เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 385

บทที่ 385

บทที่ 385


บทที่ 385

ในเมื่อเป็นเช่นนั้น สู้เลือกดาวแบบปิดจะดีกว่า แบบนี้แม้จะไม่สามารถกำหนดภาษีได้ แต่รายได้ทั้งหมดที่ถูกต้องตามกฎหมายบนดาวแบบปิดก็ไม่ต้องเสียภาษีเช่นกัน

นั่นก็หมายความว่า หลังจากซูลั่วมีดาวแบบปิดเป็นของตัวเองแล้ว ค่าใช้จ่ายของเธอ นอกจากต้นทุนการเพาะปลูกและค่าธรรมเนียมร้านค้าในเครือข่ายดวงดาวแล้ว ก็ไม่มีค่าใช้จ่ายอื่นใดอีก

ดาวแบบเปิดและดาวแบบปิดต่างก็มีข้อดีข้อเสีย แต่ซูลั่วไม่เคยคิดจะมองหาทางเลือกที่ดีที่สุด หากแต่เป็นทางเลือกที่เหมาะสมที่สุดสำหรับตัวเอง

ดาวแบบระบบปิดยังมีข้อเสียร้ายแรงอีกอย่างหนึ่ง นั่นคือจะไม่ถูกรวมอยู่ในรายชื่อดาวที่ได้รับการสนับสนุนประจำปีของกระทรวงการคลังแห่งดวงดาว

แม้ว่าเธอจะพัฒนาให้ดาวแบบระบบปิดนี้ดีแค่ไหนก็ตาม สิ่งปลูกสร้างและสิ่งอำนวยความสะดวกทั้งหมดก็ต้องสร้างด้วยเงินของตัวเอง หน่วยงานรัฐบาลใด ๆ ก็ไม่สามารถให้การสนับสนุนแก่เธอได้ตามระเบียบ เพราะไม่มีระเบียบแบบนี้ตั้งแต่แรก

แต่เรื่องนี้ก็ไม่เป็นไร “บริการก่อสร้างฟรี” ที่เธอได้รับจากการค้าขายหญ้ากำมะหยี่นั้นไม่ได้มีข้อจำกัดว่าจะไม่สามารถใช้กับดาวแบบระบบปิดได้

เนื่องจากเป็นสถานการณ์พิเศษ เปรียบได้กับว่าเธอใช้หญ้ากำมะหยี่ ‘ซื้อ’ บริการก่อสร้างของพวกเขา ซึ่งก็ถือว่าเธอจ่ายเงินไปแล้ว ดังนั้นจึงสอดคล้องกับระเบียบ

และบริการก่อสร้างฟรีก็ครอบคลุมโครงสร้างพื้นฐานที่เธอต้องการอยู่แล้ว ดังนั้นเธอจึงไม่ต้องกังวลว่าเหรียญดาวของตัวเองจะไม่เพียงพอสำหรับค่าใช้จ่ายในการสร้างสิ่งปลูกสร้างเหล่านี้ ไม่ต้องห่วงว่าพอซื้อดาวมาแล้วจะอาศัยอยู่ไม่ได้เพราะไม่มีโครงสร้างพื้นฐาน

เมื่อย้ายเข้าไปอยู่แล้ว แม้ภายหลังจะมีสิ่งอื่นที่ต้องการ เธอก็สามารถเก็บเงินแล้วค่อย ๆ สร้างไปเรื่อย ๆ

...

เมื่อมีการวางแผนข้างต้นแล้ว ซูลั่วก็เริ่มหาข้อมูลว่าใบอนุญาตเจ้าของดาวแบบระบบปิดต้องผ่านการประเมินอย่างไร

การหาข้อมูลนี้ใช้เวลากว่าหนึ่งเดือน

ในช่วงเวลาดังกล่าว ระยะเวลาทดลองงานหนึ่งเดือนที่ได้ตกลงกับพนักงานบริการลูกค้าทั้งห้าคนก็สิ้นสุดลงแล้ว

ซูลั่วพอใจกับทัศนคติการทำงานของคนทั้งห้ามาก อย่างน้อยในหนึ่งเดือนนี้ มีสินค้าที่วางขายแล้วสามชุด ซึ่งช่วงก่อนและหลังการวางขายแต่ละครั้งจะเป็นช่วงที่ยุ่งที่สุด

พวกเขาต้องตอบคำถามที่ซ้ำซากจำนวนมากในแต่ละวัน แต่พวกเขาก็ไม่แสดงความหงุดหงิด และทำหน้าที่ของตัวเองอย่างเต็มที่

ในสถานการณ์เช่นนี้ การที่ซูลั่วจะต้องเลือกเพียงสามคนจากห้าคนนี้เป็นเรื่องที่ค่อนข้างยาก ดังนั้นซูลั่วจึงไปหาคนสามคนที่มาเพื่อสตอเบอร์รีอีซั่ว

