เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่31 เป้าหมายของปีที่ 3

บทที่31 เป้าหมายของปีที่ 3

บทที่31 เป้าหมายของปีที่ 3


เมื่อมาถึงโรงเรียน พิธีคัดสรรตามปกติก็ได้เริ่มขึ้น ตามด้วยงานเลี้ยง พร้อมด้วยเพลงที่น่ากลัวเหล่านั้น  รวมไปถึงดัมเบิลดอร์ก็ทำตัวแปลก ๆ ต่อหน้าเด็กใหม่อีกครั้ง

คือพูดตามตรง ชายคนนั้นอาจเป็นผู้มีอำนาจมากที่สุดในโลกจริง แต่เขาจำเป็นต้องทำให้คนอื่นคิดว่าเขาแก่จนเลอะเลือนด้วยเหรอ มันน่ารำคาญและทำให้ฉันสูญเสียความไว้วางใจในความสามารถของเขาไป แม้ว่าฉันจะรู้ว่าชายคนนั้นฉลาดแค่ไหนก็ตาม

พองานเลี้ยงจบ ฉันก็กลับหอ โดยแน่นอน... ฉันได้ห้องที่ดีที่สุด วิวดีที่สุดและได้อยู่ห้องเดี่ยว ในฐานะนักเรียนดีเยี่ยมที่มีผลการเรียนโดดเด่นเป็นอันดับหนึ่งของโรงเรียน หลังจากเข้าห้อง ฉันก็เริ่มวางแผนการเรียนต่อไปของฉันทันที

1.มุ่งสู่ความเป็นเลิศในวิชาที่เลือก: คาถา, ปรุงยา, การแปลงร่าง, การป้องกันตัวจากศาสตร์มืด, สมุนไพรศาสตร์, การรักษา, การดวล, อักษรรูนโบราณ และตัวเลขมหัศจรรย์ ส่วนใหญ่จะเป็นโครงการจนถึงปีเจ็ดของฉัน

          2.เป็นที่รู้จักในโรงเรียนในเรื่องอื่นที่ไม่ใช่รูปลักษณ์และเกรด แผนนี้จะเกี่ยวข้องกับการพยายามเริ่มต้นกลุ่มการศึกษาอย่างเป็นทางการสำหรับใครก็ตามที่ต้องการเข้าร่วม และอาจพยายามเริ่มต้นชมรมการดวลก่อนที่ล็อกฮาร์ตจะมาทำลายมัน นอกจากนี้ หากอย่างที่สองได้ผล มันก็เป็นประสบการณ์ที่ยอดเยี่ยมสำหรับฉันอีกทางหนึ่ง

และแล้วปีการศึกษาก็เริ่มต้นขึ้น ในฐานะนักเรียนปีสาม ถึงเวลาเลือกวิชาเลือกแล้ว ในกรณีของฉัน ฉันเลือกตัวเลขมหัศจรรย์ อักษรรูนโบราณ และการดูแลสัตว์วิเศษ ส่วนศาสตร์พยากรณ์ แม้ว่าในทางทฤษฎีจะมีประโยชน์ แต่ฉันก็ไม่มีพรสวรรค์ในด้านนั้น อีกวิชาคือวิชามักเกิ้ลศึกษา ทั้งล้าหลังความเป็นจริงไปกว่าร้อยปี ทั้งไร้ประโยชน์อย่างยิ่งสำหรับมักเกิ้ลที่กลับชาติมาเกิด ดังนั้นฉันจึงไม่เลือกเรียน

สามวิชาน่าจะทำได้อย่างสบาย ๆ เพราะฉันมีปากกาทำการบ้านที่แสนสะดวก ซึ่งฉันคิดว่าจะให้เจมส์และคริสเตียนด้วย พูดถึงพวกเขา เจมส์จะลงเรียนตัวเลขมหัศจรรย์และอักษรรูนกับฉัน เพราะฉันบอกเขาว่ามันมีประโยชน์มากแค่ไหนกับคาถาและการร่ายมนตร์ ในขณะที่คริสเตียนจะเรียนการดูแลสัตว์วิเศษและศาสตร์พยากรณ์เป็นของแถม เพราะฉันบอกเขาว่าคนส่วนใหญ่สามารถแกล้งทำเป็นรู้และยังได้เกรดดีในวิชานั้นได้

