เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 81 เรื่องที่พูดไปตั้งนานแล้ว

ตอนที่ 81 เรื่องที่พูดไปตั้งนานแล้ว

ตอนที่ 81 เรื่องที่พูดไปตั้งนานแล้ว


ช่วงปิดเทอมก่อนเปิดภาคเรียนผ่านไปอย่างรวดเร็ว แม้หลินเจิ้งหรานจะใช้เวลาอยู่กับเจียงเสวี่ยลี่ฝึกร้องเพลงบ้าง แต่ส่วนใหญ่ก็มักจะอยู่ที่ห้องเช่าของหานเวินเวิน

ยังไงซะมัธยมปลายก็ไม่ใช่การศึกษาภาคบังคับแล้ว ค่าใช้จ่ายจึงมากขึ้นตาม

ดีที่เป็นโรงเรียนรัฐบาล ต่อให้เพิ่มขึ้นก็ไม่ได้มากเกินไป

หลินเจิ้งหรานนอนอ่านหนังสืออยู่บนเตียงของหานเวินเวิน ข้างๆ กันนั้น เจ้าหญิงจิ้งจอกตัวน้อยสวมกางเกงยีนส์ขาสั้นกับเสื้อยืดแขนสั้น กำลังเก็บของใช้จำเป็นที่จะต้องเอาไปโรงเรียนมัธยมปลาย เสื้อผ้า กระโปรง และของจุกจิกอีกมากมายถูกยัดลงกระเป๋าเดินทาง

“พี่เจิ้งหราน พี่ว่าพวกเราจะได้อยู่ห้องเดียวกันตอนมัธยมปลายมั้ย?”

“คงไม่ได้หรอก”

“หา? ทำไมล่ะ?” หานเวินเวินถามด้วยความสงสัย

หลินเจิ้งหรานพลิกหน้าหนังสือ “เพราะมัธยมปลายมีสอบแบ่งห้อง แล้วเธอก็ไม่ได้มีพรสวรรค์ด้านการเรียนอยู่แล้ว แถมยังไม่ตั้งใจเรียนอีก ฉะนั้นไม่ติดห้องเดียวกับฉันก็ไม่แปลกอะไร”

หานเวินเวินได้ยินแล้วก็เดินมานั่งข้างเขา

“มัธยมปลายต้องสอบแบ่งห้องด้วยเหรอ?”

“อืม”

“พี่เจิ้งหรานรู้ไปหมดเลยนะ~”

หานเวินเวินเอนตัวนอนข้างหลินเจิ้งหราน ตัวแนบกันจนเกือบสนิท “พี่ว่า พี่จะได้อยู่ห้องเดียวกับคู่หมั้นคนนั้นหรือเปล่า?”

หลินเจิ้งหรานพลิกหน้าหนังสืออีกครั้ง “ผ่านมาตั้งเดือนนึงแล้วนะ ยังจะพูดเรื่องนี้อีกเหรอ? แล้วเรื่องแบบนี้เธอมาถามฉันได้ไง ฉันจะไปรู้ได้ยังไงว่าเธอเรียนดีรึเปล่า?”

พูดจบเขาก็หันไปมองเธอด้วยความจนใจ เพราะนิ้วซนๆ ของเจ้าหญิงจิ้งจอกกำลังวาดลวดลายอยู่บนหน้าท้องเขา

“หานเวินเวิน ฉันจะนับถึงสาม เอามือออกไปซะ... สาม... สอง!”

จนกระทั่งนับถึงหนึ่ง เธอถึงได้หยุดมือ เก็บมือกลับไปแล้วกัดริมฝีปากพูดเสียงอ้อน “ใจร้ายจัง แต่ท้องพี่เจิ้งหรานมีซิกซ์แพ็กแฮะ ทั้งที่หนูไม่เห็นพี่ออกกำลังกายเลย”

“เธอไม่เห็นอะไรก็มีตั้งเยอะแหละ เออว่าแต่ เก็บของเสร็จรึยังเนี่ย? ยังจะนอนอีก”

หานเวินเวินหลับตาพิงหน้าผากลงบนไหล่เขา “จะรีบอะไรนักหนา ยังอีกหลายวันกว่าจะเปิดเทอมเลยนะ เดี๋ยวเปิดเทอมหนูก็ไม่ได้ได้นอนเตียงเดียวกับพี่แล้ว ขอตุนไว้ก่อนตอนนี้ไม่ได้รึไง?”

