เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 98 - การควบคุม

บทที่ 98 - การควบคุม

บทที่ 98 - การควบคุม 


แสงสีแดงสดผสานกับแสงเย็นสีขาว ทอประกายแต่งแต้มสีสันลงบนความมืดมิดรอบกาย แต่ความหนาวเย็นอันน่าสะพรึงกลับกระเพื่อมพลุ่งพล่านอยู่ภายใน

ทุกสิ่งทุกอย่างล้วนชวนให้จิตใจสั่นสะท้านด้วยความรู้สึกประหลาดเกินจะอธิบาย

หลั้วหยางเงยหน้าขึ้นมองต้นไม้กระดูกวิญญาณสีขาว เบื้องหน้าเป็นกิ่งก้านขาวซีดไขว้สลับกันซับซ้อน พ่นแสงเย็นขาวจางๆ อย่างเงียบงัน

เขาเพ่งมองอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเลื่อนสายตาไปจับจ้องอยู่ที่กิ่งแขนงเล็กๆ ที่แตกแยกออกมา แม้มันจะมีขนาดเล็ก และแฝงพลังวิญญาณอยู่เพียงน้อยนิด

แต่ในสถานการณ์ตอนนี้ สำหรับหลั้วหยางแล้ว ความมั่นคงปลอดภัยคือสิ่งสำคัญที่สุด!

ความผิดพลาดเพียงน้อยนิดอาจแลกมาด้วยราคาที่เขาไม่มีวันแบกรับไหว!

หลั้วหยางจึงเริ่มเด็ดกิ่งแขนงเล็กๆ เหล่านั้นออกมาทีละชิ้น แล้วแทงมันเข้าสู่แขนขวาด้วยความระมัดระวัง!

พลังวิญญาณอ่อนๆ แทรกซึมเข้าสู่ร่างของเขา ทุกครั้งที่ทำ เขาจะหยุดเพื่อตรวจสอบสภาพพลังวิญญาณภายในร่างอย่างละเอียดถี่ถ้วน

ต้องแน่ใจก่อนว่าเป็นโลหิตผีหรือกระดูกวิญญาณที่เหนือกว่า เป็นฝ่ายรุกรานหรือถูกกลืนกิน จึงจะกล้าดำเนินการต่อ

เมื่อทำติดต่อกันสี่ถึงห้าครั้ง บริเวณอกขวาของหลั้วหยางก็เริ่มปรากฏกระดูกวิญญาณงอกขึ้นมาหลายเส้น แล้วค่อยๆ ลุกลามไปยังแขนซ้าย

และเป็นไปตามคาด ความเร็วในการกลืนกินของโลหิตผีเริ่มลดลงอย่างชัดเจน มันยังคงไต่ไปบนผิวกระดูกที่เย็นเยียบและขาวซีด แต่กลับเหมือนกำลังปีนหน้าผาอย่างยากลำบาก

เมื่อรู้เช่นนี้ หลั้วหยางก็ยิ่งเพิ่มความระมัดระวังมากขึ้นไปอีก เหงื่อเย็นชื้นซึมทั่วหน้าผากโดยไม่รู้ตัว จนไหลรวมเป็นหยดบนใบหน้าซีดขาว

และในขณะเดียวกัน เลือดในโลงศพข้างกายที่เคยล้นทะลักออกมา ก็ลดระดับลงจนเกือบแห้งหมด เผยให้เห็นร่างของเหยียนลี่ซึ่งนอนแน่นิ่งอยู่ข้างใน!

สีหน้าของเขายังคงบิดเบี้ยวอย่างน่าสยอง คล้ายติดตรึงอยู่กับอารมณ์สุดท้ายก่อนสิ้นใจ มือทั้งสองยังคงกำกันแน่นอย่างไม่คลาย ราวกับต้องการต้านทานถึงที่สุด

ต่อจากนี้ จะเป็นช่วงเวลาตัดสินความสำเร็จหรือความล้มเหลว!

หลั้วหยางสูดลมหายใจลึก เขาสัมผัสได้ถึงลางสังหรณ์บางอย่างในใจ

‘สมดุลใกล้จะบรรลุแล้ว!’ 

หากเพิ่มอีกหนึ่งหรือสองกิ่งเล็กเข้าไป พลังวิญญาณของกระดูกวิญญาณก็อาจเทียบเท่า หรือแม้แต่เหนือกว่าโลหิตผี! ต้องเลือกให้ดี!