ฉันควรจะต้องบอกว่าการมีห้องต้องประสงค์และเครื่องย้อนเวลาเป็นของขวัญจากสวรรค์ เพราะฉันสามารถนำตัวฉันอีกคนไปไว้ในนั้น ขณะที่ฉันเรียนข้างนอกได้ แบบนี้ทำให้ฉันมีเวลาวิจัยฟรี ส่วนชั้นเรียนใหม่ของฉันค่อนข้างน่าเบื่อสำหรับฉัน เพราะความรู้ที่ก้าวหน้ากว่าของฉัน แต่ฉันแน่ใจว่าจะใช้เวลาอย่างคุ้มค่าในวิชารูนโบราณ

แผนของฉันสำหรับทั้งความเชี่ยวชาญและเทคโนโลยี/เวทมนตร์ผสมผสาน คือการทำให้รหัสไบนารีเป็นภาษาที่ถูกต้องสำหรับรูน หรือพูดอีกอย่างว่าทำให้ภาษารูนกลายเป็นรหัสนั่นเอง เนื่องจากเป็น 1 และ 0 จึงสามารถย่อให้มีพื้นที่ลงอักขระสูงสุดได้ สามารถทำให้ปรากฏเป็นการเคลื่อนไหวหรือเต้นรำอันละเอียดอ่อนได้อย่างง่ายดายเพื่อป้องกันไม่ให้ใครถอดรหัสได้ง่าย ๆ หากอยากแทรกแซงอักขระ พ่อมดแม่มดคนนัจะต้องเรียนรู้รหัสเองจึงจะสามารถเข้าใจได้ว่าแต่ละบรรทัดจะทำหน้าที่อะไร

นี่คือโครงการที่เร่งด่วนที่สุดของฉัน ดังนั้นฉันจึงให้ความสนใจกับมันมาก เลขคณิตมหัศจรรย์ก็มีปัญหาเดียวกัน แต่ในวิชานี้ฉันกำลังคิดค้นคณิตศาสตร์ที่เหมาะสมสำหรับคาถาออริจินัลของฉัน

สำหรับความเชี่ยวชาญด้านวิชาคาถาและการป้องกันตัวจากศาสตร์มืด ฉันต้องการสร้างรูปแบบการป้องกันใหม่และคาถาที่สร้างขึ้นเพื่อต่อต้านศาสตร์มืดอย่างแท้จริง บางอย่างคล้ายกับผู้พิทักษ์ที่ใช้พลังบวกในการร่าย แต่ฉันจะรอดูอีกสักพัก ตอนนี้ฉันยังไม่รีบ

ส่วนการดูแลสัตว์วิเศษเป็นเพียงช่วงพักผ่อนที่สนุกสนานสำหรับฉันและคริสเตียน เราได้ศึกษาและเขาได้เล่นกับทุกสิ่งที่ฮอกวอตส์สามารถจัดหาให้ได้ มันเป็นประสบการณ์ที่ดีที่ได้เล่นกับสัตว์ที่ไม่เป็นอันตราย เช่น นีเซิล นิฟเฟลอร์ และสตรีลเลอร์ อย่างที่ฉันบอก มันเป็นช่วงเวลาพักผ่อนที่สนุกสนาน

ขณะที่ทุกคนกำลังเข้าที่เข้าทาง ฉันก็กลับไปใช้เวลากับมาดามพอมฟรีย์ ผู้ซึ่งชอบมากเมื่อฉันเรียกเธอว่าศาสตราจารย์ตอนที่เธอกำลังสอนฉัน แม้ว่าความรู้ของฉันเกี่ยวกับส่วนประกอบแต่ละอย่างของการรักษาจะยอดเยี่ยม (ยา สมุนไพร และคาถา) แต่ก็ยังต้องมีประสบการณ์จริง และด้วยผลลัพธ์ของฉัน ศาสตราจารย์พอมฟรีย์จึงวางใจให้ฉันจัดการกับกรณีเคสง่าย ๆ ต่างๆ มากขึ้น

