพียง ‘การชั่วคราว’ แต่สำหรับเขาแล้วชาตินี้ไม่เสียชาติเกิด
เพียงแต่ในขณะนั้น เจ้าสาวกลับเอ่ยขึ้นมาอย่างกะทันหัน
“หยางหลาง ร่างกายของข้าผู้นี้แตกต่างจากคนทั่วไปมาตั้งแต่เด็ก ชี่พร่องร่างกายอ่อนแอ เกรงว่าภายในหลายปีนี้จะไม่สามารถมีลูกให้ท่านได้ คงจะทำให้เกิดคำครหาตามมา...!”
หยางไหวได้ยินเช่นนั้นจึงเงยหน้าขึ้น ในดวงตาไม่มีความงุนงงหลงเหลืออีกต่อไปแล้ว เขาเอ่ยด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน
“แม่นางวางใจได้ การได้ครองคู่กับแม่นางไปจนแก่เฒ่านับเป็นโชคดีอย่างใหญ่หลวง ส่วนเรื่องการสืบทอดทายาทนั้น ย่อมมีเวลาฟ้าลิขิตของมันเอง!”
เจ้าสาวเหลือบมองหยางไหว แม้จะเคยได้ยินหยางไหวพูดเรื่องนี้มาก่อนแล้ว แต่นางยังคงรู้สึกอบอุ่นในใจ
ในยุคที่กฎตระกูลมีความสำคัญยิ่งกว่ากฎหมายท้องถิ่น การที่หยางไหวสามารถเมินเฉยต่อสายตาของชาวโลกและปฏิบัติต่อนางด้วยใจจริงเช่นนี้ ช่างเป็นสิ่งที่ล้ำค่าอย่างยิ่ง
ความคิดบางอย่างในใจของนางพลันเกิดการเปลี่ยนแปลง
“เจ้าท่อนไม้นี่ดูเป็นคนทื่อมะลื่อ แต่กลับเป็นคนซื่อตรงจริงใจ ช่างเถอะ...”
หนึ่งเค่อต่อมา หยางไหวหลับใหลไม่ได้สติอยู่บนเตียงนอน ส่วนเจ้าสาวกลับยืนอยู่หน้าเตียง บนมือเรียวงามของนางมีลำแสงสีรุ้งไร้รูปร่างสายหนึ่งพุ่งเข้าไปในร่างของหยางไหว หลังจากนั้นชั่วพริบตา นางขมวดคิ้วเล็กน้อย ครู่หนึ่งจึงถอนหายใจออกมา
“หลับเถิด!”
ลำแสงสายหนึ่งบนร่างของนางค่อยๆ หลอมรวมเข้ากับหยางไหวที่อยู่บนเตียง คิ้วของหยางไหวขยับเล็กน้อย ใบหน้าปรากฏสีหน้าประหลาด ราวกับกำลังตกอยู่ในห้วงฝันดี
เจ้าสาวเอนกายนอนลงข้างๆ ทั้งชุด เพียงแต่สายตาที่จับจ้องไปยังหยางไหวที่ตกอยู่ในความฝันนั้นอ่อนลงเล็กน้อย ครู่หนึ่งแววตาของนางก็เผยความอ่อนโยนออกมาอีกครั้ง นางมองไปยังดวงจันทร์กระจ่างนอกหน้าต่าง รู้สึกเพียงว่าช่วงเวลานี้ช่างมีความหมายเป็นพิเศษ
“ฮี้อ่ออ!”
ในขณะนั้นเอง เสียงร้องของลาก็ดังมาจากคอกลาหน้าประตู เหมือนจะแฝงไว้ด้วยความโกรธเกรี้ยวอย่างไร้สาเหตุ
แต่หลังจากที่ลาร้องอยู่สองสามครั้ง เสียงด่าทอและเสียงทุบตีก็ดังตามมา ไม่นานมันจึงเงียบเสียงลง เหลือเพียงเสียงบ่นพึมพำอย่างฉุนเฉียวของเด็กหนุ่มคนหนึ่ง ดูเหมือนจะกำลังตำหนิลาสินสอดตัวนี้ที่มาทำลายเรื่องดีๆ ของพี่ชายตนเอง
เจ้าสาวได้ยินเสียงนั้นก็อดที่จะยิ้มออกมาไม่ได้!
