- หน้าแรก
- ทะลุมิติไปปลูกพืชวิเศษในยุคดวงดาว
- บทที่ 425
บทที่ 425
บทที่ 425
บทที่ 425
และในตอนนี้กองทัพที่ห้าอยู่ใกล้ดาว C5030 มากที่สุด ดังนั้นพวกเขาจึงถูกส่งมาที่นี่
จากนั้นพวกเขาก็ได้รู้ว่าคนที่ให้ข้อมูลนี้คือซูลั่ว... ดังนั้นซูลั่วจึงได้รับการติดต่อจากกองทัพ
เขาบอกว่ามาได้ถูกเวลามาก ซูลั่วไม่สนใจเลยว่าพวกเขาตามหาเธอเพื่ออะไร ประโยคแรกที่เธอพูดออกมาทำให้ฝ่ายตรงข้ามเงียบไปเลย
"เผ่าแมลงใช้อาวุธของมนุษย์โจมตีสัตว์กลายพันธุ์จนได้รับบาดเจ็บ"
แม้ว่าซูลั่วจะยังไม่เคยเห็นหน้าตาของอาวุธที่ใช้โจมตีเหยี่ยวปีกทองและพวกมัน แต่เธอก็เคยพูดไปแล้วว่า อาวุธที่สามารถทำอันตรายต่อสัตว์กลายพันธุ์ได้ย่อมไม่ใช่แค่อาวุธธรรมดา
จากภาพลักษณ์เดิมที่กองทัพเป็นเหมือนหม้อที่มีรูรั่วรอบด้าน ซูลั่วสามารถมั่นใจได้เลยว่าต้องมีอะไรผิดพลาดในกองทัพอีกแล้วอย่างแน่นอน
ส่วนสาเหตุที่เธอพูดว่าอาวุธของมนุษย์ แต่ไม่ได้พูดตรง ๆ ว่าเป็นอาวุธของกองทัพ... ก็ถือว่าเป็นการให้เกียรติบ้างแล้วกัน
ยังไงเธอก็ยังต้องคุยกับพวกเขาอยู่ดี เธอก็ไม่สามารถพูดจนหมดเรื่องคุยได้
แต่ถึงอย่างนั้น ข้อมูลในประโยคนี้ก็มากเกินพอแล้ว
เผ่าแมลงไม่สามารถใช้อาวุธได้ เรื่องนี้กองทัพรู้ดีกว่าซูลั่วมาก ดังนั้นต้องมีมนุษย์อยู่กับเผ่าแมลงแน่นอน
อีกอย่างอาวุธที่สามารถทำร้ายสัตว์กลายพันธุ์ได้จะเป็นอาวุธระดับไหน พวกเขาก็รู้ดีกว่าซูลั่ว
ดังนั้นหลังจากที่พูดประโยคนี้จบลง อีกฝ่ายก็ไม่มีอะไรที่จะต้องถามซูลั่วอีกเลย
เมื่อรู้ว่ามีมนุษย์และอาวุธอยู่กับเผ่าแมลง เหล่านักรบของกองทัพที่ห้าที่ถูกส่งไปยังดาว C5030 ก็มีสีหน้าที่จริงจังขึ้นทันที เพราะพวกเขาทั้งหมดรู้เรื่องที่พลตรีเจี่ยงต้องสงสัยว่าเป็นหนอนบ่อนไส้ ดังนั้นพวกเขาจึงไม่สงสัยเลยว่าเรื่องนี้เป็นความจริงหรือไม่
ในขณะที่พวกเขาเตรียมพร้อมอย่างเต็มที่เพื่อมายังสถานที่ที่ว่ากันว่าเป็นแหล่งรวมตัวของเผ่าแมลงนี้ ถึงแม้ว่าจะไม่พบเผ่าแมลงอยู่เลย แต่ก็มีร่องรอยของเผ่าแมลงอยู่ทั่วทุกที่
สิ่งที่เห็นคือความยุ่งเหยิงไปทั่ว มีแขนขาของเผ่าแมลงกระจัดกระจายอยู่เต็มไปหมด พื้นก็เต็มไปด้วยเศษเปลือกของเผ่าแมง
ฉากที่ดูโหดร้าย (แต่สบายใจ) นี้ทำให้ทุกคนอดไม่ได้ที่จะคิดว่าเผ่าแมลงเหล่านี้ต้องเจออะไรมาบ้างก่อนตาย...