ด้วยเหตุนี้ แม้ไม่ได้ตั้งใจแต่ก็ทำให้ชื่อเสียงของฉันแพร่กระจายไปทั่วปราสาทในฐานะนักเรียนผู้มีทักษะการเป็นผู้รักษา ด้วยผลที่ตามมาโดยที่ฉันไม่ได้วางแผนไว้ ฉันจึงตัดสินใจว่าถึงเวลาแล้วที่จะพยายามจัดตั้งกลุ่มให้คำปรึกษาด้านการศึกษาเล็ก ๆ ของฉัน ดังนั้นฉันจึงตัดสินใจประกาศว่า หากใครต้องการความช่วยเหลือเกี่ยวกับคาถา ยา หรือการบ้านโดยทั่วไป ฉันยินดีที่จะช่วยเหลือทุกคนที่มายังห้องเรียนร้างห้องหนึ่งที่ชั้นล่าง ฉันยังระบุด้วยว่าใครก็ตามที่มา สามารถขอความช่วยเหลือจากผู้เข้าร่วมคนอื่น ๆ ที่เต็มใจได้

ชมรมเล็ก ๆ นี้ มันจะเกิดขึ้นสัปดาห์ละสองครั้ง วันจันทร์และวันพุธหลังอาหารเย็น ฉันได้รับการอนุญาตจากหัวหน้าบ้านสามคนสำหรับเรื่องนี้ ฉันไม่ได้ไปถามสเนป เพราะเขาดูจะไม่ชอบฉันจริง ๆ น่าสงสัยว่าการบ้านที่ฉันเล่นตอบไปเกินกว่าที่สั่งหลายหน้าจะเกี่ยวข้องด้วย

ข้อกำหนดเดียวสำหรับการเข้าร่วมคือ การเคารพและสุภาพต่อทุกคนที่มา ไม่ว่าจะเป็นเชื้อสาย บ้าน เงิน เกรด ไม่มีอะไรสำคัญในห้องนั้น สิ่งเดียวที่คนที่มาที่นี่จะทำคือมาขอความช่วยเหลือหรือให้ความช่วยเหลือเท่านั้น

อีกเรื่องหนึ่ง การมีเอลฟ์ประจำบ้านสองสามตัวคอยรับใช้ ช่วยในการจัดห้องได้มากทีเดียว ฉันใช้ชุดรูนขยายพื้นที่เพื่อให้สามารถรองรับคนจำนวนมากได้ โดยมีโต๊ะจำนวนมาก เก้าอี้ที่สะดวกสบาย สนามซ้อมแบ่งส่วนพร้อมหุ่นจำลอง และฉันยังได้รวมชั้นหนังสือสองสามชั้นที่เต็มไปด้วยคู่มือการศึกษาสำหรับนักเรียนปี 1-7 ฉันเปลี่ยนสถานที่นั้นให้กลายเป็นศูนย์ช่วยเหลือด้านการเรียนรู้ที่สมบูรณ์แบบสำหรับนักเรียน

“เพื่อน นายแน่ใจเรื่องนี้จริง ๆ เหรอ? ไม่ใช่ว่าทุกคนในรุ่นเราไม่รู้ว่านายฉลาดแค่ไหนนะ แต่พวกเขาจะมาจริงเหรอ?” คริสเตียนถามฉัน ไม่ว่ายังไง เขาก็เป็นหนึ่งในผู้ตัดสินใจสนับสนุนโครงการของฉัน

“ฉันไม่คิดว่านั่นคือต้องเอามาเป็นประเด็นนะ คริสเตียน คนไม่จำเป็นต้องมา พวกเขาแค่ต้องรู้ว่ามีสถานที่ที่เต็มใจช่วยเหลือพวกเขา” เจมส์ตอบ