……
หยางไหวฝันร้าย เขาราวกับย้อนกลับไปในช่วงเวลาที่เพิ่งตื่นรู้ถึงความทรงจำในอดีตชาติ เขาได้กลายเป็นลูกชายของช่างไม้ตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ตื่นขึ้นมาก็เจอแต่กลิ่นโคลนเน่าและมูลสัตว์ ท่ามกลางความชื้นแฉะยังมีความร้อนระอุอยู่ด้วย แม้แต่น้ำสะอาดสักกายังไม่มี พวกเขาเพิ่งผ่านพ้นอุทกภัยอันน่าสะพรึงกลัวมา ครอบครัวรอดชีวิตมาได้อย่างยากลำบาก ทุกวันทำได้เพียงเข้านอนด้วยท้องที่หิวโซ โชคดีที่บิดาเขาได้งานทำที่บ้านของคหบดีท้องถิ่นคนหนึ่ง
เดิมทีชะตาชีวิตของเขาก็คือการเป็นช่างไม้ไปตลอดชีวิต เหมือนกับบรรพบุรุษในชาตินี้ของเขา แต่กระจกวิเศษสีเขียวบานหนึ่งที่โผล่ขึ้นมาในหัวเขาได้เปลี่ยนชะตากรรมของเขาไป ไม่เพียงทำให้ฝีมือช่างไม้ของเขาโด่งดังไปทั่วทุกสารทิศ แต่ยังมอบโอกาสให้เขาได้แต่งงานกับเจ้าสาวผู้เลอโฉมที่อยู่ข้างกายคนนี้
ในขณะนี้ กระจกสำริดในทะเลจิตสำนึกของเขากำลังส่องประกายเจิดจ้า
ตัวอักษรปรากฏขึ้นมาบรรทัดแล้วบรรทัดเล่า
【นาม:หยางไหว】
【อายุ:สิบห้า】
【อาชีพหลัก:ไม่มี】
【แก่นชะตาหลัก:ฝีมือช่างอันเป็นเอกลักษณ์ (สีขาว)】(มรดกที่สืบทอดมาจากส่วนลึกของสายเลือด ทำให้เจ้ามีพรสวรรค์และความชำนาญมาแต่กำเนิด เจ้าจะมีความสำเร็จที่ไม่ธรรมดาในสายงานช่างไม้ มีโอกาสเล็กน้อยที่จะกลายเป็นปรมาจารย์ในวงการช่างไม้ (5/20) (สามารถเลื่อนขั้นได้))
【แก่นชะตารองชั่วคราว:เทพสวรรค์จุติ (สีแดง) (นี่คือความโปรดปรานเล็กน้อยจากโชคชะตา ทุกครั้งที่อยู่ในสถานการณ์คับขัน เจ้ามีโอกาสที่จะทะลวงขีดจำกัดของตนเองในช่วงเวลาวิกฤต กลับสู่จุดสูงสุดอีกครั้ง)
(20/150) (สามารถเลื่อนขั้นได้)
(หมายเหตุ:สีเทา<สีขาว<สีเหลือง<สีแดง<สีทอง<สีเขียว<สีม่วง แก่นชะตาระดับเทพเซียนไม่ถูกนับรวมอยู่ในนี้)
ข้อกำหนดตายตัว:แต้มแก่นแท้ดั้งเดิม 150
แต้มแก่นแท้ดั้งเดิมคงเหลือ:3
ด้านล่างของอาชีพหลักยังมีแถบข้อมูลย่อยที่สามารถย่อขยายได้
【พลังจิตโคจรจุลจักรวาล:2/100 (ขั้นเริ่มต้น)】
นอกจากนี้ด้านล่างกระจกยังมีตัวอักษรอีกหนึ่งบรรทัด
【กำลังรีเฟรชเป้าหมายที่เชื่อมโยง (99%)】
เมื่อคลื่นแสงนี้ปรากฏขึ้น หยางไหวก็ตื่นขึ้นมาโดยสมบูรณ์
ในขณะเดียวกันเขาก็รับรู้ถึงสถานการณ์ปัจจุบัน ในใจคิด ‘เป็นไปตามคาด’
ท้ายที่สุดแล้ว แม่นางที่อยู่ข้างกายผู้นี้ยังคงไม่สามารถปล่อยวางทุกสิ่งได้ทั้งหมด ไม่เต็มใจที่จะร่วมหอกับเขาเพื่อเป็นสามีภรรยาธรรมดาๆ แต่เขาไม่ได้ใส่ใจเรื่องนี้
ตรงกันข้าม การปรากฏขึ้นของแก่นชะตารอง ‘เทพสวรรค์จุติ’ กลับทำให้เขาดีใจเป็นอย่างมาก
นี่คือแก่นชะตารองแรกที่เขาได้รับ และยังเป็นแก่นชะตาสีแดง
ล้วนกล่าวกันว่าแดงสดม่วงสดรุ่งโรจน์ที่สุด แก่นชะตาสีแดงนั้นยากที่จะได้รับอย่างยิ่ง
เขารู้ว่าสิ่งนี้ควรจะได้มาจากการ ‘ดูดซับ’ จากคนข้างหมอนที่อยู่ข้างกายผู้นี้
กระจกวิเศษบนตัวเขามีความสามารถที่น่าอัศจรรย์อย่างหนึ่ง ขอเพียงเป็นคนที่มีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับเขา จะมีโอกาสได้รับ ‘แก่นชะตา’ ที่พิเศษไม่เหมือนใครจากอีกฝ่าย!