หลั้วหยางกวาดตามองต้นไม้กระดูกขาวซึ่งตอนนี้เริ่มมีสภาพเกรียนโล้น ก่อนจะเพ่งสายตาคัดเลือกอย่างตั้งใจ

เขาไม่ทันสังเกตเลยว่า ณ กิ่งก้านสูงด้านบน เงาดำร่างใหญ่ที่ถูกตรึงอยู่กับต้นไม้ กำลังหยดเลือดสีดำออกมาจากบาดแผลที่เคยถูกตะปูตรึงไว้ อัตราการหยดนั้นเริ่มถี่ขึ้นอย่างน่ากลัว!

ลำแสงเลือดดำราวเส้นด้าย ไหลแผ่ลงมาอย่างเงียบงัน โดยที่เส้นเลือดนั้นเริ่มหนาขึ้นจนเกือบเท่าครึ่งของนิ้วก้อย ความมืดก็เริ่มข้นคลั่กขึ้นอย่างลึกลับ

ทว่าในเวลานี้ ร่างกายของหลั้วหยางเองก็ยังคงมีเลือดหยดไหลออกจากบาดแผล

เสียงหยดเลือดที่ดังสลับซับซ้อนจนฟังแทบไม่ออก ทำให้เขาไม่มีทางรับรู้ถึงความความผิดปกติอันน่าพรั่นพรึง ที่กำลังคืบคลานเข้าใกล้!!

เขาเพียงรีบเด็ดกิ่งแขนงเล็กๆ ออกมาอีกหนึ่งกิ่ง แล้วปักลงไปในแขนอย่างไม่ลังเล

ความหนาวยะเยือกแผ่ซ่านจากกระดูกสันหลังขึ้นมาอีกครั้ง

แต่เมื่อสังเกตดูอย่างถี่ถ้วน เขาพบว่าโลหิตผียังคงสามารถรุกรานกระดูกวิญญาณได้อย่างต่อเนื่อง

ยัง! ยังไม่พออีกหรอกหรือ?

หลั้วหยางเริ่มเข้าใจบางอย่าง สายตาของเขาเลื่อนตกไปหยุดอยู่ที่กิ่งแขนงเล็กสั้นกิ่งหนึ่ง หากเพิ่มมันเข้าไปอีกน่าจะเพียงพอ

ในขณะนั้นเอง หลั้วหยางเกิดความรู้สึกชัดเจนในใจ ว่านี่คือกิ่งสุดท้ายอย่างแน่นอน!

หากหลอมรวมกิ่งนี้เข้าสู่ร่าง จะมีเพียงสองผลลัพธ์ หนึ่งคือบรรลุสมดุลสำเร็จ

อีกหนึ่งคือกระดูกวิญญาณเหนือกว่าโลหิตผี!

แม้หลั้วหยางจะเป็นคนสุขุมเยือกเย็นเสมอมา แม้เขาจะควบคุมจิตใจได้ดี แต่ในวินาทีนี้ กลับไม่อาจไม่รู้สึกตึงเครียดได้

ทว่าเขาไม่ใช่คนลังเล และไม่เคยเป็นมา หากตัดสินใจแล้ว ต่อให้ต้องตาย ก็ไม่มีวันหันหลังกลับ!

วินาทีถัดมา เขากระแทกกิ่งไม้ลงไปในแขนขวาอย่างแรง!!

พลังวิญญาณกระเพื่อมโหมกระหน่ำ กระดูกวิญญาณงอกขึ้นภายในทรวงอก แผ่กลิ่นอายความหนาวเย็นน่าสะพรึงออกมาในพริบตา

และในทันใดนั้นเอง โลหิตผีดูเหมือนจะสัมผัสบางสิ่งได้โดยสัญชาตญาณ มันจึงพลุ่งพล่านขึ้นอย่างรุนแรง โลหิตสีดำเย็นยะเยือกในหลอดเลือดไหลวนไม่หยุด

โดยรอบเต็มไปด้วยกล้ามเนื้อและเนื้อหนังที่ถูกกระดูกวิญญาณแผ่แทรกเข้าไป กลิ่นอายพลังวิญญาณที่แผ่ออกมาไม่ได้ด้อยกว่ากันแม้แต่น้อย

ครู่เดียวหลังจากนั้น กระดูกวิญญาณแต่ละเส้นที่ปกคลุมร่างก็เริ่มสั่นสะท้อน แสงสีแดงสดปรากฏขึ้นบ้างจางหายไปบ้าง สลับกับแสงขาวเยือกเย็นเป็นระลอก

