เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 63 ความในใจของเหอฉิง

ตอนที่ 63 ความในใจของเหอฉิง

ตอนที่ 63 ความในใจของเหอฉิง


“หือ?...” เธอหน้าแดง

“ที่บ้านฉันมีเครื่องอบผ้า เดี๋ยวซักแล้วก็แห้งทันทีเลยแหละ”

เหอฉิงพยักหน้าอย่างช้า ๆ แต่ใจเธอสนใจอยู่แค่ประโยคที่เขาถามเรื่องที่อยากพูดเท่านั้น

หลินเจิ้งหรานหมุนตัวจะเดินออกไป เหอฉิงอยากจะเดินตาม ทว่าเพิ่งก้าวออกไปยังไม่ทันถึงก้าว ก็ร้องอุทานออกมาอย่างเจ็บปวด เกือบจะล้มลง ดีที่ยังพอเอื้อมมือไปคว้าเก้าอี้ยาวข้าง ๆ ไว้ได้ทัน

หลินเจิ้งหรานหันกลับมามอง “เป็นอะไรไป?”

เหอฉิงก้มหน้ามองข้อเท้าตัวเอง “จู่ ๆ มันก็เจ็บขึ้นมา ไม่รู้ว่าเป็นอะไรเหมือนกัน”

หลินเจิ้งหรานให้เธอนั่งลง แล้วก็นั่งยอง ๆ ดึงถุงเท้าของเธอลงดู เธอรู้สึกเขินสุด ๆ ขณะมองเขาเงียบ ๆ

ปรากฏว่ามันคือแผลเดิมที่เคยเจ็บมาก่อน ตอนนี้กลับบวมแดงขึ้นมาอีกครั้ง

เขาเงยหน้าถาม “เธอไปทำอะไรมาอีก? ข้อเท้าเดิมอีกแล้ว?”

เหอฉิงก็ไม่รู้เหมือนกัน ตอนก่อนหน้านั้นก็ไม่เจ็บอะไรเลยนี่นา

เธอตอบตะกุกตะกัก “มะ...ไม่รู้นะ อาจจะเป็นตอนช่วยลูกหมานั่นล้มแล้วข้อเท้าพลิก? แต่ตอนนั้นก็ไม่รู้สึกอะไรเลยนะ...”

เห็นสีหน้าหลินเจิ้งหรานไม่ค่อยดี เธอก็รีบพูดขอโทษ “ขอโทษนะ...อย่าโกรธเลยนะ ฉันมันซุ่มซ่ามเองแหละ จะให้ด่าฉันซักสองสามทีก็ได้”

เขานึกถึงตอนเธอยังเด็ก เคยด่าตัวเองว่า “ไม่มีสมองเลย”

หลินเจิ้งหรานหันหลังให้เธอแล้วนั่งยอง ๆ ลง “ขึ้นหลังฉัน เดี๋ยวฉันพาไปบ้านไปปฐมพยาบาล”

เหอฉิงเบิกตากว้าง ไม่อยากเชื่อ “ไม่ได้หรอก ฉันตัวเปื้อนเต็มไปหมด เสื้อผ้าก็เลอะโคลนหมดแล้ว จะให้ฉันขึ้นหลังนายได้ไง เดี๋ยวเสื้อนายก็เลอะหมดสิ ฉันเดินเองก็ได้ เดินช้า ๆ ไป”

หลินเจิ้งหรานหันมามองหน้าเธอแวบหนึ่ง

เธอตกใจจนหน้าเผือด รีบเสียงเบาลงเหมือนยุง “ฉะ...ฉันเดินได้...”

“ขึ้นมา”

“แต่ว่าฉันเปื้อนมากเลยนะ...” เธอไม่กล้าขัดคำเขาอยู่แล้ว โชคดีที่หลินเจิ้งหรานพูดติดตลก “เดี๋ยวเธอซักเสื้อตัวนี้ให้ฉันก็พอ”

พอเขาพูดแบบนั้น เหอฉิงก็ยอมขึ้นหลังไปอย่างกล้า ๆ กลัว ๆ แต่ก็ยังขอโทษซ้ำไปซ้ำมา “ขอโทษนะหลินเจิ้งหราน ฉันทำเสื้อนายเปื้อนหมดเลย...”