หยางไหวไม่รู้ว่าสิ่งนี้เรียกว่าการขโมยชะตา การช่วงชิงชะตา หรือว่าการได้รับชะตาจากการดูดซับ
เขาค่อนข้างจะเชื่อว่าเป็นอย่างหลังมากกว่า เพราะมันไม่เหมือนกับการช่วงชิง อย่างไรเสียเจ้าของเดิมก็ไม่ได้รับผลกระทบในทางที่เลวร้ายแต่อย่างใด!
ส่วนสาเหตุที่ไม่สามารถได้รับแก่นชะตาจากคนอื่นได้ เช่น ปู่ของเขา หรือเหล่าอาและลูกพี่ลูกน้อง อาจเป็นเพราะคนเหล่านั้นมีโชคไม่เพียงพอ หรือระดับแก่นชะตาของพวกเขาต่ำเกินไป ไม่ตรงตามเงื่อนไขพื้นฐานที่จะได้รับแก่นชะตา จึงไม่สามารถมอบแก่นชะตาให้แก่เขาได้ หรืออาจเป็นเพราะเหตุผลอื่น?
(หรือบางทีพวกเขาอาจไม่มีแก่นชะตาเลยด้วยซ้ำ!)
แต่หยางไหวพอใจแล้ว ทั้งยังเต็มไปด้วยความคาดหวังกับเรื่องนี้
ในเมื่อแก่นชะตาที่พิเศษอย่าง ‘เทพสวรรค์จุติ’ ยังได้รับมา เช่นนั้นก็อาจจะได้รับแก่นชะตาที่ทรงพลังยิ่งกว่า กระทั่งมีความสามารถในการบำเพ็ญเพียรมากขึ้นกว่าเดิมได้ใช่หรือไม่?
เช่นเดียวกันกับเจ้าสาว
หยางไหวเคยสังเกตเจ้าสาวหลายครั้ง เจ้าสาวคนนี้น่าจะเคยแอบตรวจสอบพรสวรรค์ของเขาแล้ว เรื่องนี้เขาค่อนข้างแน่ใจ
มิฉะนั้นคงไม่ลอบถ่ายทอดพลังจิตโคจรจุลจักรวาลอันน่าอัศจรรย์นั่นให้เขา
แต่น่าเสียดาย เขาอาจจะมีพรสวรรค์ แต่พรสวรรค์นั้นอาจไม่ได้อัจฉริยะขนาดนั้น? บางทีอาจจะแค่ระดับกลางค่อนไปทางสูง? หรือแค่ระดับปานกลาง?