“เหมือนที่เจมส์พูดนั่นแหละ ไม่สำคัญว่าพวกเขาจะมาตอนนี้หรือไม่ ตราบใดที่มีใครต้องการความช่วยเหลือ ฉันจะทำเท่าที่ทำได้ นอกจากนี้ หากไม่มีนักเรียนมา เราก็แค่ใช้ห้องนี้เป็นห้องเรียนและฝึกฝนของเรา” ฉันกล่าวเสริมคำพูดของเจมส์

“ก็มีเหตุผลดี” คริสเตียนยักไหล่ “เอาล่ะ นายบอกว่าจะช่วยฉันฝึกคาถาป้องกันตัวจากศาสตร์มืดพวกนั้นนี่ เวลาที่ฉันอยู่ที่นี่ จำได้ไหม” จากนั้นเขาก็พูดกับฉันและลากฉันไปยังหุ่นจำลอง

“ฉันพูดแบบนั้นก็จริง แต่ฉันอยากจะเริ่มสอนนายด้วยคาถาที่สำคัญที่สุดคาถาหนึ่ง ที่พ่อมดแม่มดสามารถเรียนรู้ได้ก่อน” ฉันตอบพร้อมรอยยิ้ม

“โอ้ จริงเหรอ? คาถาอะไร?” เขาถามพร้อมเลิกคิ้ว

“โปรเทโก” ฉันตอบพร้อมรอยยิ้มกว้างเห็นฟัน

“ให้ตายสิ” เขาพูดแค่นั้นขณะที่เขาเดาว่าจะเกิดอะไรขึ้น

“ไม่ต้องห่วง คริส ฉันจะใช้แค่คาถาแสบร้อนกับคาถาจั๊กจี้เท่านั้น” ฉันพูดต่อขณะที่นายแทบจะเห็นเขาและหางงอกออกมาจากตัวฉัน

“เจมส์! ช่วยหน่อย!” เขาร้องตะโกนด้วยความสิ้นหวัง

“อย่ามองมาที่ฉัน ฉันจำคาถานั้นได้ขึ้นใจแล้ว” เขากล่าวโดยไม่สนใจเพื่อนที่กำลังอ้อนวอนอยู่เลยสักนิดเดียว

“ไอ้คนทรยศ!” เขากรีดร้องลั่นห้อง

15 นาทีต่อมา เขานอนหอบอยู่บนพื้นขณะสาปแช่งปีศาจผมเงินเบา ๆ ไม่รู้ว่าเขากำลังพูดถึงใครอยู่ ฉันเป็นเทพแสนหล่อเหลา ไม่ใช่ปีศาจสักหน่อย... แต่ยังดี เขาเริ่มจับหลักของคาถาได้แล้ว หลังจากนั้น ฉันก็ไปหาเจมส์และเราก็คุยกันเรื่องการร่ายคาถากัน เขาดูกระตือรือร้นมากที่จะสามารถร่ายคุณสมบัติเวทมนตร์ลงในวัตถุได้ ดังนั้นฉันจึงหยิบตู้อันตรธานของฉันออกมา

ฉันลืมให้สำเนาต้นแบบของฉันกับพวกนี้ไปเสียสนิท...

“เฮ้ คริส หยุดคร่ำครวญบนพื้นได้แล้ว! ฉันมีของเล่นใหม่มาให้พวกนายสองคนดู!” ฉันตะโกนบอกเพื่อนที่ค่อนข้างบอบช้ำทางจิตใจของฉัน

“เออ ๆ กำลังไป” เขากล่าวขณะที่เจมส์เริ่มสงสัยเกี่ยวกับกล่องเหล่านั้น ในที่สุดคริสเตียนก็เข้าร่วมกับเราและฉันก็สามารถอธิบายได้

“เอาล่ะ เจ้าตัวเล็กพวกนี้คือต้นแบบของฉันเอง” จากนั้นฉันก็กล่าวพร้อมรอยยิ้ม

“มันใช้ทำอะไร?” เจมส์ถามขณะที่เขามองหยิบมันมามองดูทุกมุม

“มันสามารถส่งข้อความและจดหมายได้ฝยทันที ได้แรงบันดาลใจจากตู้อันตรธาน” ฉันตอบอย่างภาคภูมิใจ