การต่อสู้ระหว่างโลหิตผีกับกระดูกวิญญาณเข้าสู่จุดเดือด พลังทั้งสองเหมือนกำลังรับรู้ถึงการมีอยู่ของกันและกัน

ต่างฝ่ายต่างตื่นตัวด้วยสัญชาตญาณ ต้องการยึดอีกฝ่ายไว้เป็นส่วนหนึ่งของตนเอง

ความเจ็บปวดแหลมคมถาโถมเข้ามา ร่างทั้งร่างของหลั้วหยางสั่นสะท้านราวกับเส้นเลือดทั้งหมดกำลังจะระเบิด พองบวมขึ้นอย่างน่ากลัวราวกับจะฉีกร่างออกเป็นเสี่ยงๆ!

กระดูกวิญญาณที่อยู่ใกล้กับหลอดเลือดดูเหมือนกำลังถูกสัตว์ร้ายขย้ำกัดอย่างรุนแรง เจ็บแปลบจนเสียวสะท้านแทบแตกสลาย

ขณะที่บาดแผลบริเวณแขนและอกที่ฉีกเปิดออก ก็ราวกับมีใบมีดนับร้อยเล่มกรีดซ้ำไม่หยุด รอยแผลฉีกขาดยิ่งขยายมากขึ้นทุกขณะ

ความเจ็บปวดรุนแรงระดับนี้เกินกว่าขีดจำกัดของมนุษย์จะรับไหว หลั้วหยางเกือบจะหมดสติในทันที!!

โชคยังดีที่ความเจ็บจากการฟื้นคืนของกระดูกวิญญาณในก่อนหน้านั้นได้ฝึกให้เขาทนต่อความเจ็บปวดระดับนี้ได้ดีเกินมนุษย์ปกติอยู่มาก

‘ให้ตายสิ!’ 

พลังวิญญาณของกระดูกวิญญาณในตอนนี้ น่าจะเท่ากับโลหิตผีแล้วแท้ๆ ทำไมถึงยังไม่เกิดสมดุลพลังวิญญาณขึ้นมาอีกล่ะ!?

หลั้วหยางขมวดคิ้วแน่น สายตาเพ่งมองกระดูกวิญญาณที่กำลังเปลี่ยนสีระหว่างขาวเย็นกับแดงสดไม่หยุด

ภายในใจเริ่มเต็มไปด้วยความกระวนกระวาย ฉันต้องการ ‘สมดุลของพลังวิญญาณ’ ไม่ใช่ ‘การต่อสู้ระหว่างพลังวิญญาณ’ นะ

หรือว่าการผสานกันระหว่างกระดูกวิญญาณกับโลหิตผี อาจจะไม่เข้ากันอย่างที่ฉันคาดไว้?

แต่กระดูกเองก็คืออวัยวะที่ใช้สร้างเลือดแต่กำเนิด ทั้งสองอย่างควรจะมีความสัมพันธ์กันอย่างใกล้ชิดโดยธรรมชาติสิ

ทำไมถึงไม่อาจหลอมรวมอย่างสมดุลได้กันแน่? หรือว่าพลังของกระดูกวิญญาณยังไม่มากพอ?!

หลั้วหยางพลันเกิดความคิด แต่ก็ไม่กล้าลองอะไรเพิ่มโดยพลการ เพราะเรื่องแบบนี้ หากพลาดเพียงครั้งเดียว ก็ไม่เหลือแม้แต่โอกาสจะเสียใจ!

ท่ามกลางความเจ็บปวดที่แผดเผา หลั้วหยางได้แต่เฝ้ามองการประจันหน้าระหว่างกระดูกวิญญาณกับโลหิตผีอยู่เงียบๆ

เวลาล่วงเลยไปเกือบสิบกว่านาที ตอนนี้เหงื่อของเขาชโลมทั่วใบหน้า เสื้อผ้าเปียกชุ่มไปทั้งตัวจนไม่รู้ว่าเป็นเหงื่อหรือเลือดกันแน่

ทันใดนั้น เขากลับรู้สึกว่าร่างกายเบาขึ้นอย่างประหลาด แล้วก็ต้องเบิกตากว้างเมื่อเห็นสีแดงสดที่เคลือบอยู่บนกระดูกวิญญาณเริ่มจางลงให้เห็นได้ด้วยตาเปล่า

แม้แต่เส้นกระดูกที่เคยถูกย้อมจนแดงฉานตั้งแต่แรก ตอนนี้ก็เริ่มเผยสีขาวเรืองเย็นออกมาให้เห็น

กระดูกวิญญาณเป็นฝ่ายได้เปรียบแล้ว!!