ส่วนระดับล่าง หยางไหวลองคิดดูแล้วก็รู้สึกว่าไม่น่าจะใช่
ไม่อย่างนั้นคงไม่สามารถฝึกพลังจิตโคจรจุลจักรวาลถึงขั้นเริ่มต้นได้ในเวลาอันสั้น
ความคิดแล่นผ่านไปอย่างรวดเร็ว สีหน้าของหยางไหวพลันเปลี่ยนไป ภายในทะเลจิตสำนึกของเขา
วินาทีต่อมา ขณะที่ลำแสงไร้รูปร่างสาดส่องออกมา ก็เห็นว่าแถบข้อมูลด้านล่างมีการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อย
【รีเฟรชเป้าหมายที่เชื่อมโยงเสร็จสมบูรณ์ (100%)】
เมื่อสัมผัสได้ว่าเป้าหมายที่เชื่อมโยงใหม่ในกระจกวิเศษปรากฏ ดวงตาของหยางไหวก็เป็นประกายขึ้นมา เขาส่งจิตเชื่อมต่อในทันที เห็นเพียงกลุ่มแสงในส่วนลึกของทะเลจิตสำนึกระเบิดออก กลายเป็นวังวนขนาดใหญ่ดูดกลืนจิตสำนึกของเขาเข้าไป
หยางไหวคุ้นเคยกับเรื่องนี้แล้ว
แดนมายาไร้สาเหตุเช่นนี้ อันที่จริงเขาเคยประสบมาแล้วครั้งหนึ่ง ครั้งก่อนคือการไปช่วยเหลือเด็กเลี้ยงวัวตัวน้อยที่กำลังจะถูกเจ้าของที่ดินทุบตีจนตาย โดยช่วยตามวัวที่หายไปกลับคืนมาให้ และสุดท้ายเพื่อเป็นสิ่งตอบแทน เขาจึงได้รับแต้มแก่นแท้ดั้งเดิม 3 แต้มนั้นมา
ส่วนหน้าที่ของแต้มแก่นแท้ดั้งเดิม ตอนนี้หยางไหวเข้าใจชัดเจนแล้ว หน้าที่เพียงอย่างเดียวของมันคือสามารถเลื่อนขั้นแก่นชะตาหลัก หรือแก่นชะตารองได้
เขาย่อมไม่ปล่อยให้โอกาสที่จะได้เข้าไปเช่นนี้หลุดลอยไป
……
ที่นี่เป็นด้านในอารามเต๋าทั่วไปแห่งหนึ่ง รอบด้านล้วนเป็นภูเขาสูงชันและแปลกตา มีเมฆสีรุ้งแต่งแต้มอยู่บนฟ้า ใต้ภูเขาสีเขียวกลับมีชายคาโค้งงอนหลายแห่งปรากฏ พร้อมกันกับเสียงระฆังที่ดังขึ้น เด็กหนุ่มจำนวนมากทยอยเดินเข้าไปในอารามเต๋า นักพรตน้อยหลายคนมีสีหน้าเคร่งขรึมและคาดหวัง ขณะที่นักพรตน้อยอายุเจ็ดแปดขวบบางคนมีสีหน้าทุกข์ระทม
เมื่อหยางไหวรู้สึกตัวอีกครั้ง เขาพบว่าตนเองได้กลายเป็นนักพรตน้อยหน้าเศร้าอายุราวสิบปีแล้ว
“เจ้าเป็นใคร? เจ้าเป็นภูตผี? รีบออกไปจากร่างข้า ไม่อย่างนั้นท่านเซียนจะต้องไม่ปล่อยเจ้าปีศาจร้ายตนนี้ไปแน่!”
ในขณะนั้น ในหัวของเขามีเสียงอ่อนเยาว์เสียงหนึ่งดังขึ้น ยังเจือด้วยความตื่นตระหนกและความหวาดกลัวสายหนึ่ง
แต่หยางไหวไม่ได้สนใจเขา เพียงแค่มองไปรอบๆ ด้วยสายตาประหลาดใจ
การเข้าสู่แดนมายาไร้สาเหตุครั้งที่สองนี้สมจริงกว่าครั้งแรกมาก
โถงที่ราวกับขุมนรกโลกันตร์แห่งนี้ และยังมีรูปปั้นทองคำแปลกประหลาดมากมายที่อยู่เบื้องบน ทุกหนทุกแห่งล้วนเผยให้เห็นถึงความเคร่งขรึมและน่าเกรงขาม
จากความทรงจำในหัวของนักพรตน้อย เขารู้ว่าครั้งนี้ดูเหมือนจะเข้ามาในดินแดนแปลกประหลาดแห่งหนึ่งแล้ว ที่นี่คือหวั่นชิวเมืองหลวงของดินแดนแห่งจักรพรรดิซี และผู้ปกครองคือฝูซีซื่ออย่างนั้นหรือ?
(จบตอน)