หลินเจิ้งหรานว่า “งั้นเธอนอนห่างๆ หน่อยได้มั้ย? บนเตียงยังเหลือที่อีกตั้งเยอะ จะต้องนอนทับฉันให้ได้หรือไง?”

เจ้าหญิงจิ้งจอกลืมตามามองเขา “พี่เจิ้งหรานจะกลัวอะไรล่ะ? ยังไงก็ไม่มีทางเขินหรอกใช่มั้ยล่ะ?”

เธอเป่าลมหายใจใส่หูเขาเบาๆ “จริงมั้ย?”

หลินเจิ้งหรานดีดนิ้วใส่หน้าผากเธอไปหนึ่งที

หานเวินเวินร้องออกมาด้วยความเจ็บ “โอ๊ย~ เจ็บอ่า”

หลินเจิ้งหรานถามเรื่องจริงจังขึ้นมา “เงินที่เธอมีตอนนี้น่าจะพอใช้ถึงจบม.4 ใช่มั้ย? ยังขัดสนอยู่รึเปล่า?”

หานเวินเวินตอบแบบมีเคืองเล็กน้อย

“ช่วงนี้ซื้อของเยอะก็จริง แต่ยังเหลือหมื่นนึงนะ โรงเรียนรัฐบาลก็ไม่เปลืองอะไรอยู่แล้ว สบายมาก ว่าแต่... พี่เจิ้งหรานอยากได้ค่าขนมหรือเปล่า? หนูให้พี่สักหลายพันได้นะ ยังไงหนูก็ใช้ไม่หมดอยู่ดี”

หลินเจิ้งหรานมองเธอ

ในรอบปีที่ผ่านมา ฝีมือเล่นเกมของหานเวินเวินพัฒนาไปจนถึงระดับมาสเตอร์จากเดิมแค่ระดับมรกตของเขตชานเมือง

ยอดผู้ติดตามก็มีประมาณห้าแสนคนแล้ว สำหรับยูทูบเบอร์ที่ไม่เปิดหน้า ใช้แค่เสียงกับฝีมือเล่นเกม ถือว่าไม่เลวเลย

รายได้ก็สะสมมาเรื่อยๆ ได้เป็นหมื่นแล้ว

ที่สำคัญก็คือ ด้วยเหตุผลจากระบบ หลินเจิ้งหรานก็ได้รายได้สองเท่าจากที่หานเวินเวินหาได้ด้วย

ในบัญชีตอนนี้มีเกือบแสน

ก่อนหน้านี้หลินเจิ้งหรานยังเคยสงสัยว่า ระบบมันโอนเงินให้เขายังไง สุดท้ายก็บอกได้แค่ว่า... ระบบก็คือระบบ มันมีเหตุผลนับหมื่นข้อที่จะโอนเงินให้เขาได้อย่างสมเหตุสมผล

“เงินของเธอเก็บไว้ใช้เองเถอะ ตอนสอนเธอฉันก็บอกแล้วว่าไม่ต้องให้เงินฉัน”

หานเวินเวินพูดต่อ “ไม่เอาเงินแต่จะเอาตัว จำได้อยู่นะ” เธอถอนหายใจออกมายาวๆ “แต่พี่เจิ้งหรานก็ไม่ได้เอาตัวหนูไปซะทีเลยนี่นา”

หลินเจิ้งหรานกลับไปอ่านหนังสือต่อ เขาคิดในใจว่า ตั้งแต่ตอนทำสัญญากับพวกเธอ ก็ถือว่ารับตัวมาแล้วแหละ

เพราะแค่พวกเธอสามคนแข็งแกร่งขึ้น เขาก็ได้ประโยชน์เต็มๆ แล้ว

“มันไม่ใช่เรื่องของอยากได้หรือไม่อยากได้อยู่แล้ว เธอก็เป็นของฉันอยู่แล้วไม่ใช่เหรอ? แต่ไหนแต่ไรก็ต้องอยู่กับฉันไปตลอดชีวิต อยู่ในความดูแลของฉันอยู่แล้ว จะต้องมาถามอีกทำไมว่า ‘จะเอามั้ย’?”