หลินเจิ้งหรานให้เธอโอบคอไว้ เหอฉิงรีบใช้แขนข้างหนึ่งโอบอย่างกล้า ๆ กลัว ๆ

แล้วหลินเจิ้งหรานก็ยืนขึ้น ใช้สองมือช้อนต้นขาเธอพาเดินกลับบ้าน น้ำหนักของเธอไม่ถึงสี่สิบห้ากิโลกรัม พอเทียบกับร่างกายแข็งแรงของเขาแล้วก็เบาเหมือนปุยนุ่น

แต่เหอฉิงกลัวว่าตัวเองจะหนักเกินไปเลยถามเบา ๆ “ฉันหนักมั้ย? นายเหนื่อยมั้ย?”

“พูดมากไปมั้ยเนี่ย?”

“หงึก...”

ทั้งสองคนเดินผ่านหน้าโรงเรียนอนุบาลแห่งหนึ่ง เป็นที่ที่ทั้งสองเคยเรียนด้วยกัน ทั้งคู่หันไปมองพร้อมกัน

หลินเจิ้งหรานพูดว่า “ว่าไง?”

เหอฉิงก้มหน้าด้วยความอาย เธอรู้ว่าเขาถามถึงอะไร

หลินเจิ้งหรานแบกเธอข้ามถนน ระหว่างทางก็มีคนหันมามองอย่างสนใจ เด็กชายเด็กหญิงหน้าประตูโรงเรียนอนุบาลก็วิ่งเล่นไล่กันไปมา เธอรู้สึกหัวใจเต้นแรง

หลินเจิ้งหรานพูดต่อเหมือนจับใจเธอได้ “ฉันไม่เข้าใจเลยว่าทำไมพวกสาวน้อยถึงได้มีละครในหัวเยอะขนาดนี้? แต่ฉันไม่มีความสนใจในเด็กผู้หญิงมัธยมต้นนะ”

เหอฉิงชะงักตาค้าง สีหน้าซีดเผือดเหมือนน้ำแข็งกระแทกใจ

ไม่มีความสนใจ...หมายความว่าไง? ฉันยังไม่ได้สารภาพเลยนะ แล้วนี่คือโดนปฏิเสธล่วงหน้าเหรอ? ทำไมมันดูเหมือนสารภาพรักไม่สำเร็จแล้วล่ะ?

หลินเจิ้งหรานกำลังจะพูดอะไรต่อ แต่จู่ ๆ เขาก็ได้ยินเสียงสะอื้นเบา ๆ

“เธอร้องไห้เหรอ?”

“ม่ะ...ไม่ร้อง...ฮึก ฮึก” เธอเม้มปากกลั้นน้ำตา น้ำตาเอ่ออยู่ในดวงตา “ไม่ร้องจริง ๆ นะ ฮึก...”

“ร้องไปก็ไม่ได้อะไร เอาหัวมานี่”

“ห๊ะ? อื้ม...” เธอยื่นหัวไปด้านหน้าตามคำสั่ง “แล้วไงต่อ?”

“ใช้มือนั่นแหละ มือที่โอบคอฉันอยู่ เอาไปตีกระโหลกตัวเองแรง ๆ หนึ่งที”

“อ๋อ ได้ค่ะ” เหอฉิงร้องไห้ไป มือก็ฟาดตัวเองไปหนึ่งที เสียงดัง “แปะ!” จนเธอร้องเจ็บอีกรอบ “โอ๊ย! เจ็บอ่ะ ฉันตบหัวตัวเองแรงไปเลย”

หลินเจิ้งหรานทำหน้าไม่อยากเชื่อ “โห เธอตีตัวเองจริง ๆ แถมไม่เบาซะด้วย” แล้วเขาก็พูดว่า “เจ็บก็ดี จะได้จำไว้ ต่อไปจะได้ไม่งี่เง่าอีก ยังจำได้มั้ยตอนเด็ก ๆ เธอพูดว่าอะไร? ตอนที่อยากเรียนเทควันโดน่ะ?”