เธอรู้ว่าคนทั้งสามไม่ขาดเงิน เธอจึงให้โอกาสพวกเขาซื้อสตอเบอร์รีอีซั่ว แต่ละคนสามารถซื้อได้สูงสุดสองผล หลังจากที่พวกเขาซื้อสตอเบอร์รีตามความต้องการของตัวเองเรียบร้อยแล้ว ซูลั่วก็ถามคำถามเดียวกันกับพวกเขาแต่ละคน

“จุดประสงค์ที่คุณมาที่ร้านผักผลไม้สี่ฤดูสำเร็จแล้ว ตอนนี้ยังอยากอยู่ที่นี่ต่อหรือไม่” ซูลั่วเคยพูดไว้ก่อนหน้านี้ว่า การรับคนเหล่านี้มาทำงาน ด้านหนึ่งคือเรื่องคุณธรรมและจรรยาบรรณ อีกด้านหนึ่งที่สำคัญกว่าคือความมั่นคง

คนสามคนนี้มาเพื่อสตอเบอร์รีอีซั่ว และตอนนี้จุดประสงค์ของพวกเขาก็สำเร็จแล้ว พวกเขาสามารถเลือกที่จะออกไปหรืออยู่ต่อก็ได้

แต่ซูลั่วไม่ต้องการให้พวกเขาเลือกที่จะอยู่ทำงานต่ออีกระยะหนึ่งแล้วค่อยจากไป เพราะรู้สึกเกรงใจ... ในเมื่อเป็นเช่นนั้น สู้จากไปตอนนี้เลยยังดีกว่า เพราะซูลั่วไม่ต้องการคนแบบนี้

เมื่อใจไม่อยู่ที่นี่แล้ว การจากไปแต่เนิ่น ๆ ก็จะช่วยให้ซูลั่วสามารถจัดเตรียมอะไรบางอย่างให้กับคนที่สามารถทำงานที่นี่ได้อย่างมั่นคง หรือคนที่ต้องการทำงานที่นี่ต่อไป

คำถามเดียวกัน แต่คนสามคนให้คำตอบที่แตกต่างกันไป แต่โดยรวมแล้วเจตนาแบ่งออกเป็นสองประเภท นั่นคือมีคนอยากอยู่ต่อ และก็มีคนอยากจากไป

ในบรรดาคนสามคนนี้ มีเพียงคนเดียวที่เลือกจากไป ซึ่งคล้ายกับอวี๋โยว คือหาเงินได้มากพอแล้วมาใช้ชีวิตอย่างสุขสบาย

แต่สิ่งที่แตกต่างกันคือ อวี๋โยวอยากหางานที่สามารถใช้ชีวิตอย่างสบาย ๆ ในช่วงครึ่งหลังของชีวิต ส่วนเป้าหมายของเขาเพียงแค่ต้องการลิ้มรสสตอเบอร์รีอีซั่วว่ามีรสชาติเป็นอย่างไร

ตอนนี้เขาได้ลองชิมสตอเบอร์รีแล้ว แม้ว่าครั้งนี้ซูลั่วจะไม่ถามคำถามนี้ เขาก็จะทำอย่างที่ซูลั่วคาดเดาไว้ คือจะทำงานต่อไปอีกระยะหนึ่ง แล้วก็หาข้ออ้างจากไป

ส่วนอีกสองคนที่เลือกอยู่ต่อคือฉีซือและจั่วเฟิง ซึ่งใช้ชื่อผู้ใช้บริการลูกค้าว่า “ขนมปังปิ้ง” และ “ภูเขาแม่น้ำ” ตามลำดับ

จากข้อมูลที่ซูลั่วได้รับ ฉีซือต้องการสตอเบอร์รีอีซั่วให้พี่ชายของเธอ ซึ่งเป็นหมอ

เพราะ “เรื่องวุ่นวาย” ครั้งหนึ่งทำให้มือของพี่ชายเธอได้รับบาดเจ็บ ไม่สามารถทำการผ่าตัดที่ละเอียดอ่อนได้อีกต่อไป

ชั่วข้ามคืน หมอที่มีพรสวรรค์ยอดเยี่ยมก็กลายเป็น “คนพิการ”

แน่นอนว่า “พิการ” ในที่นี้ไม่ได้หมายความว่าเขาสูญเสียมือไปข้างหนึ่ง ชีวิตประจำวันของเขายังคงดำเนินไปได้ตามปกติ