หานเวินเวินถอนหายใจตามเคย

ใครจะไปรู้ว่าไม่กี่วินาทีต่อมาจะเงียบลงทั้งห้อง

แล้วอยู่ๆ เธอก็หน้าแดงลืมตาขึ้นมา

“หา? พี่เจิ้งหรานพูดว่าอะไรเมื่อกี้นะ?”

หลินเจิ้งหรานพูดเสริมขึ้นมา “ว่าแต่เธอจะเก็บของเสร็จเมื่อไหร่?”

เจ้าหญิงจิ้งจอกถึงกับดีดตัวขึ้นมานั่ง หน้าแดง หัวใจกระหน่ำรัวมองเขาด้วยสายตาเขินอาย

“เดี๋ยว! เก็บของไม่ใช่ประเด็น! หนูหมายถึงเมื่อกี้พี่พูดว่าอะไรนะ? หนูฟังไม่ผิดใช่มั้ย?”

หลินเจิ้งหรานมองเธอแวบหนึ่ง แล้วก็หันกลับไปอ่านหนังสือต่อ แสดงสีหน้าราวกับไม่รู้ว่าเธอกำลังคิดอะไร

“ฉันพูดอะไร? ก็พูดเหมือนเดิมนั่นแหละ ตอนที่ช่วยเธอตั้งแต่แรกก็บอกแล้วว่าเธอจะต้องเป็นของฉันในอนาคต แล้วมันแปลกตรงไหนล่ะ? ไม่อย่างนั้นฉันจะช่วยเธอมาตลอดทำไม? ยังเคยพูดด้วยซ้ำว่าจะดูแลไปทั้งชีวิต”

หัวใจหานเวินเวินเต้นแรงกว่าที่เคยเป็นมา

เธอยกมือทั้งสองข้างขึ้นปิดปากตัวเองเบาๆ

แววตาแดงเรื่อด้วยความเขินอาย มองหลินเจิ้งหรานที่ยังคงพลิกหน้าหนังสืออย่างสบายอารมณ์

ที่แท้วันนั้นเสี่ยวฉิงฉิงก็ไม่ได้เข้าใจผิดเลย...

พี่เจิ้งหรานเขาสารภาพรักจริงๆ ตั้งนานแล้ว...

แล้วเธอก็รับคำไปตั้งแต่ตอนนั้นด้วย...

เจ้าหญิงจิ้งจอกที่ไม่มีหางจริงๆ ถึงกับเขินจนหางในจินตนาการแกว่งไปมา ถามเบาๆ ว่า

“งั้น... จากมุมมองของพี่เจิ้งหราน ตลอดช่วงมัธยมต้นที่ผ่านมา พวกเราก็ทำเรื่องไร้สาระกันหมดเลยสินะ? ไม่มีความหมายอะไรเลย?”

แม้แต่ของขวัญที่ตัวเองให้เขาตอนอยู่ม.2 แท้จริงแล้วจะให้หรือไม่ก็ไม่มีผล เพราะยังไงเธอก็เป็นของพี่เจิ้งหรานอยู่แล้ว!

หลินเจิ้งหรานพลิกหน้าหนังสืออีก

เขาไม่อยากพูดเรื่องไร้สาระกับพวกเธอพวกนี้ทั้งวัน

“ฉันจะไปรู้ได้ยังไงว่าพวกเธอคิดอะไรตอนนั้น? มัธยมต้นสามปี ควรจะใช้เวลาสะสมความแข็งแกร่ง แต่เธอทั้งสองปีนั้นเอาแต่ทำอะไรที่ฉันไม่เข้าใจ

ฉันน่ะ คิดแค่ว่าอยากให้พวกเธอเติบโตขึ้น โตแล้วจะได้เลือกเส้นทางของตัวเองได้ แต่สิ่งที่เธอทำตอนนั้นมันไม่ใช่สิ่งที่ฉันคาดหวังเลย”

หานเวินเวินขมวดคิ้วเล็กน้อย “แต่ในเมื่อเป็นแบบนี้ แล้วทำไมพี่ถึงไม่ยอมให้หนูเข้าใกล้พี่ล่ะ? ถ้าในเมื่อหนูเป็นของพี่แล้วล่ะก็ แค่นี้ไม่น่าจะเป็นปัญหานี่นา...”