เหอฉิงน้ำตาคลอ ตอบด้วยน้ำเสียงน้อยใจ “จำได้ ฉันอยากแข็งแกร่งขึ้น อยากจะปกป้องนายเวลานายโดนรังแก อยากเป็นผู้ใหญ่ที่เก่ง ๆ”

“แล้วตอนนี้ล่ะ? ทำได้มั้ย? โตพอรึยัง?”

“มะ...ไม่เลย” เธอตอบอย่างจริงใจ “ช่วงนี้ฉันฝึกเทควันโดก็ไม่ค่อยดี ทำแต่นายโมโหตลอด...”

เธอกอดกล่องของขวัญในมือแน่นขึ้นอีก

“รู้ว่าตัวเองยังไม่โต ยังจะคิดอะไรเพ้อเจ้ออีก?”

หลินเจิ้งหรานยังแบกเธอเดินไปเงียบ ๆ พอผ่านไปพักหนึ่งก็บอกว่า “ถ้าเธอได้แชมป์ในการแข่งเทควันโดของเมืองปีหน้า ฉันจะให้รางวัลเธอหนึ่งอย่าง”

เหอฉิงกะพริบตา...ของขว้างเหรอ?

หลินเจิ้งหรานพูดต่อ “อีกอย่าง...ตอนเข้ามัธยมปลาย เราก็จะอายุสิบหกกันแล้วสินะ?”

เธอรีบตอบ “อื้ม เข้าระดับมัธยมปลายก็สิบหก แล้วพอจบก็สิบแปด...แม่บอกว่าพอเข้ามัธยมปลาย ฉันก็เป็นสาวเต็มตัวแล้ว”

ตอนพูดก็ยังตอบแบบไม่มีอะไรในหัว แต่จู่ ๆ ก็คิดได้ ตาโตขึ้นทันที หน้าแดงเหมือนแอปเปิ้ลสุก “เดี๋ยวสิ! เป็นสาวเต็มตัว?! ถ้าเข้ามัธยมปลาย ฉันก็ไม่ใช่เด็กแล้วสินะ?!”

เธอคิดถึงคำพูดของเขาก่อนหน้านี้ แล้วตัดสินใจถามเสียงเบาอย่างกล้า ๆ กลัว ๆ

“หลินเจิ้งหราน นาย...ไม่ได้ไม่ชอบผู้หญิงใช่มั้ย?”

หลินเจิ้งหรานทำหน้าตกใจสุดขีด “หา?! เธอว่าไงนะ?! ฉันก็ไม่ใช่พระ ฉันจะไม่ชอบผู้หญิงได้ยังไง?! เธอคิดอะไรเนี่ย?!”

เหอฉิงดีใจมาก ยิ้มออกมาจนหน้าบาน “จริงเหรอ! งั้น...งั้นถ้าฉันชนะการแข่งปีหน้า แข็งแกร่งขึ้น แล้วก็ไม่ใช่เด็กอีกต่อไป...นายจะไม่ทิ้งฉันใช่มั้ย? ตอนเด็ก ๆ นายเคยพูดว่าจะให้ฉันติดตามนายไปตลอดชีวิตนะ”

“อืม ตอนเด็ก ๆ ฉันเคยพูดแบบนั้นจริง ๆ ตอนนี้ก็ยังตามนั้นนะ”

เหอฉิงยิ้มทั้งน้ำตา หัวเราะคิกออกมา “จริงเหรอ!” แล้วเธอก็ชะงัก ตาโตขึ้นทันที

เดี๋ยวสิ...

แบบนี้เรียกว่าฉัน “สารภาพรักสำเร็จ” รึเปล่านะ?

แต่ว่า...ฉันยังไม่ได้สารภาพอะไรเลยนี่นา?

อะไรกันเนี่ย งงไปหมดแล้ว...

จบตอน

--------------------------------------------------

ฝากนิยายเรื่องอื่นด้วยนะครับ

1.สำนักนี้เพี้ยนรัก ข้าคนเดียวที่ฝึกฝน

2.ฉินซีฮ่องเต้ได้ยินเสียงในใจข้า

3.แปลงผักของฉันเชื่อมต่อกับโลกฝึกตนจิ๋ว

4.แกล้งฝึกเซียนในโรงเรียนอนุบาล

จบบทที่ ตอนที่ 63 ความในใจของเหอฉิง

คัดลอกลิงก์แล้ว