หลั้วหยางตระหนักถึงเรื่องนี้ในทันที ความรู้สึกบางอย่างไหลเวียนขึ้นจากใจกลางอกคล้ายกำลังบอกเขาว่า ‘ความสมดุล’ กำลังค่อยๆ ก่อตัวขึ้นแล้ว!

ทันใดนั้น แววตาของหลั้วหยางก็วาบขึ้นด้วยประกายสว่าง เขาราวกับเข้าใจทุกสิ่งในฉับพลัน สมดุลของพลังวิญญาณมันไม่เคยหมายถึงความสมดุลที่แท้จริงตั้งแต่ต้นแล้ว!

มันไม่มีทางเหมือนการเทน้ำใส่แก้วสองใบที่ต้องพอดีเป๊ะทุกหยด ไม่มีแม้แต่ความจำเป็นว่าต้องมีพลังเท่ากัน

สิ่งที่เรียกว่าสมดุลนั้น แท้จริงแล้วคือการ “ยับยั้งกัน” ระหว่างสองพลังต่างหาก!

ตอนนี้กระดูกวิญญาณดูเหมือนจะเหนือกว่าโลหิตผีเพียงเล็กน้อยเท่านั้น เป็นข้อได้เปรียบเพียงนิดเดียว

ทว่าก็เพียงพอจะกดดันโลหิตผีไว้ได้ และในเวลาเดียวกัน โลหิตผีก็กดทับกระดูกวิญญาณเช่นกัน กลายเป็นว่าทั้งสองฝ่ายกำลังยับยั้งการฟื้นคืนซึ่งกันและกัน

‘นี่แหละ! คือสมดุลของพลังวิญญาณที่แท้จริง!’ 

ทั้งสองฝ่ายตรึงกันไว้ หยุดการฟื้นคืน!

ในขณะนี้เอง หลั้วหยางรู้สึกขอบคุณตนเองอย่างมาก

หากเมื่อครู่นี้เขาเพิ่มพลังให้กระดูกวิญญาณมากเกินไป สมดุลนี้อาจไม่เกิดขึ้นด้วยซ้ำ และถ้ากระดูกวิญญาณกดโลหิตผีราบคาบแล้วลุกฮือฟื้นคืนขึ้นมาแทน ก็อาจกลืนกินชีวิตของเขาไปทั้งร่างจนหมดสิ้น

ช่างเฉียดฉิวเสียจริง!!

หลั้วหยางถอนหายใจยาว มองเส้นกระดูกที่โลหิตค่อยๆ ถอยห่างจากผิว แล้วอดนึกย้อนกลับไปถึงฉากต่อสู้ระหว่างสองพลังนั้นเมื่อครู่ไม่ได้

ถ้าหากว่ากระดูกวิญญาณไม่ได้แข็งแกร่งกว่านิดเดียวแบบนี้ แต่ทั้งสองพลังมีระดับเท่ากันจริงๆ ล่ะ?

หากเป็นเช่นนั้น การต่อสู้คงไม่จบง่ายๆ แน่ และหากไม่มีฝ่ายใดเหนือกว่า กดอีกฝ่ายไม่ได้ ต่างฝ่ายต่างไม่ยอมถอย ไม่ยอมพ่าย

งั้นก็เท่ากับว่า ระบบหยุดทำงานไปเลยน่ะสิ!?

หลั้วหยางขมวดคิ้วแน่นอีกครั้ง เขารู้สึกว่าได้ค้นพบทิศทางใหม่ในการแข็งแกร่งขึ้นในอนาคตแล้ว

แต่พลังวิญญาณนั้น ไม่ใช่สิ่งที่มนุษย์จะควบคุมได้ตามใจ ต่อให้สถานการณ์ตอนนี้ดูเหมือนจะค่อยๆ ดีขึ้น แต่เมื่อคิดถึงนาทีเฉียดตายนั้นอีกครั้ง ก็ยังรู้สึกเยือกเย็นจับใจ

การจะทำให้โลหิตผีกับกระดูกวิญญาณมีพลังเท่ากัน เพื่อประจันหน้ากันแบบสมดุลอย่างแท้จริง

แค่คิดก็รู้แล้วว่ามันเป็นเรื่องที่ยากเกินไป

อัตราความล้มเหลว มากเกินกว่าจะนับได้จริงๆ!!

(จบบท)

จบบทที่ บทที่ 98 - การควบคุม

คัดลอกลิงก์แล้ว