หลินเจิ้งหรานลุกขึ้นนั่ง สีหน้าเบื่อหน่ายอย่างที่สุด

“เพราะเธอไง ยัยจิ้งจอกจอมป่วน! มัวแต่กวนฉันอ่านหนังสืออยู่ได้! แค่นี้ก็เข้าใจไม่ได้อีกเหรอ?!”

หานเวินเวินรีบเอาผ้าห่มคลุมหน้าตัวเอง หลบไปซุกมุมเตียง ดวงตาเป็นประกายแอบมองเขา

“หนูเพิ่งรู้เลยว่าพี่เจิ้งหรานเป็นคนที่น่ากลัวขนาดนี้ เรื่องสำคัญขนาดนี้ทำไมไม่พูดให้ชัดเจนไปเลยตั้งแต่แรก!”

หลินเจิ้งหรานกลอกตาอย่างไม่แยแส แล้วพูดเน้นทีละคำว่า “ใช้ชีวิตอยู่กับฉันตลอดชีวิต แค่นี้ก็ไม่เข้าใจอีกเหรอ? ต่อให้ไม่ใช่อัจฉริยะก็เข้าใจได้แล้วนะ”

หานเวินเวินชะงัก แล้วร้องออกมา “เดี๋ยวนะ! งั้นหมายความว่าพี่พูดแบบนี้กับผู้หญิงอีกสองคนด้วยใช่มั้ยเนี่ย?!”

“แล้วไง? ฉันก็ไม่เคยปิดบังเธอสักหน่อยว่าเคยช่วยพวกเธอมาก่อน เธอก็รู้ตั้งนานแล้วนี่? เสี่ยวฉิงก็เคยพูดกับเธอแล้วไม่ใช่เหรอ?”

หานเวินเวินพองแก้มแล้วหันหน้าหนี ฮึ่มเสียงหนึ่งด้วยความหึงหวง กอดผ้าห่มแน่น

“ทำไมพูดออกมาอย่างหน้าชื่นตาบานแบบนั้นได้เนี่ย...” เธอบ่นพึมพำเบาๆ “รู้ตัวไหมว่า หนูคิดไว้ไม่มีผิดเลย... พี่เจิ้งหรานเจ้าชู้จริงๆ ด้วย”

เธอกอดผ้าห่มแน่นอย่างหึงหวง เขาไม่ใช่แค่เจ้าชู้ธรรมดา ๆ

ไม่กี่วันต่อมา หลินเจิ้งหราน เจียงเสวี่ยลี่ และหานเวินเวิน ก็พากันยกกระเป๋าเดินทาง ออกเดินทางไปยังโรงเรียนมัธยมปลายในตัวเมือง

เพียงแต่หลังจากวันนั้น แผนของหานเวินเวินในช่วงมัธยมปลายก็เปลี่ยนไป

เป้าหมายใหม่ก็คือ—ต้องไม่ยอมให้พี่เจิ้งหรานไปพูดประโยคแบบนั้นกับผู้หญิงคนอื่นได้อีกต่อไป!

ไม่งั้นเดี๋ยวเรียนจบขึ้นมาจะวุ่นวายแน่!

จบตอน.

--------------------------------------------------

ฝากนิยายเรื่องอื่นด้วยนะครับ

1.สำนักนี้เพี้ยนรัก ข้าคนเดียวที่ฝึกฝน

2.ฉินซีฮ่องเต้ได้ยินเสียงในใจข้า

3.แปลงผักของฉันเชื่อมต่อกับโลกฝึกตนจิ๋ว

4.แกล้งฝึกเซียนในโรงเรียนอนุบาล

จบบทที่ ตอนที่ 81 เรื่องที่พูดไปตั้งนานแล้ว

คัดลอกลิงก์แล้ว