เพียงแต่บาดแผลที่เกิดจากเรื่องวุ่นวายครั้งนั้นทำให้เส้นประสาทบางส่วนในมือของเขาขาดออกจากกัน แม้ว่าจะได้รับการซ่อมแซมไปบางส่วนแล้ว แต่เขาก็ยังไม่สามารถทำงานที่ละเอียดอ่อนได้อีกต่อไป

และในฐานะศัลยแพทย์ผู้ถือชีวิตคนไข้ไว้ในมือ ทุกการเคลื่อนไหวล้วนเป็นการเดิมพันกับยมทูต ไม่สามารถมีความผิดพลาดได้แม้แต่น้อย ดังนั้นเขาจึงสูญเสียคุณสมบัติในการเข้าห้องผ่าตัดในฐานะศัลยแพทย์หลัก

บังเอิญว่าพี่ชายของฉีซือมีเพื่อนที่เป็นทหาร เขาจึงบอกพี่ชายของฉีซือว่ามียาที่ชื่อว่า “ยารักษาเข้มข้น” ยานี้สามารถทำให้แขนขาที่ขาดกลับมางอกใหม่ได้อีกครั้ง นับประสาอะไรกับการซ่อมแซมเส้นประสาทที่ขาด

เพียงแต่เนื่องจากขาดแคลนวัตถุดิบ ผู้บาดเจ็บจำนวนมากในกองทัพจึงไม่ได้รับการจัดสรรยา ดังนั้นเขาจึงทำได้แค่บอกข่าวนี้เท่านั้น ไม่มีวิธีอื่น

แต่เมื่อรู้ว่ามียานี้อยู่ ครอบครัวของฉีซือก็เริ่มค้นหาวัตถุดิบในการผลิตยา

เพราะพวกเขายังได้รับข้อมูลจากเพื่อนคนนี้อีกว่า วัตถุดิบอื่น ๆ ที่สามารถนำมาผลิตยารักษาเข้มข้นได้ส่วนใหญ่ถูกกองทัพผูกขาดไว้แล้ว ส่วนในตลาดทั่วไป วัตถุดิบเดียวที่สามารถนำมาใช้เป็นยารักษาเข้มข้นได้ก็คือสตอเบอร์รีอีซั่ว

ดังนั้นเมื่อฉีซือเห็นประกาศรับสมัครงานของร้านผักผลไม้สี่ฤดู เธอก็ลาออกจากบริษัทเดิมทันทีโดยไม่ลังเล แล้วเข้าร่วมกับร้านผักผลไม้สี่ฤดู

แต่ฉีซือไม่ได้จากไปหลังจากบรรลุเป้าหมายในปัจจุบันแล้ว เธอได้สตอเบอร์รีอีซั่วแล้วแต่ก็ยังเลือกที่จะอยู่ต่อ

การอยู่ต่อไม่เพียงแต่เป็นการขอบคุณซูลั่วเท่านั้น แต่ยังมีเหตุผลอีกอย่างหนึ่งคือฉีซือพอใจกับงานในปัจจุบันเป็นอย่างมาก

แม้ว่าหลายคนอาจจะคิดว่าเธอมีศักยภาพและความสามารถขนาดนี้ การเป็นแค่พนักงานบริการลูกค้าก็นับว่าน่าเสียดายเกินไป แต่เธอรู้สึกว่าชีวิตแบบนี้ค่อนข้างดีทีเดียว

เพราะร้านผักผลไม้สี่ฤดูมีสวัสดิการที่ดี ข้อกำหนดของงานไม่สูง และเวลาทำงานก็ไม่นาน

การทำงานที่ร้านผักผลไม้สี่ฤดู ไม่ต้องตื่นเช้า ไม่ต้องทำงานล่วงเวลา ไม่มีข้อกำหนดด้านยอดขาย วันหยุดก็ไม่เพียงแต่ได้หยุดพัก แต่ยังมีของขวัญอีกด้วย

แน่นอนว่าถ้าเต็มใจทำงานล่วงเวลาในวันหยุด ก็ไม่เพียงแต่ได้ค่าล่วงเวลาสามเท่า แต่ยังมีของขวัญพิเศษเพิ่มเติมอีกด้วย – การทำงานล่วงเวลาในที่นี้เป็นไปโดยสมัครใจ ไม่มีการบังคับอย่างแน่นอน

แม้ว่าปริมาณงานในแต่ละวันจะค่อนข้างมาก แต่เนื้อหาของงานก็ไม่ยาก เพราะเป็นแค่งานตอบข้อความ

และเนื่องจากเป็นการทำงานแบบออนไลน์ ดังนั้นถึงแม้เวลาทำงานจะระบุไว้แปดชั่วโมง แต่เวลาทำงานจริงนั้นน้อยกว่าแปดชั่วโมงมาก

จบบทที่ บทที่ 385

คัดลอกลิงก์แล้ว