จนกระทั่งในขณะที่พวกเขากำลังทำความสะอาดสนามรบ พวกเขาก็เห็นสัตว์กลายพันธุ์สิบกว่าตัวที่สูงกว่าพวกเขาถึงสองถึงสามเท่ากำลังล้อมเผ่าแมลงที่ใกล้จะตายอยู่ แล้วกำลัง 'ชำแหละ' มันอย่างละเอียดลออจนแม้แต่นักรบที่ทำงานหลักคือการต่อสู้กับเผ่าแมลงก็ยังอดไม่ได้ที่จะกระตุกเปลือกตา
"นี่..." คนที่พูดอดไม่ได้ที่จะกลืนน้ำลายลงไป "...พวกเรายังต้องช่วยอยู่ไหมครับ?"
นี่จึงเป็นเหตุผลที่นักรบคนนี้ถามออกมา
ไหนบอกว่ามีเผ่าแมลงเยอะแยะไง?
ทุกคนมองไปรอบ ๆ ... จริง ๆ ด้วย มีเผ่าแมลงเยอะมาก แต่พวกมันตายหมดแล้ว แถมตายแบบตายสนิทด้วย
ไหนบอกว่ามีอาวุธของมนุษย์ไง?
นี่... ก็มีจริง ๆ
แต่ของพวกนี้สำหรับสัตว์กลายพันธุ์แล้ว ไม่น่าสนใจเท่าการบดขยี้เผ่าแมลง ดังนั้นพวกมันจึงทิ้งมันไปที่มุมไหนสักแห่งเหมือนกับขยะ
เมื่อคนของกองทัพที่ห้าใช้ความพยายามอย่างหนักเพื่อหา 'อาวุธ' เหล่านี้ พวกเขาก็เพิ่งจะเข้าใจว่าทำไมมันถึงหายากนัก
"รายงาน! หน่วยที่ห้าพบปืนอนุภาคพลังงานสูงสองกระบอก!"
หัวหน้าหน่วยที่ห้าที่มองดูมือเปล่าของผู้ที่มารายงาน ก็มีสีหน้าที่สงสัยแวบหนึ่ง "แล้วปืนอนุภาคอยู่ที่ไหน?"
นักรบที่มารายงานมีสีหน้าที่แปลก ๆ เล็กน้อย แล้วก็ชี้ไปที่ทิศทางหนึ่ง "หัวหน้าครับ ไปดูเองเถอะครับ..."
เมื่อหัวหน้าหน่วยมาถึงสถานที่ที่นักรบคนนี้บอกว่าพบปืนอนุภาคพลังงานสูง เขาไม่ได้เห็นปืนที่ว่าเลย... สิ่งที่เขาเห็นมีแค่เศษเหล็กที่ไม่รู้จักสองกองเท่านั้น
เมื่อมองดูสิ่งของสองกองที่แทบจะมองไม่ออกว่าเป็นรูปร่างเดิมอะไรแล้ว หัวหน้าหน่วยก็มีสีหน้าที่ไม่อยากจะเชื่อเลย
"นี่..."
"หัวหน้าครับ หัวหน้าเดาไม่ผิดหรอกครับ นี่แหละปืนอนุภาค"
"..." ถ้าไม่ใช่เพราะรู้ว่าอีกฝ่ายไม่ได้ล้อเล่น เขาคงคิดว่าอีกฝ่ายกำลังล้อเล่นอยู่
ไม่ต้องคิดมาก เมื่อเห็นสภาพที่น่าสยดสยองของเผ่าแมลง เขาก็เดาได้ทันทีว่าปืนอนุภาคพลังงานสูงทั้งสองกระบอกนี้ต้องเป็นฝีมือของสัตว์กลายพันธุ์อย่างแน่นอน
แม้ว่าสัตว์กลายพันธุ์จะรู้ว่าเป้าหมายหลักของการแก้แค้นของพวกมันคือเผ่าแมลง แต่พวกมันก็ไม่ได้ลืมว่าอะไรที่ทำร้ายเพื่อนร่วมทางของพวกมัน
ดังนั้นผลลัพธ์ของอาวุธเหล่านี้จึงคล้ายกับเผ่าแมลง แต่จะดีกว่าเผ่าแมลงเล็กน้อย อย่างน้อยก็เหลือ 'ศพ' ที่สมบูรณ์ ไม่แตกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยเหมือนเผ่าแมลงเหล่านี้
ไม่แปลกใจเลยที่อีกฝ่ายมามือเปล่า
ปืนอนุภาคนี้เกือบจะแตกเป็นผงแล้ว ไม่สามารถหยิบขึ้นมาได้เลย!