“เดี๋ยวนะ! จริงเหรอ!? นายคิดออกแล้วเหรอว่าทำยังไง?” พวกเขาทั้งสองอุทานพร้อมกันเมื่อตระหนักว่าพวกนี้คืออะไร

“ใช่ ฉันใช้มันติดต่อกับครอบครัวมาตลอดเดือนที่แล้ว มันทำงานโดยการเลือกหมายเลขที่พวกนายต้องการส่งไป แล้วเราแค่ใส่ข้อความลงไป ปิดฝา ชี้ไม้กายสิทธิ์แล้วพูดว่า...ส่ง แค่นี้นายก็ส่งไปให้ใครก็ได้แล้ว มันใช้ได้กับคาถาป้องกันของฮอกวอตส์ได้ด้วย ดังนั้นฉันค่อนข้างแน่ใจว่ามันสามารถไปได้ทุกที่ในอังกฤษตอนนี้” ฉันอธิบายเพิ่มเติม

“สุดยอดไปเลย เอเดนแล้วนายทำพวกนี้เองทั้งหมดเลยเหรอ?” เจมส์ถาม

“ใช่ แน่นอนสิ มันเป็นโครงการวันหยุดฤดูร้อนของฉันเอง” ฉันกล่าวพร้อมลูบจมูกด้วยความภาคภูมิในตัวเองแบบสุด ๆ

คริสเตียนทำท่ากำลังจะถามคำถามเพิ่มเติม แต่แล้วประตูก็เปิดออก เด็กหญิงชาวเอเชียตัวเล็กจากเรเวนคลอว์เดินเข้ามาในห้องด้วยท่าทางขี้อายมาก เธอมีผมดำเงางาม ยาวถึงกลางหลัง มีกระเล็กน้อยบนจมูก ดวงตาสีดำทั่วไป และดูเหมือนว่าเธอจะสวยมากเมื่อโตขึ้น

“เอาล่ะพวกนายสองคน เลิกจ้องผู้ใฝ่เรียนรู้คนแรกได้แล้ว ดูสีหน้าเธอสิ แค่นี้เธอก็กังวลพออยู่แล้ว ไปทำงานของตัวเองเถอะ ไป๊!” ฉันกล่าวกับเพื่อนขณะที่พวกเขารู้ตัวว่าจ้องนานเกินไปหน่อย

“ขอโทษด้วยนะ พวกเขาเป็นมิตรมาก แค่ประหลาดใจที่มีคนมาจริง ๆ ฉันชื่อเอเดน โบนส์ แล้วเธอชื่ออะไร?” ฉันกล่าวพยายามพูดจาดีและเข้าถึงง่าย

“ฉันชื่อโช แชง ปีหนึ่ง บ้านเดียวกัน” เธอตอบด้วยเสียงที่เบามาก

“เอาล่ะ โช ยินดีที่ได้รู้จัก มานั่งที่โต๊ะนี้กัน แล้วดูว่าฉันจะช่วยอะไรเธอได้บ้าง” ฉันกล่าวพยายามทำให้เธอสบายใจ แต่ฉันได้ยินเพื่อนสองคนของฉันกระซิบกระซาบอยู่ข้างหลัง

“อีกรายที่ยอมจำนนต่อซิลเวอร์สตาร์แล้วเหรอ?” คริสเตียนกระซิบ

“ดูจากหน้าแดง ๆ แล้ว ฉันว่าใช่” เจมส์กระซิบตอบ

“ฉันได้ยินพวกนายสองคนพูดนะโว้ยยย!!” ฉันตะโกนใส่พวกเขา ซึ่งทำให้พวกเขาหัวเราะออกมา

โชเองก็มองมาที่ฉันด้วยความงุนงงบนใบหน้า และนั่นคือจุดเริ่มต้นของห้องแลกเปลี่ยนความรู้ที่ดำเนินการโดยนักเรียนอันดับหนึ่งอย่างฉัน!

*****************************

จบบทที่ บทที่31 เป้าหมายของปีที่ 3

คัดลอกลิงก์แล้ว