ผ่านไปหลายนาที หัวหน้าหน่วยก็เพิ่งจะนึกขึ้นได้ว่าจะจัดการกับของเหล่านี้อย่างไร: "...ให้ทุกคนทำความสะอาด เก็บชิ้นส่วนกลับไปวิจัยดูว่ามันหลุดไปจากที่นี่ของเราหรือไม่"
"ครับ" ในขณะที่ทุกคนกำลังรวบรวมชิ้นส่วนของปืนอนุภาค หัวหน้าหน่วยก็มองไปรอบ ๆ แล้วก็พบปัญหาหนึ่งขึ้นมา
"แล้วคนล่ะ? พบอาวุธแล้ว แล้วคนใช้อาวุธล่ะ?" หรือว่าเผ่าแมลงจะวิวัฒนาการจนมีแขนขาเหมือนมนุษย์แล้ว และสามารถใช้อาวุธของมนุษย์ได้แล้ว?
เมื่อเผชิญหน้ากับคำถามของเขา ไม่มีใครสามารถให้คำตอบได้
หลังจากที่พวกเขามาถึง ก็ไม่รู้ว่าคนเหล่านั้นหนีไปหรืออย่างไร แต่เหล่านักรบไม่ได้เห็นคนอื่น ๆ เลยนอกจากพวกเขาเองในขณะที่กำลังทำความสะอาดสนามรบ
พวกเขาอยากจะขอความช่วยเหลือจากสิ่งมีชีวิตอื่น ๆ ที่อยู่ในที่นั้น...
แต่เมื่อเห็นสัตว์กลายพันธุ์แต่ละตัวที่ดูเหมือนจะบ้าคลั่ง นักรบเหล่านี้ก็กลืนคำพูดที่ต้องการจะถามกลับเข้าไปในท้องเงียบ ๆ เพราะกลัวว่าตัวเองจะกลายเป็นเป้าหมายในการแก้แค้น
ยิ่งกว่านั้นพวกเขาก็สื่อสารกันไม่รู้เรื่องด้วย จะถามอะไรจากปากสัตว์กลายพันธุ์ก็ไม่ได้
"ช่างเถอะ พวกนายทำหน้าที่ของตัวเองต่อไป ฉันจะไปรายงานเรื่องนี้กับพลตรี" เมื่อเห็นว่าพวกเขาไม่พูดอะไร หัวหน้าหน่วยก็รู้ว่าพวกเขาไม่รู้คำตอบแน่นอน ในเมื่อเป็นแบบนั้นก็ไปหาตัวช่วยข้างนอกดีกว่า
หลังจากแจ้งสถานการณ์ที่หน่วยที่ห้าพบให้ผู้บังคับบัญชาของพวกเขา พลตรีจ้าวซึ่งเป็นผู้บัญชาการปฏิบัติการของกองทัพที่ห้าในครั้งนี้ก็มีสีหน้าลำบากใจ
"คุณซูน่าจะกำลังยุ่งอยู่..." พลตรีจ้าวได้พยายามติดต่อซูลั่วเมื่อครู่นี้แล้ว แต่ก็เป็นไปตามที่เขาพูด ซูลั่วกำลังยุ่งอยู่ และไม่มีเวลาที่จะสนใจเขาเลย
กว่ายี่สิบนาทีที่แล้ว เมื่อกองทัพมาถึงแปลงเพาะปลูกของสัตว์กลายพันธุ์ ซูลั่วก็ได้เห็นด้วยกับการกระทำที่สัตว์กลายพันธุ์อยากจะไปแก้แค้น
ดังนั้นจากสัตว์กลายพันธุ์ห้าร้อยถึงหกร้อยตัว ก็เหลือเพียงลูกเล็ก ๆ และสัตว์กลายพันธุ์สูงอายุร้อยกว่าตัว รวมถึงร้อยกว่าตัวที่เฝ้าบ้าน ส่วนที่เหลือก็ไปหาเต่านกแก้วโดยมีอินทรีขนนกแดงนำทาง
อินทรีขนนกแดงเดิมทีไปช่วยเต่านกแก้วนำทาง แต่ในระหว่างทางก็เจอเหยี่ยวปีกทองที่หลบหนีจากการโจมตีได้สำเร็จและซ่อนตัวอยู่ ดังนั้นหน้าที่การนำทางจึงถูกเปลี่ยนมือ
ส่วนซูลั่ว หลังจากพูดคุยกับคนของกองทัพที่ห้าเล็กน้อย เธอก็นั่งรถไร้แรงโน้มถ่วง แล้วนำของของเธอตามกองทัพสัตว์กลายพันธุ์ไป
เมื่อมาถึงตำแหน่งของเผ่าแมลง ซูลั่วก็หาเต่านกแก้วเพื่อยืนยันสถานการณ์ แล้วก็เห็นสัตว์กลายพันธุ์สองตัวที่มีบาดแผลเลือดไหลเต็มตัว